Views
3 years ago

Preface - kmutt

Preface - kmutt

KMUTT Annual Research

KMUTT Annual Research Abstracts 2005 สองต่ํากวาเนื้อหมูที่ผานการอบแหงชวงแรกดวยอากาศ รอน และพบวาเนื้อหมูที่ผานการอบแหงในชวงแรกดวย ไอน้ํารอนยวดยิ่งจะมีการหดตัวนอยกวา มีสีแดงเขมและ แข็งมากกวาเนื้อหมูที่ผานการอบแหงดวยอากาศรอน และ เมื่อความชื้นสุดทายของการอบแหงในชวงแรกเพิ่มขึ้นจะ ทําใหการหดตัวและคาความแดงนอยลง ในขณะที่คา ความแข็งจะมากขึ้น NC-241 แบบจําลองทางคณิตศาสตรของโรงเรือน พืช อุษาวดี ตันติวรานุรักษ, ศิริชัย เทพา, สุวิทย เตีย การสัมมนาวิชาการกลุมวิจัยระบบพลังงานสะอาด ครั้งที่ 3, 2-3 กรกฎาคม 2548, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกลาธนบุรี, กรุงเทพฯ, หนา 53-54 บทความนี้กลาวถึงแบบจําลองทางคณิตศาสตร เพื่อใชในการทํานายอุณหภูมิอากาศภายในและอุณหภูมิ ดินที่มีแกลบคลุมดินในตัวกลางเพาะปลูกภายในโรงเรือน พืชหลังคาเรียบทําดวยพลาสติกพอลิเอทิลินและผนัง ดานขางทําดวยตาขายไนลอนสีขาวที่ปรับพื้นที่ชองเปด ดานบนและดานขางได และเปรียบเทียบกับการทดลองที่ ภาควิชาฟสิกส คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยบูรพา ชลบุรี โดยในการศึกษานี้ไดทําการทดลองหาคาตัวแปรที่ สําคัญ ไดแก คาการสงผานของหลังคา และอัตราการ ระบายอากาศ ผลจากการเปรียบเทียบการจําลองและการ ทดลองพบวา แบบจําลองทางคณิตศาสตรมีความเหมาะ สมในการทํานายอุณหภูมิอากาศและอุณหภูมิดินที่มีแกลบ คลุมดินในตัวกลางเพาะปลูกภายในโรงเรือนพืชได NC-242 การศึกษาคาดัชนีการใชพลังงานจําเพาะใน อุตสาหกรรมประเภทโลหะ อมรรัตน แกวประดับ, พิชัย นามประกาย การประชุมวิชาการเครือขายพลังงานแหงประเทศไทย ครั้งที่ 1, 11-13 พฤษภาคม 2548, โรงแรมแอมบาส- เดอร ซิตี้ จอมเทียน, จ.ชลบุรี, หนา 293-298 คาดัชนีการใชพลังงานจําเพาะ (SEC) เปนคาที่ แสดงการใชพลังงานตอหนวยผลผลิต ดังนั้นคา SEC จึง สะทอนถึงประสิทธิภาพการใชพลังงาน และแสดงถึง ตนทุนทางดานพลังงานของโรงงานอุตสาหกรรม ใน 299 งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาวิเคราะหการใช พลังงาน นําเสนอแนวทางการประหยัดพลังงาน และ วิธีการหาคา SEC ในโรงงานอุตสาหกรรมประเภทโลหะ เนื่องจากเปนโรงงานที่มีการใชทั้งพลังงานไฟฟาและ พลังงานความรอน ทําใหสามารถนําไปใชเปนแนวทาง สําหรับโรงงานประเภทอื่นๆ ได จากผลการศึกษาพบวา ลักษณะการใชพลังงานภายในโรงงานประกอบดวย 2 สวนดวยกันคือ การใชพลังงานไฟฟาและการใชพลังงาน ความรอน จากผลการวิเคราะหการใชพลังงานในโรงงาน ดังกลาว จึงนําเสนอมาตรการประหยัดพลังงานทางดาน ไฟฟา ไดแก แนวทางการประหยัดพลังงานสําหรับเครื่อง อัดอากาศ การลดดาความตองการพลังงานไฟฟาสูงสุด การใชบัลลาสตขดลวดชนิดที่มีการสูญเสียต่ํา การบํารุง รักษาเครื่องปรับอากาศและการแกไขคาเพาเวอรแฟค เตอรในระบบไฟฟาและทางดานความรอน ไดแกแนวทาง การนําความรอนทิ้งกลับมาใชประโยชน ซึ่งจากการ ดําเนินการตามแนวทางดังกลาว ทําใหสามารถประหยัด พลังงานไฟฟาและน้ํามันเชื้อเพลิงได 17,976.50 kWh/ ป และ 923.74 ลิตร/ป ตามลําดับ คิดเปนเงิน 66,997 บาท/ป สําหรับการหาคา SEC ทั้งกอนและหลังมีการ ดําเนินการดานประหยัดพลังงานในงานวิจัยนี้สามารถหา ได 2 วิธี คือวิธีแรกหาจากปริมาณการใชพลังงานตอ ปริมาณวัตถุดิบ โดยคา SEC ในชวงกอนและหลัง ดําเนินการประหยัดพลังงานมีคาเฉลี่ย 38.97 GJ/ Ton อลูมิเนียม และ 31.61 GJ/Ton อลูมิเนียม ตามลําดับ และ วิธีที่สองหาจากการใชพลังงานตอน้ําหนักผลิตภัณฑใน กระบวนการผลิต พบวาในชวงหลังดําเนินการประหยัด พลังงาน SEC มีคาเฉลี่ย 44.70 GJ/Ton อลูมิเนียม ซึ่งจะ เห็นวามีคามากกวาคาที่หาไดจากวิธีแรกเนื่องจากวิธีที่สอง จะคิดคาการใชพลังงานตอน้ําหนักอลูมิเนียมของ ผลิตภัณฑซึ่งรวมถึงพลังงานที่ใชในการนําวัตถุดิบที่เหลือ ทิ้งมาหลอมอีกครั้ง ดังนั้นวิธีที่สองนี้นาจะเปนวิธีการหาคา SEC ที่ถูกตองมากกวาวิธีแรก NC-243 การศึกษาแบบจําลองทางคณิตศาสตรใน การเลือกคูของโลหะผสมในระบบทําความเย็นแบบ ดูดกลืนที่ใชเมทัลไฮไดรด-ไฮโดรเจน เปนคูสาร ทํางาน กิตติวัฒน ยิ้มแยม, จิรวรรณ เตียรถสุวรรณ, ปรีชา เติมสุขสวัสดิ์, วารุณี เตีย, National Conference

