25.08.2021 Views

ASA JOURNAL 02/2021

More Than Skin

More Than Skin

SHOW MORE
SHOW LESS

Create successful ePaper yourself

Turn your PDF publications into a flip-book with our unique Google optimized e-Paper software.

More Than

Skin

2021.Jul-Aug

The Architectural Journal of the Association of Siamese Architects under Royal Patronage


ผนังเมทัลชีท

ที่กล้ารับประกันสี ไม่ซีดจาง 10 ปี

Ocean Blue

Text: Pratchayapol Lertwicha

Photo: bluescope

Interior

เหล็กเคลือบสีคัลเลอร์บอนด์

สำหรับงำนภำยใน

SYSTEMLAYER

Exterior

เหล็กเคลือบสีคัลเลอร์บอนด์

สำหรับงำนภำยนอก

Insulation

ฉนวนกันควำมร้อน

สำหรับกำรเลือกแผ่นเมทัลชีทมำใช้เป็นผนังอำคำร บำงครั้ง

กำรใช้แผ่นเมทัลชีท อย่ำงเดียวอำจไม่ตอบโจทย์กับกำรใช้งำนที่

ต้องกำรกันควำมร้อนหรือเสียงรบกวนเพิ่มเติม ดังนั้น นวัตกรรม

ระบบผนังที่มีชื่อว่ำ ‘แซนวิชพำแนล’ นั่นคือ กำรนำแผ่นเมทัลชีท

สองแผ่นมำประกบตัวฉนวนเช่น PU หรือ PIR ด้ำนใน จึงเกิดขึ้น

ในฐำนะผู้นำระดับโลกด้ำนผลิตภัณฑ์เมทัลชีท BlueScope

จึงตอบรับนวัตกรรมระบบผนังใหม่ด้วยกำรคิดค้นผลิตภัณฑ์

‘Colorbond for Panel’ แผ่นเมทัลชีทคุณภำพสำหรับกำรใช้งำน

ทั้งภำยนอกและภำยในอำคำรที่มำพร้อมสีสันงดงำม พร้อมรับ

ประกันว่ำสีจะไม่ซีดจำงยำวนำนถึง 10 ปี นอกจำกนี้ ยังดีไซน์รูป

ลอนได้มำกมำย และมีสีสันให้เลือกหลำกหลำยเพื่อตอบทุกโจทย์

ในกำรดีไซน์


สี สั นสวยงำม มีอำยุ

กำรใช้งำนยำวนำน

Easy clean

รับประกันสู งสุ ด 30 ปี

Waranty 30 years

advertorial

วำงใจได้เลยว่ำผลิตภัณฑ์จะมีควำมทนทำน เพรำะ BlueScope

เลือกใช้เหล็กเคลือบอลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสี ซึ่งมีอำยุกำร

ใช้งำนมำกกว่ำเหล็กเคลือบสังกะสีทั่วไปถึง 4 เท่ำ พร้อมกำรันตี

ด้วยกำรรับประกันยำวนำนถึง 30 ปีว่ำแผ่นเมทัลชีทจะไม่เป็นรูพรุน

จำกกำรกัดกร่อน และไม่ต้องกังวลว่ำฉนวนที่ติดตั้งจะหลุดร่อน

ไปง่ำยๆ เพรำะ Colorbond for Panel มำพร้อมกับเทคโนโลยี

ชั้นเคลือบสีด้ำนหลังสูตรพิเศษ ที่เพิ่มประสิทธิภำพกำรยึดเกำะ

ระหว่ำงแผ่นและฉนวนให้เต็มเปี ่ยม

BlueScope ยังคงนวัตกรรมอันโดดเด่นจำกเมทัลชีทรุ ่น Colorbond มำ

ไว้ใน Colorbond for Panel อย่ำงครบถ้วน ทั้ง Thermatech® Technology

ช่วยสะท้อนควำมร้อนจำกภำยนอกอำคำร และ Clean Technology

ที่ช่วยลดกำรยึดเกำะของครำบฝุ ่น ทำให้สีสันของบ้ำนหรือโครงกำร

ดูสดใสเหมือนใหม่อยู ่เสมออีกด้วย

Jade Green

03

เพิ่มประสิทธิภำพกำร

ยึดเกำะระหว่ำงแผ่น

กับฉนวนกันควำมร้อน

Increase

adhesion between

metal sheet

and insulation

90.0 ํ 25.0 ํ

ไม่เพียงเท่ำนั้น กำรใช้ระบบผนังเมทัลชีท

แซนวิชพำแนลโดย Colorbond for Panel

ก็ยังช่วยควบคุมเวลำและงบประมำณใน

กำรก่อสร้ำงได้ดีขึ้น เพรำะ Colobond for Panel สำมำรถติดตั้ง

ได้อย่ำงง่ำยดำย แถมช่วยลดกำรปล่อยสำรเคมีประเภท

VOCs เพรำะแผ่น Colorbond for Panel มำพร้อมกับกำร

เคลือบสีตั้งแต่ต้น ทำให้ไม่ต้องใช้สีทำอำคำรที่มักมีสำร

VOCs เรียกได้ว่ำเป็นมิตรกับทั้งคนสร้ำงและ ผู้อยู่อำศัย

อย่ำงแท้จริง

Earth Brown

สามารถ

ติดตาม

รายละเอียด

ของผลิตภัณฑ์

เพิ่มเติมได้ที่


MASONRY

INNOVATION

COMPETITION

Designers have the power to help create resilient, healthy, just, and equitable communities. But solving global

challenges to improve our world demands innovation. We want to see your bold new concepts that show how

masonry can better our built environment. We also want to see new ideas that have the potential to change

the way we design and build with masonry and create growth opportunities for our industry.

Whether you have a great idea that addresses how infrastructure like schools and healthcare facilities will

change in a post-pandemic world, thoughts on how to address the climate crisis, insights on improving equity,

or another innovative plan, we want to hear from you. Solutions can also explore innovations in materials,

the construction process, new business models, or simply show a unique aesthetic and functional use of masonry.

Whatever direction you decide to take, your innovative solution should add value,

usefulness, appreciation, and relevance to masonry design and construction. It can be

either an improvement of an existing system or a groundbreaking proposal.

SUBMISSION

DEADLINE

DEC 15, 2021

IMIWEB.ORG/JBCAWARD

Entry Categories

Students: Undergraduate or graduate students enrolled in

an accredited design, architecture, or engineering school.

Young Architects/Engineers: Any architects or engineers

under the age of 40.

A/E Firms, Individual Architects/Engineers, & Cross-Category:

Architecture/engineering firms, architects and engineers

age 40 and over, and cross-category teams.

Prizes

Monetary awards will be provided to 1st place winners in

each of the 3 entry categories. In addition to monetary prizes,

winners will receive special publicity opportunities, including

the opportunity to present their designs on IMI’s popular

webinar series. Winners will also be highlighted in digital

publications and honored during an awards ceremony.


Neri & Hu Design

and Research Office

Thresholds: Space, Time

and Practice

Pre-order

NOW!

Today-25 August

NERI & HU DESIGN AND RESEARCH OFFICE

THRESHOLDS: SPACE, TIME AND PRACTICE

PUBLISHED BY THAMES & HUDSON

HARDCOVER, 352 PAGES, 8.5 X 10.5 INCHES

WITH 404 ILLUSTRATIONS

ISBN: 9780500343609

Neri & Hu ก่อตั้งโดย Lyndon Neri กับ

Rossana Hu ในปี 200 ปั จจุบันสํ านักงาน

ของพวกเขาที่เซี่ยงไฮ้มีงานออกแบบ

มากมายทั้งสถาปั ตยกรรม อินทีเรีย

งานวางผังไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์และ

โปรดักส์ดีไซน์งานของพวกเขากระจาย

ไปทั่วโลก จากการทํางานของทีม ซึ ่ง

ประกอบไปด้วยนักออกแบบมากมายหลาย

เชื้อชาติ เป็ นการตอกยํ ้าแนวทางของ

ออฟฟิ ศที่มีการผสมผสานทักษะของงาน

สร้างสรรค์จากสาขาวิชาการและพื้นหลัง

ที่แตกต่างกันเพื่อสร้างกระบวนทัศน์ ใหม่

ในงานออกแบบสถาปั ตยกรรมและ

อินทีเรีย หนังสื อรวบรวมผลงานของ

Neri & Hu Design and Research

Office เล่มใหม่ล่าสุดโดย Thames &

Hudson นี้ รวบรวมผลงานสเกลต่างๆ

มากกว่า 30 โครงการ ซึ ่งจะเป็ นโมโนกราฟ

ที่สมบูรณ์ที่สุดของNeri & Hu หลังจาก

ที่เคยมีหนังสื อรวมงานครั้งแรกมาแล้ว

ในปี 2014

Founded in 2004 by Lyndon Neri

and Rossana Hu, Neri& Hu is an

inter-disciplinary architectural design

practice based in Shanghai, China.

Neri&Hu works internationally

providing architecture, interior, master

planning, graphic, and product design

services. Currently working on projects

in many countries, Neri & Hu is

composed of multi-cultural staff and

the diversity of the team reinforces a

core vision for the practice: to respond

to a global worldview incorporating

overlapping design disciplines for a

new paradigm in architecture. This

new book published by Thames &

Hudson is the most comprehensive

monograph of the studio's work,

featuring around thirty projects at all

scales.

Info & Order : booksmith@smithproject.co.th


2021

JUL -AUG

MORE THAN

SKIN

The Association

of Siamese Architects

under Royal Patronage

248/1 Soi Soonvijai 4 (Soi 17)

Rama IX Rd., Bangkapi,

Huaykwang, Bangkok 10310

T : +66 2319 6555

F : +66 2319 6419

W : asa.or.th

E : asaisaoffice@gmail.com

Subscribe to ASA Journal

T : +662 319 6555

ASA JOURNAL

COMMITTEE

2020-2022

Advisor

Chana Sumpalung

Chairperson of Committee

Assoc.Prof. M.L. Piyalada

Thaveeprungsriporn, Ph.D.

Committee

Asst. Prof. Saithiwa

Ramasoot, Ph.D.

Vorapoj Tachaumnueysuk

Padirmkiat Sukkan

Prachya Sukkaew

Namtip Yamali, Ph.D.

Kulthida Songkittipakdee

Jenchieh Hung

Secretary

Theerarat Kaeojaikla

Editor-in-Chief

Mongkon Ponganutree

Editor

Supreeya Wungpatcharapon

Managing Editor

Kamolthip Kimaree

Assistant Editor

Pichapohn Singnimittrakul

Contributors

Jaksin Noyraiphoom

Kullaphut Seneevong

Na Ayudhaya

Nathanich Chaidee

Nopadon Thungsakul

Patikorn Na Songkhla

Phornnipa Wongprawmas

Pornpas Siricururatana

Warut Duangkaewkart

Xaroj Phrawong

Kukkong Thirathomrongkiat

English Translators

Tanakanya Changchaitum

Pawit Wongnimmarn

English Editors

Daniel Cunningham

Sheena Sophasawatsakul

Graphic Designers

Wasawat Dechapirom

Pitipat Tubtim

Jitsomanus Kongsang

Photographer

Ketsiree Wongwan

Account Director

Rungladda Chakputra

Advertising Executives

Napharat Petchnoi

Chatchakwan Fagon

Thanapong Lertpiyaboon

Special Thanks

DECA

Dhamarchitects

EAST Architects

EKAR

Fotomomo

G8A Architecture & Urban Planning

IDIN Architects

Kukkong Thirathomrongkiat /

Wideopen studio

Nives Vaseenon

pbm

rollimarchini architekten

Yamastudio

Print

SUPERPIXEL

Publisher

The Association of

Siamese Architects

Under Royal Patronage

Copyright 2021

No responsibility can be

accepted for unsolicited

manuscripts or photographs.

Contact

asajournal@asa.or.th

บทความหรือภาพที่ลงใน

วารสารอาษาหรือสื่ อออนไลน์

สมาคมฯ ขอสงวนลิขสิทธิ ์ตาม

กฎหมาย การนำาบทความ

หรือภาพจากวารสารอาษา

ไปตีพิมพ์ อ้างอิงหรือประโยชน์

ใดในสิ ่งพิมพ์หรือสื่ อออนไลน์

อื่น ต้องได้รับอนุญาตจาก

สมาคมฯ ผู้เป็ นเจ้าของลิขสิทธิ์

ตามกฎหมายเท่านั้น

Production Manager

Areewan Suwanmanee

Photo: Kukkong Thirathomrongkiat


09



10

message from the president

รายนามคณะกรรมการ

บริหาร สมาคมสถาปนิกสยาม

ในพระบรมราชูปถัมภ์

ประจาปี 2563-2565

นายกสมาคม

ชนะ สัมพลัง

อุปนายก

นิ เวศน์ วะสี นนท์

ศ.ดร.ต้นข้าว ปาณินท์

จู น เซคิ โน

ชุตยาเวศ สินธุพันธุ์

ผศ.ดร.รัฐพงษ์ อั งกสิ ทธิ

รุ่งโรจน์ อ่ วมแก้ ว

เลขาธิการ

พิพัฒน์ รุจิราโสภณ

สารจากนายกสมาคม

สำหรับวรสรอษนี้ ต่อเนื่องจกเล่มแรก “Comfort Zone” ได้เล่เรื่อง

วัสดุ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสุขภวะและควมสุขสบยของอคร

ต่งๆ ที่น่จะทำให้ทุกคนได้ประโยชน์และสมรถนำไปใช้ ได้ ในชีวิตประจำวันได้

รวมไปจนถึงกรนำเสนองนออกแบบที่น่สนใจของสถปนิกไทยแล้วนั้น มถึง

เล่มที่สองใน “More Than Skin” นี้ก็ยังคงมีบทควมทั้งเชิงวิชกรและข้อมูล

ที่น่สนใจมให้กับสมชิกได้นำไปพัฒนต่อยอดได้อีกในอนคตนะครับ ซึ ่งก็หวัง

เป็ นอย่งยิ ่งว่ในวรสรอษเล่มถัดไป น่จะต่อยอดจนครบทุกประเด็นมุมมอง

ของกรออกแบบที่จะทำให้สมชิกได้รับประโยชน์ ในขณะเดียวกัน ด้วยสภพ

ของบริบทของประเทศไทยตอนนี้ที่มีสถนกรณ์ค่อนข้งน่กังวลหลยเรื่องนั้น

เนื้อหในเล่มนี้ก็ยังได้นำเสนอวัสดุหรือเทคโนโลยีที่เรใช้เพื่อปกป้ องอคร

ว่จะช่วยปกป้ องคุณภพชีวิตของเรได้อย่งไรบ้งในหลยแง่มุม

นอกจกนี้ ผมอยกจะขอประชสัมพันธ์งนของสมคมที่เป็ นกิจกรรมใหม่

งนหนึ ่งของเรในชื่อ ASA WOW : Wonder of Well-Being City 2021

ซึ ่งเดิมวงแผนจะจัดภยในปี นี้แต่คงต้องเลื่อนเวลออกไปก่อน โดยจะปรับเป็ น

กิจกรรมที่จะจัดขึ ้นระหว่งปี เพื่อนำเสนอเรื่องรวอันเป็ นจุดประสงค์ของงน

ASA WOW ปูทงให้สมชิกได้ติดตมอย่งต่อเนื่องและนำมรวบรวมเป็ นงน

ใหญ่ที่จะเกิดขึ ้นในเวลที่เหมะสม ซึ ่งเป็ นงนที่เรจะชวนบุคคลจกภคส่วน

ต่งๆ มพู ดถึงเรื่องของเมืองกับสิ ่งแวดล้อมกันครับ ไม่ว่จะเป็ นนักพัฒน

อสังหริมทรัพย์ นักออกแบบ ผู้ว่รชกรจังหวัด หรือแม้แต่องค์กรภครัฐ

และเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับกรสร้งเมือง ได้มี โอกสมรวมตัวกันในลักษณะ

ของ Symposium ซึ ่งเป็ นกรให้ทั้งควมรู้และแลกเปลี่ยนควมเห็นกันเกี่ยวกับ

กรปรับตัวเข้สู่เมืองในยุคใหม่ ที่ไม่ใช่กรพู ดแค่เรื่องมิติกรออกแบบอย่ง

เดียว แต่รวมถึงเทคโนโลยีทุกอย่งที่เอื้อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ ้น ไม่ว่จะเป็ นเรื่อง

บล็อกเชน หรือแม้แต่เทคโนโลยีด้นสธรณสุขที่อจจะต้องมีส่วนเกี่ยวพันกับ

ในแวดวงอชีพของเรและควมเป็ นอยู่ของมนุษย์ โดยจะเป็ นวงที่เรจะไม่ได้

พู ดถึงแต่สถปนิกเพียงด้นเดียว แต่เรจะเป็ นเหมือนโต๊ะกลงให้ทุกคนจก

หลยภคส่วนมีพื้นที่แสดงควมคิดเพื่อพัฒนให้เมืองน่อยู่ร่วมกัน ซึ ่งเป็ น

กิจกรรมใหม่ที่สมคมฯตั้งใจจะให้เกิดขึ ้นและต่อเนื่องในทุกปี

นายทะเบียน

คมสัน สกุลอานวยพงศา

เหรัญญิก

ไมเคิลปริพล ตั้งตรงจิตร

ปฏิคม

เฉลิมพล สมบัติยานุชิต

ประชาสัมพันธ์

รศ.ดร.ม.ล.ปิ ยลดา ทวีปรังษีพร

กรรมการกลาง

ดร.วสุ โปษยะนันทน์

เฉลิมพงษ์ เนตรพฤษรัตน์

อดุลย์ แก้วดี

ผศ.ณธทัย จั นเสน

กศินธ์ ศรศรี

ณั ฎฐวุ ฒิพิริยประกอบ

ประธานกรรมาธิการ

สถปนิกล้นน

ปราการ ชุณหพงษ์

ประธานกรรมาธิการ

สถปนิกอีสน

วีรพล จงเจริญใจ

ประธานกรรมาธิการ

สถปนิกทักษิณ

นิพนธ์ หัสดีวิจิตร


12

message from the president

ASA COMMITTEE

2020-2022

President

Chana Sumpalung

Vice President

Nives Vaseenon

Prof. Tonkao Panin, Ph.D.

Jun Sekino

Chutayaves Sinthuphan

Asst. Prof. Rattapong Angkasith, Arch.D.

Rungroth Aumkaew

Secretary General

Pipat Rujirasopon

Honorary Registrar

Khomsan Sakulamnuaypongsa

The first issue of ASA Journal,’ Comfort Zone,’ tells many stories

of materials and technologies related to architecture and their

contributions to human wellbeing and comfort, many of which

we consider beneficial and applicable to architectural design

and everyday life. In the ‘More Than Skin’ issue that follows, ASA

Journal continues to put together articles with insightful takes

and academic points of view and analyses in the hope of keeping

fellow members informed and up-to-date for their future works.

We intend to cover all the aspects of architectural design that will

be advantageous to the members in the succeeding issues. With

the current pandemic crisis in Thailand, our ‘More Than Skin’ issue

brings you new details and updates on materials and technologies

in facade design, examining the importance of these building skins

in many aspects related to our wellbeing and quality of life.

In addition, I would like to take this opportunity to promote

one of the Association’s new activities, ASA WOW: Wonder of

Well-Being City 2021, which was initially planned to take place

this year but has to be postponed for the time being. Instead, the

activity will occur throughout the year as a prelude to ASA WOW’s

main storyline. The activities will begin with an introduction

and gradually wind down to the big event, which will transpire

when the right time comes. We will invite professionals and

experts from real-estate developers, designers, governors, the

government sector, and private agencies whose roles involve

urban development and expansion to talk about cities and the

environment. It will be a symposium where everyone shares

and exchanges knowledge, insights and visions about humans’

adaptation to modern-day cities. The subjects will encompass

design and technologies that enable everyone to attain a better

quality of life, from blockchain to technologies related to public

healthcare, the architectural profession, and human wellbeing as

a whole. The symposium will be the stage, not just for architects,

but for professionals from various sectors and industries to propose

ideas and brainstorm a wide range of different possibilities,

creating a collective effort to contribute to the development of

livable cities. The Association intends for this new activity to take

place as an annual event in the future.

Honorary Treasurer

Michael Paripol Tangtrongchit

Social Event Director

Chalermpon Sombutyanuchit

Public Relations Director

Assoc. Prof. M.L. Piyalada

Thaveeprungsriporn, Ph.D.

Executive Committee

Vasu Poshyanandana, Ph.D.

Chalermphong Netplusarat

Adul Kaewdee

Asst. Prof. Nathatai Chansen

Kasin Sornsri

Nutthawut Piriyaprakob

Chairman of

Northern Region (Lanna)

Prakan Chunhapong

Chairman of

Northeastern Region (Esan)

Werapol Chongjaroenjai

Chairman of

Southern Region (Taksin)

Nipon Hatsadeevijit


02

ADVERTORIAL

28 CHIDLOM, SC ASSET

1


ระบบระแนงอลูมิเนียม

(Façade) อัลเน็กซ์

สร้างความรู้สึกบางและเพิ่มเอกลักษณ์ให้ตัวอาคารด้วย

ฟาซาดอลูมิเนียมรุ่น Z20 ติดตั ้งโดยระบบคลิปล็อค

อย่างประณีต พิถีพิถัน ทาให้ตัวอาคารโดดเด่น ออกแบบ

พิเศษให้เข้ากับราวกันตกอลูมิเนียมดีไซน์สลิม เน้นความ

คมและบางของรูปด้านอาคาร ระบบสีฝุ่นสาหรับภายนอก

ที่ออกแบบเฉดสีพิเศษ เรียบเนียน รับประกันสูงสุด 25 ปี

เพื่อให้อาคารดูใหม่อยู่เสมอ

205 Moo2, Praksa Rd., Taibanmai,

Muang, Samuthprakarn 10280

Tel: 02-136-8899 Facebook: ALNEXALU

Website: www.alnexthailand.com


16

At Vive Ekamai-Ramindra,

the aluminum façade by

ALNEX is elegantly more than

an ordinary screen.

เวลาดีไซน์ facade อาคารแต่ละครั้ง นอกจากจะต้องคำานึงเรื่อง

ความสวยงามและรูปร่างหน้าตาแล้ว อีกสิ่งที่สำาคัญไม่แพ้กันเลย

ก็คือวัสดุที่เลือกใช้ เพราะวัสดุเองมีผลต่อหน้าตาอาคารที่ออกมา

และยังมีผลกับเรื่องการใช้งานและดูแลรักษาอาคารในระยะยาว

อีกด้วย

Vive เอกมัย-รามอินทรา โครงการบ้านที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ร่วม

สมัยในแบบมินิมอล เลือกใช้วัสดุอลูมิเนียมคุณภาพจาก ALNEX

มาติดตั้งเป็น facade กันแดดสีขาวที่มีดีไซน์อันเรียบง่าย

Beautiful physical appearance is not the only quality

designers, and architects consider when it comes to facade

design. Equally important are the materials of choice, for

they directly affect how a building looks, as well as its

long-term usability and maintenance.

Known for its contemporary and minimal design, Vive

Ekamai-Ramindra uses premium aluminum from ALNEX for

its facade’s simplistic appearance, perfectly embodying the


advertorial

17

ตอบรับกับแนวคิดของโครงการได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงเท่านั้น

ตัวอลูมิเนียมเองยังมาพร้อมนวัตกรรมวัสดุที่แข็งแรงทนทาน

เทียบเท่ากับอลูมิเนียมในอุตสาหกรรมยานยนต์ ประกอบ-ติดตั้ง

ด้วยระบบเข้าล็อคลิ้นอย่างประณีต ไร้รอยเชื่อม และเก็บงาน

ทุกรายละเอียดเพื่อความเรียบร้อยสวยงาม อีกทั้งยังปลอดสนิม

ตลอดอายุการใช้งาน อลูมิเนียม ALNEX มีสีเรียบเนียน ติดคงทน

ด้วยเทคโนโลยีการพ่นสีฝุ่น PowderTech TM ที่ช่วยให้ facade

หน้าบ้านสวยเหมือนใหม่อยู่เสมอ และ ALNEX ยังพิถีพิถันในเรื่อง

ของวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ เช่น การใช้น็อตทั้งหมด

ด้วยสเตนเลสคุณภาพสูง เพื่อการยึดติดที่คงทนแข็งแรง

วัสดุ facade ของ ALNEX ในโครงการ Vive เอกมัย-รามอินทรา

ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยต่อสุขภาพของลูกบ้าน

ด้วยคุณสมบัติการปลอดสารก่อมะเร็ง (non-carcinogenic)

และเป็นผลิตภัณฑ์ที่รับรองว่ามีคุณภาพมาตรฐาน ด้วยเทคนิค

การประกอบวัสดุที่พิถีพิถันและได้รับการควบคุมในการผลิต

อย่างเคร่งครัด

นอกเหนือไปจากคุณภาพของตัววัสดุ อีกเหตุผลที่โครงการเลือก

ALNEX ก็คือบริการหลังการขาย และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ให้การ

สนับสนุนจนได้ facade ที่มีดีไซน์สวยงามอย่างจินตนาการ

project’s concept. The aluminum offers innovative qualities

and strength equivalent to that used in the automotive

industry. The meticulously designed joinery and installation

system deliver impeccable, seamless details that keep the

overall appearance immaculately beautiful. The material

guarantees a life-long rust-proof ability. ALNEX’s aluminum’s

superlative textural quality includes smooth, durable surface

thanks to the PowderTech TM technology that enables facade

structures to stay good as new through time. ALNEX is

particularly attentive about the quality of fitting equipment

with all the parts and screws made of high-quality stainless

steel, ensuring solid and secured installation.

The material under the ALNEX brand used with the facade of

Vive Ekamai-Ramindra is friendly to both the environment

and users with non-carcinogenic substance and physical

quality with certified standard thanks to the strictly controlled

manufacturing and assembly techniques.

Apart from the qualities of its product, ALNEX is chosen for

its outstanding after-sale services and highly experienced

support team of skilled technicians, making the visualized

design a perfect reality.


