Views
3 years ago

Preface - kmutt

Preface - kmutt

KMUTT Annual Research

KMUTT Annual Research Abstracts 2005 วิเคราะหแบบจําลองเปรียบเทียบกับผลที่ไดจากการ ทดลอง พบวาสามารถทํานายอัตราการอบแหง ความชื้น สุดทายของขาวเปลือกและความชื้นสัมพัทธในของผสม ระหวางแกลบกับขาวเปลือกไดสอดคลองกับผลการ ทดลอง NC-011 อิทธิพลของความหนาแนนและอัตรา สวนผสมของแกลบตอการอบแหงขาวเปลือก ภาวิกา วงศแกว, สมเกียรติ ปรัชญาวรากร, อดิศักดิ์ นาถกรณกุล, สมชาติ โสภณรณฤทธิ์ การประชุมวิชาการสมาคมวิศวกรรมเกษตรแหงประเทศ ไทย ครั้งที่ 6, “วิศวกรรมเกษตรนําไทยสูครัวโลก”, 30-31 มีนาคม 2548, โรงแรมมิราเคิลแกรนด, กรุงเทพฯ, หนา 507-518 งานวิจัยนี้เปนการศึกษาผลของอัตราสวนผสม ระหวางแกลบและขาวเปลือก และผลของ Bulk density ของแกลบที่มีตอการอบแหงและความชื้นสุดทายของ ขาวเปลือก การทดลองทําโดยนําขาวเปลือกความชื้น เริ่มตนประมาณ 33%d.b. ผสมกับแกลบความชื้นตน ประมาณ 11%d.b. ที่อัตราสวนผสมระหวางแกลบและ ขาวเปลือก 1:1, 1.5:1 และ 2:1 โดยปริมาตร โดยแกลบ ที่ใชมีคา Bulk density 105, 160 และ 230 kg/m 3 จากผลการทดลองที่ไดพบวาการเพิ่มอัตราสวนผสมโดย ปริมาตรระหวางแกลบและขาวเปลือก และการเพิ่ม Bulk density ของแกลบ จะชวยใหความชื้นของขาวเปลือกลด ลงไดเร็วกวาการใชอัตราสวนผสมระหวางแกลบและ ขาวเปลือก และ Bulk density ของแกลบต่ําๆ ที่อัตรา สวนผสมระหวางแกลบและขาวเปลือกสูงกวา 1.5:1 พบวาอัตราการอบแหงเปลี่ยนแปลงนอยมาก นอกจากนี้ ยังพบวาหลังจากทําการอบแหงเปนระยะเวลานาน 2 ชั่วโมงความชื้นของขาวเปลือกมีแนวโนมไมเปลี่ยนแปลง ไมวาจะเพิ่มระยะเวลาในการอบแหง เมื่อทดสอบคุณภาพ ของขาวเปลือกหลังการอบแหง พบวารอยละตนขาวของ ขาวเปลือกที่ผานการอบแหงมีคาใกลเคียงกับรอยละตน ขาวอางอิง NC-012 อิทธิพลของอุณหภูมิที่มีผลตอการอบแหง และคุณภาพของกระเทียมกลีบ สุทธิศักดิ์ แกวนก, สมเกียรติ ปรัชญาวรากร, 213 อดิศักดิ์ นาถกรณกุล, สมชาติ โสภณรณฤทธิ์ การประชุมวิชาการสมาคมวิศวกรรมเกษตรแหงประเทศ ไทย ครั้งที่ 6, “วิศวกรรมเกษตรนําไทยสูครัวโลก”, 30-31 มีนาคม 2548, โรงแรมมิราเคิลแกรนด, กรุงเทพฯ, หนา 566-576 งานวิจัยนี้เปนการศึกษาถึงอิทธิพลของอุณหภูมิ ที่มีผลตอการอบแหงและคุณภาพของกระเทียมกลีบปอก เปลือกพันธุเชียงใหม โดยการอบแหงที่อุณหภูมิ 70 80 และ 90°C และความเร็วของอากาศรอน 1.7 m/s ความชื้นเริ่มตน และความชื้นสุดทายอยูในชวง 190- 210% d.b. และ 5-7% d.b. ตามลําดับ ผลการทดลอง พบวาการเปลี่ยแปลงของความชื้นของกระเทียมเปนแบบ อัตราการอบแหงลดลงแบงไดเปน 2 ชวง โดยทั้งสองชวง นี้จะถูกแบงดวยความชื้นวิกฤตและอธิบายการเปลี่ยน แปลงความชื้นของทั้งสองชวงดวยสมการการแพรของน้ํา ในเนื้อกระเทียม ซึ่งสัมประสิทธิ์การแพรของกระเทียมจะ มีคาเพิ่มขึ้นเมื ่ออุณหภูมิอบแหงสูงขึ้น นอกจากนี้ยังพบวา การอบแหงที่อุณหภูมิสูงทําใหการหดตัวนอยลง การ เปลี่ยนแปลงสีโดยรวมสูงขึ้น และอัตราการลดลงของ วิตามินซี น้ํามันหอมระเหย และ Pyruvic acid เร็วกวา การอบแหงที่อุณหภูมิต่ํา NC-013 ผลของการอบแหงตอสมบัติของขาวกึ่ง สําเร็จรูป ชัยยงค เตชะไพโรจน, สมเกียรติ ปรัชญาวรากร, พัชรี ตั้งตระกูล, พยุงศักดิ์ ทาไมสุข, สมชาติ โสภณรณฤทธิ์ การประชุมวิชาการสมาคมวิศวกรรมเกษตรแหงประเทศ ไทย ครั้งที่ 6 “วิศวกรรมเกษตรนําไทยสูครัวโลก”, 30-31 มีนาคม 2548, โรงแรมมิราเคิลแกรนด, กรุงเทพฯ, หนา 491-498 ขาวกึ่งสําเร็จรูปเริ่มเปนที่นิยม เนื่องจากความ สะดวกรวดเร็วในการเตรียม วิธีการอบแหงอาจมีผลตอ คุณภาพของขาวกึ่งสําเร็จรูปที่ผลิต ดังนั้นงานวิจัยนี้มี วัตถุประสงคเพื่อศึกษาผลของการอบแหงขาวสุกตอการ หดตัว การเปลี่ยนแปลงสี การคืนรูปและสมบัติเนื้อสัมผัส ของขาวกึ่งสําเร็จรูป โดยเปรียบเทียบเครื่องอบแหงแบบ ปมความรอนและอากาศรอน โดยสภาวะที่ใชในการศึกษา National Conference