300 ทนงเกียรติ เกียรติศิริโรจน การประชุมวิชาการเรื่องการถายเทพลังงานความรอนและ มวลในอุปกรณดานความรอน ครั้งที่ 4, 4-5 กรกฎาคม 2548, โรงแรมโกลเดนทไพนรีสอรท, จ.เชียงราย, หนา 100-105 งานวิจัยวิจัยนี้เปนการศึกษาการใชแบบจําลอง ทางคณิตศาสตรของระบบทําความเย็นแบบดูดกลืนที่ใช เมทัลไฮไดรด - ไฮโดรเจน เปนคูสารทํางาน เพื่อใชใน การเลือกคูของโลหะผสมที่จะใชในระบบทําความเย็นที่มี ชวงอุณหภูมิทําความเย็น -30 ถึง -10 องศาเซลเซียส ชวงอุณหภูมิของแหลงจายความรอนที่จายใหกับระบบ ประมาณ 100 ถึง 120 องศาเซลเซียส และชวงอุณหภูมิ ปานกลางของระบบอยูในชวง 35 ถึง 55 องศาเซลเซียส ในงานวิจัยนี้จะพิจารณาถึงโลหะผสมตัวอยาง 5 คูดวยกัน คือ คูที่ 1. LaNi 4.83 Mn 0.17 - Ti 0.8 Zr 0.2 CrMn, คูที่ 2. LaNi 4.83 Mn 0.17 - Ti 1.2 CrMn, คูที่ 3. LaNi 4.75 Al 0.25 - Ti 1.2 CrMn, คูที่ 4 LaNi 5 - Ti 0.8 Zr 0.2 CrMn, คูที่ 5. LaNi 5 - Ti 1.2 CrMn จากผลการศึกษาพบวาอุณหภูมิทํา ความเย็นประมาณ -30 ถึง -10 องศาเซลเซียส โลหะ ผสมคูที่ 1 และคูที่ 4 ไมสามารถใชงานไดเพราะวา อุณหภูมิต่ําสุดของระบบที่คํานวณไดมีคาสูงกวาที่กําหนด ไว ถึงแมวาคา COP ของระบบจะมีคาสูงก็ตาม โลหะ ผสมคูที่ 2 และคูที่ 3 ตองการอุณหภูมิของแหลงจาย ความรอนสูงกวาที่กําหนด สวนโลหะผสมคูที่ 5 จากผล การคํานวณมีชวงอุณหภูมิทําความเย็นและชวงอุณหภูมิสูง ที่ระบบตองการเหมาะสมที่สุด NC-244 การเปรียบเทียบสมรรถนะปมความรอน รวมระบบผลิตน้ํารอนแสงอาทิตยที่ใช R-134a และ R-22 เปนสารทํางาน จารุวัฒน เจริญจิต, จิรวรรณ เตียรถสุวรรณ, นันทน ถาวรังกูร, วารุณี เตีย, ทนงเกียรติ เกียรติศิริโรจน การประชุมวิชาการเรื่องการถายเทพลังงานความรอนและ มวลในอุปกรณดานความรอน ครั้งที่ 4, 4-5 กรกฎาคม 2548, โรงแรมโกลเดนทไพนรีสอรท, จ.