18

foreword

Photo: Ketsiree Wongwan

ผิว หรือเปลือก ของอาคาร เป็นองค์ประกอบส่วนแรกที่สายตาของเรารับรู ้

จากภายนอกและจะจดจำาสถาปัตยกรรมนั้นๆ เปลือกอาคารไม่เพียงแต่

เกี่ยวข้องกับความรับรู้ถึงความงาม ภาษาหรือแนวคิดของผู้ออกแบบ แต่มี

ความสัมพันธ์กับกาล เวลา สถานที่ สภาพแวดล้อมและที่ตั้งของอาคารใน

ทางภูมิศาสตร์และภูมิอากาศ ตลอดจนแสดงถึงช่วงเวลาที่สถาปัตยกรรม

แต่ละโครงการถูกสร้างขึ้นผ่านเทคโนโลยีและวัสดุที่เลือกใช้ ที่สำ าคัญยัง

สะท้อนถึง ‘คน’ ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดขึ้นของสถาปัตยกรรมนั้นด้วย ไม่ว่า

จะเป็นเจ้าของโครงการ สถาปนิกผู้ออกแบบ หรือกลุ่มเป้าหมายและผู้ใช้งาน

More Than Skin ในวารสารอาษาฉบับเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 2564

นี้ นำาเสนอเรื่องราว ที่มา ตลอดจนแนวคิดการออกแบบของสถาปัตยกรรม

หลายโครงการ ที่มีความแตกต่างกันทั้งสถานที่และประโยชน์ใช้สอย

ที่สื่อสารผ่านวัสดุและการออกแบบเปลือกอาคารที่หลากหลาย นอกจากนี้

ยังมีบทความที่เกี่ยวกับวัสดุเปลือกอาคารที่น่าสนใจ เพื่อเป็นประโยชน์กับ

สมาชิกในการศึกษาและเลือกใช้สำาหรับการออกแบบต่อไป

ในบทความหลัก More Than Skin หรือคอลัมน์ Revisit สถาปัตยกรรม

สมัยใหม่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในอาษาฉบับนี้ ต่างสะท้อนให้เห็นว่า

ผลงานของสถาปนิกในอดีตเปรียบเสมือนการบันทึกและถ่ายทอดเรื่องราว

ประวัติศาสตร์ในขณะนั้น ผ่านเปลือกอาคารที่น่าสนใจ ผ่านยุคสมัยและ

กาลเวลามาแล้ว สำาหรับสถาปนิกในปัจจุบันจึงมีประเด็นที่ท้าทายพวกเรา

ว่า ในช่วงเวลาที่สถานการณ์โลกกำาลังเปลี่ยนแปลงไปท่ามกลางวิกฤตด้าน

สุขภาวะ สิ ่งแวดล้อม ตลอดจนความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของโลกดิจิตอล

และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้จะส่งผลต่อการ

ออกแบบสถาปัตยกรรมในยุคสมัยของเราหรือไม่ อย่างไร และชวนให้คิด

กันต่อไปอีกว่าสถาปนิกไทยในยุค 2020s นี้ จะสื่อสารกับเมือง โลกและ

ผู้คนในยุคสมัยหน้าอย่างไร ผ่านผิวผนังหรือเปลือกอาคารที่เราออกแบบ

A building’s skin is the first element one encounters when they

come across and remember a piece of architecture. It involves

one’s perception of the beauty and appreciation in a design accent

and concept and forms a close connection to space and time,

including the surrounding environment, geographical as well as

climatic conditions in which the building is situated.

Themed’ More Than Skin’, the July-August 2021 issue of ASA

Journal, features stories, origins, and design concepts of many

intriguing works of architecture. Despite their varied locations

and functionalities, these works communicate their architectural

narratives through the different materials and designs of their skins.

The issue also includes articles on some material innovations for

facade design, which we hope will be beneficial and inspirational to

fellow members for future study and implementation in your work.

In this issue, the featured article, More Than Skin, as well as the

Revisit column, which takes a closer look at modern architecture

at Khon Kaen University, all reflect how the works of architects

of the past are, in and of themselves, a documentation of stories;

moments in history, through building skins whose conceptions

are materialized and defined by continually evolving epochs. For

present-day architects, a dire challenge lies in the time and context

of the world, disrupted and reshaped by the ongoing health crisis,

environmental issues, economic dynamism, and digital progress. In

the future, how will these factors influence the architectural design

of our time? How will the Thai architects of 2020 communicate

through urban spaces, cities, localities, the world, and people in the

future that lies ahead through the skins of buildings they design?

All of these are thought-provoking questions worth contemplating.


19

Project: PNK Building















205 Moo 2, Praksa Rd., Taibanmai,

Muang, Samuthprakarn 10280

Tel: 02-136-8899 Facebook: ALNEXALU

Website: www.alnexthailand.com

205 Moo 2, Praksa Rd., Taibanmai,

Muang, Samuthprakarn 10280

Tel: 02-136-8899 Facebook: ALNEXALU

Website: www.alnexthailand.com


2021

JUL -AUG

MORE THAN

SKIN

around

2020 National

Artist in Visual

Arts 24

Silpathorn

Award Winner

2021 25

The results of

the ASA Cloud

Center Songkhla

Competition 26

Serpentine

Pavilion 2021

Designed by

Counterspace 28

Radical

Architecture of

the Future 32

speacial section

2020 ASA

Architectural

Design Awards

35

theme

More Than Skin

In architecture, the skin

or shell serves not only to

protect what’s inside but

as an interface that allows

a building to communicate

with the outside world. It

acts as a sensory receptor

that perceives and conveys

information, transfers heat,

humidity, energy and at

times even contributes as a

supporting composition.

58

theme / review

Breathing In

Breathing Out

In this Buddhist meditation

retreat, DECA Atelier has not

only masterfully introduced

natural ventilation to the

building but also created a

visually distinctive design with

openings and enclosures of

varying sizes and patterns.

They have skilfully achieved

this by using ventilation blocks

specifically designed and

manufactured for the project.

70

Photo: Beer Singnoi, Fotomomo

Photo: Ketsiree Wongwan

theme / review

Even a Brick

Wants To Be

Something

In this project, a modest

material like bricks are

presented in a universal design

language, meticulously uttered

to express AUAA’s cultural

legacy, connections, and

sentiments it has formed with

Thai people over the years.

82

Photo: Wideopen Studio

theme / review

Perfectly

Im-perfect

At the new Boccia National

Field Training Center, the design

team of pbm has interpreted

the concept of simplicity and

imperfection into the façade by

applying the shape of a scalene

triangle.

94

theme / review

One Screen,

Many Views

IDIN Architects has designed

a mixed-use building with an

eye-catching façade, using

glass and aluminum panels

to conceal different functional

spaces and to create more

diversified perspectives.

104

Photo: Yamastudio

Photo: Ketsiree Wongwan


theme / review

Writing a

Modern History

EKAR Architects has

refurbished the 43-year old

Pilot pen headquarters on

Silom Road by reflecting the

new brand image through a

visually distinctive Façade.

114

Photo: Ketsiree Wongwan

theme / review

It’s a Living

Thing

Having taken inspiration

from the traditional tropical

architecture of the region, the

design of this factory in Ho Chi

Minh City was developed with

a porous façade devised to act

as a lush green “skin”.

126

Photo courtesy of G8A Architecture & Urban Planning

Photo: www.vector-foiltec.com

Photo: www.architectkidd.com

material

Functionality,

Sensuality And

Aesthetics

Some ideas on recent

materials for architecture

and building skin.

136

Trespa

Meteon 146

ETFE 147

Kriskadecor 149

SCG DECOR

Modeena Series

150

professional

Dhamarchitects

152

revisit

MOre MOdern

Architecture in

More-Kor

The exhibition “MOre MOdern

Architecture in More-Kor” at

TCDC Khon Kaen took us to

look back at the Modernist

ideas of architectural design

and construction emphasizing

the importance of preserving

the cultural heritage related to

this movement.

156

chat

Nives

Vaseenon

ASA spoke with Nives Vaseenon,

the Vice President of the Association

of Siamese Architects

under Royal Patronage on the

actions taken by the ASA and the

possible future of architectural

practice after COVID-19.

164

the last page

168


24

around

2020

National Artist

in Visual Arts

(Contemporary Architecture)

คุณประภากร วทานยกุล อดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยาม

ประจำาปี 2545-2547 และกรรมการผู้จัดการ บริษัท

สถาปนิก 49 จำากัด ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ เป็นศิลปิน

แห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรมร่วมสมัย) ประจำา

ปีพุทธศักราช 2563 โดยมีการประกาศผลไปเมื่อวันศิลปิน

แห่งชาติ ปี 2564 ที่ผ่านมา คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่ง

ชาติได้เผยแพร่คำาประกาศเกียรติคุณไว้ว่า

“นายประภากร วทานยกุล เป็ นสถาปนิกผู้สร้างสรรค์

และมีความรักในอาชีพสถาปนิก โดยมีหลักคิดในการ

ทำางานออกแบบที่เข้าถึงในรายละเอียดของทุกๆ ส่วน

ของงาน มีแนวคิดว่างานสถาปั ตยกรรมที่สมบูรณ์

จะต้องเป็ นการออกแบบร่วมกันของงานทุกศาสตร์

ไม่แตกต่างด้วยขนาด ประเภทของงาน และต้องคำานึง

ถึงสภาพแวดล้อม มีความกระตือรือร้นในงานออกแบบ

ที่ได้ทำาทุกโครงการ มีพลังที่จะสร้างสรรค์และมีความ

ตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ ไปสู่ผู้ที่จะก้าวเข้ามาในเส้น

ทางของการเป็ น “ช่าง” เป็ น “สถาปนิก””

จากการทำางานที่ผ่านมา คุณประภากรได้สร้างสรรค์

สถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำาไว้หลาย

ผลงาน ทั้งในและต่างประเทศ เช่น บ้านสวนสงบ อาคาร

บียู ไดมอนด์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือ อาคารมหิดล

สิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล นอกจากได้รับรางวัล

สถาปัตยกรรมดีเด่นจากหลายสถาบัน คุณประภากรยัง

เคยได้รับยกย่องให้เป็นสถาปนิกดีเด่นด้านวิชาชีพจาก

สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็น

นิสิตเก่าดีเด่นจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์

มหาวิทยาลัยอีกด้วย

Mr. Prabhakorn Vadanyakul, the former

President of the Association of Siamese Architects

(2002-2004) and current Managing Director of

A49 Company Limited has been given the honor as

2020’s National Artist in Visual Arts (Contemporary

Architecture). The announcement was made by the

Board of National Culture on the National Artist Day

2021 and includes the following details.

“Mr. Prabhakorn Vadanyakul is an architect

with incredible creativity and passion. His

work and design philosophy dives deep

into every detail of architectural creation.

By upholding the belief that a perfect

work of architecture is a design that can

integrate any possible discipline, regardless

of scales or typologies, while also being

environmentally conscious. He is the type of

architect who is always eager to work on all

types of projects, with the creative drive and

determination to pass on his knowledge and

experiences to whoever chooses the path of

a ‘builder’ or an ‘architect’.”

Throughout his career, he has created a number of

distinctive works of contemporary architecture, both

in and outside of Thailand, from Baan Suan Sa-nghob

to Bangkok University’s Diamond project, and Prince

Mahidol Hall at Mahidol University. Besides his long

list of accolades and achievements, Mr. Prabhakorn

Vadanyakul has been chosen as an Architect with

Distinctive Professional Achievements by the Association

of Siamese Architects under Royal Patronage

and Best Alumni Award by the Faculty of Architecture,

Chulalongkorn University.



2020 NATIONAL ARTIST IN VISUAL ARTS / SILPATHORN AWARD WINNER 2021

25

Silpathorn Award

Winner 2021

รางวัล “ศิลปาธร” ตามคำานิยามคือ ผู้ทรงหรือผู้รักษา

ไว้ซึ่งศิลปะ เป็นรางวัลที่อยู่ภายใต้โครงการคัดเลือกศิลปิน

ร่วมสมัยดีเด่นในความรับผิดชอบของสำานักงานศิลป

วัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริม

สนับสนุน ยกย่องศิลปินรุ่นกลางที่ทุ่มเทจิตใจในการสร้าง

สรรค์งานศิลปะที่มีคุณภาพออกสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง โดยมี

การกำาหนดเพิ่มสาขาสถาปัตยกรรม เป็นอีกหนึ่งรางวัล

ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา และสถาปนิกผู้ได้รับรางวัล

ศิลปาธร ประจำาปี พ.ศ. 2564 นี้ คือ ศาสตราจารย์

ดร.ต้นข้าว ปาณินท์ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งในปัจจุบันยังปฏิบัติหน้าที่เป็น

อุปนายกสมาคมสถาปนิกสยามฯ ประจำาปี 2563-2565

อีกด้วย จากผลงานวิชาการผ่านบทความและหนังสือหลาย

เล่ม ตลอดจนการถ่ายทอดความเรียบง่ายแต่ละเอียดอ่อน

ผ่านงานออกแบบสถาปัตยกรรมหลายชิ้นภายในนามของ

Research Studio Panin ไม่ว่าจะเป็นงานที่พักอาศัย

หลายหลัง หรืออาคารสาธารณะอย่าง ศูนย์การเรียนรู

เมืองฉะเชิงเทรา (Knowledge Center of Chachoengsao)

โรงแรม PRY1 เขาใหญ่แกรนด์วิว หรือโรงพยาบาล

กาฬสินธุ์-ธนบุรี (Kalasin Thonburi Hospital) ที่ต่าง

สะท้อนความเป็นธรรมชาติของการอยู่อย่างไทย ซึ่งนับได้

ว่าเป็นผลงานของครูผู้จุดประกายแก่สถาปนิกรุ่นใหม่ และ

มีคุณูปการกับวงการสถาปัตยกรรมร่วมสมัยอย่างยิ่ง

A receiver of Silpathron Award is defined as an

individual who preserves and sustains their artistic

contributions. The award is held as a part of the

contemporary artist selection project hosted by the

Office of Contemporary Art and Culture, Ministry of

Culture. In order to support, encourage and celebrate

the mid-career artists with continuous dedication and

valuable contribution. Architecture has been added

as a category of Silpathorn award since 2010.

Professor Tonkao Panin, Ph.D. has been given

the honor as being one of the winners of 2021’s

Silpathorn Awards (Architecture). In addition to her

role and responsibility as a professional architect

and professor at the Faculty of Architecture,

Silpakorn University, Professor Tonkao is currently

the Vice President of the Association of Siamese

Architects under Royal Patronage (2020-2022). Her

contributions range from academic publications to

the simplicity and delicateness of her architecture

created under the name Research Studio Panin.

Ranging from residential projects to public buildings

such as Knowledge Center of Chachoengsao,

PRY1 Hotel Khao Yai Grand View Hotel, and Kalasin

Thonburi Hospital. Her works and their reflection

of the intrinsic natures of the Thai way of life have

become a valuable lesson for younger generation

architects, proving her with the status of a true

benefactor of Thailand’s contemporary architecture.


26

around

Results of the ASA

Cloud Center Songkhla

Competition

สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ต้องการ

พัฒนาศูนย์อาษาคลาวด์เมืองสงขลา เพื่อใช้เป็นศูนย์รวม

ของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมรวมทั้งเป็นแหล่งเผย

แพร่ความรู้ทางสถาปัตยกรรมแก่ผู้ที่สนใจในเมืองได้เข้า

มาใช้งาน ด้วยการปรับปรุงอาคารเก่าสามคูหาในย่านถนน

นครนอก ซึ่งเป็นอาคารในเขตเมืองเก่าสงขลาที่มีลักษณะ

เป็นอาคารเรือนแถวรูปแบบเรียบง่ายโครงสร้างปูนและไม้

ความสูงหนึ่งชั้น จึงจัดเป็นโครงการประกวดแนวความคิด

ในการออกแบบปรับปรุงอาคารขึ้นเพื่อนำาเสนอเป็นอาคาร

ตัวอย่างที่ส่งเสริมการอนุรักษ์คุณค่าของเมืองเก่าสงขลา

สู่เมืองมรดกโลก และได้มีการประกาศผลการตัดสินรอบ

สุดท้ายไปเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ผลงานที่ชนะเลิศอันดับ 1 เป็นผลงานของ คุณปกรณ์

เนมิตรมานสุข ในชื่อผลงานว่า “ASA CLOUD- THE

EXISTING VALUE” ด้วยการออกแบบที่ขับเน้นเสน่ห์ของ

บ้านจีนสามห้องที่มีจังหวะของช่องประตูหน้าต่างโบราณ

ที่งดงาม แสดงให้เห็นถึงการใช้อาคารที่เคยแยกเป็นสามเจ้า

ของในอดีต ผู้ออกแบบเลือกใช้วัสดุที่สื่อถึงความสัมพันธ์

ของอาคารกับบริบทเมืองเก่าทางประวัติศาสตร์ และการ

จัดวางพื้นที่เก่า-ใหม่ที่ปรับเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยได้

ทั้งภายในและภายนอกให้เกิดพื้นที่สาธารณะของย่านที่

ต้อนรับผู้คนให้หลั่งไหลเข้ามาชมและเข้าใจในวิชาชีพ

สถาปนิกมากขึ้น

ผลงานรองชนะเลิศอันดับที่ 1 เป็นผลงานออกแบบของ

คุณบัณฑิตทัศน์ ทสยันไชย ในชื่อผลงานว่า “ASA CLOUD

O–NEGATIVE - SPACE” โดยใช้ประโยชน์ของ Open space

ที่เกิดจาก Negative space ของอาคารเก่าโดยรอบ เปิดให้

เป็นลานสนามหญ้าที่เรียบง่าย แต่สร้างคุณค่าและความ

สง่างามด้วยมุมมองต่างๆ ให้กับอาคารโดยรอบ และได้

ซ่อนความซับซ้อนของประโยชน์การใช้สอยใหม่ งานโครง-

สร้าง งานระบบ รวมถึงการซ่อนกระบวนการปรับเปลี่ยน

การใช้งานที่หลากหลายด้วยการใช้ผ้าใบในลักษณะต่างๆ

เกิดความหมายของพื้นที่เปรียบเสมือนการแต่งตัวตาม

บริบทพหุวัฒนธรรมที่หลากหลายในพื้นที่

An initiative of the Association of Siamese Architects

under Royal Patronage is The ASA Cloud Center

Songkhla Competition with an aim to develop an

information center in Songkhla. In order to serve as

a center for local professional architects as well as

a resource of knowledge for the general public.

The brief given was to renovate the three-block old

building on Nakorn Nok Road which is a simple

single storey building, built with brick and wood, in

the old city area of Songkhla. The idea behind the

project also aims to promote and conserve the

value of the city. The result was recently announced

in May.

Pakorn Nemitmansuk’s design submission won the

first prize, with the title of “ASA CLOUD- THE EX-

ISTING VALUE”. The scheme emphasizes the charm

of a three-room Chinese house with a composition

created by the rhythmical use of beautiful ancient

doors and windows. These architectural elements

also represent the building’s past and former use

that was previously occupied by three owners. The

materials proposed in this winning scheme conveys

the relationship of the building and the context of

the historical old town. The old and new spaces,

both from the perspective of the exterior and interior

can be flexibly used to create an attractive public

space in the neighborhood, a new welcoming space

for the public to learn more about architects, and

architectural practice.

Bunthitat Tasayanchai is the first runner up who

created a design proposal entitled “ASA CLOUD

O-NEGATIVE - SPACE” . The designer employed

the beneficial aspect of the of open space formed

by the negative space of the old buildings around

and turned it into a simple courtyard while creating

value and elegance in different perspectives and

angles from the surrounding buildings. The scheme

also sophisticatedly creates the complexity of new

usability, in its structural and system work, as well as


RESULTS OF THE ASA CLOUD CENTER SONGKHLA COMPETITION

27

1

2

3

01

ผลงานที่ชนะเลิศอันดับ 1

เป็นผลงานของ คุณปกรณ์

เนมิตรมานสุข ในชื่อผลงาน

ว่า “ASA CLOUD - THE

EXISTING VALUE”

02

ผลงานรองชนะเลิศอันดับ

ที่ 1 เป็นผลงานออกแบบ

ของ คุณบัณฑิตทัศน์

ทสยันไชย ในชื่อผลงาน

ว่า “ASA CLOUD O–

NEGATIVE - SPACE”

03

ผลงานรองชนะเลิศ

อันดับที่ 2 เป็นผลงาน

ออกแบบของ คุณธนวัฒน์

สร้อยนิติรัตน์ และคุณ

สุทธิพร ทีปะปาล โดย

ใช้ชื่อผลงาน ว่า “ASA

CLOUD- อนุรักษ์ ศึกษา

ต่อยอด”

ผลงานรองชนะเลิศอันดับที่ 2 เป็นผลงานออกแบบของ

คุณธนวัฒน์ สร้อยนิติรัตน์ และคุณสุทธิพร ทีปะปาล โดย

ใช้ชื่อผลงานว่า “ASA CLOUD- อนุรักษ์ ศึกษา ต่อยอด”

ที่พยายามเก็บรักษาทั้งรายละเอียดรูปแบบต่างๆ ของ

อาคารและวัสดุไว้เพื่อการศึกษาแนวความคิดและภูมิปัญญา

ของสถาปัตยกรรมยุคเก่า โดยนำาความรู้เหล่านี้ผนวกเข้า

กับการอนุรักษ์เพื่อจัดแสดงให้บุคคลทั่วไป สามารถเข้าชม

ได้ในส่วนนิทรรศการ เพื่อนำาไปสู่การต่อยอดให้เป็นอาคาร

ตัวอย่างในการต่อเติมและซ่อมแซมอาคารในเขตชุมชน

เมืองเก่าสงขลาเพื่อการอนุรักษ์ต่อไป

hiding the process of modifying various applications

by using the canvas in various creative ways. In turn,

it helps create to create a meaning of the place,

similar to dressing traditionally according to the

multicultural context of the area.

The second runner-up is “ASA CLOUD- Preserve,

Study, Develop” - a design proposal by Thanawat

Soinitirat and Suthiporn Teepapal - with an idea

to preserve all the parts, details, and materials of

the existing building. They chose to preserve these

elements as a valuable resource to learn and appreciate

the wisdom of traditional architecture. In that

sense, the building will be an exhibition space and

the architecture-on-display itself for the local people

and visitors, further from the exhibition inside. This

idea leads to possible future developments as a

model for the addition and restoration of other

buildings in the old town of Songkhla.


28

1

Serpentine Pavilion 2021 designed by Counterspace, Exterior View © Counterspace Photo: Iwan Baan


Serpentine

Pavilion 2021

Designed by

Counterspace

around

29

Sumayya Vally of Counterspace. Photographed by Justice

Mukheli in Johannesburg, 2020. © Counterspace

เป็นครั้งแรกในการทำางานของ Serpentine Gallery ที ่เปิดตัว

Serpentine Pavilion มากกว่าหนึ่งแห่งนอกเหนือจากอาคาร

หลักในสวน Kensington Gardens และเป็นครั้งแรกเช่นกัน

ที่มีกลุ่มสถาปนิกหญิงอายุน้อยที่สุดเป็นผู้ออกแบบ ผู้ก่อตั้ง

สตูดิโอ Counter space จากเมืองโจฮันเนสเบิร์กในแอฟริกาใต้

Sumayya Vally เองยังเป็นสถาปนิกเพียงคนเดียวในรายชื ่อ

Time100 Next ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำาแห่งการ

เปลี่ยนแปลงในอนาคตของปี 2021

ผลงานการออกแบบ Serpentine Pavilion ของ Counter

Space นี้อาจเรียกได้ว่าสะท้อนแนวคิดจากมุมมองพหุนิยม

(Pluralism) และให้ความสำาคัญกับ “ความเป็นอื่น” โดย

นำาเสนอแนวคิดการออกแบบ Serpentine Pavilion ในฐานะ

พื้นที่เพื่อการพบปะของทุกคนที่นอกเหนือจากคนในแวดวง

วิชาชีพ แต่พยายามสื่อถึงการมีตัวตนอยู่ของชุมชนคน

พลัดถิ่น (Diaspora Communities) จากเมืองอาณานิคม

ของอังกฤษเอง หรือผู ้อพยพโยกย้ายเข้ามาตั ้งถิ ่นฐานในเมือง

ไปพร้อมๆกับสถานะของผู้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้าง

ประวัติศาสตร์สังคมพหุวัฒนธรรมในลอนดอน ซึ่งนอกจาก

อาคารหลักในสวนแล้ว ความพิเศษของการออกแบบใน

ปีนี้คือสถาปนิกและผู้จัดงานยังริเริ่มการกระจายวางงาน

ออกแบบชิ้นย่อยอีก 4 ชิ้น ไปติดตั้งในพื้นที่พบปะสำ าคัญของ

ย่านชุมชนชายขอบในลอนดอนและองค์กรภาคีเครือข่าย

โดยที่ชิ้นส่วนผลงานทั้งหมดสามารถนำามาประกอบร่าง

รวมกันได้ในภายหลัง

For the first time since the Serpentine Gallery began

its operations, the Serpentine Pavilion Initiative that

the commission has extended to the other areas of

the city outside the Kensington Gardens. Another

first to be celebrated is that the Pavilion was designed

by the youngest female architect Sumayya

Vally who leads the Johannesburg practice- Counterspace.

Vally is the only architect who has been

selected in TIME100 Next List honoree of the

leaders who are shaping the future in 2021.

Counterspace’s Serpentine Pavilion design could

be described as a reflection of “Pluralism” with a

focus on “Otherness” by designing the Pavilion as

a “gathering space” for all apart from the professionals.

It is also importantly trying to convey the

existence of the diaspora communities from the

colony itself or immigrants migrating to settle in the

city along with the status of the participants who

are co-creating a history of a multicultural society

in London. Besides the main pavilion building in the

garden, what is special this year is that the commission

extends to the other areas of the city, as

four fragments of the Pavilion are installed in key

gathering spaces in marginalized London neighborhoods

and partner organizations, all of which can

be assembled together later.


