Views
3 years ago

Preface - kmutt

Preface - kmutt

KMUTT Annual Research

KMUTT Annual Research Abstracts 2005 สายโซเฉลี่ย (degree of polymerization) 40-46 และ 11-13 และพบกลุมที่ 3 แตไมชัดเจนที่ความยาว สายโซเฉลี่ย 17-19 ความยาวเฉลี่ยของสายโซทั้งหมดคือ 17-20 นอกจากนี้ยังพบสายโซยอยที่มีความยาวกวาปกติ อยูถึง 0.24-1.78% เมื่อนําแปงจากมันสําปะหลัง 4 สาย พันธุซึ่งเปนตัวแทนของกลุมที่มีเนื้อสัมผัสแบบตางๆ มา แยกสวนเปนอะมิโลสและอะมิโลเพคตินบริสุทธิ์และนํามา ศึกษาโครงสรางโดยละเอียดพบวา อะมิโลเพคติน ของ พันธุ M-hanatee (พันธุพื้นเมือง) มีขนาดโมเลกุล เล็กกวาสายพันธุอื่นๆ 2.5-2.9 เทา อะมิโลสของทุกสาย พันธุ ยกเวน M-hanatee มีขนาดโมเลกุลเฉลี่ย 4,120- 4,390 ความยาวเฉลี่ยของสายยอย 530-550 จํานวน สายโซเฉลี่ยตอโมเลกุล 7.1-7.5 และมีปริมาณของ โมเลกุลที่เปนเสนตรงและที่มีกิ่งในสัดสวนที่ใกลเคียงกัน สําหรับอะมิโลสของสายพันธุ M-hanatee มีลักษณะ เฉพาะที่แตกตางจากสายพันธุอื่นคือ มีขนาดโมเลกุลเล็ก (2,050) ความยาวเฉลี่ยของสายสั้น (450) จํานวนสาย โซเฉลี่ยตอโมเลกุลนอย (4.7) และประกอบไปดวย โมเลกุลที่เปนเสนตรง (58%) มากกวา ความคลายคลึง กันของโครงสรางอะมิโลสและอะมิโลเพคตินของแปงจาก ทุกสายพันธุ รวมถึงผลการศึกษาสมบัติทางองคประกอบ ทางเคมี ลักษณะโครงรางผลึกและพฤติกรรมความหนืด ของแปงสุกซึ่งพบวาไมแตกตางกัน ทําใหสามารถสรุปได วาความแตกตางของลักษณะเนื้อสัมผัสของหัวมันตมสุก ไมไดเกี่ยวของกับสมบัติของแปง NC-292 การผลิตกรดแลกติกจากไฮโดรไลเซทของ กระดาษหนังสือพิมพโดยแบคทีเรีย Enterococcus faecium SU-1 ที่คัดแยกไดจากตนขาวโพดหมัก ญาณิกา วัชรเทวินทรกุล, จุรีรัตน พุดตาลเล็ก, วิไล รังสาดทอง, ดุษฎี อุตภาพ การประชุมวิชาการวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหง ประเทศไทย ครั้งที่ 31, 18-20 ตุลาคม 2548, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, จ.