214 ไดแก อุณหภูมิของอากาศรอนเทากับ 50 60 และ 70 องศาเซลเซียส ความชื้นเริ่มตนและสุดทายของขาวสุกอยู ในชวง 198-219% d.b. และ 6-8% d.b. ผลการ ทดลองพบวา การหดตัวของขาวสุกในระบบที่ใชอากาศ รอนเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิในการอบแหงสูงขึ้น ในขณะที่ ระบบแบบปมความรอน อุณหภูมิไมมีผลตอการหดตัว ของขาวสุก จากการวัดคาสีหลังจากการอบแหงพบวา มี ความสัมพันธกับอุณหภูมิการอบแหง โดยคา L มีคาลดลง คา b มีคาเพิ่มขึ้น เมื่ออุณหภูมิการอบแหงเพิ่มขึ้น โดย พบวาการอบแหงดวยปมความรอนใหผลิตภัณฑมีสีเหลือง (คา b) นอยกวาการอบแหงดวยอากาศรอน ในขณะที่การ คืนตัวไมขึ้นกับอุณหภูมิการอบแหง โดยมีลักษณะ คลายคลึงกันทั้งสองระบบ สําหรับเนื้อสัมผัสผลิตภัณฑคืน รูปที่ผานการอบแหงทั้งสองระบบมีลักษณะใกลเคียงกัน อยางไรก็ตามการอบแหงดวยปมความรอนทําให ผลิตภัณฑมีคาความแข็ง (Hardness) และความเหนียว (Stickiness) มีคาลดลงอยางมีนัยสําคัญ (p0.05) NC-014 การบําบัดแอมโมเนียในน้ําทิ้งจากบอเลี้ยง กุงโดยใชสาหรายเซลลเดียว ปยะบุตร วานิชพงษพันธุ, วิวัฒน เรืองเลิศปญญากุล การประชุมวิชาการสาหรายและแพลงกตอนแหงชาติ ครั้งที่ 2, 23-25 มีนาคม 2548, โรงแรมฮอลิเดย การเดน, จ.เชียงใหม, หนา OP2-20 อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุงในประเทศไทย จัดเปน อุตสาหกรรมหลักอุตสาหกรรมหนึ่งซึ่งกําลังขยายตัวและ ทํารายไดเขาสูประเทศปละหลายหมื่นลานบาท แตปญหา หนึ่งในการเลี้ยงกุงในปจจุบัน คือการเนาเสียของน้ําในบอ เลี้ยงจากการยอยสลายของอาหารกุงที่เหลือ และจากการ ขับถายของกุง ทําใหเกิดสารประกอบไนโตรเจนในรูป แอมโมเนีย ไนไตรท และไนเตรท ดังนั้นจึงตองมีการ เปลี่ยนถายน้ําทิ้ง กอใหเกิดปญหาสิ่งแวดลอมตามมา เนื่องจากตองปลอยน้ําทิ้งออกสูธรรมชาติ งานวิจัยนี้มุงเนนไปที่การพัฒนาระบบบําบัดน้ํา เสียในบอเลี้ยงกุง โดยเพิ่มหนวยบําบัดเขาไปในบอเพื่อให สามารถทําการบําบัดขณะเลี้ยงได โดยการนําคลอเรลลา KMUTT Annual Research Abstracts 