30

around

ส่วนของอาคารหลักสื่อถึงการประกอบร่างจากชิ้นส่วนอาคาร

ที่พิมพ์แบบมาจากส่วนต่างๆ ของพื้นที่พบปะของชุมชน

ในรูปแบบต่างๆทั่วลอนดอน ทั้งสุเหร่า Fazl Mosque และ

East London Mosque ร้านหนังสือชุมชน Centerprise ใน

Hackney ร้านอาหาร The Mangrove และ Notting Hill

Carnival หรือ The Four Aces Club ที่ Dalston Lane การ

รวมตัวจากองค์ประกอบหลายชิ้นส่วนทำาให้เกิดมุมและพื้นที่

นั่งในรูปแบบต่างๆ หลากหลายที่เชื่อมต่อกันเกิดเป็นพื้นผิวที่

ต่อเนื่องไปตลอดทั้งหลังของอาคาร ในขณะที่แต่ละชิ้นส่วนมี

ความโดดเด่นของตัวเองด้วยความแตกต่างของเรื ่องราวที ่มา

องค์ประกอบ สี หรือวัสดุ จากทั้งเหล็กและแผ่นคอร์กที่นำา

กลับมาใช้ใหม่ หรือก้อนอิฐจากวัสดุธรรมชาติ แต่เมื่อมาอยู่

ร่วมกันนั้นกลับเป็นส่วนเสริมของกันและกันภายในขอบเขต

พื้นที่วงกลมใต้ระนาบหลังคาผืนเดียวกัน

The main Pavilion represents the construction of

abstract elements and details moulded from various

parts of the community gathering spaces across

London. This includes the Fazl Mosque and the

East London Mosque, the Centerprise Community

Bookstore in Hackney, The Mangrove Restaurant

and Notting Hill Carnival as well as The Four Aces

Club at Dalston Lane. The combination of various

elements creates a variety of different angles and

seating areas that connect to form a continuous

surface throughout the building. While each piece

is distinct with its origin story, composition, color, or

material from both reclaimed steel and cork sheets

or eco-bricks from natural materials, when they

come together they are complementary to each

other within the circular space under one roof.

Serpentine Pavilion 2021 designed by Counterspace, Interior View © Counterspace Photo: Iwan Baan



SERPENTINE PAVILION 2021 DESIGNED BY COUNTERSPACE

31

Fragment of Serpentine Pavilion 2021 designed by Counterspace for The Tabernacle, Notting

Hill © Counterspace Photo: George Darrell

จากการทำางานในช่วงที่โควิด-19 ระบาดอย่างหนักใน

ลอนดอนนั้น ส่งผลให้ต้องเลื่อนเวลาการเปิดให้เข้าชมอย่าง

เป็นทางการมาเป็นช่วงมิถุนายนถึงตุลาคมของปี 2021 นี

ในช่วงที่ผ่านมาจึงเป็นโอกาสที่สถาปนิกได้ทำ างานศึกษาวิจัย

ในลอนดอนตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งร่วมกิจกรรมกับกลุ่ม

ชุมชน และการค้นพบสถานที่ที่ถูกลืมเลือน สำ าหรับ Sumayya

Vally นั้นแม้จะแทบไม่มีผลงานการสร้างจริง แต่สตูดิโอค่อน

ข้างเน้นการทำางานวิจัยออกแบบร่วมกับศิลปิน กลุ ่มนักแสดง

จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ที่บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

ในมุมที่ไม่เคยถูกถ่ายทอดมาก่อน โดยเฉพาะเรื่องราว

น่าสะเทือนใจของกลุ ่มแรงงานเหมืองผิดกฎหมายหรือกลุ ่ม

คนงานที่ต้องหลบซ่อนตัวในช่วงยุคการแบ่งแยกเชื้อชาติ

ของแอฟริกาใต้ (Apartheid era) ที่ถูกนำามาเล่าเพียงผิวเผิน

และไม่เคยมีการเยียวยาอย่างจริงจัง การศึกษาค้นคว้าทาง

ประวัติศาสตร์และโบราณคดี ผ่านงานสถาปัตยกรรมไม่ว่า

จะในเมืองโจฮันเนสเบิร์กหรือลอนดอนเอง แล้วถ่ายทอดออก

มาในมุมอื ่นๆนอกเหนือจากประวัติศาสตร์กระแสหลักของ

Counter Space จึงมีความน่าสนใจในรูปแบบของ “การสร้าง

ที่แตกต่าง” อย่างที่ผู้ออกแบบตั้งใจ

A delay of the official opening to June- October this

year is due to the fact that COVID-19 hit London

heavily during the working process. But it was a

good opportunity for Vally to conduct research in

London at various locations as well as participating

in activities with community groups and discovering

forgotten places. As for Sumayya Vally, she is the

founder who directs Counterspace, the studio with

hardly any built work. Much of their work emerges

from research and interdisciplinary art-based creatives,

undertaking predominantly creative projects

that unfold historical stories in a never-before-seen

angle. One of these are the heartbreaking tales

of illegal miners, and workers hiding themselves

during South Africa’s Apartheid era, the story which

was superficially told and has never been seriously

addressed. What is truly interesting about Counterspace

is that the studio has conducted historical

and archeological studies through architecture,

whether in Johannesburg or London, and then represented

it in different perspectives other than what is

found in mainstream history. It is a form of “to build

differently” as the architect intended.

serpentinegalleries.org


32

around

Radical

Architecture

of the Future

by Beatrice Galilee

เมื่อภัณฑารักษ์และนักวิจารณ์ทางสถาปัตยกรรมร่วมสมัย

อย่าง Beatrice Galilee ตั้งคำาถามถึงบทบาทของสถาปัตย-

กรรมในอนาคต ความเป็นไปได้ของทิศทางงานออกแบบที่

เราอาจคาดไม่ถึง และความสุดโต่งระดับไหนที่เรายอมรับ

ได้ไว้ในหนังสือเล่มล่าสุด Radical Architecture of the

Future โดยสำานักพิมพ์ Phaidon ในฐานะผู้เขียน Beatrice

จึงชวนสำารวจความเคลื่อนไหวจากผลงานกว่า 79 ชิ้น ใน

ช่วงรอบสองทศวรรษที่ผ่านมาที่อาจเรียกได้ว่าส่วนใหญ่

อยู่นอกเหนือจากสถาปัตยกรรมกระแสหลัก ปรากฏอยู่

ทั้งการสร้างจริงหรือผลงานเชิงความคิดและการทดลอง

ที่อาจไม่ได้สร้างจากหลากหลายแหล่ง และก้าวข้ามไป

ถึงผลงานศิลปะ การออกแบบแอปพลิเคชัน เกม และ

แอนิเมชัน ภาพยนตร์ งานเขียนเชิงวิชาการ รวมไปถึง

การทดลองด้านอวกาศ

In her latest book, Radical Architecture of the

Future, curator and architecture critic Beatrice

Galilee, questions the role of future architecture,

possibilities of new design applications beyond

current imagination and the most radical take

we could accept. As author, Beatrice explores

architectural movements from more than seventynine

architectural works from the past twenty

years, the majority of which could be considered

as non-mainstream. It consists of a range of works

that exist in the real world as well as conceptual

or experimentalones. Works come from various

sources including applications in art, video games,

animation design, films, academic works and even

space experimentation.


RADICAL ARCHITECTURE OF THE FUTURE BY BEATRICE GALILEE

33

Galilee จัดหมวดหมู่การนำาเสนอในหนังสือออกเป็น 5 บท

ประกอบด้วย Visionaries นำาเสนอตัวอย่างผลงานเมื่อ

กระบวนการทำางานของนักออกแบบร่วมกับหลายสาขา

วิชาชีพหรือจากมุมมองอื่นจะทำาให้เห็นถึงบทบาทของ

สถาปัตยกรรมที่สร้างผลกระทบต่อสังคมได้มากขึ้นเช่น

ผลงานของ Rotor DC ในเบลเยี่ยมหรืองาน Design Earth

ของ El Hadi Jazalry และ Rania Ghosn ส่วนในบท

Insiders เป็นการนำาเสนอผลงานของสถาปนิกที่มีชื่อเสียง

อย่าง Heatherwick Studio, Elemental หรือ Amateur

Architecture Studio และ Studio Gang ที่รูปธรรมของ

งานสถาปัตยกรรมพยายามสร้างความหมายนอกเหนือ

ไปจากลายเซ็นของผู้ออกแบบ แต่ส่งผลต่อคนและสภาพ

แวดล้อมในบริบทพื้นที่ที่ผลงานนั้นๆ ตั้งอยู่ บท Radicals

ชวนมองย้อนกลับมายังสถาปัตยกรรมและปฏิบัติการเชิง

พื้นที่ผ่านสายตาของศาสตร์แขนงอื่นๆเช่นผลงานของ

ศิลปินอย่าง Cao Fei, Mishka Henner หรือฉากทัศน์เมือง

Wakanda ในภาพยนตร์ Black Pantherโดย Hannah

Beachler ในขณะที่ Breakthroughs เน้นกระบวนการ

ทำางานของสถาปนิกรุ่นใหม่ที่ค้นคว้าทดลองกับวัสดุต่างๆ

ร่วมกับบริบททั ้งในเมืองและชนบทอย่าง SO-IL, Assemble,

Anna Heringer, Frida Escobedo หรือ Ensamble Studio

เพื่อค้นหาหนทางในการสร้างแบบใหม่ๆ ที่น่าสนใจ พร้อม

ตอบคำาถามทางสิ่งแวดล้อมหรือเศรษฐกิจไปพร้อมกันก่อน

จะปิดท้ายด้วยผลงานของนักคิดทฤษฎีและนักทดลองจาก

สาขาวิชาชีพอื่นๆอย่าง Donna Haraway, David OReilly

หรือ Space Enabled ไว้ในบทสุดท้าย Masterminds

ความหลากหลายของผลงานที่รวบรวมไว้ในหนังสือ

เล่มนี้จึงน่าสนใจสำาหรับการสร้างบทสนทนาปลายเปิด

และตั้งคำาถามถึงความน่าจะเป็นของสถาปัตยกรรมและ

ปฏิบัติการเชิงพื้นที่ในอนาคตโดยที่ไม่จำากัดอยู่เฉพาะ

แวดวงสถาปนิกเท่านั้นแต่รวมถึงผู้คนในสาขาอาชีพ

อื่นๆ ที่เป็นทั้งผู้ร่วมสร้างและใช้ประโยชน์จากสิ่งแวด-

ล้อมสรรค์สร้างรอบตัวเรา

The book is divided into five chapters, each one

delving into and discussing different categories

of works. The first, ‘Visionaries’, defines design

processes and the collaboration between designers

and experts from various disciplines offering

differing perspectives that provides for a broader

range of view on the impact that architecture has

on society. Works shown in this section include

Rotor DC’s work in Belgium and Design Earth by

El Hadi Jazalry and Rania Ghosn.Chapter two,

‘Insiders’, includes works of famous architects and

studios such as Heatherwick Studio, Elemental,

Amateur Architecture Studio, and Studio Gang.

The application of architectural abstract form here

attempts to not only creates meaning representing

the designers’ signature but extends further into the

realms that affect individuals and their environments

in the context in which they operate. Chapter

three ‘Radicals’, invites the reader to look back at

architecture and spatial design practices through

the lenses of other disciplines. Works here include

those produced by artists Cao Fei and Mishka

Henner, as well as the urban scenerio of ‘Wakanda’

from the film ‘Black Panther’ produced by Hannah

Beachler. The fourth - Breakthroughs’ - emphasize

the working process of a new generation of

architects and design studios such as SO-IL,

Assemble, Anna Heringer, Frida Escobedo and

Ensemble studio. Here they clearly experiment

with the use and application of different materials

in both urban and rural contexts seeking new

and interesting methods of construction while

simultaneously answering questions regarding

the built environment and impact on the economy.

‘Masterminds’, is the final chapter and deals with

works of theorists and experimenters such as

Donna Haraway, David OReilly, and Space Enabled

involving themselves in other related subject

matters.

The diversity collected in this book opens the mind

to interesting open-ended discussion that questions

the validity of architecture and spatial design

practices today and the perceived possibilities of

design applications and their role in the future. This

is not only significant for architects and designers,

but also for those in other subject areas who are

both co-creators and co-benefactors of our built

environment.

Phaidon Press (January 6, 2021)

Hardback, 240 pages 270 x 205 mm

ISBN: 9781838661236

phaidon.com


34

ORDER

NOW!


2020 ASA

Architectural

Design Awards

35

Objectives

To promote and encourage the creation of excellent architecture

that is valuable and beneficial to people, the environment,

and society.

To honor and recognize any architecture firm, any freelance

architect, anyone who is not a registered architect but

allowed to do the work by the regulation, all the substantial

architects who worked on the project, and all other design

consultants involving in creating the project. (An architecture

derives from an architect’s creative idea and the participation

of anyone who assisted her/him, so these people should

get credits for the success.)

To publicize the creation of excellent architecture to enhance

the public knowledge, understanding, and appreciation of

the value and benefit of that creation which impacts the

quality of life.

Project Eligibility

- The project must be designed and submitted by any registered

architect or registered architectural firm in Thailand

or anyone who is not a registered architect but allowed to do

the work by the regulation.

- The project can be in Thailand or abroad.

- The built project must be according to the building regulations.

(As an organization under Royal Patronage, the ASA

must support only the lawful deeds and matters.)

- The project must complete before the date on which the

award selection process starts.

- The project must have never been submitted for the ASA

Architectural Design Awards. (As an organization under

Royal Patronage, the ASA must respect the invited Jury

Panel’s decision and strict to it permanently, the Architects

or anyone who joins its activities must also follow this ethic.)

- The project must have the owner’s permission to be

submitted.

- The project must credit every substantial contributor:

the architecture firm or the freelance architect, substantial

architects in the team (if any), and other design consultants.

(An architecture derives from an architect’s creative idea and

the collaboration of anyone in the team, so all these people

should get credits for the success.)

Jury Panel:

Associate Professor Dr. Tanit Charoenpong

Pisit Rojanavanich

Suthit Wangrungarun

Associate Professor Dr. M.L. Piyalada Thaveeprungsriporn

Associate Professor Dr. Atch Sreshthaputra DGNB, TREES-F

Jury Panel Main Judging Criteria

- Creativity and originality in design.

- Quality of form, space, and convenience of uses.

- Response to the climate and the spirit of the place

and its people.

- Environmental sustainability.

- Inspiration to the public and the design profession.

Awards

Awards Category

- ASA Architectural Design Gold Award

- ASA Architectural Design Silver Award

- ASA Architectural Design Bronze Award

- ASA Architectural Design Commended Award

for The Project with Appealing Aspects

Awards Organizing Committee

Chairperson

Metee Rasameevijitpisal

Committee

Dr. Attayanan Jitrojanaruk

Natjaporn Kosalanun

Contact Person

Nawamin Trabutr

www.asa.or.th/asa-awards/

2020-asa-architectural-design-awards/


36

2020 ASA Architectural Design Awards

2020 ASA

Architectural Design

Gold Award

Office

Inter Crop Group Building

Bangkok, Thailand

Architect:

Stu D/O Architects

Design Architects:

Chanasit Cholasuek

Apichart Srirojanapinyo

Supachart Boontang

Patompong Songpracha

Jury Comment

โดยทฤษฎีแล้วที่ตั้งอาคารแต่ละแห่งมีคุณลักษณะเฉพาะตัวในแง่ของบริบท

ของเมืองและบริบทเชิงสถาปัตยกรรม รวมทั้งสภาพภูมิอากาศ แสง เงา

เสียง และทิศทางลม เมื่อพิจารณาสิ่งเหล่านี้สถาปนิกก็มักจะพบแบบแผนบาง

ประการที่จะนำาไปสู่รูปทรงอาคารต่อไป

อาจกล่าวได้ว่าอาคารสำานักงาน Inter Crop เป็นผลงานที่สะท้อนแนวคิดดัง

กล่าวอย่างลงตัว เนื่องจากธุรกิจหลักของบริษัทคือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

สถาปนิกจึงได้นำารูปแบบของนาขั้นบันไดมาใช้เทียบแทนในการสร้างรูปทรง

ทางสถาปัตยกรรม กล่าวคือแทนที่อาคารจะเป็นก้อนขนาดใหญ่ที่มีผิวผนัง

ต่อเนื่องเป็นระนาบขนาดใหญ่อย่างอาคารสำานักงานที่พบได้ทั่วไป สถาปนิก

ใช้แนวคิดนาขั้นบันไดมาแตกมวลอาคารเป็นชั้นๆ ยักเยื้องกัน การดึงมวล

อาคารแต่ละชั้นให้เยื้องเหลื่อมกันนี้เองนอกจากจะสะท้อนความต้องการพื้นที่

ใช้สอยที่แตกต่างกันไปในแต่ละชั้นแล้ว ยังทำาให้เกิดพื้นที่ภายนอกในรูปของ

ชาน ระเบียง และสวน ซึ่งช่วยเสริมบรรยากาศและสุขภาวะของการทำางาน

และยังเกิดเป็นส่วนยื่นที่ช่วยบังแดดให้กับอาคารบางส่วนได้อีกด้วย นอกจาก

นี้ การสร้างมวลอาคารที่แยกย่อยยักเยื้องกันนี้ยังทำาให้ผสานเข้ากันได้อย่างดี

กับบริบทของชุมชนพักอาศัยโดยรอบ เป็นการออกแบบที่แสดงการคำานึงถึง

ความเชื่อมต่อกับบริบทเมือง แต่ก็ยังเป็นรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจนเพียง

พอจนสามารถรับรู้ได้เมื่อสัญจรผ่านด้วยความเร็วบนทางด่วนศรีรัชที่ไม่ไกล

จากโครงการ

ในแง่ของการจัดวางที่ว่างภายในอาคาร การเปิดช่องโล่งสูงสี่ชั้นบริเวณ

โถงบันไดด้านหน้าของอาคารทำาให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างชั้นทั้งในด้าน

กายภาพและความรู้สึก ทำาให้รู้สึกถึงความโล่งสูงและกว้าง ส่งให้องค์ประกอบ

ของระบบที่ว่างโดยรวมมีชีวิตชีวาขึ้น พื้นที่สวนที่ชานภายนอกอาคารที่เกิด

จากการเหลื่อมของมวลอาคาร ทำาให้เกิดกิจกรรมภายนอกและเป็นพื้นที่ผ่อน

คลายของพนักงานและส่งผลดีต่อการลดหรือควบคุมสภาวะเกาะความร้อนที่

เป็นกำาลังปัญหาใหญ่ในเมืองใหญ่ของเรา นอกจากนี้ การใช้แผงกันแดดทาง

ตั้งที่ออกแบบรายละเอียดโดยคำานึงถึงมุมมองจากภายในเป็นองค์ประกอบ

หลักของผิวอาคาร ก็ช่วยลดทอนแสงสะท้อนจากผนังกระจกออกไปยังพื้นที่

โดยรอบได้เป็นอย่างดี และยังเป็นภาพจำาที่เป็นเอกลักษณ์ของอาคารอีกด้วย

Contextually, each site contains its own specific qualities of

urban context, architectural context, of sun and shade, and of

sound and local breeze. Seek these out, the architect will discover

promises of formal order that leads to the genesis of form.

Given architectural brief of an agriculture related company HQ,

the architect has devised the metaphor of stepped terraces

of Paddy fields. The skillful interpretation gives rise to proper

scale and proportion of form. The stacking of floor plates allows

different departments to occupy varying sizes of floor spaces

per their specific requirements. On the outside, the building

fragmented itself to blend in with the immediate context of

residential precinct. The glaring effect is also greatly reduced

compared to a shining curtain wall building. Looking from afar

at urban scale, the amalgamation of form also manifests itself

at the right scale when perceived from the moving vehicles on

Sirat Expressway.

In terms of space planning, 4 level atrium space tying all floors

together is a big plus, space wise and livability, to the whole

composition. The greening of terraces allows for outdoor activities

and visual relief for office workers and contributes positively

to the reduction of heat island for our metropolis.


Gold Award

37


38

2020 ASA Architectural Design Awards

2020 ASA

Architectural Design

Gold Award

Office

Rabindhorn: Arsomsilp

Community and

Environment Architect

Office, Bangkok, Thailand

Architect:

Arsomsilp Community

and Environment Architect

Design Architects:

Theeraphon Niyom

Nuntapong Yindeekhun

Nathapachr Pinaksilp

Jury Comment

อาคารรพินทรเป็นอาคารสำานักงานซึ่งเกิดขึ้นจากการปรับการใช้สอย

(adaptive reuse) อาคารยิมเนเซียมเก่าของโรงเรียนรุ่งอรุณซึ่งอยู่ในบริเวณ

เดียวกัน การออกแบบอาคารนี้ กล่าวได้ว่าเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นในการ

ให้กำาเนิดชีวิตใหม่แก่โครงอาคารเก่าที่คล้ายจะหมดประโยชน์ใช้สอย

ตามวัตถุประสงค์ดั้งเดิม

ในการนี้ สถาปนิกเลือกวิธีการคงโครงสร้างหลังคาเดิม แล้วสอดแทรกพื้นที่

ใช้สอยใหม่คือสำานักงานเข้าไปในที่ว่างโล่งสูงของอาคารเดิม โดยปรับความ

สูงของโครงสร้างตามความต้องการของโปรแกรม เกิดผลลัพธ์ที่น่าสนใจยิ่ง

คือทั้งที่เป็นอาคารที่มีมวลขนาดใหญ่ แต่ก็ยังสามารถรักษาความโล่งโปร่ง

ของที่ว่างไว้ด้วยช่องแสงขนาดใหญ่ตลอดแนวอาคาร นอกจากนี้ การจัดพื้นที่

ทำางานที่มีผนังโปร่งมองทะลุถึงกันเชื่อมต่อกันด้วยระบบระเบียงเปิดคล้าย

สะพานเชื่อม ก็ทำาให้พื้นที่ภายในอาคารมีลักษณะเชื่อมต่อกันได้โดยการมอง

เห็นซึ่งกันและกัน ให้ความรู้สึกคล้ายเป็น co-working space สร้างเสริม

การทำางานร่วมกันระหว่างทีมต่างๆ ซึ่งตอบสนองธรรมชาติการทำางานของ

อาศรมศิลป์เองเป็นอย่างดี

สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งของที่ว่างภายในอาคารรพินทรก็คือการสร้างสมดุล

ที่ลงตัวระหว่างความเรียบง่ายของภาษาสถาปัตยกรรมกับความซับซ้อนของ

ที่ว่าง ระหว่างความโปร่งโล่งสง่างามในภาพรวมกับพื้นที่มุมเล็กมุมน้อยที่ให้

ความรู้สึกเป็นกันเองและเป็นส่วนตัว ระหว่างบรรยากาศการทำางานที่ทันสมัย

และมีประสิทธิภาพกับร่องรอยของภาษาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นซึ่งสะท้อนทั้ง

ปรัชญาการทำางานของสถาปนิกเองและบริบทที่ตั้งของอาคาร นอกจากนี้การ

ใช้แสงธรรมชาติและการระบายอากาศธรรมชาติในพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด

ก็ยังทำาให้เกิดบรรยากาศการทำางานที่มีสุนทรียภาพแบบเขตร้อนชื้นได้

อย่างดียิ่ง

A modern office which was emerging from the old school gymnasium

a la adaptive reuse. This project stands out as a good

example of turning a new leaf for a tired and worn out shell. In

addition, language of vernacular architecture was also inserted

to resonate its suburban setting.

Architect‘s solution is to retain an original roof structure and

insert a loose-knitted working units within the volume beneath.

The result is an attractive system of connecting spaces via

walking corridor and bridges, lending itself to an inspiring

incidental co-working space that is so conducive to collaborative

spirit of all working there.

This creative arrangement reflects a balance between a rather

simple architectural language and a complex interlocking

spaces of different shapes and sizes. Also a balance between

voluminous spaces and small corners with friendly and private

atmosphere, a balance between efficient modern working space

and a vernacular type of architecture which is an architect

approach and which blends neatly with the site. The use of

vast opening leads to sufficient natural light and ventilation

— leading to a romantic feeling of working in the tropical

ambience.


Gold Award

39


40

2020 ASA Architectural Design Awards

2020 ASA

Architectural Design

Silver Award

Hospital

Ratchaphruek Hospital,

Khon Kaen, Thailand

Architect:

Arsomsilp Community

and Environmental Architect

Design Architects:

Theerapon Niyom

Nuntapong Lertmaneetaweesap

Jirasak Puimoontree

Jury Comment

โดยรวมอาคารที่น่าชื่นชมหลังนี้เป็นโรงพยาบาลร่วมสมัยที่เข้ากันสนิทกับ

ความเป็นท้องถิ่นและให้ความสำาคัญกับความเป็นภูมิภาค สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ

ความพยายามที่จะสร้างความสมดุลระหว่างลักษณะการใช้สอยที่ง่ายและเป็น

กันเองของคนไข้หรือผู้ใช้อาคารและความต้องการทางด้านเทคนิคอันสลับ

ซับซ้อนของโรงพยาบาลสมัยใหม่ ซึ่งต้องป้องกันการติดเชื้ออันเป็นความ

สำาคัญสูงสุด ในเชิงการออกแบบ งานนี้เป็นการหาสมดุลระหว่างพื้นที่เปิด

โล่งและพื้นที่ควบคุมและปรับอากาศและยังต้องแสดงออกซึ่งความเป็น

สถาปัตยกรรมภูมิภาคด้วย ในภาวะของการระบาดของโรคโควิด-19

โรงพยาบาลนี้น่าจะสามารถเป็นต้นแบบของความพยายามตอบสนองต่อ

ปัญหาดังกล่าวด้วยผังพื้นที่ค่อนข้างหลวมและมีพื้นที่เปิดโล่งระบายอากาศ

ได้มากพอสมควร โดยคงพื้นที่ปิดเพื่อปรับอากาศเท่าที่จำาเป็น

ในแง่ของรูปทรง การออกแบบมวลขนาดใหญ่ของอาคารโรงพยาบาลนี้ให้มี

ลักษณะของบ้านพักอาศัยทำาให้เกิดก้อนหลังคาจั่วขนาดใหญ่มากวางทับอยู่

บนยอดอาคาร เกิดความรู้สึกหนักอึ้งแทนที่จะเบาแบบอาคารบ้านพักอาศัย

อีกทั้งรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมของงานส่วนนี้ก็อยู่ไกลตาจนไม่สามารถ

ที่จะมองเห็นรับรู้ได้ง่ายจากผู้ที่สัญจรผ่านไปมา

All in all, a laudable project of contemporary hospital dovetailed

with topicality and critical regionalism. Apparent in the design

is the attempt to strike a balance between user friendliness and

technical requirements of a modern hospital whereby infectious

control is of prime importance, between a/c spaces and non a/c

areas, and between modern efficiency and critical regionalism.