นครราชสีมา, หนา 95-96 งานวิจัยนี้ศึกษาการผลิตกรดแลกติกจาก ไฮโดรไลเซทที่ไดจากการยอยกระดาษหนังสือพิมพดวย กรดซัลฟูริกในฟลาสกเขยาโดยแบคทีเรีย SU-1 ที่คัด แยกไดจากตัวอยางตน ขาวโพดหมัก พบวา ที่ pH เริ่มตน 319 7 อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส และความเร็วรอบในการ เขยา 150 รอบตอนาที เมื่อใชความเขมขนของไฮโดรไล เซท 60 และ 80% โดยปริมาตร (หรือคิดเปนความเขม ขนของน้ําตาลทั้งหมดเทากับ 15 และ 20 กรัม/ลิตร) ได ผลผลิต (yield, Yp/s) ของกรดแลกติกเทากับ 0.42 และ 0.33 กรัม/กรัมของน้ําตาลทั้งหมดที่ใชไป ตาม ลําดับ สวนในอาหารเหลวที่มีไฮโดรไลเซท 40% ได Yp/s ของกรดแลกติกเพียง 0.03 กรัม/กรัมของน้ําตาลทั้งหมด ที่ใชไป และที่ความเขมขนของไฮโดรไลเซท 100% แบคทีเรียมีการเจริญเติบโตนอยมาก การศึกษาผลของ pH เริ่มตนตอการผลิตกรดแลกติกพบวาในอาหารที่มี ความเขมขนของไฮโดรไลเซท 60% ในสภาวะที่เปนกลาง (pH 7) แบคทีเรีย SU-1 สามารถผลิตกรดแลกติกได ดีกวาในสภาวะที่เปนกรด (pH 5) โดยได Yp/s เทากับ 0.42 และ 0.38 ตามลําดับ การเพิ่มความเร็วรอบในการ เขยาทําใหคา Yp/s ของกรดแลกติกสูงขึ้น โดยพบวาเมื่อ เพิ่มความเร็วรอบในการเขยาจาก 50 เปน 100 และ 150 รอบตอนาที ทําให Yp/s เพิ่มขึ้นจาก 0.13 เปน 0.22 และ 0.42 ตามลําดับ แตเมื่อเพิ่มความเร็วรอบในการ เขยาเปน 200 รอบตอนาที Yp/s มีคาลดลงเปน 0.25 ผลการระบุสายพันธุของแบคทีเรีย SU-1 โดยวิธี 16S Ribosomal DNA พบวาลําดับนิวคลีโอไทดในชวง ตําแหนงที่ 13–605 และ 936–1401 bp มีความ เหมือนกับลําดับนิวคลีโอไทดของแบคทีเรียกรดแลกติก Enterococcus faecium ถึง 95 และ 98% ตามลําดับ NC-293 การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการสกัด เอนไซมไลเปสจากกากรําขาวที่สกัดน้ํามันแลว นฤมล จียโชค, วุฒิ ดํารงศักดิ์, คณิต กฤษณังกูร การประชุมวิชาการวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหง ประเทศไทย ครั้งที่ 31, 18-20 ตุลาคม 2548, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, จ.นครราชสีมา, หนา 72-73 รําขาวเปนผลพลอยไดทางการเกษตรที่สําคัญ และมีเอนไซมไลเปสอยูมาก งานวิจัยนี้จึงศึกษาสภาวะที่ เหมาะสมในการสกัดและศักยภาพของเอนไซมไลเปสใน รําขาวที่สกัดน้ํามันแลว เพื่อนําไปประยุกตใชใน อุตสาหกรรม จากการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการ สกัดเอนไซมไลเปสเพื่อใหไดกิจกรรมของเอนไซมไลเปส National Conference