2005 ซึ่งเปนสาหรายเซลลเดียวที่พบไดทั่วไปในบอเลี้ยงกุงมาใช ในการบําบัดสารประกอบไนโตรเจนในน้ํา งานวิจัยนี้จะ ศึกษาอัตราสวนของปริมาตรสวนรับแสงตอสวนที่ไมไดรับ แสง และระยะเวลาในการรับแสง ที่ใหประสิทธิภาพการ บําบัดสูงสุด โดยทําการศึกษาการบําบัดในบอทดลอง 2 ขนาด คือ 40 ลิตร และ 200 ลิตร ผลการศึกษาพบวาอัตราจําเพาะของการใช แอมโมเนีย มีคาสูงขึ้นเมื่อเพิ่มอัตราสวนของปริมาตรสวน รับแสงตอสวนที่ไมไดรับแสงสูงขึ้น แตจะลดลงเมื่อ อัตราสวนของปริมาตรสวนรับแสงมีคาสูงเกินไป คาอัตรา การใชแอมโมเนียจําเพาะที่สูงสุดในการทดลองขนาด 40 ลิตร และ 200 ลิตร มีคาเทากับ 0.68 และ 0.98 mg- N/mg-Chl.a/h ตามลําดับ ระยะเวลาการรับแสงและ อัตราสวนของปริมาตรสวนรับแสง ที่ใหประสิทธิภาพการ บําบัดสูงสุดในการทดลองขนาด 200 ลิตรคือ 5 นาที และ 1:3 ตามลําดับ แตเมื่อใช photobioreactor ขนาด 40 ลิตร ซึ่งสวนที่ไดรับแสงมีความลึกต่ํากวา พบวา ระยะเวลาการรับแสงและอัตราสวนของปริมาตรสวนรับ แสงที่นอยกวาสามารถใหประสิทธิภาพการบําบัดที่ดี เทียบเทากับในการทดลองขนาด 200 ลิตร ดังนั้นการ กวนผสมและการบังซอนกัน เปนปจจัยที่สําคัญในการ บําบัดดวยวิธีนี้ NC-015 การออกแบบเรือเพื่อใชกับระบบขับเคลื่อน แบบโบกกลับไปกลับมาเบื้องตน สโรช ไทรเมฆ, ขัตติยะ แถวไทสง, นิรุตติ์ วงศสถาน, นพทวี ชูชาญชัย, พิพัฒน เลิศพิริยสุวัฒน, นิรุตต ศรีเกษม, นัฎดนัย นิ่มนวล, สุกิต วรวัฒนญานนท การประชุมวิชาการเครือขายวิศวกรรมเครื่องกลแหง ประเทศไทยครั้งที่ 19, 19-21 ตุลาคม 2548, โรงแรมเดอะรอยัลพาราไดซ, จ.ภูเก็ต, หนา 621 ถึง 625 ประสิทธิภาพของใบพัดที่สูงกวาใบจักรสงผลให เกิดแนวความคิดในการออกแบบระบบขับเคลื่อนและเรือ ใหเหมาะสมกับระบบขับเคลื่อนแบบโบกกลับไปกลับมา เนื่องจากระบบขับเคลื่อนดังกลาวเปนการออกแบบโดย อาศัยการเคลื่อนที่เลียนแบบการเคลื่อนที่ของปลาเปน หลัก ดังนั้นจึงเกิดความไมสมดุลของแรงและโมเมนต เกือบทุกแนวแกน ในอดีตการใชเรือขนาดเล็กที่มีใชกันอยู National Conference