Given the outbreak of COVID-19, this hospital, with loose fitted

plan and pervasive non a/c areas, seems to be a prototypical

response to his serious threat (luckily the threat was kept under

control, Khon Kaen was pretty safe).

Formally, the attempt to domesticate the building with huge

gable roof is too heavy handed since a lot of fine details are

too far to be perceived meaningfully from where most people

move about.


Silver Award

41


42

2020 ASA Architectural Design Awards

2020 ASA

Architectural Design

Silver Award

Hotel

Raya Heritage Hotel,

Chiang Mai, Thailand

Architect:

Boon Design

Design Architects:

Boonlert Hemvijitraphan

Jury Comment

โครงการนี้เป็นความสำาเร็จของแนวคิดการกลับมาใช้ที่ดินริมแม่น้ำาปิงเพื่อ

อยู่อาศัยของเมืองเชียงใหม่แต่เดิม การออกแบบโดยรวมมีความเรียบง่ายแต่

งดงามด้วยภาษาสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่แฝงความเป็นพื้นถิ่นด้วยการใช้

วัสดุอย่างมีจังหวะจะโคนและลงตัว ช่วยสร้างคุณค่าให้กับโครงการได้โดย

ไม่ฟุ่มเฟือย มีความเชื่อมต่ออย่างเหมาะสมระหว่างพื้นที่ภายนอกและภายใน

และความสมดุลอย่างเหมาะเจาะของมวลอาคารและภูมิทัศน์ การออกแบบ

โถงต้อนรับมีขนาดและสัดส่วนของที่ว่างที่สร้างความประทับใจได้มาก เมื่อ

คนเดินเข้ามาเกิดความรู้สึกถูกย่อให้เล็กลงเมื่อเทียบสัดส่วนกับความใหญ่โต

ของธรรมชาติอันบริสุทธิ์สะอาดที่แวดล้อมอยู่นั้น เมื่ออยู่ในสภาวะนั้นจังหวะ

ชีวิตจักเดินช้าลงโดยอัตโนมัติ การแทรกพื้นที่กึ่งนอกกึ่งในอย่างระเบียง

ชาน และทางเดินสู่ห้องพักชั้นสองเกิดระบบและจังหวะของที่ว่างที่มีเสน่ห์ของ

ความเป็นพื้นถิ่นและตั้งคำาถามกับแบบแผนของที่ว่างในอาคารแบบรีสอร์ท

ได้น่าสนใจ การออกแบบและก่อสร้างการตกแต่งภายในทำาได้ดีมีความรู้สึก

หรูแต่เรียบและมีบรรยากาศของล้านนาอยู่โดยทั่วไป ในแง่การออกแบบที่

ประสานกับบริบทโดยรอบและชุมชนอาจยังต้องปรับปรุงต่อไป

The project is a successful revisit of the notion of settlement

along the Ping River of old Chiang Mai. Overall design is simple

with proper flow between inside and outside and a healthy

balance between built form and landscape. The lobby is

extremely impressive thru clever manipulation of scale and

proportion. As one enters, he/she cannot help feeling smaller

scale-wise and as such overwhelmed by serene natural

surroundings, the pace of life is automatically downshifting.

Interior architecture/design was well executed, elegant,

and serene, with unmistakably Lanna ambience. Landscape

design is generous and unpretentious giving rural touch.

Context-wise, the attempt to connect with local community

and settlement remains to be seen.


Silver Award

43


44

2020 ASA Architectural Design Awards

2020 ASA

Architectural Design

Bronze Award

Education Building

Faculty of Learning

Sciences and Education,

Thammasat University

Architect:

Arsomsilp Community

and Environment Architect

Design Architects:

Theeraphon Niyom

Sakchai Komolroj

Orapim Tanpipat

Jury Comment

ความน่าสนใจของอาคารหลังนี้ อาจยังไม่ปรากฏชัดเจนนักเมื่อมองจาก

รูปทรงภายนอก หากแต่เมื่อได้เข้าไปสัมผัสอาคารจริง จึงพบว่ามีการ

สร้างสรรค์ที่ว่างที่ไม่ธรรมดาและไม่ค่อยปรากฏในอาคารเรียนทั่วไป

ความโดดเด่นของอาคารหลังนี้คือการเปิดพื้นที่ว่างกลางอาคารให้เป็นโถงโล่ง

ที่ลื่นไหลเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ ที่ว่างเปิดโล่งเหล่านี้ถูกออกแบบให้มี

บรรยากาศหลากหลาย โดยการใช้รูปสัณฐานผสมกันระหว่างเส้นตรง เส้นโค้ง

หรือวงกลม หรือรูปทรงอิสระในบางจุด เมื่อประกอบกับการใช้องค์ประกอบ

ธรรมชาติ เช่น บ่อเลี้ยงปลาที่ชั้นพื้นดิน และแผงไม้เลื้อย ทำาให้เกิดพื้นที่ว่าง

ที่ส่งเสริมให้เกิดการพบปะสัมพันธ์กันระหว่างผู้ใช้อาคาร และยังเป็นพื้นที่ที่

เอื้อต่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย เสมือนห้องเรียนที่อยู่นอกห้องเรียน เป็นพื้นที่

ที่ให้บรรยากาศเป็นกันเอง ผ่อนคลาย และมีชีวิตชีวา ถือเป็นการตอบโจทย์

ของอาคารได้อย่างเหมาะสม และยังสร้างสภาวะน่าสบายภายใต้เงื่อนไขของ

สภาพภูมิอากาศเขตร้อนชื้นได้เป็นอย่างดี

The project is a good inspiration to both professions, architecture

as well as education, in the sense that architectural design

program was pushed beyond functional requirements. Desirable

core values such as communality, creativity, spontaneity, shared

identity were taken into considerations. As such, the building

incorporates social stairs, embedded pool seatings, wide corridors

and grey spaces, all of which lend themselves very well

to learning experiences outside lecture rooms, auditorium, and

library. Tropical design could be dovetailed into loose planning

setup with further incorporation of indoor landscape elements.

Apart from the Atrium design which somehow falls short, the

project is a commendable one.

แม้ว่าการออกแบบอาคารนี้จะมีจุดไม่ลงตัวหลายจุด โดยเฉพาะรูปแบบของ

ห้องเรียนบางห้องที่เป็นรูปวงกลม แม้กระทั่งการพบว่ามีเสาบางต้นวางไว้

กลางทางเดินซึ่งทำาให้เดินผ่านช่องทางนั้นไม่ได้ แต่โดยรวมอาคารหลังนี้เป็น

ตัวอย่างของความสำานึกและความพยายามที่จะจัดการกับสภาพแวดล้อมของ

ภูมิอากาศเขตร้อนอย่างยั่งยืน และที่น่าชื่นชมคือการแสดงออกซึ่งอุดมการณ์

ของสถาปนิกและผู้บริหารสถาบันแห่งนี้ที่มองเห็นความสำาคัญของคุณค่า

ทางจิตใจและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร มากกว่าที่จะจำากัดขอบเขตการ

ออกแบบอาคารอยู่แค่การใช้งานเพียงอย่างเดียว


Bronze Award

45


46

2020 ASA Architectural Design Awards

2020 ASA

Architectural Design

Bronze Award

Hotel

Little Shelter Hotel,

Chiang Mai, Thailand

Architect:

Department of Architecture

Design Architects:

Amata Luphaiboon

Twitee Vajrabhaya Teparkum

Adhithep Leewananthawet

Jury Comment

ความท้าทายของโครงการนี้เกิดจากขนาดพื้นที่ดินที่มีขนาดเล็กมาก แต่เป็น

พื้นที่ที่สวยงามริมแม่น้ำาปิง สถาปนิกสามารถนำาข้อจำากัดของรูปร่างและขนาด

ของที่ตั้งมาจัดวางอย่างชำานิชำานาญจนได้ผลดีและได้ประโยชน์เต็มที่จาก

ศักยภาพของแม่น้ำาปิงในบริเวณนั้น การเล่นกับแสงสว่างผ่านเปลือกอาคารที่

โปร่งแสง การจัดให้มีช่องโล่งแคบๆ แต่สูงตลอดความสูงของอาคารด้านหน้า

รวมทั้งการตกแต่งผนังของห้องพักโดยการใช้ภาพกราฟิกและกระจกเงา ช่วย

ให้เกิดความสดใสและภาพลวงตาของความกว้างขึ้น การออกแบบรูปลักษณ์

ภายนอกของโครงการยังสามารถสร้างภาพจำาอันช่วยดึงดูดความสนใจผู้คน

เพื่อมาที่โครงการได้ดี ตอบโจทย์ของธุรกิจรูปแบบนี้ในภาวการณ์ปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามการออกแบบหลายส่วนรวมทั้งวัสดุภายนอกอาคารอาจจะบำารุง

รักษาค่อนข้างยากในระยะยาว

Given the dimension of land plot, the major challenge for the

designer is to overcome the stuffiness of the land. Capitalizing

on the strategic location vis-a-vis Ping River and specific land

alignment, the limitation could be overcome by artful site planning

and skillful manipulation of daylight and its reflections thru time

via the design of building exterior envelop and interior walls

of guest rooms.

On architectural level, planning on main floor could be further

refined. For interior design, the confinement of small and

narrow guest rooms is well compensated by tricks of the eye,

thru the visual dematerialization of internal walls. Lastly, the jury

committee was concerned with long term maintenance which

could be quite handful.


Bronze Award

47


48

2020 ASA Architectural Design Awards

2020 ASA

Architectural Design

Bronze Award

Residence

V House,

Bangkok, Thailand

Architect:

M.L. Varudh Varavarn

Design Architects:

M.L. Varudh Varavarn

Jury Comment

บ้านหลังนี้เป็นตัวอย่างที่ดียิ่งของการออกแบบอาคารพักอาศัยในบริบท

อันหนาแน่นใจกลางเมืองอย่างซอยต้นสน ผู้ออกแบบประสบความสำาเร็จใน

การสร้าง “ความอยู่สบายในเมืองใหญ่” ตั้งแต่การวางตัวอาคารล้อมสนาม

หญ้า สร้างความต่อเนื่องจากพื้นที่สีเขียวเข้ามาสู่ชานและห้องนั่งเล่นที่

เปรียบเสมือนหัวใจของการใช้ชีวิตของครอบครัวขนาดเล็กได้อย่างเหมาะเจาะ

ตัวอาคารมีความเรียบง่าย จัดวางพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็นระบบ ขนาดของ

พื้นที่แต่ละส่วนสะท้อนการให้ความสำาคัญกับบริเวณที่ครอบครัวได้ใช้ร่วมกัน

มากกว่าพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งละม้ายกับแบบแผนการใช้พื้นที่อย่างไทยๆ การใช้

แผงเลื่อนระแนงไม้ช่วยป้องกันแดดจ้าและลดอุณหภูมิภายในอาคาร ความ

ประณีตของรายละเอียดการใช้วัสดุอย่างไม้และเหล็กที่ให้ผิวสัมผัสเฉพาะตัว

ยังเสริมให้บ้านมีความน่าอยู่และร่วมสมัย ผสานความเป็นตะวันออกเข้ากับ

ชีวิตเมืองได้อย่างลงตัว

An exemplary development for a residential building in a

dense urban area of Soi Ton Son. The project is successful

in establishing “comfort in Metropolis”. Notwithstanding limit

plot size, enclosed patio is well placed as the heart of the land.

The building is simple with operable wood screen to amplify

harsh sunlight. The use of materials, timber and steel, is quite

successful in maximizing tactile qualities befitting a livable

residential building.


Bronze Award

49


50

2020 ASA Architectural Design Awards

2020 ASA

Architectural Design

Commended Award

Residence

Asha Farmstay,

Chiang Rai, Thailand

Architect:

Creative Crews Ltd.

Design Architects:

Puiphai Khunawat

Ekkachan Eiamananwattana

Jury Comment

โครงการนี้เป็นการปรับใช้ภาษาและรูปแบบการจัดวางของเรือนพื้นถิ่น ซึ่ง

โดยรวมแล้วกล่าวได้ว่าออกแบบไว้อย่างชาญฉลาดและน่าชื่นชมทีเดียว การ

จัดวางกรอบที่ว่างของลานกลางหมู่อาคารยังพัฒนาให้ลงตัวและสละสลวย

ได้มากกว่านี้ สำาหรับส่วนห้องพักแขกนั้น ห้องชั้นบนของเรือนทำาได้ดีพอ

สมควร ด้วยจังหวะที่ว่างที่ลงตัวและตอบสนองสภาพภูมิอากาศ แต่ห้องพัก

ชั้นล่างอาจยังไม่ดีเท่า การเลือกใช้วัสดุทำาได้เหมาะสมมีผิวสัมผัสที่เข้ากับ

ธรรมชาติและบรรยากาศโดยรวมของโครงการ อย่างไรก็ดี ท้ายที่สุดแล้ว

โครงการนี้ก็ยังถือเป็นก้าวสำาคัญในการตีความและถ่ายทอดรูปทรงพื้นถิ่นมา

สู่บริบทสมัยใหม่

The overall adaptation of local house forms and clustering is

quite skillful and commendable. The outdoor space definition

of main courtyard should be further consolidated. For guest

room blocks, the upper floor plan is well resolved, with efficient

planning and climate sensitivity, while the lower floor plan is

less so. The use of materials is very tactile befitting the nature

of the project. Lastly, the project is a true benchmark of how to

interpret vernacular forms in a modern context.


Commended Award

51


52

2020 ASA Architectural Design Awards

2020 ASA

Architectural Design

Commended Award

Residence

JB House,

Nakhon Phathom,

Thailand

Architect:

IDIN Architects

Design Architects:

Jeravej Hongsakul

Supachai Piromrach

Sakorn Thongduang

Jury Comment

ทัศนะของกรรมการต่อการออกแบบบ้านหลังนี้มีความหลากหลายในแง่หนึ่ง

บ้านหลังนี้แสดงความพยายามตอบสนองความต้องการและวิถีชีวิตของ

เจ้าของบ้านสามีภรรยา คือความรู้สึกเชื่อมต่อถึงกันในขณะที่แต่ละคนทำา

กิจกรรมของตน ภายใต้เงื่อนไขของขนาดที่ดินที่จำากัด การสร้างที่ว่าง

ต่างระดับเพื่อตอบโจทย์นี้ โดยพื้นที่ใช้สอยแต่ละระดับถูกจัดวางให้เกิดการ

ไหลเชื่อมเข้าด้วยกันอย่างนิ่มนวลในพื้นที่จำ ากัด ช่องว่างระหว่างพื้นแต่ละระดับ

นั้นนอกจากจะทำาหน้าที่สร้างความเชื่อมโยงทางสายตาให้กับผู้อยู่อาศัยแล้ว

ยังทำาให้นึกถึงองค์ประกอบในเรือนไทยอย่างช่องแมวลอดอีกด้วย ถึงแม้ว่า

การสัญจรเชื่อมพื้นที่หลายระดับเช่นนี้จะใช้งานลำาบากขึ้นบ้างก็ตาม

ในแง่ของบริบทที่ตั้งและภูมิอากาศ รูปทรงเรียบเป็นกล่องนั้น ออกจะแปลก

แยกไปจากบรรยากาศของบริเวณนั้น ซึ่งเป็นท้องถิ่นชนบทดั้งเดิมที่กำาลัง

ปรับตัวเข้าสู่ความเป็นชายขอบของเมือง และยังไม่สามารถตอบสนองต่อ

ภูมิอากาศเมืองร้อนอย่างได้ผลนัก รูปทรงกล่องของบ้านทำาให้เกิดหลังคา

แบนและไม่มีชายคา การแก้ปัญหาโดยการทำาบานเปิดขนาดใหญ่เพื่อ

เปิดออกเป็นแผงบังแดดให้กับผนังกระจกผืนใหญ่ของบ้านได้นั้น ยังอาจจะ

เป็นปัญหาในการใช้งานและไม่น่าจะมีประสิทธิผลที่ดีนักต่อการจัดการกับ

ปัญหาสภาวะภูมิอากาศเขตร้อนชื้นในแนวทางที่ยั่งยืน

The originality of the design lies in the lively interplay of levels

within such a small footprint. Benign staggering of spaces

was well crafted for complex visual connections of different

house domains per the specific requirement of the clients.

The inside-out design approach is clearly evident which causes

a certain drawback in terms of contextual harmony given its

non-negotiable box-like form. Moreover, flat slab roof and large

glazed opening are not sympathy with the micro-climate and

require additional elements i.e., trellis and operable building

enclosure for climate amplification and privacy.

แม้ว่าการออกแบบบ้านหลังนี้จะมีข้อจำากัดบางประการดังกล่าวแล้ว

คณะกรรมการยังพิจารณาและเห็นว่าผลงานออกแบบคงมีความน่าสนใจ

ในความพยายามที่จะสร้างสรรค์ที่ว่างที่ตอบรับกับวิถีชีวิตและโลกทัศน์

ของคนรุ่นใหม่


Commended Award

53


54

2020 ASA Architectural Design Awards

2020 ASA

Architectural Design

Commended Award

Hostel

Pa Prank Hostel,

Bangkok, Thailand

Architect:

IDIN Architects

Design Architects:

Jeravej Hongsakul

Eakgaluk Sirijariyawat

Wichan Kongnok

Jury Comment

โครงการนี้เป็นการปรับการใช้สอย (adaptive reuse) โดยใช้โครงสร้างของ

ตึกแถวสองหน่วยที่แพร่งสรรพศาสตร์มาออกแบบเป็นโรงแรมแบบ hostel

ความน่าสนใจของโครงการนี้อยู่ที่การปรับเปลี่ยนรูปแบบผังพื้นและที่ว่างของ

ตึกแถวโดยทั่วไป โดยยอมเสียพื้นที่ใช้สอยอาคารหนึ่งคูหาเพื่อเปิดเป็นคอร์ท

ขนาดเล็ก นำาแสงเข้ามาทำาให้เกิดความสว่างตลอดความลึกของอาคาร และ

ทำาให้เกิดความรู้สึกที่โปร่งสบายซึ่งช่วยให้พื้นที่ใช้สอยรวมต่างๆ ในอาคาร

มีชีวิตชีวามากขึ้น ประเด็นที่โครงการนี้น่าจะยังพัฒนาได้ส่วนหนึ่งคงจะเป็น

เรื่องการระบายอากาศทั้งในห้องพักรวมและพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งยังไม่ได้ใช้

ประโยชน์จากคอร์ทในการสร้างสภาวะน่าสบายได้อย่างเต็มที่ และการใช้

พื้นที่ทางสัญจรไม่เต็มศักยภาพ (พื้นที่ระเบียงทางเดินไม่สามารถใช้สอย

อย่างอื่น เช่น การนั่งพักหรือทำางานเพื่อใช้ประโยชน์จากแสงสว่างและความ

เปิดโล่งเพื่อชดเชยความมืดทึบของห้องนอน เป็นต้น)

Adaptive reuse transformation of two units of typical shophouses

within the historical area, Phraeng Sanphasat. The reorganization

of typical cellular plan is a commendable one. Half a

unit was sacrificed to create an atrium space bringing light and

openness into the deep corner, thus injecting new vibrancy into

the common spaces, i.e., circulation route, social spaces, exhibition

areas etc. The over-reliance of HVAC system for the guest

rooms seems to be the weak point of the project. In some rooms,

guests sleep in the room devoid of daylight. Circulation routes

could have been exploited as grey space. Living experience

could be improved drastically if guests could relax on the corridors

with seatings for relaxation and casual meeting in daylight.

รูปลักษณ์ด้านหน้าของอาคารนั้น มีการดึงองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม

ของย่าน คือบานหน้าต่างเกล็ดมาใช้ โดยเปลี่ยนเป็นวัสดุเหล็กสีดำาที่แตกต่าง

ออกไปจากลักษณะของตึกก่ออิฐถือปูนในย่านนั้น เป็นการสร้างอัตลักษณ์จาก

การเปรียบต่าง สร้างบทสนทนาทางสถาปัตยกรรมได้อย่างน่าสนใจ


Commended Award

55


56

2020 ASA Architectural Design Awards

2020 ASA

Architectural Design

Commended Award

Mixed-Use Building

Samyan Mitrtown,

Bangkok, Thailand

Architect:

Plan Associates

and Urban Architects

Design Architects:

Boonrit Kordilokrat

Achariya Rojanapirom

Suporn Hoharitanon

Prasit Pitchayapadungkit

Jury Comment

จุดแข็งของโครงการนี้อยู่ที่โปรแกรมการออกแบบ ซึ่งเป็นการผสมผสานกัน

ระหว่างส่วนพาณิชยกรรม ส่วนพักอาศัย โรงแรม และส่วนนันทนาการ รวมทั้ง

ส่วนกิจกรรมการศึกษาเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตอบสนองต่อธรรมชาติของ

สามย่านได้อย่างชัดเจน การผสมผสานดังกล่าวนี้ช่วยสร้างความมีชีวิตชีวา

ที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อก้าวเข้าไปสู่บริเวณโครงการ นอกจากนี้ พื้นที่โครงการ

ยังเอื้อให้เกิดการดึงเอาร้านอาหารและร้านขายของเล็กๆ ในรูปแบบตึกแถว

ริมถนนแต่เดิมในบริเวณนี้กลับเข้ามาอยู่ร่วมกันกับการใช้สอยในรูปแบบ

ใหม่ๆ ได้อย่างลงตัว

เรื่องที่อาจเป็นจุดด้อยของโครงการคือ รูปลักษณ์ที่ไม่เข้ากันนักของอาคาร

แต่ละส่วนในโครงการ อาจจะเพราะความแตกต่างของประเภทการใช้สอยและ

การใช้สถาปนิกหลายทีมรวมกันออกแบบก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามโครงการ

นี้ก็ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของความตั้งใจที่จะประหยัดพลังงานโดยการใช้วัสดุ

และระบบอาคารที่ทันสมัย และการสร้างพื้นที่พาณิชยกรรมที่เปิดโล่งไม่ปรับ

อากาศเท่าที่จะเป็นไปได้

Strength of the project lies within its brilliant design program

which is a well thought-out blend of commercial, residential

condominium, hotel, entertainment, and education related

activities. As such, the vibrancy of the development can be

easily felt once one pays a visit to the premise. Displaced old

activities such as small shops and roadside eateries could also

make a comeback in a new setting besides new compatible

activities. Coherence of architectural forms may suffer quite

a bit due to discrepancies of functions as well as different designers.

The project, however, demonstrates a commitment

to save energy thru the selection of up to date building systems

as well as maximization of non a/c areas where appropriate.


Commended Award

57


58

theme

More Than

Skin

‘Skin’ or ‘Shell’ are often associated with superficiality

or shallowness. Expressions that illustrate this point

include, skin-deep knowledge or an empty shell of a

human being. But in reality, the skin or shell, whether of

humans or fruits, have significant roles, ones that cannot

be disconnected from their existences. Imagine a durian

without its spiky husk, or a banana or an apple without

any skin. The thickness, rigidity, textural characteristics

or even chemical compounds, colors, forms and structures

all function collectively and indivisibly with the content

and essence. Architecture is similar in that sense. The shell

serves, not only to protect what’s inside, but as an interface

that allows a building to communicate with the outside

world. It acts as a sensory receptor that perceives and

conveys information, transfers heat, humidity, energy and

at times even contributes as a supporting composition.