320 สูงที่สุดพบวาพีเอชและเวลาที่เหมาะสมในการสกัดเอน ไซมไลเปสคือ pH 5.5 ในระยะเวลา 3 ชั่วโมงที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส ซึ่งใหกิจกรรมจําเพาะสูงที่สุด (2.19 ยู นิต) NC-294 พลังงานอิสระของการดูดซับของสารนอร มัลแอลเคนบนคอลัมนแกสโซลิดแคพิลลารีคอลัมน ภัทราภรณ แกวกูล, คณิต กฤษณังกูร การประชุมวิชาการวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหง ประเทศไทย ครั้งที่ 31, 18-20 ตุลาคม 2548, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, จ.นครราชสีมา, หนา 139-140 แกสโซลิดโครมาโตกราฟไดรับความนิยมในการ แยกแกสอนินทรียและสารอินทรียที่มีขนาดโมเลกุลเล็กๆ สําหรับอินทรียที่มีโมเลกุลขนาดใหญ พลังงานอิสระของ การดูดซับมีคาสูงมาก ดังนั้นสารอินทรียเหลานี้ตองใช อุณหภูมิสูงในการชะออกจากคอลัมน จากการวิเคราะห พลังงานอิสระของการดูดซับของหมูเมทิลีนของสารนอร มัลแอลเคนทําใหสามารถแกไขปญหาการชะสารออกมาชา มากๆ ดวยการตัดคอลัมนแกสโซลิดจาก 30 เมตร ลง เหลือเพียง 2 เมตร หรือสั้นกวา ผลของการศึกษานี้ทําให คาดคะเนไดวา พลังงานอิสระของการดูดซับนาจะใชเปน เครื่องมือในการพัฒนาคอลัมนชนิดใหมในการแยกสาร NC-295 ความสัมพันธเชิงเสนระหวางความรอน ของการเผาไหมและความรอนของการละลายของ กรดไขมันเมทิลเอสเทอร กรดไขมันแอลกอฮอล และนอรมัลพาราฟน อนรรฆอร ศรีไสยเพชร, นฤมล จียโชค, กรณกนก อายุสุข, คณิต กฤษณังกูร การประชุมวิชาการวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหง ประเทศไทย ครั้งที่ 31, 18-20 ตุลาคม 2548, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, จ.นครราชสีมา, หนา 139 เปนที่ทราบกันวาความรอนของการละลายของ กรดไขมันเมทิลเอสเทอร กรดไขมันแอลกอฮอล และนอร มัลพาราฟน มีความสัมพันธเชิงเสนกับจํานวนคารบอนใน KMUTT Annual Research Abstracts 2005 โมเลกุล เชนเดียวกับความสัมพันธระหวางความรอนของ การเผาไหมของกรดไขมันเมทิลเอสเทอรกับน้ําหนักโมเล กุล อาศัยหลักตรรกศาสตรอยางงายแสดงใหเห็นวาความ รอนของการละลายของกรดไขมันเมทิลเอสเทอรมีความ สัมพันธเชิงเสนกับความรอนของการเผาไหม ซึ่งความ สัมพันธนี้ไดขยายรวมไปถึงสารในกลุมกรดไขมันแอลกอ ฮอลและนอรมัลพาราฟน โดยคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ (R 2 ) ของสารอนุกรมทั้งสามกลุมมีคามากกวา 0.99 NC-296 ผลของพีเอช ชนิดกรดและระยะเวลาใน การแชขาวเปลือกตอการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของ ขาวนึ่งพันธุสุพรรณบุรี 1 สาคร นันทะวิชัย, ณัฏฐา เลาหกุลจิตต, ทรงศิลป พจนชนะชัย, อรพิน เกิดชูชื่น การประชุมวิชาการวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหง ประเทศไทย ครั้งที่ 31, 18-20 ตุลาคม 2548, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, จ.นครราชสีมา, หนา 275 การศึกษาผลของพีเอช ชนิดกรด และระยะเวลา ในการแชขาวเปลือกตอการเปลี่ยนแปลงคุณภาพทางกาย ภาพและเคมีของขาวนึ่งพันธุสุพรรณบุรี 1 โดยใชกรด 3 ชนิดคือ กรดอะซีติก กรดแอสคอรบิก และกรดเกลือ เพื่อ ปรับคาพีเอชของน้ําใหเปน 3, 4 และ 5 และเวลาในการ แชนาน 3, 4 และ 5 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 65°C และนึ่งที่ ความดัน 5 ปอนดตอตารางนิ้ว เปนเวลา 5 นาที ผลการ ศึกษาพบวาการใชกรดอะซีติก ในการปรับพีเอชใหเปน 4 แชขาวเปลือกนาน 4 ชั่วโมง ทําใหขาวนึ่งมีคุณภาพทาง กายภาพคือคา head yield และคาความขาว (white ness) สูงกวาชุดการทดลองอื่นๆ สําหรับการเกิดสีเหลือง (b value) และปริมาณน้ําตาลรีดิวซมีคาใกลเคียงกับการ แชขาวเปลือกในน้ํา (control) แตต่ํากวาการปรับพีเอช ดวยกรดชนิดอื่น แตอยางไรก็ตามเมื่อระยะเวลาในการแช ขาวเปลือกนานขึ้น คาสีเหลืองและปริมาณน้ําตาลรีดิวซจะ เพิ่มขึ้น สวนคุณสมบัติทางเคมีอื่นๆ ของขาวนึ่ง ไดแก ปริมาณโปรตีน ปริมาณอะมัยโลสไมแตกตางกันทุกชุดการ ทดลอง NC-297 องคประกอบของน้ํามันหอมระเหยจาก กระวาน อบเชย และขิงโดยใชวิธีการสกัด 2 วิธี National Conference