เชียงราย, หนา 75-82 งานวิจัยนี้ไดทําการศึกษาเปรียบเทียบสมรรถนะ ปมความรอนรวมระบบผลิตน้ํารอนแสงอาทิตย ที่ใช R- KMUTT Annual Research Abstracts 2005 134a และ R-22 เปนสารทํางาน โดยมีอุปกรณแลก เปลี่ยนความรอนแบบแผนทําหนาที่เปนคอนเดนเซอรใน ระบบปมความรอน ทํางานรวมกับถังสะสมพลังงาน ปริมาตร 100 ลิตร สําหรับผลิตน้ํารอนอุณหภูมิ 50- 55 o C ในรูปแบบตางๆ จากการทดสอบพบวาปมความ รอนสามารถถายเทความรอนที่คอนเดนเซอรได 1.0-1.9 kW สัมประสิทธิสมรรถนะของระบบที่ใช R-22 มี COP = 5.28-3.24 สูงกวาระบบที่ใช R-134a เปนสารทํางาน ที่มี COP = 4.52-3.12 แปรผันตามอัตราการระบาย ความรอนที่คอนเดนเซอร ในขณะที่ระบบที่ใชปมความ รอนทําหนาที่เปนแหลงความรอนเสริมในระบบทําน้ํารอน แสงอาทิตย มีประสิทธิภาพการทําน้ํารอนสูงสุดเทากับ (η system ) R-22 = 2.05 และ (η system ) R-134a = 1.97 และ อัตราสวนประสิทธิภาพทางพลังงาน (EER) ของระบบ ปมความรอนรวมระบบผลิตน้ํารอนแสงอาทิตยมีคาเทา กับ (EER) R-22 = 2.17 และ (EER) R-134a = 2.00 โดย อัตราการใชพลังงานของปมความรอนรวมระบบผลิตน้ํา รอนแสงอาทิตย มีคาประมาณ 1.37 kW ต่ํากวาระบบทํา น้ํารอนดวยฮีตเตอรไฟฟา ที่ใชพลังงานประมาณ 3.25 kW NC-245 แบบจําลองหลายมิติของการเผาไหม ภายในเครื่องยนตแบบฉีดโดยตรง ธิบดินทร แสงสวาง, จิรวรรณ เตียรถสุวรรณ, พิพัฒน พิชเยนทรโยธิน, ปรีดา วิบูลยสวัสดิ์ การประชุมวิชาการเรื่องการถายเทพลังงานความรอนและ มวลในอุปกรณดานความรอน ครั้งที่ 4, 4-5 กรกฎาคม 2548, โรงแรมโกลเดนทไพนรีสอรท, จ.เชียงราย, หนา 83-90 บทความนี้ เปนการศึกษาสิ่งที่เกิดขึ้นภายในหอง หองเผาไหม ของเครื่องยนตดีเซลแบบฉีดโดยตรง โดยใช แบบจําลองทางคณิตศาสตร คือโปรแกรม KIVA 3vrel 2 โดยจากการศึกษา พบวา อากาศเขาสูหองเผาไหม โดย ผานวาลว และมีความเร็วเพิ่มขึ้น เนื่องจากระยะหางของ บาวาลว และขอบวาลว เมื่อเคลื่อนที่เขาสูภายในกระบอก สูบ ทิศทางการเคลื่อนที่จะเปลี่ยนเปนการเคลื่อนที่แบบ หมุนวน และความเร็วในการหมุนมีมากขึ้น เมื่อลูกสูบ เคลื่อนที่ขึ้น เขาใกลตําแหนง Top Dead Center เมื่อ เชื้อเพลิง ถูกฉีดเขาสูหองเผาไหม เชื้อเพลิงจะคลุกเคลา National Conference