Text: Pornpas Siricururatana


MORE THAN SKIN

59

Beer Singnoi, Fotomomo


60

theme

คำว่ผิว หรือเปลือก มักถูกใช้ในทำนองว่ไม่มีแก่นสร

ไม่ลึกซึ้ง ไม่ว่จะเป็น รู้แบบผิวๆ คบแบบผิวๆ มีแต่เปลือก

หรืออื่นๆ อีกมกมย แต่ถ้ลองมคิดดู ไม่ว่ผิวคน หรือ

เปลือกผลไม้ ต่งก็มีหน้ที่อันยิ่งใหญ่ ที่ไม่สมรถตัดขด

จกตัวของมันเองได้ ถ้ทุเรียน กล้วย หรือแอปเปิ้ลไม่มี

เปลือก คุณคิดว่มันจะกลยเป็นอย่งไร ควมหน ควม

แข็ง ลักษณะของผิวสัมผัส หรือแม้แต่องค์ประกอบทง

เคมี สี รูปทรงโครงสร้งของมันล้วนทำงนร่วมกับเนื้อ

หรือแก่น อย่งยกที่จะแยกออกจกกันได้ สถปัตยกรรม

ก็เช่นเดียวกัน ผิวไม่เพียงทำหน้ที่ห่อหุ้ม ปกป้อง สิ่งที่

อยู่ข้งใน แต่ยังทำหน้ที่เป็น interface สื่อสรกับโลก

ภยนอก เป็นต่อมรับรู้ และถ่ยทอด ข้อมูล ควมร้อน

ควมชื้น พลังงน หรือแม้แต่เป็นโครงสร้งรองรับตัวมัน

เองด้วย

นักประวัติศสตร์สถปัตยกรรม Reyner Banham กล่วไว้

ประมณว่ เทคโนโลยีอย่งระบบปรับอกศ หลอดไฟ

ฟลูออเรสเซ้น และวิวัฒนกรทงโครงสร้ง ทำให้สถ-

ปัตยกรรมยุค 1950s ของอเมริก “หย่” กับท้องถิ่น

และดินฟ้อกศ แต่เมื่อมองกลับมที่ประเทศไทยหรือ

ประเทศในเขตร้อนแบบเรๆ แล้ว กลับกลยเป็นว่ ใน

ขณะที่ curtain wall และระบบปรับอกศกำลังรุ่งเรือง

ในสหรัฐอเมริก รูปแบบอครลักษณะหนึ่งได้ถูกพัฒน

แผ่ขยย และสร้งซ้ำอย่งรวดเร็ว โดยสถปนิกและ

วิศวกรที่ทำงนในประเทศที่กำลังก้วเข้สังคมหลังอณ-

นิคมเหล่นี้ โจทย์ของอครในประเทศเหล่นี้ ไม่ใช่กร

เปิดรับแสงอทิตย์เพื่อแสงสว่งและควมอบอุ่น แต่เป็น

กรต่อสู้กับแสงอทิตย์ที่แผดเผ พร้อมๆ กับกรรับมือ

กับฝนฟ้และพยุโซนร้อน ในประเทศที่สธรณูปโภค

พื้นฐน เทคโนโลยี หรือเงินทุน ยังไม่เพียงพอที่จะผลิต

คิดค้นระบบปรับอกศเองได้ และกระจกคุณภพสูง

ก็ยังเป็นสินค้นำเข้ที่มีรคแพง ระบบแผงบังแดดที่มี

ลักษณะเป็นเลเยอร์ หรืออจเรียกได้ว่เป็นผิวที่มีควมลึก

จึงกลยเป็นทงออกที่น่สนใจ เพระนอกจกจะช่วยรับมือ

กับแสงแดด และปล่อยให้ลมพัดผ่นแล้ว ยังช่วยลด

ควมเป๊ะของกรก่อสร้ง ที่เป็น a must ในระบบ Single

Glazing หรือพวกหน้ต่งโล้นๆ ที่พึ่งพควมสมรถ

ทุกๆ อย่ง ไปที่กระจกและรอยต่อที่เประบง

แน่นอนว่กรแก้ปัญหของผิวที่เประบง ไม่ใช่โจทย์

ใหม่เอี่ยมแกะกล่อง วิธีกรจัดกรกับปัญหเก่แก่นี้ จริงๆ

แล้วก็ทำได้อย่งที่เรรู้กันดีจกอครพื้นถิ่นในภูมิภค

ไม่ว่จะเป็นกรใช้หลังคหรือชยค เข้มปกป้องผิว

เหล่นี้ หรือกรทำงนร่วมกับพื้นที่ภยนอก จัดวงพื้นที่

แบบ in between สอดแทรกเข้ไป เพื่อรับมือกับแดด ลม

ฝน และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ แต่เมื่อหลังคแบบพื้นถิ่น หรือ

Architectural historian, Reyner Banham, made an

argument about how modern technologies such as

air conditioning systems, fluorescent bulbs and the

structural evolution as a whole had caused American

architecture from the 1950s to ‘divorce’ itself from

the locality and regional climate. However, looking

back at Thailand or other tropical counties, it turns

out that while curtain wall and air conditioning

systems were seeing their heyday in the United States,

another building typology was being developed, and

reproduced at such a fast pace by architects and

engineers practicing in these countries. What these

buildings were required to deliver wasn’t increasing

an exposure to sunlight and warm weather, but

instead, to battle the glaring natural light with burning

temperatures alongside heavy rain and tropical

storms. In the counties where basic infrastructure or

financial capabilities were still too insufficient to invent

and manufacture air conditioning systems, the sun

protection panel system with layered skins became an

interesting option. Not only was it a potential solution

that could help buildings handle excessive sunlight

and maximize natural ventilation, it lessened the

need for the precision of the construction. This was

considered a must in the single glazing system or the

frame-less windows and openings that applied all the

weight on glass or relatively fragile joints.

Certainly, the attempt to solve these regional problems

was far from novel. Several methods have been

invented in hopes to find the right solution for this

long-standing dilemma. Some can be found in the

region’s vernacular architecture, such as the use of a

roof structure or canopy to help protect the building’s

skin or an integrative approach where outdoor spaces

are incorporated as an in-between element that

helps a building cope with these climatic conditions.

However, especially during the independence movement,

vernacular or traditional roof structures became

associated with some unwanted social implications.

The rise of urban space’s density also made the

integrative approach become somewhat luxurious.

In these contexts, the mechanism of the sun protection

panel system AKA Brise Soleil, has become an alternative

adopted in almost every part of the world.

Especially in Global South countries during the postcolonial

era, by both the locals and outsiders.

Post World War II Thailand saw a great number of

newly built structures, from government, educational to

hospital buildings or even shophouses that employed

the use of building skins of such depth. Building skins

became an even more prominent during the 1960s and

1970s, either because of influences from the global


MORE THAN SKIN

61

L’Architecture d’Aujourd’hui No.13-14 Septembre 1947

1

หลังครูปแบบต่งๆ ถูกโยงกับควมหมยทงสังคมที่

ไม่เป็นที่ต้องกร และควมหนแน่นของพื้นที่ก็เริ่มสูงเกิน

กว่ที่จะตอบโจทย์ในแบบหลังได้อีก กลไกของระบบแผง

กันแดด หรือที่เรียกกันว่ Brise Soleil นี้ จึงกลยเป็น

ทงเลือกที่เห็นได้ในทุกๆ มุมโลก โดยเฉพะอย่งยิ่งใน

ประเทศกลุ่ม Global South ในยุคหลังอณนิคม ไม่ว่จะ

โดยคนในประเทศ หรือนอกประเทศ

ในประเทศไทยเอง โดยเฉพะอย่งยิ่งหลังสงครมโลก

ครั้งที่สอง อครสร้งใหม่จำนวนมกก็ทำงนกับผิวที่มี

ควมลึกพวกนี้ ทั้งอครที่ทำกรรชกร สถนศึกษ

โรงพยบล หรืออครตึกแถว ซึ่งกรทำงนกับผิวที่ว่

ก็ทวีควมชัดเจนขึ้นไปอีก ในยุค 60-70 ไม่ว่จะเพระ

อิทธิพลจกวงกรสถปัตยกรรมของโลก หรือจะเพระ

บริบทเมืองที่อครค่อยๆ สูงมกขึ้นก็ดี แม้ว่ไม่กี่ปีที่

ผ่นม อครจำนวนมกในยุคนี้จะถูกทุบทิ้งลงอย่ง

น่เสียดย เรน่จะเคยผ่นตกับอครเหล่นี้บ้ง

ไม่ว่จะในชีวิตจริง หรือผ่นสื่ออย่ง fotomomo และ

กระแสอนุรักษ์อครต่งๆ

architectural trend or the growing tendency of vertical

urban expansion that had caused buildings to become

higher. Although many buildings from this particular

time period have, unfortunately, been demolished in

the past recent years, we have all witnessed their

existences first-hand and through medias such as

fotomomo, including the rising awareness in architectural

conservation.

Buildings such as the Suan Mali branch of Krungthai

Bank (the former Thai Pattana Bank’s building) designed

by Amorn Sriwong and Rachot Kanchanawanich

still looks extremely modern despite the fact

that over five decades have passed. The complexlooking

facade is made up of only one type of precast

concrete part, which works in tandem with the suspension

structure. Sri Fueng Foong Building (the old

Cathay Trust Building) uses over 3000 pieces of

miniature HP shell precasts (by installing them around

the architectural structure) to help filer the sunlight. It

also simultaneously protects the glass panels between

column spans. Similar to the old Thai Pattana building,

what’s particularly interesting about Cathay Trust’s

01

Gustavo Capanema

Palace หรือ Ministry

of Education and

Health, Rio de Janeiro

(1936-1945)

อครที่ใช้ระบบ Brise

Soleil ที่เรรู้จักกัน

อครแรกๆ ผลงน

ออกแบบร่วมระหว่ง

Le Corbusier กับทีม

สถปนิกบรซิล ที่รวม

ถึง Lucio Costa, Oscar

Niemeyer, Alfred Reidy


62

theme

Not only was it a potential

solution that could help

buildings handle excessive

sunlight and maximize natural

ventilation, it lessened the

need for the precision of the

construction.

Beer Singnoi, Fotomomo

2

02

อคร Cathey Trust เก่

หรือ อครศรีเฟื่องฟุ้ง

ในปัจจุบัน

03-04

อครไทยพัฒน

Beer Singnoi, Fotomomo

3


63

Beer Singnoi, Fotomomo

4


64

theme

The two superimposed square masses, twisted to 45

degrees, help lessen the circulation space for maximum

rentable spaces. It is an attempt to calculate and work

with sunlight and the surrounding environment.

A+E+C, 1976 (from Professsor Ruekdee Phowanakul’s archive)

5

05

Sketch กระบวนกร

ออกแบบ อคร Cathey

Trust ของสถปนิก

Intaren

อครอย่ง ธนครกรุงไทย สขสวนมะลิ (อคร

ธนครไทยพัฒนเก่) ผลงนของคุณอมร ศรีวงศ์ ร่วมกับ

คุณรชฎ กญจนะวณิชย์ ยังคงดูทันสมัยแม้เวลผ่นม

กว่ห้สิบปีแล้ว façade ที่ดูซับซ้อน จริงๆ แล้วมจก

ชิ้นส่วน precast concrete เพียงหนึ่งชนิด ที่ทำหน้ที่

ร่วมกับโครงสร้งแบบแขวน ได้อย่งผสมผสน หรือ

อครศรีเฟื่องฟุ้ง (อครคเธ่ย์ทรัสต์เก่) ที่ใช้ HP

shell precast ขนดจิ๋ว มกกว่สมพันอัน ติดตั้งโดย

รอบ เพื่อเป็นตัวกรองแสงแดด และปกป้องผนังกระจก

โล้นๆ ที่ติดตั้งระหว่งเส เช่นเดียวกับอครไทยพัฒน

เก่ สิ่งที่น่สนใจของอครคเธ่ย์ทรัสต์ คือกลไกเบื้อง

หลังของ “ผิว”เหล่นี้ ไม่ว่จะเป็นขนดของ mini shell

ที่ทำงนสอดคล้องกับระยะช่วงเสที่ถูกดันออกมที่ขอบ

อคร ด้วยระบบโครงสร้งแบบ Diagrid Slab ซึ่งว่กันว่

ก่อสร้งยกมก และผังอคร ที่เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสหมุน

45 องศ ซ้อนกันสองชิ้น ซึ่งช่วยลดพื้นที่ circulation ใน

กรให้เช่ได้มก ภพร่งของผู้ออกแบบจกสำนักงน

สถปนิกอินทเรน ทำให้เรเห็นร่องรอยของควมคิดและ

ควมพยยมในกรคำนวณ กรทำงนกับแสงอทิตย์

และพื้นที่โดยรอบ

architecture is the mechanism behind the shells. One

of the examples is the size of the mini shells and how

they work in accordance to the column spans. These

shells are pushed toward the building’s edges using a

structural system called Diagrid Slab, which is known

to be highly difficult to construct. The building’s layout

is made up of two superimposed square masses,

twisted to 45 degrees to help lessen the circulation

space for maximum rentable spaces. The sketches

created by the architect from the Intaren Architecture

Office allows us to see traces of ideas as well as

attempts to calculate and work with sunlight and the

surrounding environment.

Inevitably, time passed as requirements and demands

altered. Over time, local manufacturers learned to

produce high-quality glass, which used to be a pricy

imported product. The air conditioning system became

more affordable, and at the same time, land price in

the city areas continued to rise. Urban density and

pollution, as well as people’s constantly changing

values made passive design somewhat insufficient.

Surfaces that required a relatively larger portion of

spaces were being called into question. In many fire


MORE THAN SKIN

65

แน่นอนว่ เมื่อเวลผ่นไป โจทย์ก็เริ่มปรับเปลี่ยน กระจก

คุณภพสูงที่เคยเป็นสินค้นำเข้รคแพง เริ่มผลิตเองใน

ประเทศได้ ระบบปรับอกศ ก็เริ่มมีรคถูกลง ในขณะที่

ที่ดินในเขตเมืองกลับมีรคสูงขึ้นเรื่อยๆ ควมหนแน่น

ของเมืองและมลภวะต่งๆ ประกอบกับค่นิยมที่เปลี่ยน

ทำให้กรออกแบบในลักษณะของ passive เริ่มไม่เพียงพอ

ผิวที่ต้องใช้พื้นที่มกเหล่นี้ จึงเริ่มถูกตั้งคำถม เหตุกรณ์

ไฟไหม้หลยๆครั้งที่ระบบแผงกันแดดเหล่นี้ กลยเป็น

อุปสรรคในกรดับเพลิงและหนีภัยยิ่งทำให้ควมนิยมต่อ

รูปแบบอครลักษณะนี้ลดลงอย่งรวดเร็ว กรผลิตซ้ำ

แบบควมเร็วสูง เพื่อตอบรับควมต้องกรทงเศรษฐกิจ

ยิ่งทำให้ระบบแผงกันแดด ที่เคยทำหน้ที่ร่วมกับพื้นที่

ภยในอย่งใกล้ชิด ถูกลดทอนกลยเป็นเพียงผิวที่แยกตัว

ออกจกเนื้อในมกขึ้นเรื่อยๆ

อจกล่วได้ว่ ยุค ’80s เป็นยุค ที่กรเงินและกรลงทุน

เริ่มก้วมนำหน้เหนือสิ่งอื่นๆอย่งชัดเจน ควมต้องกร

ที่จะขยหน้ต ภพลักษณ์ ดึง form ออกมจก force

(โครงสร้ง) และ flow (พลังงนและสิ่งแวดล้อม) ที่เคย

ถูกพยยมให้ทำงนร่วมกัน ควมต้องกรในกรควบคุม

สภวะแวดล้อมในอคร จกมลภวะภยนอก ผลักให้

งนระบบพัฒนขึ้น และรคถูกลงอย่งรวดเร็ว ในขณะ

ที่กระแส postmodern ก็เป็นแรงถีบให้ควมหมยเชิง

สัญลักษณ์ เขยิบลำดับควมสำคัญขึ้นมเป็นอันดันต้นๆ

สเกลของอครที่มีขนดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นแรงดันอีก

ส่วน ที่ทำให้เกิดกรแตกกลุ่มย่อยของควมเชี่ยวชญ

กรทำงนร่วมกันแบบผสมผสนระหว่งสถปนิก วิศวกร

และทีมก่อสร้งที่เห็นได้ในยุคก่อนหน้ เริ่มเห็นได้ยกขึ้น

ควมหมยเริ่มถูกตัดขดจกถิ่นที่และระบบกรก่อสร้ง

กดปุ่ม fast forward เร็วๆ กลับมที่โลกสถปัตยกรรม

ช่วง 10-20 ปีมนี้ ถิ่นที่และท้องฟ้อกศ วัฒนธรรม

และบริบท โครงสร้งและระบบกรก่อสร้ง ถูกนำมปัด

ฝุ่น และพัฒนอย่งก้วกระโดด ภยใต้แรงสนับสนุน

และผลักดันจกกระแส computerization และ digitization

ที่กลับมเชื่อมกรทำงนระหว่งกลุ่มควมเชี่ยวชญ

พร้อมๆ กับทำให้ควมสมรถในกรคำนวนทงโครง-

สร้ง กรพัฒนของวัสดุ และกระบวนกรก่อสร้งใหม่ๆ

ก้วไปในอีกระดับ Pluralism ของ postmodern ที่ยังติด

กับดักภพลักษณ์ที่ตยตัว ถูกคลี่คลยและพัฒนพร้อมๆ

กับ tectonic ornamentation ที่ถูกพัฒนอย่งก้วกระโดด

อคร Flagship store จำนวนมก ในย่นกรค้ Aoyama

Ginza หรือ Omotesando เป็นเหมือนโชว์เคสของอคร

more than skin เหล่นี้ มตั้งแต่ช่วงปี 2000s ไม่ว่จะเป็น

Prada ของ Herzog de Mouron ที่บูรณกรโครงสร้ง

พื้นที่ และ façade เข้ด้วยกันอย่งแยกออกไม่ได้ Tube

incidents, these sun protection panel systems became

an obstacle for fire control, evacuation measures and

protocols, causing the popularity of this architectural

element to drop dramatically. Mass production occurred

at a fast pace to supply the growing demands,

but it gradually lessened the role of the sun protection

panel system, which was once intertwined with the

interior spaces. Where it has turned into a separate

layer of skin that has been gradually disconnected

from the ‘inside’ of the architecture.

In the 1980s when the financial and investment sector

saw a significant boom, a desire to market appearance

and image, took form out of force (structure) and flow

(energy and environment). The demand to control

and protect the interior environment from the outside

pollution propelled building systems to speedily

develop and become cheaper. Meanwhile, the postmodern

movement was an influential driving force

that glorified the symbolic values of architectural

works. Buildings were becoming larger in scale, and

the shift led to the ramification of more specialized

expertise. The interdisciplinary and collaborative

approaches between architects, engineers and the

construction team became somewhat of a rarity, while

meanings were disconnected from local identity and

construction system.

Fast forward to the architecture world in the past

10-20 years, factors such as locality, climate, culture

and context, structure and construction system, have

been revived with some big progresses and developments

driven by the global computerization and digitization

phenomena. These trends have been facilitating

collaborations between different groups of

experts. In doing so it has enabled humans’ ability in

structural calculations, material developments as well

as new construction methodologies to reach a new

level. Postmodern Pluralism, which was once trapped

in its own stagnant image, has been reconciled and

developed alongside the progressive advancement

of tectonic ornamentation.

Several flagship store buildings in Tokyo’s commercial

districts such as Aoyama, Ginza or Omotesando have

existed as a spectacular showcase of the ‘more than

skin’ architecture since the 2000s. The Prada flagship

store designed by Herzog de Mouron integrates

different elements of structure, building system and

façade into an inseparable union. Part of the façade

was extruded horizontally, piercing through the

building which serves as both the façade’s structure

and the tube containing commercial space. Although

the façade of the Dior flagship in Omotesando by


66

theme

แนวนอนที่พุ่งทะลุอคร ทำหน้ที่เป็นทั้งโครงสร้ง façade

และ “ห้อง” ไปพร้อมๆกัน หรือ Dior ของ SANAA ที่ Omotesando

ที่แม้ว่จะไม่ได้ทำงนกับโครงสร้งเป็นพิเศษ

แต่ก็เป็น façade ที่ทำงนกับกระบวนกรสร้งและbrand

ของ Dior อย่งละเอียดอ่อน façade โปร่งแสง สีขว

คล้ยม่น ดูพริ้วและนุ่ม ทั้งๆที่ทำจกอะคริลิกที่ติดตยตัว

มันคือควมพริ้วที่เกิดจกกรทำงนระหว่งควมโค้งของ

แผ่นอะคริลิก และแพทเทิร์นของ ceramic print โปร่งแสง

สีขวที่ถูกปริ้นท์บนอะคริลิกก่อนทำให้โค้ง ควมโค้งและ

ควมโปร่งแสงหลยระดับนี้ทำงนร่วมกับแสงจนเกิด

ปรกฏกรณ์ที่ไดนมิค ที่ทั้งนุ่มและพลิ้วอย่งที่เรเห็น

อคร Louis Vuitton หลยๆ สขโดย Jun Aoki ก็เป็น

ชุดอครที่ให้ควมสำคัญกับผิวที่ทำงนกับสภวะแวดล้อมที่

Dynamic เหล่นี้เช่นเดียวกัน สขล่สุดที่ Ginza ในชื่อ

ออฟฟิศใหม่ AS น่จะเป็นตัวอย่งที่ดีที่โปรเจคทีม สมรถ

นำพัฒนกรของวัสดุทั้งเทคนิคกร Coating กรผลิต

กระจกโค้งสมมิติ รวมถึงกระบวนกรผลิตชิ้นส่วนอลูมิ-

เนียมซัพพอร์ต มทำงนร่วมกัน เพื่อตอบโจทย์ที่ซับซ้อน

ได้ (หนึ่งในนั้น คือควมเป็นเสจกน้ ำทะเล ระลึกถึง Ginza

ในสมัยเอโดะ ที่ยังเป็นแหลมยื่นไปในทะเล!)

สิ่งหนึ่งที่เชื่อมอครเหล่นี้เข้ด้วยกัน นอกจกควม

พยยมทำงนกับกระบวนกรสร้ง และวัสดุที่ละเอียด

อ่อนและพิถีพิถันของทั้งโปรเจกทีม ไม่ว่จะเป็นสถปนิก

วิศวกร และทุกๆคนในกระบวนกรสร้งแล้ว แน่นอนว่

สิ่งที่ขดไม่ได้เลย คือควมเป็น Flagship store ของ brand

high-end ที่มีเงินทุนหน และเทคโนโลยีกรคำนวนและ

กรก่อสร้งขั้นสูง ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่เปิดโอกสให้อคร

ที่มีควมซับซ้อนสูงมกๆ เหล่นี้ เกิดขึ้นได้ แม้ว่หลัง

Hamburger Crisis อครลักษณะนี้อจจะมีให้เรเห็นน้อย

ลงไปบ้ง แต่ก็ไม่ได้หยไปเลย กรทำงนร่วมกับวัสดุ

และกระบวนกรสร้ง หรือกรทำงนของวัสดุ กับสภวะ

แวดล้อม ยังคงเป็น theme อมตะ ของสถปนิกและวิศวกร

ในบริบทที่หลกหลย

SANAA, has no specific functional contribution to

the structure, it works relatively close and in such

a delicate manner to amplify the fashion house’s

branding process. The white, translucent façade looks

like curtains, wavy and soft despite being made of

fixated acrylic mass. The undulating and weightless

appearance is made possible by the interaction

between the acrylic sheets’ curvy features and the

white, translucent ceramic print pattern on the acrylic

surface, which was imprinted before the material

was bent into the desired form. These multiple layers

of curves and translucent surface work together in

creating a dynamic phenomenon that makes the

façade appear soft and wavy.

The Louis Vuitton shops that Jun Aoki has designed are

a series of buildings that highlight how building skins

work and interact with their dynamic surroundings.

The latest branch of the brand, which the architect

designed under the new office name, AS, is a great

example of how the team was able to incorporate new

material developments and coating techniques to build

the three-dimensional glass facade that delivers such

as a mesmerizing effect. The endeavor included the

manufacturing process of the aluminum supporting

parts, which were used to help complete the physical

and functional details of the complex compositions.

One element that connects these buildings together,

in addition to the attempt to deal with the construction

process, and the meticulousness of the entire project

team from the architects, engineers to everyone

involved in the process, is the status of these projects

as flagship stores of high-end brands, which came

with a hefty budget. All of these aspects coupled

with highly advanced building configureration and

construction technologies, allowed for the birth of

such highly complex buildings to be possible. Although

we have seen fewer numbers of buildings of this nature

after the Hamburger crisis was over, they have not

disappeared entirely. An integrative and collaborative

effort between materials and the construction

process, or interactions between materials and

their surrounding environments, are still timeless

themes that architects and engineers go after when

Figureuring out ways to work with various contexts

of their projects.


MORE THAN SKIN

67

These buildings attempt to deal with the construction process

and the meticulousness of the entire project team from the

architects, engineers to everyone involved in the process.

Shinkenchiku 2003.09

6 7 8

Shinkenchiku 2004.01

Architects: AS Co., Peter Marino Architect / Photo:

Daici Ano

06

Prada Aoyama

– Herzog de Mouron

07

Dior Omotesando

– SANAA

08

Louis Vuitton

Ginza Namiki

– Jun Aoki

and Peter Marino

ในประเทศไทยเอง ผลงานหลายๆ ชิ้น ของ studiomake

หรือ โปรเจคอย่าง MAIIAM ของ all(zone) น่าจะเป็น

ตัวอย่างที่ทำาให้เห็นการทำางานในลักษณะดังกล่าวในบริบท

ที่แตกต่างอย่างเมืองไทยได้เป็นอย่างดี ในสภาวะที่ระบบ

นิเวศของการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ ทักษะ ไปจนถึง

เงินทุนมีความแตกต่างไปมาก โจทย์ทางวัสดุถูกขยาย

ออกไปถึงที่มาที่ไปและกระบวนการได้มาซึ่งวัสดุนั้นๆ การ

ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อมก็ถูกพัฒนาไปมากเช่นกัน เทคโนโลยี

simulation ต่างๆ ทำาให้เราก้าวเข้าสู่การคำานวณแบบ nonlinear

ที่ไดนามิค พร้อมๆ กับที่คำาอย่าง sustainability

หรือ resilience ที่ก้าวขึ้นมาเป็นคีย์เวิร์ดหลักของสังคม

อาคารสำานักงานขนาดย่อม อย่าง Coop Kyozai Plaza

โดย Nikken Sekkei เป็นอีกตัวอย่างของความพยายามนี้

โครงสร้างคานแบบกลับหัวที่ใช้ในโครงการ นอกจากจะทำา

ให้พื้นที่อาคารภายใน ไม่ต้องมีฝ้าแล้ว เพราะจากเหตุการณ์

แผ่นดินไหวหลายๆ ครั้ง ทำาให้เรารู ้ว่า ฝ้า และ sub-structure

เป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ ่งของอุบัติเหตุที ่เกิดขึ ้นระหว่างภัย

จากแผ่นดินไหว ยังเป็นพื้นที่เก็บอุปกรณ์ต่างๆ สำาหรับการ

ป้องกันภัยพิบัติ และทำาให้พื้น slab ภายนอกอาคารที่เต็ม

ไปด้วยต้นไม้คงความบางไว้ได้ ระบบ Bioskin หรือ การ

ปล่อยน้ำาผ่านท่อเซรามิคภายนอกอาคาร เพื่อให้การระเหย

In Thailand, many works by studiomake or MAIIAM

Museum by all(zone) are interesting examples of this

particular approach. In the scenario and context where

the elements in the ecosystem of construction, be

there materials, skills and budget are starkly different,

issues and discussions concerning materials have

been extended to the origins and processes from

which each material has been obtained.

