Views
2 years ago

Lactuca sativa L. - CRDC

Lactuca sativa L. - CRDC

34 ปี ที 42

34 ปี ที 42 ฉบับที 2 (พิเศษ) พฤษภาคม - สิงหาคม 2554 ว. วิทยาศาสตร์เกษตรคํานําปัจจุบันผู ้บริโภคให้ความสนใจด้านสุขภาพร่างกายมากขึ น ทําให้มีความต้องการบริโภคอาหารทีมีคุณค่าและปลอดภัยต่อร่างกาย ซึงพืชผักก็เป็ นสิงหนึงทีผู ้บริโภคมีความต้องการมากขึ นเนืองจากผักมีคุณค่าทางอาหารมากมายเช่น วิตามินเกลือแร่ (Shoemaker, 1949) โดยเฉพาะอย่างยิง วิตามินซี และ เบต้า-แคโรทีน ซึงอาจช่วยป้ องกันโรคหัวใจ โรคเบาหวานและช่วยลดความเสียงจากโรคมะเร็ง (เมฆ, 2541) ปัจจุบันได้มีการนําผักสลัดพันธุ ์ ’เรดโอ๊ก’ จากต่างประเทศมาปลูกซึงเป็ นพันธุ ์ทีใบมีสีแดงปนเขียว โดยทีสีแดงเป็ นสีของไบโอฟลาโวนอยด์ สามารถต้านอนุมูลอิสระได้เช่นเดียวกับแคโรทีนและยูบิควิโนน ในการผลิตผักสลัดนิยมทําการปลูกแบบไฮโดรพอนิก (hydroponics) ซึงเป็ นการปลูกพืชในสารละลายธาตุอาหารพืชรากของพืชจะสัมผัสกับธาตุอาหารพืชโดยตรง (โสระยา, 2544) ทําให้พืชเจริญเติบโตได้ดีและผลผลิตมีคุณภาพกว่าการปลูกพืชในดิน (ดิเรก, 2546)ในภาคการเกษตรพบว่า ไคโตซานเป็ นสารประกอบอนุพันธ์ธรรมชาติ ทีได้จากการนําหมู ่อะซิติลออกจากไคทิน ซึงเป็ นองค์ประกอบของแมลง เปลือกกุ ้งและปู ซึงเป็ นวัสดุชีวภาพทีมีสามารถกระตุ ้นการเจริญเติบโตของพืชได้ การทดลองในพืชหลายชนิดเช่น ในมันฝรังพบว่าไคโตซานสามารถเพิมจํานวนหัวและนํ าหนักต่อต้นของมันฝรังทีเลี ยงในอาหารเพาะเลี ยงเนื อเยือและฉีดพ่นในแปลงปลูก (Kowalski และคณะ, 2006) ในเงาะ (Nephelium lappaceum) พบว่าไคโตซานลดการสูญเสียนํ าหนักสดได้ เมือเก็บในอุณหภูมิ 25 และ 10 องศาเซลเซียส (Martinez-Castellanos และคณะ, 2009) ไคโตซานเป็ นโมเลกุลทีมีลักษณะหลากหลายขึ นอยู ่กับขนาดของโมเลกุล (โมเลกุลขนาดใหญ่ เรียกว่าแบบพอลิเมอร์ (polymer หรือP) และ โมเลกุลขนาดเล็ก เรียกว่าแบบโอลิโกเมอร์ (oligomer หรือ O) และ ปริมาณสัดส่วนของหมู ่อะซิติลทีเป็ นองค์ประกอบในโมเลกุล (degree of deacetylation) ในกล้วยไม้ Dendrobium ‘EISKUL’ เมือใช้ไคโตซานแบบพอลิเมอร์ทีมี degree of deacetylation เท่ากับ 70 (P70) หรือ 90 (P90) ทีความเข้มข้น 10 และ 20 ppm พบว่าสามารถกระตุ ้นการเพิมปริมาณของ protocorm-like bodies ได้ และเมือให้ไคโตซาน แบบโอลิโกเมอร์ ทีมี degree of deacetylation เท่ากับ80 (O80) ทีความเข้มข้น 10 และ 50 ppm พบว่าคลอโรพลาสต์ในใบมีขนาดใหญ่ขึ น (Limpanavech และคณะ, 2008)ในการทําการวิจัยในครั งนี มีจุดมุ ่งหมายเพือศึกษาผลของไคโตซานทีมีต่อการเจริญเติบโตของผักสลัด‘เรดโอ๊ก’ ทีปลูกด้วยวิธีไฮโดรพอนิกในโรงเรือนทีอยู ่สภาพธรรมชาติทีไม่ได้มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื น เพือสามารถนําไปประยุกต์กับการปลูกเลี ยงผักสลัดในเชิงการค้าและใช้เป็ นข้อมูลประกอบในการนําไคโตซานไปประยุกต์กับพืชชนิดอืน ๆต่อไปอุปกรณ์และวิธีการทําการเพาะเมล็ดผักสลัดพันธุ ์ ‘เรดโอ๊ก’ จนกระทังได้ต้นกล้าอายุ 10 วัน แล้วทําการย้ายลงปลูกลงในสารละลายธาตุอาหารทีดัดแปลงจากสูตร Hoagland ทีมีไคโตซาน 2 ชนิด คือ ชนิดโอลิโกเมอร์และชนิดพอลิเมอร์ ทีมีเปอร์เซ็นต์Deacetylation เท่ากับ 80 (O80 และ P80 ตามลําดับ) ทีความเข้มข้น 0.1, 1.0 และ 5.0 mg/L ปลูกเลี ยงเป็ นเวลา 45 วันในช่วงเวลา 1 ปี (พ.