  • Page 2:

    ISBN 974-456-652-3

  • Page 6:

    CONTENTS Page Preface International

  • Page 10 and 11:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 12 and 13:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 14 and 15:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 16 and 17:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 18 and 19:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 20 and 21:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 22 and 23:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 24 and 25:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 26 and 27:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 28 and 29:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 30 and 31:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 32 and 33:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 34 and 35:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 36 and 37:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 38 and 39:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 40 and 41:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 42 and 43:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 44 and 45:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 46 and 47:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 48 and 49:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 50 and 51:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 52 and 53:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 54 and 55:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 56 and 57:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 58:

    National Journals

  • Page 61 and 62:

    54 นอยกวาแบบต

  • Page 63 and 64:

    56 (Least Square Matching Method)

  • Page 65 and 66:

    58 อุณหภูมิ 30 แ

  • Page 67 and 68:

    60 สเปกตรัม จา

  • Page 69 and 70:

    62 ขอมูลดานทร

  • Page 71 and 72:

    64 22.8 มาตรฐานเป

  • Page 73 and 74:

    66 2545 NJ-033 EFFECTS OF ELEVATED

  • Page 75 and 76:

    68 เปลือกที่ม

  • Page 77 and 78:

    70 ของการดูดซ

  • Page 79 and 80:

    72 การสกัดดวย

  • Page 81 and 82:

    74 collection of authentic texts th

  • Page 83 and 84:

    76 รอยละ 32 มีสา

  • Page 86 and 87:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 88 and 89:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 90 and 91:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 92 and 93:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 94 and 95:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 96 and 97:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 98 and 99:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 100 and 101:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 102 and 103:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 104 and 105:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 106 and 107:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 108 and 109:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 110 and 111:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 112 and 113:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 114 and 115:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 116 and 117:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 118 and 119:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 120 and 121:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 122 and 123:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 124 and 125:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 126 and 127:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 128 and 129:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 130 and 131:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 132 and 133:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 134 and 135:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 136 and 137:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 138 and 139:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 140 and 141:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 142 and 143:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 144 and 145:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 146 and 147:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 148 and 149:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 150 and 151:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 152 and 153:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 154 and 155:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 156 and 157:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 158 and 159:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 160 and 161:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 162 and 163:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 164 and 165:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 166 and 167:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 168 and 169:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 170 and 171:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 172 and 173:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 174 and 175:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 176 and 177:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 178 and 179:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 180 and 181:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 182 and 183:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 184 and 185:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 186 and 187:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 188 and 189:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 190 and 191:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 192 and 193:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 194 and 195:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 196 and 197:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 198 and 199:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 200 and 201:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 202 and 203:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 204 and 205:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 206 and 207:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 208 and 209:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 210 and 211:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 212 and 213:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 214:

    National Conferences

  • Page 217 and 218:

    210 จอมเทียนปา

  • Page 219 and 220:

    212 การสกัดสาร

  • Page 221 and 222:

    214 ไดแก อุณหภู

  • Page 223 and 224:

    216 โดยกลไกของ

  • Page 225 and 226:

    218 เคลือบเมื่

  • Page 227 and 228:

    220 สําเริง จัก

  • Page 229 and 230:

    222 ลดเวลาตลอด

  • Page 231 and 232:

    224 อุณหภูมิสู

  • Page 233 and 234:

    226 NC-043 การวิเคร

  • Page 235 and 236:

    228 เกิดพฤติกร

  • Page 237 and 238:

    230 เดียว เพื่อ

  • Page 239 and 240:

    232 มากนอยเพีย

  • Page 241 and 242:

    234 หลักที่พบใ

  • Page 243 and 244:

    236 NC-073 การออกแบ

  • Page 245 and 246:

    238 บทความนี้น

  • Page 247 and 248:

    240 นําเอาเวคเ

  • Page 249 and 250:

    242 งานวิจัยนี

  • Page 251 and 252:

    244 การอบแหงลด

  • Page 253 and 254:

    246 แยกเฟสต่ํา

  • Page 255 and 256: 248 กลบ โดยเปรี
  • Page 257 and 258: 250 นํามาใช คือ
  • Page 259 and 260: 252 วิเคราะหหา
  • Page 261 and 262: 254 NC-123 การวิเคร
  • Page 263 and 264: 256 NC-129 เครื่องผ
  • Page 265 and 266: 258 สามารถขยาย
  • Page 267 and 268: 260 ครั้งที่ 43, 1-
  • Page 269 and 270: 262 calculated with the use of the
  • Page 271 and 272: 264 Version 1.3.1 และ Softwar
  • Page 273 and 274: 266 ขนไกได จากก
  • Page 275 and 276: 268 โครงสรางขอ
  • Page 277 and 278: 270 การปลูกพืช
  • Page 279 and 280: 272 ระดับพึงพอ
  • Page 281 and 282: 274 ของแกสโซฮอ
  • Page 283 and 284: 276 1) สภาพทั่วไ
  • Page 285 and 286: 278 อนุปริญญา แ
  • Page 287 and 288: 280 อาชีวศึกษา
  • Page 289 and 290: 282 กระทบตอคุณ
  • Page 291 and 292: 284 ตั้งกลไกแข
  • Page 293 and 294: 286 นุชจรินทร เ
  • Page 295 and 296: 288 โดยรวมผูบร
  • Page 297 and 298: 290 แนนกระแสไฟ
  • Page 299 and 300: 292 NC-222 ผลงานตีพ
  • Page 301 and 302: 294 NC-227 เตาเผาไห
  • Page 303 and 304: 296 จําเพาะรวม
  • Page 305: 298 NC-238 จลนพลศาส
  • Page 309 and 310: 302 ดีเซลนั้นม
  • Page 311 and 312: 304 NC-254 การใชเทค
  • Page 313 and 314: 306 อาคารศูนยก
  • Page 315 and 316: 308 กระบวนการร
  • Page 317 and 318: 310 บรรยากาศขอ
  • Page 319 and 320: 312 metal ions on 2-AP biosyntheis
  • Page 321 and 322: 314 total clones while the ethanol
  • Page 323 and 324: 316 การประชุมท
  • Page 325 and 326: 318 BioThailand (The 16 th Annual M
  • Page 327 and 328: 320 สูงที่สุดพ
  • Page 329 and 330: 322 นัยสําคัญท
  • Page 331 and 332: 324 ความเขมขนร
  • Page 333 and 334: 326 ปลูกแบบพรา
  • Page 335 and 336: 328 นี้ทําใหทร
  • Page 337 and 338: 330 ดุลชาติ มาน
  • Page 339 and 340: 332 ไมโครเมตร ส
  • Page 341 and 342: 334 In this study, we collected seq
  • Page 343 and 344: 336 กนกรัตน นาค
  • Page 345 and 346: 338 การพัฒนาสื
  • Page 347 and 348: 340 one of the causes of difficulty
  • Page 349 and 350: 342 ทวีรัตน วิจ
  • Page 351 and 352: 344 program, Cytoscape. This model
  • Page 353 and 354: 346 production demand. Nevertheless
  • Page 355 and 356: 348 อุลตราไวโอ
  • Page 357 and 358:

    350 นี้อยูในชว

  • Page 359 and 360:

    352 เพื่อนําสว

  • Page 361 and 362:

    354 trichloroacetic acid (TCA) ม

  • Page 363 and 364:

    356 ทรัพยากรที

  • Page 365 and 366:

    358 ในประเทศสห

  • Page 367 and 368:

    360 8-9 ธันวาคม 2548,

  • Page 369 and 370:

    362 ซึ่งเกิดขอ

  • Page 371 and 372:

    364 NC-391 การวิเคร

  • Page 373 and 374:

    366 การประชุมว

  • Page 375 and 376:

    368 2547) พบวามหาว

  • Page 377 and 378:

    370 กนกพร ลีลาเ

  • Page 380:

    Authors Index

  • Page 383 and 384:

    376 จงจิตร หิรั

  • Page 385 and 386:

    378 ธ ธนธร ทองส

  • Page 387 and 388:

    380 พยุงศักดิ์

  • Page 389 and 390:

    382 วรรณพ วิเศษ

  • Page 391 and 392:

    384 สุดารัตน จิ

  • Page 393 and 394:

    386 อุลาวัณย กุ

  • Page 395 and 396:

    388 138, 141, 142 Jarunya Narangaja

  • Page 397 and 398:

    390 Panida Kongsawadworakul 191 Pan

  • Page 399 and 400:

    392 Sorakrich Maneewan 124, 136 Sor

  • Page 401 and 402:

    394 KMUTT Annual Research Abstracts

  • Page 404 and 405:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 406 and 407:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 408 and 409:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 410 and 411:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 412 and 413:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 414 and 415:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 416 and 417:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 418 and 419:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 420 and 421:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 422 and 423:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 424 and 425:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 426 and 427:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 428 and 429:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 430 and 431:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 432 and 433:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 434 and 435:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 436 and 437:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 438 and 439:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 440 and 441:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 442 and 443:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 444 and 445:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 446 and 447:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 448:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 452:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

แผนการจัดการความรู้ - kmutt
The British essayists, with prefaces, biographical, historical, and critical
Front Matter (Title Page, TOC, Preface and Forward) - Store
Cover, Foreword, Preface, Acknowledgements, List of ... - IARC
AU Abstracts 2008 - AU Journal - Assumption University of Thailand
Cover, Foreword, Preface, Acknowledgements, Content - iarc
The Interpretation Of Dreams Sigmund Freud (1900) PREFACE
Preface to the Third Edition - Handbook of inter-rater reliability, 3rd ...
Preface - FHWA Safety Program - U.S. Department of Transportation
preface - National Institute of Fuel-Cell Technology - West Virginia ...
Abstracts of the Scientific Posters, 2013 AACC Annual Meeting ...
Annual Report 2006 - Thai Beverage Public Company Limited
Energy Efficiency in Industry in Thailand
2007 Graduate Catalog and 2006 Annual R & D Report - Sirindhorn ...
BIO-DATA Name: Somchart Soponronnarit (สมชาติ โสภณรณ ... - kmutt
CURRICULUM VITAE Name Mr. Somkiat Prachayawarakorn ... - kmutt
ตัวอยางจดหมายสมัครงาน - kmutt
คำแนะนำการเขียนคำขอสิทธิบัตร - kmutt
ประวัติ (CV) - kmutt
Suranaree Journal of Science and Technology - kmutt
Download Oral presentation program - kmutt
แบบสำรวจความพึงพอใจ การใช้บริการยานพาหนะ รับ - kmutt
รายวิชาตามหลักสูตร - kmutt
รายชื่อเล่มวิทยานิพนธ์ระดับบัณฑิตศึกษา - kmutt