Environmentally conscious design has also been

diligently developed. Simulation technologies have

enabled us to utilize more dynamic, non-linear

calculation since words such as sustainability or

resilience are being more recognized as the society’s

keywords. Moderate sized office building, Coop Kyosai

Plaza, designed by Nikken Sekkei, is another example

of such an endeavor The reversed beam structure

employed to the design of the project eliminates the

need for a ceiling in the interior space. The attempt

the get rid of the ceiling actually originated from the

previous earthquake incidents in the past, which over

time, become a lesson that displayed how ceilings and

sub-structures are one of the main causes of accidents

during earthquakes. The structure also contains a

space that stores disaster prevention equipment


68

theme

Harunori Noda *Gankohsha

08-09

Coop Kyozai Plaza

โดย Nikken Sekkei

10-11

ระบบกรทำงนกับผิว

อครเก่ ในโครงกร

ปรับปรุงอครที่พักอศัย

รวมในยุค’60 กว่500

อคร

8

Harunori Noda *Gankohsha

9

11

Philip Ruault

Philip Ruault

10


MORE THAN SKIN

69

The challenge lies in the search for new possibilities for the

‘skin’ to be a part of networks and mechanisms that will work

and interact with spaces and society on larger scales, from

neighborhoods to urban landscapes and even on an earth level.

ของน้ำช่วยลดอุณหภูมิรอบๆ ถูกนำมทำให้ เรียบ-ง่ย

โดยกรติดตั้งโซ่ช่วยระบยน้ำฝนรอบอครและกรเลือก

ต้นไม้ที่พิถีพิถัน Bioskin แบบโลเทคนี้ ทำงนร่วมกับ

พฤติกรรมของต้นไม้ต่งๆ ซึ่งไม่เพียงช่วยปรับสภวะ

แวดล้อมของพื้นที่อครด้นในของตัวมันเอง แต่ยังมีส่วน

ช่วยลดอุณหภูมิของพื้นที่ในระดับย่น และบรรเทปัญห

เกะควมร้อนของเมืองอีกด้วย โดยล่สุด Nikken Sekkei

นำหลักกรของ Bioskin มทำงนกับอิฐดินเผบ้นเร

ภยใต้ชื่องน ศลคอย(ล์) เย็น และจัดแสดงในงน

Bangkok Design Week ที่ผ่นม

กระแสสำคัญอีกอย่งที่มพร้อมๆกับโจทย์สิ่งแวดล้อม

คงหนีไม่พ้นกรเข้ไปทำงนกับผิวอครเก่ เพื่อเพิ่ม

ประสิทธิภพและฟื้นฟูพื้นที่ของอครเก่ วิธีกรทำงน

กับผิวอครเก่ของ Lacaton & Vassal โดยเฉพะอย่งยิ ่ง

ชุดโครงกร Transform อครพักอศัยเก่ในยุค 60s

จำนวนกว่ 500 อคร โดยกร insert ผิว หรืออจจะ

ควรเรียกว่ balcony unit เข้ไปบนผิวเดิม นั้นเป็นจุด

เปลี่ยนแปลงที่สำคัญของวทกรรม ผิว-แก่น ที่ถูกถกม

ยวนน ผิวที่เคยถูกดูแคลน (เป็นระยะๆ) ในโลกของกร

สร้งอครใหม่ ถูกพลิกกลับในโลกของกรทำงนกับ

อครเก่ ที่กรจำกัดพื้นที่กรทำงนมีควมสำคัญยิ่ง

ในโลกที่ควมหมยไม่ใช่สิ่งที่ตยตัวอีกต่อไป ผิวที่ถูก

ถมหคงไม่ใช่ผิวที่เป็นสื่อในกรถ่ยทอดภพลักษณ์และ

ควมหมยเชิงสัญลักษณ์อีกต่อไป แต่เป็นผิวที่มีควม

ยืดหยุ่น ทำงนกับสภวะแวดล้อมที่เป็นพลวัตและปรับ-

เปลี่ยนได้ตมสถนกรณ์ โจทย์ของเรตอนนี้คงไม่หยุด

แค่ ผิวที่เป็นมกกว่ผิว ของตัวสถปัตยกรรมเอง แต่อจ

เป็นโจทย์ที่ถมห ผิว ที่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ยและ

กลไกที่ทำงนกับพื้นที่และสังคมภยนอกในระดับ ย่น

เมือง หรือแม้แต่โลก ก็เป็นได้

while keeping the exterior slabs where the plants are

growing physically thin. The building adopted the

mechanism of Bioskin system-- a skin of water-filled

ceramic pipes which allows the evaporated water to

reduce the temperature around the building. Here,

the system is simplified by using the rainwater chain

instead of ceramic pipes together with a meticulous

selection of plants. This somewhat, low-tech Bioskin

works together with the plants’ varying behaviors,

and collectively helps adjust, not only the interior

environment of the building but also the outside

temperature of the area as well as the city’s heatisland

phenomenon. Nikken Sekkei have recently used

the Bioskin principles with Thailand’s locally made red

bricks for the Stay Cool Pavilion created and exhibited

as a part of the 2021’s Bangkok Design Week.

An equally popular and important trend in line

with environmentally friendly design is architects’

attempt to bring life to old buildings by dealing with

the existing skins. This process can be witnessed

through Lacaton & Vassal’s approach to old building

refurbishments, particularly with their Transform series.

The refurbishment of over 500-year-old residential

structures from the 1960s have been made by adding

balcony units to the buildings’ original exterior

surfaces. It has become a monumental turning point

for the long-standing discussions surrounding the

shell/core discourse. The shell, as an element that

has been looked down upon (from time to time) in the

world of newly constructed buildings, gets turned

upside down with old buildings where the limitation

of usable spaces is a highly crucial factor.

In a world where definitions keep changing, the kind

of skin people look for is perhaps not an element with

fixed visuals and symbolic implications, but rather,

as a flexible aspect with the ability to simultaneously

work and interact with the surrounding environment.

At the moment, perhaps the challenge lies not just in

the physical development of individual architectural

skin, but in the search for new possibilities for the 'skin'

to be a part of networks and mechanisms that will

work and interact with spaces and a society on larger

scales, from neighborhoods to urban landscapes and

even on an earth level.

ภรพัสุ ศิริคุรุรัตน์

อาจารย์ประจำาคณะ

สถาปั ตยกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

และ สถาปนิกร่วมก่อตั้ง

สำานั กงาน bsides ปั จจุ บัน

สนใจเกี่ยวกับกระบวนการ

“ผลิต” ของสถาปั ตยกรรม

และความสัมพันธ์กับสังคม-

ทรัพยากรแวดล้อม

Pornpas Siricururatana

is a lecturer at the

Faculty of Architecture,

Kasetsart University

and co-founder of bsides.

Currently, her interests

lay particularly in the

process of architectural

production and its

mechanism concerning

the societal condition

and its surrounding

resources.


70

theme / review

Breathing

In

Breathing

Out

In this Buddhist meditation retreat, DECA Atelier has not only masterfully

introduced natural ventilation to the building but also created a

visually distinctive design with openings and enclosures of varying

sizes and patterns.They have skilfully achieved this by using ventilation

blocks specifically designed and manufactured for the project.

Text: Phornnipa Wongprawmas

Photo: Ketsiree Wongwan except as noted


71

1

01

ผนังภายนอกที่เป็น

เปลือกห่อหุ้มอาคาร




72

theme / review

“คงจะเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ ความเป็นไปของ

สถาปัตยกรรมทั้งหมด หากมองแค่รูปแบบ

และรูปทรงของผนังภายนอกที่เป็นเปลือก โดย

ละเลยหรือเพิกเฉยต่อเรื่องราวที่หลากหลาย

ของทุกชีวิตที่เคลื่อนไหวอยู่ภายใต้หรือด้านใน

ของเปลือกที่ห่อหุ้มนี้” เมื่อ คุณสมชาย จงแสง

สถาปนิกจากสตูดิโอ DECA ATELIER เริ่มกล่าว

ถึงงานออกแบบ อาคารธรรมาศรม ที่เสถียร-

ธรรมสถาน ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากเจตนารมย์ที่

ต้องการจะสร้างอาคารแห่งนี้เพื่อเป็นสถานที่

สำาหรับฟื้นฟูและเยียวยาสำาหรับบุคคลทั่วไป

ที่มีความรู้สึกป่วยทางจิตใจ และเป็นที่พักอาศัย

สำาหรับผู้มาทำากิจกรรมในโครงการ มีวัตถุ-

ประสงค์ในการใช้ “ธรรมชาติบำาบัด” เพื่อบำาบัด

จิตใจสำาหรับทุกช่วงวัย เริ่มตั้งแต่ผู้ที่ยังอยู่ใน

ครรภ์ของมารดา ปฐมวัย มัชฌิมวัย และปัจฉิม

วัย โดยมีกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อสร้างเป็น

ชุมชนแห่งการเรียนรู้

แนวความคิดหลักในการออกแบบอาคาร คือ

“สุขง่าย ใช้น้อย” เป็นการออกแบบสถาปัตย-

กรรมเพื่อสร้างพื้นที่สำ าหรับบุคคลหลากหลาย

วัยได้อยู่อาศัยร่วมกัน โดยมุ่งเน้นให้เป็นอาคาร

ที่ประหยัดและไม่ฟุ่มเฟือยพลังงาน และการ

อยู่อาศัยอย่างเคารพธรรมชาติ แนวความคิด

เหล่านี้ได้ถูกถ่ายทอดด้วยการสร้างสรรค์การ

จัดวางพื้นที่ภายใน และการสื่อสารผ่านภาษา

และวัสดุของผิวเปลือกอาคารภายนอก (Façade)

ที่เป็นจุดเด่นและสร้างอัตลักษณ์ให้กับสถา-

ปัตยกรรมแห่งนี้

“ผนังภายนอก คือ เปลือกที่ห่อหุ้มอาคารเพื่อ

ป้องกันแสงแดดและความร้อนไม่ให้เข้าถึงพื้นที่

ภายใน แต่ในเวลาเดียวกันทำาหน้าที่ทั้งถ่ายเท

อากาศและระบายความร้อนเพื่อความสบายให้

ผู้อยู่อาศัยภายในอาคาร ด้วยงานออกแบบที่มี

ลักษณะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ การออกแบบ

ให้เปลือกของอาคารมีทั ้งส่วนปิดทึบและเปิดโล่ง

มีความหลากหลายทั้งขนาดและลวดลายของ

ซีเมนต์บล็อกช่องลมที่ออกแบบและผลิตมา

เป็นการเฉพาะให้กับอาคาร ธรรมาศรม”

ผิวเปลือกอาคารจากซีเมนต์บล็อกช่องลมที่สั่ง

ทำาเฉพาะ ได้รับความร่วมมือจากศิลปินรับเชิญ

อีก 7 ท่าน อย่าง จรูญ อังศวานนท์ ปฐมา

หรุ ่นรักษ์วิทย์ วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ไพโรจน์

ธีระประภา กรกต อารมณ์ดี ศรัณญ อยู ่คงดี

และศรุตา เกียรติภาคภูมิ ที่มาร่วมออกแบบ

แต่ละลวดลายให้แตกต่างกันตามแต่การตีความ

และเจตนาในการสื่อสารของศิลปินท่านนั้นๆ นำา

เข้าสู่กระบวนการเทคนิคขึ้นรูปใหม่จากบล็อก

เหล็กไปสู่การผลิตออกมาเป็นชิ้นงาน และความ

จงใจปลดปล่อยให้วัสดุเป็นอิสระเพื่อแสดงสีสัน

ที่เป็นสัจจะของตัววัสดุเอง โดยมวลรวมทั้งหมด

ของผิวเปลือกอาคารได้ถูกจัดสรรด้วยรูปทรง

เรขาคณิตเพื่อสร้างการรับรู้และสัมผัสทาง

ความคิดด้วยหลักคณิตศาสตร์ ที่ก่อเรียงตัว

กันสำาหรับเป็นผนังรับน้ำาหนักและยึดโยงกับ

โครงสร้างของอาคาร รวมถึงอีกหน้าที่สำาคัญ

ของผนังซีเมนต์บล็อกช่องลมที ่มีต่ออาคารแห่งนี

คือ ช่วยในการพรางสายตาจากสภาพแวดล้อม

ภายนอกเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้

พื้นที่ภายใน

การจัดวางพื้นที่ภายในอาคารได้ถูกจัดสรร

สำาหรับกิจกรรมและการใช้ประโยชน์ที่หลาก-

หลาย โดยพื้นที่ชั้น 1 ถูกใช้เป็นพื้นที่ทำาสปา

เกลือ นวดแผนไทย และที่รับประทานอาหาร

ของนักปฏิบัติ พื้นที่ชั้น 2-4 เป็นส่วนที่พัก

สำาหรับผู้มาเยือน ชั้น 5 ถูกใช้เป็นพื้นที่ฝึกหัด

ภาวนา พื้นที่จัดนิทรรศการ และพื้นที่จัดกิจ-

กรรมอาสา ส่วนสุดท้ายคือพื ้นที ่ดาดฟ้าถูกใช้

สำาหรับทำาโซล่าร์ฟาร์ม และมีพื้นที่บางส่วนที่

เคยเตรียมไว้สำาหรับสวนสมุนไพรและพืชผัก

สวนครัวที่กำาลังอยู่ในช่วงวางแผนพัฒนาการ

ใช้ประโยชน์พื้นที่สำาหรับกิจกรรมอื่นๆ

ส่วนของห้องพักภายในอาคารสำาหรับผู้มา

ปฏิบัติธรรมหรือผู้มาทำากิจกรรมในโครงการ

สถาปนิกได้ใช้แนวความคิดการออกแบบตาม

ลักษณะช่วงวัยของผู้ใช้พื้นที่ จึงมีการจัดวางผัง

และการตกแต่งภายในห้องพักที่สะท้อนต่อ

รูปลักษณะของผู ้ใช้พื ้นที ่ตั ้งแต่ปฐมวัย มัชฌิมวัย

และปัจฉิมวัย และมุ่งเน้นประโยชน์ใช้สอย

ขั้นพื้นฐานที่จำาเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำาวัน

โดยได้รับความร่วมมือจากนักออกแบบอีก 3

ท่าน คือ บริษัท ไตรโหมด ดีไซน์ จำากัด โดย

คุณชินภานุ อธิชาธนบดี ออกแบบตกแต่งห้อง

พักปฐมวัย อีฟ-อิท-อิส โดยคุณนุดี กีรติยะ

อังกูร และคุณรัตนนันท์ กิติวัฒน์ ออกแบบ

ตกแต่งห้องพักมัชฌิมวัย และคุณไชยรัตน์

ณ บางช้าง ออกแบบตกแต่งห้องพักปัจฉิมวัย

เนื่องจากการจัดวางผังภายในอาคารเป็นแบบ

โถงทางเดินด้านเดียว จึงทำาให้ทุกห้องพักมี

การเปิดผนังเป็นช่องแสงหน้าต่างตั้งแต่พื้นจรด

ฝ้าเพดานจำานวนหนึ่งด้านเพื่อเชื่อมออกไปสู่

ไปพื้นที่ระเบียงที่ถูกปกคลุมด้วยซีเมนต์บล็อก

ช่องลมอีกหนึ่งชั้น ทำาให้ผู้ใช้พื้นที่ภายในได้ใช้

ประโยชน์จากผนังซีเมนต์บล็อกช่องลมในทุก

ช่วงเวลาของกิจวัตรประจำาวัน เช่น การเปิด

รับทิศทางลมเพื่อช่วยหมุนเวียนสภาพอากาศ

ภายในห้องพัก การเปิดรับแสงแดดที่ลอดผ่าน

ผนังซีเมนต์บล็อกช่องลม อีกทั้งยังช่วยกรอง

อุณหภูมิร้อนจากภายนอกอาคาร รวมถึงการ

ช่วยพรางกิจกรรมบางอย่างของผู้อยู่อาศัยจาก

สายตาภายนอก เช่น การซักผ้า การตากผ้า

ทำาให้ผู้ใช้พื้นที่ภายในเกิดความรู้สึกสงบและมี

ความเป็นส่วนตัว อยู่อาศัยได้ไม่ต้องใช้เครื่อง

ปรับอากาศ และใช้แสงสว่างจากไฟฟ้าในช่วง

เวลาที่จำาเป็น สิ่งเหล่านี้เป็นการตอบสนองต่อ

เจตนารมย์ที่เป็นแนวความคิดหลักของโครงการ

เนื่องจากตัวอาคารมีขนาดใหญ่และแผ่ออกทาง

ด้านยาว สถาปนิกได้เลือกใช้ ปริมาตรของที่

ว่าง ในการกำาหนดทิศทางและการจัดการต่อ

สภาพแวดล้อมภายในอาคาร โดยการเปิด

ช่องว่างภายในอาคารทั้งในแนวตั้งและแนว

นอน ซึ่งมีนัยยะทั้งการเป็นช่องแสงเพื่อให้แสง

สว่างสามารถส่องเข้าถึงพื้นที่ภายใน และนัยยะ

ของการเป็นช่องลมเพื่อการไหลเวียนอากาศ

ภายในอาคาร รวมถึงการใช้เส้นสายลายโค้ง

บนผิวเปลือกอาคารเพื่อเปิดช่องว่างและสร้าง

ความกลมกลืนกับพืชพรรณที ่มีอยู ่เดิมในพื ้นที

ทำาให้พื้นที่ภายในอาคารมีสภาวะที่อยู่สบาย

โดยพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าเท่าที่จำ าเป็น เป็นการ

เชื่อมโยงและอยู่ร่วมกันระหว่างสภาพแวดล้อม

ภายในกับภายนอกอาคาร ซึ่งเป็นการสอดรับ

กับแนวความคิดในการประหยัดและไม่ฟุ่มเฟือย

พลังงาน และการอยู่อาศัยอย่างเคารพธรรมชาติ

ด้วยเจตนาของสถาปนิกที่หยิบยกและเลือกใช้

ซีเมนต์บล็อกช่องลมอันเป็นวัสดุที่ดูคุ้นชินมานำ า

เสนอในมิติของขนบประเพณีแบบใหม่ เป็นการ

สร้างสรรค์วิธีการใช้ประโยชน์เพื่อปกปิดที่ไม่

มากเกินจนเป็นการบดบัง และการใช้ประโยชน์

จากที่ว่างเพื่อเปิดเผยอย่างไม่โจ่งแจ้ง รูปทรง

ภายนอกที่ถูกแทนค่าและความหมายจากชีวิต

ที ่อยู ่ภายในและการเคลื ่อนไหวตามสิ ่งที ่ห่อหุ ้ม

กลายเป็นภาษาที่ตัวสถาปัตยกรรมนำาไปใช้ใน

การสนทนากับสภาพแวดล้อม ทำาให้อาคาร

ธรรมาศรมได้ทำาหน้าที่มากกว่าการเป็นที่อยู่

อาศัย และผิวเปลือกอาคารได้ทำ าหน้าที่มากกว่า

การห่อหุ ้มเพียงเพื ่อสร้างสุนทรีย์และความงาม


BREATHING IN BREATHING OUT

73

2

3

The design materializes these ideas into the allocated interior

spaces, including the facade, which brings meaningful visuals and

identity to the building through its humble architectural language

and simplistic materiality.

02

ภาพร่างรูปตัดของ

ผิวเปลือกอาคาร

03-04

ผิวเปลือกอาคารที่ถูก

จัดสรรด้วยรูปทรง

เรขาคณิต

4


5

74

review


BREATHING IN BREATHING OUT

75

05

ช่องแสงจากผิวเปลือก

อาคารที่กระทบจนเกิด

แสง-เงาบนผืนผนังภายใน

06

ภาพร่างแบบแนวความ

คิดการใช้ที่ว่างเพื่อจัดการ

สภาพแวดล้อมภายใน

อาคาร

6

“You can’t understand the whole design process

and the making of architecture merely by looking

at its style or its appearances, without understanding

all those diverse stories and lives existing

underneath those shells.’’ Somchai Jongsaeng,

the principal architect and founder of DECA

ATELIER, starts off our conversation about the

design of the Dharmasharam Building at Sathira

Dhammasathan Meditation Center. The project

originated from an intention to create a facility

that can provide rehabilitation and treatments

for individuals who are mentally ill. The building

also accommodates visitors who partake in the

activities organized by the center. The program’s

purpose includes the use of natural therapy,

serving the role as a key to the rehabilitation for

people from all age groups. Starting from those

who are still in their mother’s womb, to children,

adults, and senior individuals with a variety of

programs developed to help nurture and create

a community of knowledge.

The concept ‘simple happiness, minimized demands’

is translated into the architectural design

that creates a space for people of all ages to share.

The architect aimed to design an economical and

energy-saving building with the highest respect

for nature. The design materializes these ideas

into the allocated interior spaces, including the

facade, which brings meaningful visuals and

identity to the building through its humble architectural

language and simplistic materiality.

“The façade is the shell that envelops the building

to prevent excessive sun rays and heat from

coming into the interior spaces. At the same time,

it helps ventilate natural air and heat, creating

thermal comfort for building users. The building’s

enclosures are also designed to be both enclosed

and open. By using perforated cement blocks

specifically designed and manufactured for the

Dharmasharam building, we have been able to

create a visually distinctive design, which consists

of openings and enclosures of varying sizes and

patterns.”


7

76


77

07

การเปิดช่องว่าง

ที่ผิวเปลือกอาคารเพื่อ

สอดรับกับพืชพรรณเดิม

ที่มีอยู่ในพื้นที่


78

theme / review

8


BREATHING IN BREATHING OUT

79

The cement block façade is the result of a collective

contribution of seven artists and architects

(Charun Angsawanon, Patama Roonrakwit,

Wasinburee Supanichvoraparch, Pairoj Teeraprapa,

Korakot Aromdee, Sarran Youkongdee, and Saruta

Kiatparkpoom), who each designed a pattern from

their interpretation and artistic intent. Using steel

molds to produce concrete blocks in the designed

patterns, the architect created the facade with

unique masonry details where the material reveals

its true physical nature. The overall mass of the

façade is made up of geometric forms, rendering

a sensory perception that is more mathematical

and systematic. The blocks are arranged and

constructed with the additional functionality of

a weight-bearing wall, joined together to support

the building’s main structure. The cement blocks

also obstruct the interior functional space from

outside visual access, providing users with greater

privacy.

The interior spaces are purposefully allocated

to accommodate different activities and uses.

The first-floor area houses a salt spa and Thai

massage facilities as well as a dining area for

visitors participating in the center’s programs and

activities. The accommodation units for overnight

visitors occupy the space on the 2 nd -4 th floor

while the meditation area; exhibition room and the

space for hosting volunteering activities take over

the 5 th floor. The last part of the program is the

outdoor rooftop, with parts of the area preserved

for herbal and kitchen gardening with an ongoing

consideration for future uses.

08

ผังพื้นชั้น 1-5

และชั้นดาดฟ้า

09

อีกบรรยากาศ

รูปแบบห้องพัก โดย

คุณสมชาย จงแสง

Photo courtesy of Deca Atelier

9


80

theme / review

10

10

บรรยากาศโถงทางเดิน

ภายในอาคารที่เกิดจาก

การเชื่อมโยงกับผิวเปลือก

อาคาร

11

การเปิดช่องว่างที่ผิว

เปลือกอาคาร เพื่อเชื่อม

โยงพื้นที่ภายในกับ

ภายนอกอาคาร

11


BREATHING IN BREATHING OUT

81

The exterior form and the meaning of the lives

moving inside its protective shell represent an

architectural language that converses beautifully

with the surroundings.

Since the building users are from different age

groups with varying physical features and activities

which includes those who come to practice dharma,

the accommodation units are designed to have all

the fundamental functions needed for a person’s

everyday life. Four designers from three design

studios, Shinpanu Athichathanabodi (Trimode

Studio), Nudee Kiratiya-angul, and Rattananan

Kitiwat (IfItIs), and Chairat Na Bangchang, were

asked to design the interior program of the Early

Childhood Room, Middle-Aged Room, and Senior

Room, respectively. Organized around the singleload

corridor, each room has a wall with a floorto-ceiling

opening that partitions the interior space

from the balcony. In the meantime, each terrace

has a screen wall providing natural airflow,

keeping the interior space ventilated while simultaneously

filtering the high outdoor air temperature.

This particular screen wall also prevents

outsiders from visually accessing users’ daily

activities such as washing and hanging clothes,

making the interior space more private and undisturbed.

Exposure to natural ventilation and

sunlight means that each unit needs to use the

air conditioning system and electricity only when

necessary. Everything is designed and constructed

to follow the building’s main objective and core

concept.

The architect utilizes the volume of negative spaces

when determining the direction and management

of the interior environment since the building is

relatively large and wide. The vertical and horizontal

voids serve as openings that bring sunlight

into the interior space while enhancing natural

airflow and internal ventilation. The curvy lines

on the building’s exterior surface create visual

access to existing trees and plants growing in

the area. All these elements contribute to the

building’s thermal comfort, while air conditioning

systems and artificial lights are needed to be

used sparingly. The connection and coexistence

between the interior and exterior environment

correspond with the project’s design concept,

highlighting the importance of energy-saving

methods and respecting nature.

The architect’s intention was to use a material

as standard as cement blocks in a more modern

architectural tradition. The design, as a result,

makes the best use of the material to not create

a complete enclosure and obstruction, but instead

provides a subtle openness, which is made possible

by a masterful manipulation of spaces. The

exterior form and the meaning of the lives moving

inside its protective shell represent an architectural

language that converses beautifully with

the surroundings. It makes the Dharmasharam

Building more than just an accommodation and its

façade is so much more than just an aesthetically

pleasing exterior shell.

facebook.com/DECA-ATELIER-CoLtd-

239603569520172/

พรนิภา วงศ์พราวมาศ

จบการศึกษาจากคณะ

มัณฑนศิ ลป์ สาขาออกแบบ

ตกแต่งภายใน มหาวิทยาลัย

ศิ ลปากร และคณะสถาปั ตย-

กรรมศาสตร์ สาขาสถาปั ตย-

กรรมพื้นถิ ่น มหาวิทยาลัย

ศิ ลปากร ปั จจุ บันประกอบ

อาชีพมัณฑนากรที่บริษัท Madi

Collaborative และมีความ

สนใจในด้านสถาปั ตยกรรม

ชุมชน

Phornnipa Wongprawmas

earned her bachelor’s

degree in interior design,

and master’s degree in

vernacular architecture

from Silpakorn University.