  • Page 2:

    ISBN 974-456-652-3

  • Page 6:

    CONTENTS Page Preface International

  • Page 10 and 11:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 12 and 13:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 14 and 15:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 16 and 17:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 18 and 19:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 20 and 21:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 22 and 23:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 24 and 25:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 26 and 27:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 28 and 29:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 30 and 31:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 32 and 33:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 34 and 35:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 36 and 37:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 38 and 39:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 40 and 41:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 42 and 43:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 44 and 45:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 46 and 47:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 48 and 49:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 50 and 51:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 52 and 53:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 54 and 55:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 56 and 57:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 58:

    National Journals

  • Page 61 and 62:

    54 นอยกวาแบบต

  • Page 63 and 64:

    56 (Least Square Matching Method)

  • Page 65 and 66:

    58 อุณหภูมิ 30 แ

  • Page 67 and 68:

    60 สเปกตรัม จา

  • Page 69 and 70:

    62 ขอมูลดานทร

  • Page 71 and 72:

    64 22.8 มาตรฐานเป

  • Page 73 and 74:

    66 2545 NJ-033 EFFECTS OF ELEVATED

  • Page 75 and 76:

    68 เปลือกที่ม

  • Page 77 and 78:

    70 ของการดูดซ

  • Page 79 and 80:

    72 การสกัดดวย

  • Page 81 and 82:

    74 collection of authentic texts th

  • Page 83 and 84:

    76 รอยละ 32 มีสา

  • Page 86 and 87:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 88 and 89:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 90 and 91:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 92 and 93:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 94 and 95:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 96 and 97:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 98 and 99:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 100 and 101:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 102 and 103:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 104 and 105:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 106 and 107:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 108 and 109:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 110 and 111:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 112 and 113:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 114 and 115:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 116 and 117:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 118 and 119:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 120 and 121:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 122 and 123:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 124 and 125:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 126 and 127:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 128 and 129:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 130 and 131:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 132 and 133:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 134 and 135:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 136 and 137:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 138 and 139:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 140 and 141:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 142 and 143:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 144 and 145:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 146 and 147:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 148 and 149:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 150 and 151:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 152 and 153:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 154 and 155:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 156 and 157:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 158 and 159:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 160 and 161:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 162 and 163:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 164 and 165:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 166 and 167:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 168 and 169:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 170 and 171:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 172 and 173:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 174 and 175:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 176 and 177:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 178 and 179:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 180 and 181:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 182 and 183:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 184 and 185:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 186 and 187:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 188 and 189:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 190 and 191:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 192 and 193:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 194 and 195:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 196 and 197:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 198 and 199:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 200 and 201:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 202 and 203:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 204 and 205:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 206 and 207:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 208 and 209:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 210 and 211:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 212 and 213:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 214:

    National Conferences

  • Page 217 and 218:

    210 จอมเทียนปา

  • Page 219 and 220:

    212 การสกัดสาร

  • Page 221 and 222:

    214 ไดแก อุณหภู

  • Page 223 and 224:

    216 โดยกลไกของ

  • Page 225 and 226:

    218 เคลือบเมื่

  • Page 227 and 228:

    220 สําเริง จัก

  • Page 229 and 230:

    222 ลดเวลาตลอด

  • Page 231 and 232:

    224 อุณหภูมิสู

  • Page 233 and 234:

    226 NC-043 การวิเคร

  • Page 235 and 236:

    228 เกิดพฤติกร

  • Page 237 and 238:

    230 เดียว เพื่อ

  • Page 239 and 240:

    232 มากนอยเพีย

  • Page 241 and 242:

    234 หลักที่พบใ

  • Page 243 and 244:

    236 NC-073 การออกแบ

  • Page 245 and 246:

    238 บทความนี้น

  • Page 247 and 248:

    240 นําเอาเวคเ

  • Page 249 and 250:

    242 งานวิจัยนี

  • Page 251 and 252:

    244 การอบแหงลด

  • Page 253 and 254:

    246 แยกเฟสต่ํา

  • Page 255 and 256:

    248 กลบ โดยเปรี

  • Page 257 and 258:

    250 นํามาใช คือ

  • Page 259 and 260:

    252 วิเคราะหหา

  • Page 261 and 262:

    254 NC-123 การวิเคร

  • Page 263 and 264:

    256 NC-129 เครื่องผ

  • Page 265 and 266:

    258 สามารถขยาย

  • Page 267 and 268:

    260 ครั้งที่ 43, 1-

  • Page 269 and 270:

    262 calculated with the use of the

  • Page 271 and 272:

    264 Version 1.3.1 และ Softwar

  • Page 273 and 274:

    266 ขนไกได จากก

  • Page 275 and 276: 268 โครงสรางขอ
  • Page 277 and 278: 270 การปลูกพืช
  • Page 279 and 280: 272 ระดับพึงพอ
  • Page 281 and 282: 274 ของแกสโซฮอ
  • Page 283 and 284: 276 1) สภาพทั่วไ
  • Page 285 and 286: 278 อนุปริญญา แ
  • Page 287 and 288: 280 อาชีวศึกษา
  • Page 289 and 290: 282 กระทบตอคุณ
  • Page 291 and 292: 284 ตั้งกลไกแข
  • Page 293 and 294: 286 นุชจรินทร เ
  • Page 295 and 296: 288 โดยรวมผูบร
  • Page 297 and 298: 290 แนนกระแสไฟ
  • Page 299 and 300: 292 NC-222 ผลงานตีพ
  • Page 301 and 302: 294 NC-227 เตาเผาไห
  • Page 303 and 304: 296 จําเพาะรวม
  • Page 305 and 306: 298 NC-238 จลนพลศาส
  • Page 307 and 308: 300 ทนงเกียรติ
  • Page 309 and 310: 302 ดีเซลนั้นม
  • Page 311 and 312: 304 NC-254 การใชเทค
  • Page 313 and 314: 306 อาคารศูนยก
  • Page 315 and 316: 308 กระบวนการร
  • Page 317 and 318: 310 บรรยากาศขอ
  • Page 319 and 320: 312 metal ions on 2-AP biosyntheis
  • Page 321 and 322: 314 total clones while the ethanol
  • Page 323 and 324: 316 การประชุมท
  • Page 325: 318 BioThailand (The 16 th Annual M
  • Page 329 and 330: 322 นัยสําคัญท
  • Page 331 and 332: 324 ความเขมขนร
  • Page 333 and 334: 326 ปลูกแบบพรา
  • Page 335 and 336: 328 นี้ทําใหทร
  • Page 337 and 338: 330 ดุลชาติ มาน
  • Page 339 and 340: 332 ไมโครเมตร ส
  • Page 341 and 342: 334 In this study, we collected seq
  • Page 343 and 344: 336 กนกรัตน นาค
  • Page 345 and 346: 338 การพัฒนาสื
  • Page 347 and 348: 340 one of the causes of difficulty
  • Page 349 and 350: 342 ทวีรัตน วิจ
  • Page 351 and 352: 344 program, Cytoscape. This model
  • Page 353 and 354: 346 production demand. Nevertheless
  • Page 355 and 356: 348 อุลตราไวโอ
  • Page 357 and 358: 350 นี้อยูในชว
  • Page 359 and 360: 352 เพื่อนําสว
  • Page 361 and 362: 354 trichloroacetic acid (TCA) ม
  • Page 363 and 364: 356 ทรัพยากรที
  • Page 365 and 366: 358 ในประเทศสห
  • Page 367 and 368: 360 8-9 ธันวาคม 2548,
  • Page 369 and 370: 362 ซึ่งเกิดขอ
  • Page 371 and 372: 364 NC-391 การวิเคร
  • Page 373 and 374: 366 การประชุมว
  • Page 375 and 376: 368 2547) พบวามหาว
  • Page 377 and 378:

    370 กนกพร ลีลาเ

  • Page 380:

    Authors Index

  • Page 383 and 384:

    376 จงจิตร หิรั

  • Page 385 and 386:

    378 ธ ธนธร ทองส

  • Page 387 and 388:

    380 พยุงศักดิ์

  • Page 389 and 390:

    382 วรรณพ วิเศษ

  • Page 391 and 392:

    384 สุดารัตน จิ

  • Page 393 and 394:

    386 อุลาวัณย กุ

  • Page 395 and 396:

    388 138, 141, 142 Jarunya Narangaja

  • Page 397 and 398:

    390 Panida Kongsawadworakul 191 Pan

  • Page 399 and 400:

    392 Sorakrich Maneewan 124, 136 Sor

  • Page 401 and 402:

    394 KMUTT Annual Research Abstracts

  • Page 404 and 405:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 406 and 407:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 408 and 409:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 410 and 411:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 412 and 413:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 414 and 415:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 416 and 417:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 418 and 419:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 420 and 421:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 422 and 423:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 424 and 425:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 426 and 427:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 428 and 429:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 430 and 431:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 432 and 433:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 434 and 435:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 436 and 437:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 438 and 439:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 440 and 441:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 442 and 443:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 444 and 445:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 446 and 447:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 448:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200

  • Page 452:

    KMUTT Annual Research Abstracts 200