ศ. 2553 –พ.ศ. 2554) ทําการปลูกในช่วงระยะเวลาต่างๆ 3 ช่วง คือ ช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ช่วงเดือนกรกฏาคมถึงเดือนสิงหาคม และ ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม เก็บข้อมูลของอุณหภูมิและความชื นทุกวันตลอดระยะเวลาการปลูกเลี ยง บันทึกผลการทดลองโดยบันทึกนํ าหนักสดต่อต้น และนับจํานวนใบต่อต้น ในวันแรกทีเก็บเกียว แล้วนําผักสลัดไปอบแห้งทีอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เป็ นเวลา 3 วัน บันทึกนํ าหนักแห้งต่อต้น วิเคราะห์ความแปรปรวน (Analysis of Variance) และทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลียของนํ าหนักสดต่อต้น จํานวนใบต่อต้นและนํ าหนักแห้งต่อต้น ด้วยวิธี Duncan’s Multiple Range Test (DMRT)ผลการทดลองในช่วงระยะเวลาทีทําการทดลองมีอุณหภูมิและความชื นดังนี ช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมทีมีอุณหภูมิอยู ่ในช่วง 25-36 องศาเซลเซียสและความชื นสัมพัทธ์ 66.5% ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมซึงมีอุณหภูมิในช่วง28-38 องศาเซลเซียสและความชื นสัมพัทธ์ 78.5% และในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคมซึงมีอุณหภูมิอยู ่ในช่วง 22-35องศาเซลเซียสและความชื น 67.5% จากผลการทดลองพบว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมซึงมีอุณหภูมิ และความชื นสูงส่งผลให้ปริมาณผลผลิตในค่าของนํ าหนักสดต่อต้น จํานวนใบต่อต้น และ นํ าหนักแห้งต่อต้น มีค่าตําทีสุด เมือเปรียบเทียบกับการปลูกในช่วงเวลาอืนซึงมีอุณหภูมิและความชื นตํากว่า (Figure 1, 2 และ 3)ไคโตซานไม่มีผลต่อการเติบโตต่อผักสลัดพันธุ ์’เรดโอ๊ก’ เมือปลูกเลี ยงในฤดูทีมีอุณหภูมิตํา เห็นได้จากค่านํ าหนักของผลผลิตในแต่ละชุดการทดลองไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (p>0.05) ซึงต่างจากเมือปลูกเลี ยงในฤดูกาลทีมีอุณหภูมิสูง ทีพบว่าไคโตซานมีผลในการการส่งเสริมการเติบโตของผักสลัดพันธุ ์’เรดโอ๊ก’อย่างชัดเจน โดยในการปลูกเลี ยงในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมซึงมีอุณหภูมิในช่วง 28-38 องศาเซลเซียสและความชื นสัมพัทธ์ 78.5% การให้ไคโต

ว. วิทยาศาสตร์เกษตร ปี ที 42 ฉบับที 2 (พิเศษ) พฤษภาคม - สิงหาคม 2554 35ซานแบบ O80 ทีความเข้มข้น 0.1 mg/L ทําให้ได้ผักสลัดมีนํ าหนักสดสูงกว่าชุดควบคุม 113% แต่ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมทีมีอุณหภูมิอยู ่ในช่วง 25-36 องศาเซลเซียสและความชื น 66.5% ซึงการเติมไคโตซาน O80 ทีความเข้มข้น 5.0mg/L ส่งเสริมการเติบโตได้ดีทีสุด โดยเพิมนํ าหนักสดได้ 26% ค่าการเติบโตต่างๆ มีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันวิจารณ์ผลจากการศึกษาผลของไคโตซานและความแตกต่างกันของอุณหภูมิในแต่ละฤดูกาลทีมีต่อการเจริญเติบโตของผักสลัด ‘เรดโอ๊ก’ ทีปลูกด้วยวิธีไฮโดรพอนิก ทีทําการปลูกในช่วงอุณหภูมิต่างๆ พบว่าไคโตซานสามารถช่วยกระตุ ้นการเจริญเติบโตของผักสลัดได้ โดยผักสลัดมีนํ าหนักสด นํ าหนักแห้ง จํานวนใบ มากกว่าชุดการทดลองควบคุมอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ โดยเฉพาะอย่างยิงเมือทําการปลูกในช่วงทีมีอุณหภูมิและความชื นสัมพัทธ์สูง ความสามารถของไคโตซานในการเร่งการเติบโตนี ซึงสอดคล้องกับงานวิจัยในพืชหลายชนิด เช่น กล้วยไม้รองเท้านารี (ชนัสพร และคณะ, 2546)กล้วยไม้หวายพันธุ ์เอียสกุล (Dendrobium ‘Eiskul’) (Limpanavech และคณะ, 2008) และ มันฝรัง (Kowalski และคณะ,2006) เป็ นต้นอย่างไรก็ดี การใช้ไคโตซานในผักสลัดพันธุ ์’เรดโอ๊ก’ ควรจะได้คํานึงถึงสิงแวดล้อมขณะปลูกเลี ยงเป็ นสําคัญเนืองจากสิงแวดล้อมอย่างส่งผลต่อการตอบสนองต่อไคโตซานในพืช กล่าวคือ การใช้ไคโตซานจะให้ผลเชิงบวกอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติเมือปลูกเลี ยงในขณะทีมีอุณหภูมิและความชื นสัมพัทธ์สูง แต่หากอุณหภูมิค่อนข้างตํา ไคโตซานอาจไม่มีผลต่อการส่งเสริมการเติบโตในผักสลัดพันธุ ์เรดโอ๊กสรุปผลจากการศึกษาครั งนี พบว่าผักสลัดทีได้รับไคโตซานมีแนวโน้มของการเจริญเติบโตและผลผลิตดีกว่าผักสลัดทีไม่ได้รับไคโตซาน โดยขนาดพอลิเมอร์ ความเข้มข้นของไคโตซานและช่วงอุณหภูมิมีผลต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของผักสลัดพันธุ ์ ’เรดโอ๊ก’ โดยการปลูกผักในช่วงอุณหภูมิ 28-38 องศาเซลเซียสและความชื น 78.5% การให้ไคโตซานชนิด O80 ทีความเข้มข้น 0.1 mg/L ทําให้ผักสลัดมีนํ าหนักสด จํานวนใบ และนํ าหนักแห้งมากทีสุดอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ แต่ถ้าทําการปลูกผักในช่วงอุณหภูมิ 22-35 องศาเซลเซียสและความชื น 66.5- 67.5% การให้ไคโตซาน O80 ทีความเข้มข้น 5.0mg/L มีแนวโน้มช่วยกระตุ ้นการเจริญเติบโตได้คําขอบคุณงานวิจัยนี ได้รับทุนอุดหนุนจากสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สาขาวิทยาศาสตร์ และบริษัท เอซีเคไฮโดรฟาร์ม จํากัด ภายใต้โครงการเชือมโยงการผลิตกับงานวิจัย ทุนสกว.- อุตสาหกรรม และเงินงบประมาณแผ่นดินประจําปี 2554 ภายใต้แผนงานวิจัยอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ และศูนย์เชียวชาญเฉพาะทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CEB_M73_2011)เอกสารอ้างอิงชนัสพร เกลี ยงแก้ว สุวลี จันทร์กระจ่าง และพัลภา เศวตศิลา, 2546, การศึกษาผลของไคโตซานทีมีต่อการย้ายปลูกและการเจริญเติบโตของกล้วยไม้สกุลรองเท้านารีลูกผสม Paphiopedilum bellatulum×Paph. Angthong ทีได้จากการเพาะเลี ยงเนื อเยือ, เอกสารประกอบการประชุมไคติน ไคโตซานแห่งประเทศไทย, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 17-18 กรกฎาคม 2546,หน้า 65-68.ดิเรก ทองอร่าม, 2546, การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน: หลักการจัดการการผลิตและเทคโนโลยีการผลิตเชิงธุรกิจในประเทศไทย,ธรรมรักษ์การพิมพ์.