  • Page 2:

    ISBN 974-456-652-3

  • Page 6:

    CONTENTS Page Preface International

  • Page 10 and 11:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 12 and 13:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 14 and 15:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 16 and 17:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 18 and 19:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 20 and 21:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 22 and 23:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 24 and 25:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 26 and 27:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 28 and 29:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 30 and 31:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 32 and 33:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 34 and 35:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 36 and 37:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 38 and 39:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 40 and 41:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 42 and 43:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 44 and 45:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 46 and 47:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 48 and 49:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 50 and 51:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 52 and 53:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 54 and 55:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 56 and 57:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 58:

    National Journals

  • Page 61 and 62:

    54 นอยกวาแบบต

  • Page 63 and 64:

    56 (Least Square Matching Method)

  • Page 65 and 66:

    58 อุณหภูมิ 30 แ

  • Page 67 and 68:

    60 สเปกตรัม จา

  • Page 69 and 70:

    62 ขอมูลดานทร

  • Page 71 and 72:

    64 22.8 มาตรฐานเป

  • Page 73 and 74:

    66 2545 NJ-033 EFFECTS OF ELEVATED

  • Page 75 and 76:

    68 เปลือกที่ม

  • Page 77 and 78:

    70 ของการดูดซ

  • Page 79 and 80:

    72 การสกัดดวย

  • Page 81 and 82:

    74 collection of authentic texts th

  • Page 83 and 84:

    76 รอยละ 32 มีสา

  • Page 86 and 87:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 88 and 89:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 90 and 91:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 92 and 93:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 94 and 95:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 96 and 97:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 98 and 99:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 100 and 101:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 102 and 103:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 104 and 105:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 106 and 107:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 108 and 109:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 110 and 111:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 112 and 113:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 114 and 115:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 116 and 117:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 118 and 119:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 120 and 121:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 122 and 123:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 124 and 125:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 126 and 127:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 128 and 129:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 130 and 131:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 132 and 133:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 134 and 135:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 136 and 137:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 138 and 139:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 140 and 141:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 142 and 143:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 144 and 145:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 146 and 147:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 148 and 149:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 150 and 151:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 152 and 153:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 154 and 155:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 156 and 157:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 158 and 159:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 160 and 161:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 162 and 163:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 164 and 165:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 166 and 167:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 168 and 169:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 170 and 171: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 172 and 173: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 174 and 175: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 176 and 177: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 178 and 179: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 180 and 181: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 182 and 183: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 184 and 185: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 186 and 187: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 188 and 189: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 190 and 191: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 192 and 193: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 194 and 195: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 196 and 197: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 198 and 199: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 200 and 201: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 202 and 203: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 204 and 205: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 206 and 207: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 208 and 209: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 210 and 211: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 212 and 213: KMUTT Annual Research Abstracts 200
  • Page 214: National Conferences
  • Page 217 and 218: 210 จอมเทียนปา
  • Page 219: 212 การสกัดสาร
  • Page 223 and 224: 216 โดยกลไกของ
  • Page 225 and 226: 218 เคลือบเมื่
  • Page 227 and 228: 220 สําเริง จัก
  • Page 229 and 230: 222 ลดเวลาตลอด
  • Page 231 and 232: 224 อุณหภูมิสู
  • Page 233 and 234: 226 NC-043 การวิเคร
  • Page 235 and 236: 228 เกิดพฤติกร
  • Page 237 and 238: 230 เดียว เพื่อ
  • Page 239 and 240: 232 มากนอยเพีย
  • Page 241 and 242: 234 หลักที่พบใ
  • Page 243 and 244: 236 NC-073 การออกแบ
  • Page 245 and 246: 238 บทความนี้น
  • Page 247 and 248: 240 นําเอาเวคเ
  • Page 249 and 250: 242 งานวิจัยนี
  • Page 251 and 252: 244 การอบแหงลด
  • Page 253 and 254: 246 แยกเฟสต่ํา
  • Page 255 and 256: 248 กลบ โดยเปรี
  • Page 257 and 258: 250 นํามาใช คือ
  • Page 259 and 260: 252 วิเคราะหหา
  • Page 261 and 262: 254 NC-123 การวิเคร
  • Page 263 and 264: 256 NC-129 เครื่องผ
  • Page 265 and 266: 258 สามารถขยาย
  • Page 267 and 268: 260 ครั้งที่ 43, 1-
  • Page 269 and 270: 262 calculated with the use of the
  • Page 271 and 272:

    264 Version 1.3.1 และ Softwar

  • Page 273 and 274:

    266 ขนไกได จากก

  • Page 275 and 276:

    268 โครงสรางขอ

  • Page 277 and 278:

    270 การปลูกพืช

  • Page 279 and 280:

    272 ระดับพึงพอ

  • Page 281 and 282:

    274 ของแกสโซฮอ

  • Page 283 and 284:

    276 1) สภาพทั่วไ

  • Page 285 and 286:

    278 อนุปริญญา แ

  • Page 287 and 288:

    280 อาชีวศึกษา

  • Page 289 and 290:

    282 กระทบตอคุณ

  • Page 291 and 292:

    284 ตั้งกลไกแข

  • Page 293 and 294:

    286 นุชจรินทร เ

  • Page 295 and 296:

    288 โดยรวมผูบร

  • Page 297 and 298:

    290 แนนกระแสไฟ

  • Page 299 and 300:

    292 NC-222 ผลงานตีพ

  • Page 301 and 302:

    294 NC-227 เตาเผาไห

  • Page 303 and 304:

    296 จําเพาะรวม

  • Page 305 and 306:

    298 NC-238 จลนพลศาส

  • Page 307 and 308:

    300 ทนงเกียรติ

  • Page 309 and 310:

    302 ดีเซลนั้นม

  • Page 311 and 312:

    304 NC-254 การใชเทค

  • Page 313 and 314:

    306 อาคารศูนยก

  • Page 315 and 316:

    308 กระบวนการร

  • Page 317 and 318:

    310 บรรยากาศขอ

  • Page 319 and 320:

    312 metal ions on 2-AP biosyntheis

  • Page 321 and 322:

    314 total clones while the ethanol

  • Page 323 and 324:

    316 การประชุมท

  • Page 325 and 326:

    318 BioThailand (The 16 th Annual M

  • Page 327 and 328:

    320 สูงที่สุดพ

  • Page 329 and 330:

    322 นัยสําคัญท

  • Page 331 and 332:

    324 ความเขมขนร

  • Page 333 and 334:

    326 ปลูกแบบพรา

  • Page 335 and 336:

    328 นี้ทําใหทร

  • Page 337 and 338:

    330 ดุลชาติ มาน

  • Page 339 and 340:

    332 ไมโครเมตร ส

  • Page 341 and 342:

    334 In this study, we collected seq

  • Page 343 and 344:

    336 กนกรัตน นาค

  • Page 345 and 346:

    338 การพัฒนาสื

  • Page 347 and 348:

    340 one of the causes of difficulty

  • Page 349 and 350:

    342 ทวีรัตน วิจ

  • Page 351 and 352:

    344 program, Cytoscape. This model

  • Page 353 and 354:

    346 production demand. Nevertheless

  • Page 355 and 356:

    348 อุลตราไวโอ

  • Page 357 and 358:

    350 นี้อยูในชว

  • Page 359 and 360:

    352 เพื่อนําสว

  • Page 361 and 362:

    354 trichloroacetic acid (TCA) ม

  • Page 363 and 364:

    356 ทรัพยากรที

  • Page 365 and 366:

    358 ในประเทศสห

  • Page 367 and 368:

    360 8-9 ธันวาคม 2548,

  • Page 369 and 370:

    362 ซึ่งเกิดขอ

  • Page 371 and 372:

    364 NC-391 การวิเคร

  • Page 373 and 374:

    366 การประชุมว

  • Page 375 and 376:

    368 2547) พบวามหาว

  • Page 377 and 378:

    370 กนกพร ลีลาเ

  • Page 380:

    Authors Index

  • Page 383 and 384:

    376 จงจิตร หิรั

  • Page 385 and 386:

    378 ธ ธนธร ทองส

  • Page 387 and 388:

    380 พยุงศักดิ์

  • Page 389 and 390:

    382 วรรณพ วิเศษ

  • Page 391 and 392:

    384 สุดารัตน จิ

  • Page 393 and 394:

    386 อุลาวัณย กุ

  • Page 395 and 396:

    388 138, 141, 142 Jarunya Narangaja

  • Page 397 and 398:

    390 Panida Kongsawadworakul 191 Pan

  • Page 399 and 400:

    392 Sorakrich Maneewan 124, 136 Sor

  • Page 401 and 402:

    394 KMUTT Annual Research Abstracts

  • Page 404 and 405:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 406 and 407:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 408 and 409:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 410 and 411:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 412 and 413:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 414 and 415:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 416 and 417:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 418 and 419:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 420 and 421:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 422 and 423:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 424 and 425:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 426 and 427:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 428 and 429:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 430 and 431:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 432 and 433:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 434 and 435:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 436 and 437:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 438 and 439:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 440 and 441:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 442 and 443:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 444 and 445:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 446 and 447:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 448:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 452:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

แผนการจัดการความรู้ - kmutt
preface - National Institute of Fuel-Cell Technology - West Virginia ...
Cover, Foreword, Preface, Acknowledgements, List of ... - IARC
Cover, Foreword, Preface, Acknowledgements, Content - iarc
Energy Efficiency in Industry in Thailand
The British essayists, with prefaces, biographical, historical, and critical
2007 Graduate Catalog and 2006 Annual R & D Report - Sirindhorn ...
Preface - FHWA Safety Program - U.S. Department of Transportation
The Interpretation Of Dreams Sigmund Freud (1900) PREFACE
Front Matter (Title Page, TOC, Preface and Forward) - Store
Preface to the Third Edition - Handbook of inter-rater reliability, 3rd ...
AU Abstracts 2008 - AU Journal - Assumption University of Thailand
Annual Report 2006 - Thai Beverage Public Company Limited
Abstracts of the Scientific Posters, 2013 AACC Annual Meeting ...
BIO-DATA Name: Somchart Soponronnarit (สมชาติ โสภณรณ ... - kmutt
CURRICULUM VITAE Name Mr. Somkiat Prachayawarakorn ... - kmutt
ประวัติ (CV) - kmutt
ตัวอยางจดหมายสมัครงาน - kmutt
คำแนะนำการเขียนคำขอสิทธิบัตร - kmutt
รายชื่อเล่มวิทยานิพนธ์ระดับบัณฑิตศึกษา - kmutt
ประกาศกองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโล - kmutt
อ่านรายละเอียดต่อ - kmutt
แบบสำรวจความพึงพอใจ การใช้บริการยานพาหนะ รับ - kmutt
Suranaree Journal of Science and Technology - kmutt