She is currently an interior

designer at Madi Collaborative

and has an interest in

community architecture.

Project: Dharmasharam Client: Sathira Dhammasathan Location: Vacharaphol Road, Bangkok Building Area: 4,800 sq.m. Completion: 2017

Architect: Deca Atelier Lead Designer: Somchai Jongsaeng Structural Engineer: R.K.V. / Darin Nopnirapath System Engineer: Degree System /

Petch Panyangam Landscape Architect: Shma / Prapan Napawongdee Guest Designers for ventilation blocks: Charun Angsawanon, Somchai Jongsaeng,

Patama Roonrakwit, Wasinburee Supanichvoraparch, Pairoj Teeraprapa, Korakot Aromdee, Sarran Youkongdee, Saruta Kiatparkpoom Guest Designers

for guestrooms: Chairat Na Bangchang, Deca Atelier / Somchai Jongsaeng, Trimode Studio / Shinpanu Athichathanabodi IfItIs / Nudee Kiratiya-angul &

Rattananan Kitiwat Materials / Suppliers: Exterior & interior paint - See Jorakay


82

theme / review

Even

a

Brick

Wants

To Be

Something

In this project, a modest

material like a bricks are

presented as a universal

design language, meticulously

uttered to express AUAA’s

cultural legacy, connections,

and sentiments it has

formed with Thai people

over the years.

Text: Kullaphut Seneevong Na Ayudhaya

Photo: Wideopen Studio 1


83

2

01

ซุ้งโค้งทางเข้าอาคาร

02

มุมมองภายนอกด้านหน้า

อาคาร


84

theme / review

3

เมื่อไม่นานมานี้ อาคารสมาคมนักเรียนเก่า

ไทย-สหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้

ถูกก่อสร้างขึ้นริมถนนราชดำาริ ด้วยความโดด

เด่นทางสถาปัตยกรรม การเลือกใช้วัสดุและ

รูปทรงเรขาคณิตที่น่าสนใจ ส่งผลให้อาคาร

หลังนี้กลายเป็นอาคารกึ่งสาธารณะหลังสำาคัญ

กลางพื้นที่ทำาเลทองของย่านพาณิชยกรรม

ซึ่งแวดล้อมไปด้วยคอนโดมิเนียม ตึกสูงระฟ้า

สนามม้า และสวนสาธารณะขนาดใหญ่ โจทย์

ใหญ่ที่สำาคัญนี้ เป็นความท้าทายที่สำาคัญยิ่ง

ซึ่งทีมผู้ออกแบบจาก EAST Architects ต้อง

พัฒนาโครงการภายใต้ข้อจำากัดนานัปการ

เพื่อให้ได้สถาปัตยกรรมที่รองรับตามความ

ต้องการของสมาคม ในการเป็นอาคารสำาหรับ

รองรับกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนสอนภาษา

ที่เปิดดำาเนินการมากว่า 69 ปี สถาปัตยกรรม

แห่งใหม่นี้จึงต้องบรรจุเอาความทรงจำา ความ

ผูกพันที่มีต่อสถาบันแห่งนี้เข้าไว้ด้วยกัน

โครงการนี้ผ่านระยะเวลาการพัฒนา ออกแบบ

และก่อสร้างมาร่วม 10 ปี เป็นสิบปีที่ทีม

ผู้ออกแบบได้เสนอแนวทางการออกแบบ

ต่อตัวสถาปัตยกรรมหลายทางเลือก ไม่ว่าจะ

ในรูปแบบของคอนกรีตเสริมเหล็ก กระจก ฯลฯ

จนคณะกรรมการตัดสินใจใช้อิฐเป็นวัสดุ

ก่อสร้างหลักของตัวอาคารในที่สุด ซึ่งอิฐเป็น

วัสดุที่มีความสำาคัญทั้งในเชิงการออกแบบและ

มีนัยยะทางวัฒนธรรม เนื่องจากอิฐถูกใช้ใน

การก่อสร้างสถาปัตยกรรมพื้นฐานซึ่งปรากฏ

ผ่านงานสถาปัตยกรรมไทยประเพณี และ

งานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยในบริบทสากล

เป็นวัสดุที่เชื่อมโยงความเป็นตะวันออกและ

ความเป็นตะวันตกเข้าด้วยกัน ในมิตินี้อิฐจึง

ทำาหน้าที่เป็นภาษาสื่อกลางที่ผู้ออกแบบ

เลือกนำามาใช้เชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรม

ประสานความรู้สึกของผู้ใช้สถาปัตยกรรม

ภายใต้ร่มสำาคัญคืออาคารของสมาคม

“เราออกแบบตั้งแต่การวางผังแม่บท (Master

Plan) ไปจนถึงการออกแบบสถาปัตยกรรม

และการตกแต่งภายใน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากและ

ท้าทายมากในการสร้างความสมดุลระหว่าง

ความเป็นอาคารกึ่งสาธารณะกับความเป็น

ส่วนตัว (Privacy) ที่ต้องรักษาเอาไว้ภายใน

โครงการ ดังนั้นในมิตินี้อิฐจึงถูกนำามาใช้

เพราะการใช้อิฐก่อสามารถสร้างรูปแบบของ

ช่องเปิดในส่วนที่เราต้องการ ในขณะเดียวกัน

ช่วยสร้างการปิดล้อมในส่วนที่เราต้องการ

สร้างพื้นที่ปิดล้อม (Courtyard) ในพื้นที่

ภายใน” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิรัส พัชรเศวต

และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สยาณี วิโรจน์รัตน์

สถาปนิกจาก EAST Architects ผู้ออกแบบ

สำาคัญในทีมได้ให้ความเห็นต่อลักษณะสำาคัญ

ของสมดุลระหว่าง ความเป็นสาธารณะและ

ความเป็นส่วนซึ่งเป็นนัยยะที่สำาคัญของงาน

ออกแบบโครงการนี้


EVEN A BRICK WANTS TO BE SOMETHING

85

สิ่งที่สำาคัญของอาคารคือลำาดับของการเข้าถึง

พื้นที่ (Sequence) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงการ

เข้าถึงตั้งแต่ในส่วนแรกของการเข้าถึงอาคาร

ผ่านรูปแบบของซุ้มโค้งขนาดใหญ่ (Arch)

ที่ทำาหน้าที่เชื้อเชิญระหว่างพื้นที่ภายนอกจาก

ทางเข้าติดถนนราชดำาริ เข้ามาสู่พื้นที่ภายใน

อาคาร ในส่วนนี้ทีมออกแบบได้พัฒนารูปแบบ

จนสรุปได้ว่าเป็นการใช้ซุ้มโค้ง ซึ่งเป็นองค์

ประกอบอาคารที่สร้างความโดดเด่น ไปพร้อม

กับการสร้างความดึงดูดให้กับตัวอาคารไป

พร้อมกัน ถัดมาจากซุ้มโค้งของตัวอาคารคือ

บันไดกว้างที่นำาเข้าไปสู่ส่วนโถงขนาดใหญ่ที่

มีการระบายความร้อนแบบ Passive ในจุดนี้

เองทีมผู้ออกแบบได้ใช้เทคนิคของการถ่ายเท

ความร้อนภายในอาคาร ‘Natural Ventilation’

เพื่อสร้างสภาวะน่าสบายให้เกิดขึ้นในอาคาร

ทุกส่วน เนื่องจากตามเป้าประสงค์ของการเป็น

อาคารกึ่งสาธารณะจำาเป็นต้องคิดในเชิงการ

ดูแลรักษาอาคาร ซึ่งไม่สามารถติดเครื่องปรับ

อากาศทั้งอาคารได้ การออกแบบที่อาศัยการ

ระบายความร้อนโดยธรรมชาติจึงเป็นหัวใจ

สำาคัญของการออกแบบ ตัวอาคารมีทั้งหมด

7 ชั้น มีส่วนจอดรถใต้ดินแบบ Smart Parking

2 ชั้น และพื้นที่ดาดฟ้า มีพื้นที่ของโรงเรียน

สอนภาษา พื้นที่สำานักงาน พื้นที่ของสมาคม

ศิษย์เก่า AUA พื้นที่ให้เช่า และส่วนหอประชุม

ขนาด 220 ที่นั่ง

“นอกจากนี้การเลือกใช้อิฐยังตอบสนองต่อ

ข้อจำากัดในเรื่องของงบประมาณ และระยะ

เวลาในการก่อสร้างอีกด้วย ซึ่งเราได้พัฒนา

เป็นงานวิจัยในรูปแบบของการก่อสร้าง”

ทีมผู้ออกแบบได้อธิบายถึงการเรียนรู้ ระหว่าง

การพัฒนาโครงการ ด้วยความที่ทั้งสองท่าน

เป็นอาจารย์ภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์

มหาวิทยาลัย จึงได้ใช้โครงการนี้เป็นเครื่องมือ

ในการเรียนรู้ การทดลองวัสดุและโครงสร้าง

ทางสถาปัตยกรรม ซึ่งในตัวโครงการได้สร้าง

รูปแบบของการก่ออิฐทั้งภายนอกและภายใน

ทั้งหมด 16 รูปแบบ (จาก 50 รูปแบบที่ทีม

ผู้ออกแบบเลือกมา) ซึ่งรูปแบบเหล่านี้นำามา

ซึ่งการสร้างการระบายอากาศในแต่ละส่วน

ไปพร้อมกับการสร้างเอกลักษณ์ของช่องเปิด

และรูปแบบของรูปด้านอาคาร ซึ่งมีความแตก

ต่างกันทั้ง 4 ด้านของอาคาร

อย่างไรก็ตามในการออกแบบ ผู้ออกแบบได้

พัฒนาถึงรูปแบบของการก่อสร้างด้วยเพื่อ

ให้ทันกับกรอบระยะเวลาของการก่อสร้าง

ภายใน 2 ปี จึงใช้การออกแบบด้วยระบบ

ประสานทางพิกัด (Modular Coordination)

และแทนที่จะต้องเรียงก่ออิฐทีละก้อน

เปลี่ยนมาพัฒนารูปแบบการก่อสร้างแบบ

กึ่ง Pre cast แบบเดียวกับหลักการก่อสร้าง

Curtain Wall ประกับส่วนอิฐเอาไว้เป็นชุดๆ

ภายใต้ระบบกริตเสา 6 เมตร แนวอิฐทั้งหมด

จะลงตัวที่ 60 เซนติเมตร โดยโครงสร้างของ

อาคารจริงคือคอนกรีตเสริมเหล็กที่ยึดเข้ากับ

คานเหล็ก และใช้เหล็กฉาก 3 นิ้วยึดแนวอิฐ

ด้วยตัวประสานที่เพิ่มความแข็งแรงด้วยปูน

มอร์ตาร์ชนิดพิเศษ ความพิเศษของการผสม

ผสานรูปแบบการก่อสร้างนี้ส่งผลให้โครงการ

สามารถเรียงอิฐ 1.7 ล้านก้อนได้ทันเวลา

เป็นระเบียบได้มาตรฐาน ตอบสนองความ

ต้องการของทีมผู้ออกแบบในการแสดงให้เห็น

ถึงสัจจะของวัสดุไม่ว่าจะเป็นอิฐ เหล็ก หรือ

คอนกรีตเสริมเหล็ก

การให้ความสำาคัญต่อการสร้างการรับรู้

ระหว่างพื้นที่ กับเวลา เป็นสิ่งที่ผู้ใช้อาคาร

สามารถสัมผัสได้ผ่านการเข้าใช้งานภายใน

พื้นที่อาคาร ด้วยการออกแบบที่เน้นการ

ระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติ ตามแนวทาง

ของสถาปัตยกรรมเขตร้อน ตัวอาคารจึงเน้น

สร้างให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ต่อพื้นที่

โดยเฉพาะส่วนบันไดขนาดใหญ่สีดำาที่กำาหนด

ให้เป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างชั้น ด้วยลูกนอน

ที่กว้างของสะพานที่ทอดยาวชิดติดกับผนังอิฐ

ซึ่งผ่านการเว้นร่องตามรูปแบบที่ได้กล่าวไป

ส่งผลให้พื้นที่บันไดเป็นหนึ่งในพื้นที่เชื่อมต่อที่

สร้างการรับรู้ของเวลา ที่เปลี่ยนแปลงตามช่วง

ระยะเวลา เราจะพบความโดดเด่นที่สำาคัญของ

สภาวะนี้ในอีกส่วนที่เป็นช่องเปิดรูปทรงกลม

ขนาดใหญ่ของพื้นที่ด้านหน้าชั้น 5 จุดเดียว

กับที่มองมาจากภายนอกจะเห็นเป็นวงกลม

ด้านบนของตัวอาคาร พื้นที่ส่วนนี้กลายเป็น

เอกลักษณ์ที่สำาคัญของการสร้างการรับรู้ให้

กับพื้นที่ระหว่างช่วงเวลาที่ทีมผู้ออกแบบตั้งใจ

ให้แสงแดดจากภายนอกล้วงเข้ามาสัมผัสกับ

พื้นที่ภายใน

“เมื่อคุณได้เริ่มสนทนากับวัสดุก่อสร้างของ

คุณ คุณถามอิฐว่าคุณต้องการอะไร อิฐบอก

กับคุณว่า “ฉันชอบซุ้มโค้ง” หลุยส์ ไอ คาห์น

สถาปนิกอเมริกัน เคยกล่าวบทสนทนานี้กับ

ลูกศิษย์ของตน เพื่อเน้นย้ำาว่าแม้แต่วัสดุ

ก่อสร้างก็มีความต้องการของตน และอย่าได้

ละเลยถึงความรู้สึกที่วัสดุมีต่อสถาปัตยกรรม

เอง ในเชิงปรัชญา มนุษย์ต้องการความมั่นคง

ปลอดภัยสูง เมื่อมนุษย์ได้สร้างสิ่งก่อสร้าง

ของเขา ความประทับใจแรกที่มนุษย์ต้องการ

คือความปลอดภัย มนุษย์เข้าไปอยู่ในถ้ำา

เพื่อความปลอดภัย ดังนั้นแม้ว่าจะเป็นอาคาร

กึ่งสาธารณะแต่สิ่งที่จำาเป็นต้องคำานึงถึงคือการ

สร้างประสิทธิภาพของการปกป้องไปพร้อม

กับการออกแบบท่วงทำานองของการเชื้อเชิญ

สภาพแวดล้อมภายนอกเข้ามา อันเป็น

คุณสมบัติที่สถาปัตยกรรมพึงมี ซึ่งทีมผู้

ออกแบบได้แสดงให้เห็นถึงความสำาคัญของ

การสร้างสภาวะกึ่งไร้กาลเวลาฉายสะท้อน

ผ่านวัสดุเชิงสัจจะนิยมอย่างอิฐ ปรากฏบน

สถาปัตยกรรมกลางย่านราชดำาริ

03

ทัศนียภาพภายนอกจาก

มุมมองฝั่งถนนราชดำาริ


86

04

ผนังอาคารภายใน มี

รายละเอียดของรูปแบบ

การเรียงอิฐ และช่องเปิด

ที่หลากหลาย


87

4


88

theme / review

5

05

ภาพ isometric รูปแบบ

การเรียงอิฐและช่องเปิด

ในแต่ละส่วนของผนังอาคาร

Recently, the American University Alumni Association

under the Royal Patronage finally completed the

construction of its new home. Sited on Ratchadamri

Road, the new AUAA Building reveals its distinctive

architectural attributes and intriguing details of materials

and geometric form. The semi-public building

stands in its full glory in Bangkok’s most upscale

district, surrounded by expensive condominium

projects, high-rise office buildings, and large-scale

public parks. These qualities and factors become

both the homework and challenge for the design

team of EAST Architects. The design development

needs to tackle a handful of limitations to deliver

the architectural design that fulfills AUAA’s requirements,

including the program that accommodates

different activities of the language school and its 69

years of continual operations. The new building is

a chronicle of memories and connections between

AUAA and everyone.

The project’s development, design, and construction

take over a decade to complete. The design team

proposed several ideas for the architectural design

throughout those ten years, from reinforced concrete

to glass, before the board decided on using

bricks as the principal material. Bricks hold significance

in both the aspect of design and cultural

implications as rudimentary material in traditional

Thai architecture and contemporary architecture

worldwide. It is one of those materials that interconnect

the western and eastern worlds. With this

project, bricks are presented as a universal design

language, meticulously uttered to express AUAA’s

cultural legacy, including the connections and

sentiments the association has formed with people

over the years.

“We handle the master plan, the architectural

design, and interior decoration. It was a complex

and highly challenging task to balance the building’s

semi-public program and the requirements while

still preserving a sense of privacy. Bricks were chosen

because they enabled us to locate the openings

and enclosures in different parts of the program,

such as the interior courtyard. Assistant Professor

Pirast Pacharaswate and Assistant Professor

Sayanee Virochrut, the two architects leading the

design team of EAST Architects, share their views

on facilitating the balance between private and

public- the project’s key concept and starting point

of the design.


EVEN A BRICK WANTS TO BE SOMETHING

89

6

06

พื้นที่โถงชั้นล่าง

07

รูปด้านหน้าและด้านข้าง

The design team selects 16 different

brick patterns, from 50 options, for

exterior and interior compositions.

The varied patterns help to bring

unique characteristics to the building’s

four different-looking elevations.

7


6

90

theme / review

The integrated method is intriguing, for they manage to

successfully construct the building from 1.7 million bricks

in time and at such a high level of organization and

standard.

8

08

ผังพื้นชั้นต่างๆ

09

ช่องเปิดวงกลมขนาด

ใหญ่ส่วนพื้นที่ด้านหน้า

ของชั้น 5

Another essential characteristic of the building

is the spatial sequence. Essentially, it involves

facilitating how the building is accessed. The idea

gets translated into a large-scale arcade that leads

visitors from the Ratchadamri Road entrance into

the building. The arcade’s design was developed to

function as an architectural element that brings both

distinctiveness and visual appeal to the building.

Next to the arcade is the stairway leading to the

large foyer. In this area, passive ventilation is devised

using natural ventilation techniques to bring thermal

comfort to different parts of the program. With the

project being a semi-public building, maintenance is

one of the issues the design prioritizes. The design

employs natural ventilation as the critical element to

avoid the excessive use of air conditioning systems.

The program includes the Smart Parking space

occupying two underground floors, the rooftop area,

the language school, an office space, the space

reserved for the AUA alumni, rental spaces, and the

220-seat auditorium.

“Bricks are chosen, in parts, because they match the

project’s limited budget and construction period.

We developed this project and the entire construction

process as a research project,” explained the

design team about the lessons they learned along

the entirety of the development. With both architects

being professors at the Faculty of Architecture,

Chulalongkorn University, the project became a

learning opportunity to experiment with architectural

structures and materials. The design team selects 16

different brick patterns (from 50 options) for exterior

and interior compositions. The varied patterns help

facilitate natural ventilation in each section, bringing

unique characteristics to the building’s four different-looking

elevations with diverse patterns and

configurations of the openings.


EVEN A BRICK WANTS TO BE SOMETHING

91

9


92

theme / review

10

บรรยากาศภายในอาคาร 10


93

11

ช่องเปิดในส่วนดาดฟ้า

อาคาร เผยให้เห็นมุมมอง

ทัศนียภาพของเมืองที่อยู่

ภายนอก 11

The design team developed a method to fit in the

two-year time frame scheduled for the construction

period. Instead of brick by brick construction, the

design utilizes a modular coordination system. The

semi-precast technique (similar to constructing a

curtain wall) calculates the material into 60-centimeter

modules to fit the grid-based layout system

with a 6-meter span between the columns. The

principal structure of the building was constructed

using reinforced concrete and steel beams. 3” angle

steel bars hold the brick modules with the help of a

particular type of mortar concrete for extra strength.

The integrated method is intriguing, for they manage

to successfully construct the building from 1.7 million

bricks in time and at such a high level of organization

and standard. The effort fulfills the design team’s

intention to showcase the materials’ true natures,

whether bricks, steel, or reinforced concrete.

Users can experience the curated perception of time

and space when interacting with the architectural

and interior program. The design’s emphasis on

Tropical Architecture’s natural ventilation pays extra

attention to the facilitated connection between spaces,

particularly the large stairway linking each floor

together. The placement of the stairs’ extra-wide

landings with no risers next to the brick wall causes

the composition to become one of the transitioning

spaces, introducing users to the dynamic perception

of time throughout the day. A similar experience can

be found at the front-facing wall on the fifth floor,

where a massive circular-shaped opening is present

as a part of the building’s exterior mass and interior

program. This particular portion of the space becomes

one of the building’s physical characteristics,

allowing users to experience the space, especially

when the outside natural light makes its way into the

interior space.

“You say to brick, “What do you want, brick?” Brick

says to you, “I like an arch.” Louis I. Kahn said during

a conversation with his students. The statement

emphasizes that even a construction material has its

own needs, and architects should not neglect the

material’s inherent sentiments for architecture it is

a part of. On a philosophical level, humans instinctively

demand a sense of safety and security. When

humans build their own spaces, the first impression

they look for is safety. Humans lived in caves for the

safety they provided. Even with its functionality as a

semi-public building, AUAA’s architecture’s priority

is delivering efficient protection while welcoming

the presence of an outside environment. Such

qualities are what architecture should pursue and

attain. What the design team of EAST Architects has

demonstrated is the significance of the state where

the absence of time is materialized through this

primary yet wonderous material -- a known realist in

the world of architecture. Delivered is a mesmerizing

work of architecture sited in one of Bangkok’s most

commercially valuable neighborhoods.

eastarchitects.com

กุลพัชร์ เสนีวงศ์

ณ อยุธยา

เป็ นผู้จัดการสถาบัน

ปรีดี พนมยงค์ และ

นักศึกษาปริญญาเอก

สาขาสถาปั ตยกรรม

พื้นถิ ่น คณะสถาปั ตย-

กรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย

ศิ ลปากร สนใจศึ กษามรดก

ทางวัฒนธรรมและ

ขณะนี้กำาลังทำาวิจัยเกี่ยว

กับสภาพแวดล้อมสรรค์

สร้างในพื้นที่ภูมิทัศน์

วัฒนธรรมมลายู

Kullaphut Seneevong

Na Ayudhaya

is the general manager

at Pridi Banomyong

Institute and a Ph.D.

candidate on the

vernacular architecture

program at the faculty

of architecture, Silpakorn

University. He is

interested in cultural

heritage and currently

conducting research on

the built environment

of the Malay cultural

landscape.

Project: AUAA Building Client: American University Alumni Association - AUAA Location: Rajdamri Road, Bangkok Architect: EAST

Architects Project Team: Pirast Pacharaswate, Sayanee Virochrut, Lanna Trakantalerngsak, Jakkaphan Tasniyom, Chitipat Sornsukolrat,

Chitathon Kupwiwat, Sakan Udompanich, Patara Warathanasin, Vilin Pipatnadda, Nicha Kachamas, Chalath Nettayawichit Interior Designer:

EAST Architect Structural Engineer: Site 83 Mechanical Engineer: Site 83 Contractor: McTRIC PCL Land Area: 9,000 sq.m. Building Area:

7,000 sq.m. Completion: 2021 Materials / Suppliers: Brick - APK Dawkoo, Elevator - Schindler, Air conditioning system - Daikin, Sanitary

wares - Cotto, Tiles - Sinpongstorn / Thai Soung, Acoustic board - SCG / Trendar ( auditorium), Lighting - L&E


94

theme / review

Perfectly

Im-

Perfect

At the new Boccia National Field Training Center, the design team

of pbm has interpreted the concept of simplicity and imperfection

into the façade by applying the shape of a scalene triangle.