เมฆ จันทน์ประยูร, 2541, ผักพื นบ้าน: เคล็ดของคนอายุยืน, มิติใหม่: กรุงเทพฯ.พัชรา ลิมปนะเวช, 2548, การศึกษาผลของขนาดพอลิเมอร์ ความเข้มข้น และ % degree of deacetylation ของไคโตซานทีมีต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของกล้วยไม้สกุลหวาย Dendrobium ‘เอียสกุล’, รายงานวิจัยทุนวิจัยกองทุนรัชดาภิเษกสมโภช, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, หน้า 21.โสระยา ร่วมรังสี, 2544, การผลิตพืชสวนแบบไม่ใช้ดิน, สํานักพิมพ์โอเดียนสโตร์.Kowalski, B., Terry, F.J., Herrera, L. and Peñalver, D.A., 2006, Application of Soluble Chitosan in vitro and inthe Greenhouse to Increase Yield and Seed Quality of Potato Minitubers, Potato Research, 49: 167-176.Limpanavech, P., Chaiyasuta, S., Vongpromek, R., Pichyangkura, R., Khunwasi, C., Chadchawan,S., Lotrakul,P., Bunjongrat, R., Chaidee, A. and Bangyeekhun, T, 2008, Chitosan Effects on Floral Production, GeneExpression and Anatomical Changes in the Dendrobium orchid, Scientia Horticulturae, 116: 65-72.

Lactuca sativa L. Butterhead Effects of Polymer Sizes and ... - CRDC
WEEDS of lattucE (LACTUCA SATIVA l. SubSp. SECALINA) in ...
Lactuca sativa L - Journal of Horticulture, Forestry and Biotechnology
A Genetic Map of Lettuce (Lactuca sativa L.) With ... - Genetics
Microsatellite retrieval in lettuce (Lactuca sativa L.) - Wageningen UR
105 (Oryza sativa L. cv. KDML105) Roles of Silicon on ... - CRDC
7. Dynamic modelling of water stress for Lactuca sativa L. var ... - Inra
Effects of Lactuca sativa extract on exploratory behavior pattern ...
Computer vision based system for growth analysis of Lactuca Sativa ...
Haploid embryos of lettuce (Lactuca sativa) induced by alien pollen ...
Effects of Arbuscular Mycorrhizal Fungi on Growth and ... - CRDC
Growth and chemical composition of hydroponically cultivated Lactuca sativa using phytoplankton extract
Growth characteristics of Cannabis sativa L. cultivated in a ... - NIHS
ФЛУОРЕСЦЕНТНИЙ АНАЛІЗ САЛАТУ (Lactuca sativa L.)
Molecular characterization of rice (Oryza sativa L.) - THE BIOSCAN
The Therapeutic Use of Cannabis sativa (L.) in Arabic Medicine
Response of Rice (Oryza sativa L.) - Research Journal of ...
Futile Na cycling at the root plasma membrane in rice (Oryza sativa L.)
Effect of Biomaterial and Semi-Biomaterial on Growth and ... - CRDC
IDENTIFICATION OF RICE MUTANTS (Oryza sativa L.) FOR ...
Anti-tumor properties of blackseed (Nigella sativa L.) extracts - SciELO
Root sampling and analysis in lucerne (Medicago sativa L ... - Boku
Endophytic Bacterial Diversity in Rice (Oryza sativa L.) Roots ...