Text: Nathanich Chaidee

Photo: Yamastudio


95

01

ผิวผนังภายนอกอาคารทำา

จากแผ่นอะลูมิเนียมเจาะรู

1


96

theme / review

Boccia (บอคเซีย) คือหนึ่งในกีฬาความหวัง

ที่ตัวแทนนักกีฬาคนพิการชาวไทยซึ่งเข้าร่วม

การแข่งขันในระดับโลกอย่างพาราลิมปิกเกมส์

และคว้าเหรียญรางวัลติดมือกลับมาฝากแฟน

กีฬาชาวไทยอย่างสม่ำาเสมอ ศูนย์ฝึกกีฬา

บอคเซียแห่งชาติ สมาคมกีฬาคนพิการทาง

สมองแห่งประเทศไทย จึงถูกออกแบบและ

ก่อสร้างเพื่อรองรับการฝึกซ้อมและอำานวย

ความสะดวกสำาหรับนักกีฬาคนพิการโดย

เฉพาะ เพื่อเตรียมพร้อมสำาหรับการแข่งขัน

ไปจนถึงการเป็นพื้นที่เรียนรู้และเผยแพร่

เทคนิคกีฬาบอคเชียให้กับนักกีฬาคนพิการ

ทั้งในประเทศและเพื่อนบ้านภูมิภาคอาเซียน

โครงการครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ

การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก โดยมีสิงห์

เอสเตทเป็นเจ้าภาพในการให้การสนับสนุน

จึงได้ชักชวน pbm ซึ่งเคยร่วมงานกันในฐานะ

ผู้ออกแบบสำานักงานใหญ่บริษัท บุญรอด

บริวเวอรี่ ณ ตึกสิงห์ คอมเพล็กซ์ มาเป็น

สถาปนิกผู้ออกแบบอาคารศูนย์กีฬาบอคเซีย

แห่งชาติในครั้งนี้

“โครงการนี้เป็นเหมือนกับการกุศล วัสดุต่างๆ

ส่วนหนึ่งก็ได้รับจากการร่วมบริจาคจากหลาย

หน่วยงาน จึงเกิดเป็นข้อจำากัดบางอย่างที่

ทำาให้เราต้องออกแบบเพื่อให้รองรับกับวัสดุ

นั้นๆ ด้วย รวมไปถึงกรอบอาคารหรือความ

ต้องการใช้งานพื้นที่ต่างๆ มันเลยไม่ได้เริ่มต้น

จากศูนย์ไปเสียทีเดียว”

โจทย์ที่ทาง pbm ได้รับมา คือการออกแบบ

อาคารให้กับนักกีฬาบอคเซีย โดยชั้นล่างเป็น

สนามซ้อมจำานวน 4 สนาม และชั้นบนเป็น

พื้นที่พักนักกีฬา แนวคิดหลักจึงเน้นการเข้าถึง

ของผู้ใช้ผ่านพฤติกรรมการใช้งานรถเข็น

งานสำาคัญสำาหรับทีมออกแบบจึงเป็นเรื่องการ

ออกแบบทางลาดขนาดใหญ่ในโถงอาคารซึ่ง

เป็นตัวเชื่อมต่อเส้นทางสัญจรภายในอาคาร

ในแนวดิ่งให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย และ

เป็นเส้นสายที่สร้างลักษณะเด่นที่ แสดงออก

ถึงความภาคภูมิใจทั้งกับกีฬาบอคเซียและ

ตัวนักกีฬาเอง

ข้อกำาหนดสำาคัญในส่วนการออกแบบสนาม

กีฬา นั่นคือพื้นที่ใช้สอยภายในสนามซ้อมที่

ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้มีเสาซึ่งจะกีดขวางภายใน

บริเวณทั้งหมด การออกแบบและจัดการ

โครงสร้างอาคารจึงเลือกใช้โครงสร้างเหล็ก

พาดช่วงยาวสำาหรับรับน้ำาหนักของชั้นบนซึ่ง

เป็นพื้นที่พักนักกีฬา ไปพร้อมกับการออกแบบ

บริเวณภายในพื้นที่พักให้โปร่งโล่ง มีการ

ระบายอากาศที่ดี และให้ผู้ใช้งานได้สัมผัส

กับธรรมชาติระหว่างการพักผ่อนหลังจาก

การฝึกซ้อม

ด้วยรูปทรงของอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

สัดส่วนแปลกตาที่มีปัจจัยบังคับจากขนาดของ

สนามซ้อมภายใน และเส้นสายของอาคารที่

สะท้อนให้เห็นความเป็นเส้นนอนและเส้นเฉียง

ของทางลาด ทีมออกแบบจึงมีแนวคิดที่จะใช้

façade สำาหรับปกคลุมรูปด้านของอาคารเพื่อ

ให้ตัวอาคารดูมีมิติและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ด้วยแนวความคิด “ความงามของความไม่

สมบูรณ์” ที่ดึงเอาความเคลื่อนไหวในแบบ

มั่นคงและเรียบง่ายอย่างเช่นอากัปกิริยาของ

นักกีฬาบนรถเข็น

“เริ่มจากผู้มาเยือนอาคารจะต้องเห็นความ

มั่นคง เริ่มต้นจากรูปร่างและรูปทรงของตัว

อาคารที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เส้นนอนที่มั่นคง

ด้วยตัวของเส้นสายเอง เราก็เอาความมั่นคงนี้

มาตีความต่อถึงวัสดุประกอบอาคาร เพื่อให้

ผสมผสานอย่างดีกับความเรียบง่าย”

ความเรียบง่ายจึงถูกแปลความผ่าน façade

ออกมาเป็นรูปร่างสามเหลี่ยมด้านไม่เท่า เมื่อ

ผสานกับแนวคิดเรื่องความไม่สมบูรณ์แบบ

ของรูปทรง ความงามตามธรรมชาติจึงเกิดขึ้น

จากแต่ละเหลี่ยมมุมที่ไม่เท่ากันของ façade

พร้อมกับความเคลื่อนไหวของพื้นผิวภายนอก

อาคารเมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ตลอดวัน

ลำาดับต่อมาจึงเป็นเรื่องการเลือกวัสดุสำาหรับ

façade โดยเลือกจากวัสดุที่สามารถหาได้ง่าย

จากท้องตลาด สถาปนิกจึงเลือกใช้งานแผ่น

อะลูมิเนียมเจาะรู (Perforated Aluminium)

โดยดึงเอาอัตลักษณ์รูปวงล้อของโลโก้องค์กร

บอคเซียที่สื่อให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของ

นักกีฬาบนรถเข็นมาเป็นแพทเทิร์นของการ

เจาะ “เราไปเห็นโลโก้ขององค์กรที่เห็นความ

เฉพาะของกีฬา และเราก็เห็นว่าถ้าดึงโลโก้

ตัวนี้มาเป็นแพทเทิร์น ก็จะยิ่งช่วยสนับสนุนให้

นักกีฬามีความมั่นใจมากขึ้นในการทำากิจกรรม

บนรถเข็นหรือวงล้อตัวนี้ และคนที่ใช้งาน

อาคารก็จะเห็นภาพจำาลองเหมือนเราได้อยู่ใน

พื้นที่ของนักกีฬาผ่านวงล้อนับพันที่อยู่ภายใน

พื้นที่”

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานอาคารกับพื้นที่

ภายในเกิดขึ้นผ่าน façade ที่เป็นเหมือนม่าน

กรองแสงขั้นแรกก่อนเข้าสู่ตัวอาคาร แสง

ธรรมชาติที่ลอดผ่าน façade ซึ่งแตกต่าง

ตลอดวันสร้างความเคลื่อนไหวส่งต่อตก

กระทบลงบนพื้นผิวในระนาบต่างๆ สร้าง

ให้อาคารกลับมามีชีวิตชีวาภายใต้โครงสร้าง

ของเส้นสายที่มั่นคง

ประโยชน์ใช้สอยอีกประการของแผ่น façade

อะลูมิเนียมเจาะรูเป็นเรื่องของการประหยัด

พลังงาน ซึ่งทำาหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างธรรมชาติ

ของบริบทที่รายล้อมตัวอาคารเข้ามาสู่ภายใน

อาคาร จึงสามารถถ่ายเทอุณหภูมิ ลมที่พัด

กระทบผิวหนัง และการระบายอากาศภายใน

พื้นที่ได้ดี เพิ่มความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติของ

การใช้งานพื้นที่ภายในอาคารได้ดียิ่งขึ้น

ความท้าทายสำาหรับสถาปนิกในงานออกแบบ

façade อาคารในครั้งนี้เป็นเรื่องของฟอร์ม

อาคารที่ความยาวและขนาดใหญ่เป็นพิเศษ

จึงจำาเป็นต้องออกแบบอาคารเพื่อสร้างสรรค์

สัดส่วนอาคารให้ดูกระชับและสวยงามมาก

ยิ่งขึ้น และสร้างความสม่ำาเสมอให้กับทั้ง

อาคารกลายเป็นเรื่องราวเดียวกัน

façade ของอาคารศูนย์ฝึกกีฬาบอคเซียแห่งนี้

นอกเหนือจากการสร้างสรรค์ลีลาจากความ

เคลื่อนไหวของแสงธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป

ตลอดทั้งวันผ่านเปลือกอาคาร คุณค่าจากงาน

ออกแบบยังส่งผลทางจิตวิทยาสำาหรับผู้ใช้งาน

หลักอย่างนักกีฬาคนพิการ ให้ความรู้สึกมั่นใจ

ในการฝึกซ้อม ลงแข่งขัน หรือการทำากิจกรรม

ต่างๆ ภายในอาคาร พร้อมกันกับคุณค่าของ

การทำางานที่ส่งกลับคืนให้กับสถาปนิกที่ว่า

มุมมองและทักษะในเรื่องการออกแบบและแก้

ปัญหารูปทรงของอาคารครั้งนี้ เป็นทั้งเรื่อง

การส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับองค์กร ไปพร้อม

กับการสร้างคุณภาพชีวิตให้กับผู้ใช้งานให้

เกิดขึ้นได้จริงผ่านงานออกแบบสถาปัตยกรรม


PERFECTLY IM-PERFECT

97

2

02

แบบขยายต่างๆ ของ

งานออกแบบบริเวณผนัง

ภายนอก

4

3

03

ทัศนียภาพภายนอก

04

รายละเอียดส่วนผนังกับ

หลังคาบริเวณช่องทางเข้า

อาคาร


98

5


99

05

ผิวผนังภายนอกอาคาร

ที่สะท้อนถึงแนวคิดเรื่อง

ความไม่สมบูรณ์แบบ

ด้วยการใช้เหลี่ยมมุมของ

ผนังโลหะที่ไม่เท่ากัน


100

theme / review

Boccia is one of the sports where Thai athletes

have always won medals at the Paralympic Games.

Operated under the Cerebral Palsy Sports Association

of Thailand, the new Boccia National Field

Training Center is specifically designed and constructed

to accommodate the training programs

and facilities for athletes with disabilities. The

training center prepares the athletes for competition

and functions as a space that educates

and promotes Boccia for broader national and

regional recognition.

The project is a collaborative effort between the

Sports Authority of Thailand (Huamark) and Singha

Estate. Having worked with pbm for its headquarters

at Singha Complex, Boon Rawd Brewery then

asked the firm to be the project’s architect. “This

is a charity project, and the construction materials

are donations from many different agencies. That

becomes somewhat a limitation that forces us

to develop the design according to the materials

we have, including the plan and the requirements

for spatial usages, so we didn’t exactly start from

zero.” Says the architect.

The brief is to design a building for Boccia athletes.

The first floor hosts four training fields while the

accommodation for athlete accommodation occupies

the space on the upper floor. The design concept

of accessibility for wheelchair users who are

also primary users of the building comes with a

challenge. The pbm team has to design a series

of large indoor ramps that link the entire vertical

circulation together, making the building’s access

as convenient as possible. The ramps become

an integral element of the building’s physical

character, expressing its pride in the sports and

the athletes.

06

การใช้ทางลาดเป็น

ประโยชน์ใช้สอยซึ่งเป็น

จุดเด่นของอาคาร

6


PERFECTLY IM-PERFECT

101

07

บรรยากาศภายในบริเวณ

โถงสัญจร เห็นเส้นสายที่

น่าสนใจของทางลาด

The façade of the

Boccia Training

Center designed by

pbm enlivens the

constant movements

of natural light with

its meticulously

designed structure

and surface.

7

1. ENTRANCE HALL

2. RAMP HALL

3. LIFT HALL

4. MALE W.C.

5. FEMALE W.C.

6 BOCCIA INDOOR FIELD

1ST FLOOR PLAN

2M


102

theme / review

8

08

มุมมองจากภายในออกสู่

ภายนอก ผ่านผิวผนังที่ทำา

จากแผ่นอะลูมิเนียมเจาะรู


PERFECTLY IM-PERFECT

103

One of the vital requirements of sports field architecture

and design is the absence of columns in

the training areas. The design and management of

the building’s structure rely on the long-span steel

structure, which can bear the weight of the upper

floor where the athlete accommodation is located.

The design grants the living units and common

areas efficient natural ventilation, allowing users

to relax from the surrounding natural elements

during their breaks from training. The rectangular

form with unusual proportions is defined by the

functionally derived sizes of the training fields

and the ramps’ horizontal and inclined lines. With

the intention for the façade to bring more exciting

dimensions to the building’s outer appearance,

the design team interprets the ‘beauty of imperfection’

concept into the solid and straightforward

movements of how athletes operate their wheelchairs.

“Visitors will see and sense the solidity of the

building, from the rectangular form and shape to

the stable horizontal lines. We further interpret

this stability into construction materials, which

also convey and blend well with the notion of

simplicity.” Here the concept of simplicity and

imperfection gets translated into the façade with

the shape of a scalene triangle. The structure’s

design renders a natural beauty of the geometric

form’s unequal sides, complemented with the dynamic

movements of the surface when interacted

with sunlight at different times of the day.

The façade’s materials are all locally available,

including perforated aluminum. Inspired by the

Boccia Association’s logo, which conveys athletes’

movements on wheelchairs, the design team

creates a pattern on the aluminum’s perforated

surface. “We saw the logo and how it represented

the particular characteristics of the sports and

thought that if we used that with the pattern, it

could give a sense of assurance for the athletes

when they’re using their wheelchairs when they

engage in different kinds of activities. Through

this wheel-inspired perforated pattern, building’s

users can experience the feeling of being a part

of the training fields.”

The interactions between users and interior space

occur through the façade, which serves as the first

layer of sun filtration for the building. Natural light

coming through the architectural element alters

throughout the day, bringing dynamic effects to

different planes and surfaces, adding life to the

architecture with gradually moving visible lines.

Another function of the perforated aluminum

façade is its energy-saving ability. It also serves

as an interface that brings in the surrounding

natural elements to the interior program. The

circulated air means the balanced transfer of

temperature, airflow, and internal ventilation. It

enhances the presence of nature in the interior

functional spaces. One of the most significant

challenges of this façade design is the extra

length and large size, which requires the architectural

design to have an even more concise

and visually appealing form while keeping the

building and the enveloping composition into

one unanimous narrative.

The façade of the Boccia Training Center enlivens

the constant movements of natural light with

its meticulously designed structure and surface.

At the same time, the design’s psychological

impacts on the athletes reassure the confidence

in the training, competition, and participation in

other activities. In return, for the architect, these

values are rewarding for they are testaments of

their visions, skills, and the power of architecture.

The work they create has provided solutions that

resolve all the limitations and restrictions, promoted

the organization’s identity and image while

successfully and meaningfully improved users’

quality of life at the same time.

pbm.co.th

ณัฐนิช ชัยดี

จบการศึกษา

ด้านออกแบบตกแต่ง

ภายใน ปั จจุบันเป็ น

คอลัมนิสต์อิสระ

ด้านสถาปั ตยกรรม

งานออกแบบ และ

วัฒนธรรม

Nathanich Chaidee

is a graduate

of interior design

and currently

working as a

freelance journalist

in architecture,

design and culture.

Project: Boccia Field Training Center Client: Cerebral Palsy Sports Association of Thailand

Architect: pbm Project Team: Matetaporn Visitpongpun Suvijak Yatinuntsakul Shaloemsak Kuakul

Project Management: Singha Estate PCL. Construction Management: I.M. Project Management

Building Contractor: 1. NMC Conland (Structure, Architecture, M&E, Facade) 2. Chamnan Construction

(Piling Work) 3. C N Electric (Main Electrical High Voltage) 4. Jardine Schindler (Thai) CO.,Ltd. (Passenger

Elevator) Building Area: 2,200 sq.m. Completion: 2021 Material /Supplier: Aluminum Composite - BFM


104

theme / review

One

Screen,

Many

Views

IDIN Architects has designed a mixed-use building with an eye-catching

façade, using glass and aluminum panels to conceal different functional

spaces and to create more diversified perspectives.

Text: Warut Duangkaewkart

Photo: Ketsiree Wongwan except as noted


105

1

01

ภาพภายนอกของตัว

อาคาร ที่เส้นสายของผิว

อาคารหยอกล้อไปกับ

เสามังกรของศาลเจ้า


106

theme / review

The architect intends for

the building to exist as

a community backdrop

with a vertical garden

bringing green space to

the surrounding area.

With such an idea in

mind, the team started

the design development

process with the

building’s façade.

2

02

มุมอาคารที่ถูกปิดทึบด้วย

Facade ภายนอก

03

มุมมองจากศาลเจ้าที่เห็น

ถึงจังหวะ และ รูปแบบการ

ปิด-เปิดผิวอาคาร

3


ONE SCREEN, MANY VIEWS

107

ในแง่มุมของงานสถาปัตยกรรม หลายครั้งเรา

แบ่งแยกอาคารต่างๆ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอก

ของอาคารที่แตกต่างออกไปตามยุคสมัย ตาม

ความนิยม และการใช้งานของแต่ละช่วงเวลา

นอกจากนั้นสถาปัตยกรรมยังบ่งบอกถึงแนว

ความคิดที่เป็นตัวขับเคลื่อนความเป็นอยู่ในยุค

นั้นๆ จนถึงปัจจุบันที่หลากหลายแนวความ

คิดถูกนำา มาประยุกต์ใช้ร่วมกันเพื่อแสดงออก

ถึงเอกลักษณ์ของงานสถาปัตยกรรม ในขณะ

เดียวกันด้วยองค์ความรู้ที่หลากหลายมากขึ้น

การออกแบบยังต้องช่วยตอบโจทย์ในแง่มุม

ที่ต่างออกไป ทั้งในเรื่องของการใช้งาน

บริบทของพื้นที่ตั้ง ความเชื่อส่วนบุคคล หรือ

การแสดงออกในเชิงธุรกิจ ที่เป็นปัจจัยเข้ามา

ทำาให้แต่ละอาคารมีความแตกต่างกันออกไป

Suan Phlu 9 Office เป็นงานออกแบบโดย

IDIN Architects ตั้งอยู่ในชุมชนซอยสวนพลู 9

ซึ่งเป็นหนึ่งในเขตที่อยู่อาศัยสำาคัญใจกลาง

กรุงเทพมหานคร ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของที่ดิน

ติดกับศาลเจ้า ที่เป็นเสมือนพื้นที่เปิดโล่งสำาหรับ

ชุมชนละแวกนี้ นำามาสู่โจทย์สำาคัญที่ทำาให้ IDIN

คำานึงถึงบริบทของพื้นที่ในช่วง เริ่มต้นของ

การออกแบบ ด้วยความตั้งใจที่อยากให้อาคาร

ทำาหน้าที่เป็นฉากผืนใหญ่ ผนวกกับการเพิ่ม

พื้นที่สีเขียวให้กับพื้นที่โดยรอบในลักษณะ

Vertical Garden เปลือกของอาคารหรือ Façade

จึงเป็นสิ่งแรกที่ถูกคำานึงถึงในการออกแบบของ

โครงการนี้

จากโจทย์ที่ได้รับให้ออกแบบอาคารสำานักงาน

และที่อยู่อาศัยสำาหรับครอบครัวใหญ่ ด้วย

ฟังก์ชั่นทั้งหมด อาคารถูกออกแบบให้มี 8 ชั้น

โดยชั้นล่างเป็นส่วนต้อนรับ และที่จอดรถใต้

อาคาร ส่วนชั้นที่ 2 - 4 เป็นสำานักงาน และ

ด้านบนเป็นที่อยู่อาศัยทั้งหมด ซึ่งในการวางผัง

อาคารผู้ออกแบบได้ทำางานร่วมกับซินแสในการ

จัดวางห้องต่างๆ เพื่อให้เป็นตามหลักการฮวงจุ้ย

ที่เหมาะสม ที่ดินทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นผัง

9 ช่อง ทำาให้ฟังก์ชั่นบางส่วนต้องถูกจัดวางด้าน

ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ที่จะเป็นฉากหน้าอาคาร

จนเกิดเป็นจังหวะของการใช้งานที่แต่ละชั้น

เริ่มมีความแตกต่างกัน บวกกับอีกหนึ่งโจทย์ที่

สำาคัญคือวัสดุในการก่อสร้างที่เจ้าของโครงการ

ต้องการให้ใช้เหล็กในการออกแบบ เพื่อให้

แสดงถึงภาพลักษณ์ของกิจการด้วยอีกทางหนึ่ง

จึงเป็นสิ่งที่เข้ามาส่งเสริมแนวความคิดในการ

ออกแบบเปลือกนอกอาคารให้ใช้ประโยชน์ใน

การออกแบบ โดยมี Curtain Wall เป็นรากฐาน

ของไอเดีย ที่จะถูกนำามาออกแบบในลักษณะของ

Double Façade ซึ่งในเรื่องของการใช้กระจกเข้า

มาเกี่ยวข้อง ยังต้องคำานึงถึงสิ่งที่จะเกิดผลกระทบ

ต่อพื้นที่โดยรอบด้วย เนื่องจากการใช้ผนังกระจก

ที่อาจจะสะท้อนแสงแดดออกไปยังชุมชนโดยรอบ

ประกอบกับการที่ฉากใหญ่ของอาคารนั้นตรง

กับทิศตะวันตกเฉียงใต้ ที่จะต้องรับแสงอาทิตย์

โดยตรง ทำาให้เปลือกอาคารที่ออกแบบยังต้องทำา

หน้าที่คอยกันแสงแดด และความร้อนที่จะเข้าสู่

พื้นที่ภายในอาคารด้วย

ด้วยความต้องการของสถาปนิกที่จะทำาให้เปลือก

อาคารตอบโจทย์ที่หลากหลายนั้น รูปแบบความ

คิดในการพัฒนาจึงเกิดเป็นลำาดับขึ้นตอน จาก

แนวความคิด สู่การแก้ปัญหา ตั้งแต่จุดเริ่มต้น

ที่ต้องการสร้าง Vertical Garden เพื่อลดทอน

งานระบบที่จะเกิดขึ้น และสร้างมุมมองที่เปิดโล่ง

สำาหรับพื้นที่ภายในอาคาร Façade ถูกแบ่งออก

เป็นส่วนๆ เพื่อสลับการใช้งาน ในส่วนที่เป็นพื้นที่

ใช้สอยผู้ออกแบบเลือกที่จะปิดบังอาคารบางส่วน

ด้วยการใช้กระจก และแผ่น Aluminum ทั้งแบบที่

เป็นแผ่นทึบ และแบบเจาะรู (Perforated) ทำาให้

เกิดมุมมองที่ต่างกันออกไป ส่วนของกระจกให้

ความโปร่ง 100% เพื ่อที ่จะรับแสงธรรมชาติ

และเปิดมุมมองจากภายในสู ่ภายนอก ส่วนแผ่น

Aluminum แบบเจาะรูเป็นการเปิดมุมมองแบบ

50% ที่ช่วยกรองแสงบางส่วน แต่ยังสามารถ

รับความสว่างเข้ามาได้ และแผ่น Aluminum

แบบทึบจะช่วยปิดบังการใช้งานบางส่วน และ

ลดความร้อนที ่จะเข้าสู ่ตัวอาคารโดยตรง

อีกส่วนสำาคัญของการออกแบบ Façade คือการ

เพิ่มพื้นที่สีเขียวที่เป็นแนวความคิดแต่แรกเริ่ม

จากการใช้งานแบบเต็มพื้นที่ สถาปนิกเลือกที่

จะคว้านพื้นที่บางส่วนของตัวอาคารออก เพื่อให้

เกิดเป็นเส้นของพื้นที่สีเขียวที่ไล่ระดับไปตั้งแต่

ชั้นล่างจนถึงด้านบน ซึ่งออกแบบให้ต้นไม้

ถูกปลูกในกระถาง และ เติบโตลงไปด้านล่าง

เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษา ในลักษณะนี้

นอกจากมุมมองด้านนอกแล้ว ด้านในอาคาร

จะมองเห็นพื้นที่สีเขียวที่แทรกตัวอยู่ในทุกๆ ชั้น

ทำาให้พื้นที่สีเขียวที่ถูกออกแบบนั้นเกิดประโยชน์

อย่างแท้จริง สำาหรับผู้ใช้งาน และบริบทของ

ชุมชน ที่ไม่ใช่เป็นเพียงเปลือกอาคารเพียงอย่าง

เดียว โดยในขั้นตอนการออกแบบนั้น สถาปนิก

ใช้วิธีการออกแบบจากมุมมองของพื้นที่ภายใน

ทีละชั้น เพื่อให้เห็นภาพของสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน

แต่ละพื้นที่ใช้สอยของอาคาร และ ความเชื่อมโยง

ของช่องเปิดต่างๆ ทั้งที่เปิดโล่ง กึ่งโปร่ง และ

ปิดทึบ รวมถึงเอฟเฟคเมื่อต้นไม้เริ่มโตขึ้น หรือ

ห้อยกิ่งก้านลงมา จะมีมุมมองอย่างไร

เมื่อปัญหาโดยรวมจากบริบทต่างๆถูกออกแบบ

และแก้ไขในเบื้องต้นแล้ว อีกหนึ่งหน้าที่สำาคัญ

ของงานสถาปัตยกรรม คือการสร้างเอกลักษณ์

ให้เกิดขึ้น ด้วยความที่เป็นอาคารสำานักงานที่มี

กิจการของตัวเอง สิ่งนี้จึงถูกนำามาประยุกต์

และ พัฒนาต่อให้เกิดเป็นเอกลักษณ์ที่มีความ

เฉพาะตัว เริ่มต้นจากการที่ Façade ทั้งหมด

ถูกบิดแกน และพับไปมา เพื่อให้เกิดเป็นพื้นผิว

ที่ไม่นิ่งจนเกินไป อีกทั้งยังช่วยให้พื้นผิวต่างๆ

มีมิติที่รับความร้อนแสงแดดได้แตกต่างกัน

เกิดเป็นจังหวะของ Façade โดยรอบ ถึงแม้ว่า

แสงแดดจะส่องลงมากระทบผนังในทิศทาง

เดียวกัน องศาของวัสดุจะช่วยให้เกิดเป็นโทนสี

ที่หลากหลาย ตามแสงและเงา พร้อมกับเพิ่ม

ลูกเล่นเพื่อสร้างความน่าสนใจ ด้วยการทดลอง

เฉือน Façade ออกตามแนวเฉียง ทำาให้ วัสดุ

ของรูปด้านอาคารทั้งหมดเลื่อนและเหลื่อมกัน

จนเกิดเป็นเส้นสายของอาคารที่แสดงออกมา

อย่างชัดเจนในทันทีเมื่อพบเห็น ตามความตั้งใจ

ของเจ้าของโครงการ

IDIN Architects พูดถึงแนวความคิดของการ

ออกแบบงานสถาปัตยกรรมไว้ว่า ในหลายครั้ง

รูปลักษณ์ของอาคารไม่ใช่เรื่องของสไตล์ของ

การออกแบบเพียงอย่างเดียว อย่างอาคารที่เห็น

ว่าเป็นรูปแบบโมเดิร์นนั้น อาจจะมีแนวความคิด

ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง เป็นการนำางานออกแบบมา

ใช้ในการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Mass

ของอาคาร Façade ที่มองเห็น หรือการวางผัง

ที่แตกต่างออกไป ผสมผสานกับลายเส้นของ

แต่ละคน จนออกมาเป็นอาคารหนึ่งหลัง ซึ่ง

ท้ายที่สุดแล้วการออกแบบอาคารไม่ใช่เพียง

การสร้างภาพลักษณ์ให้สวยงาม หรือน่าสนใจ

เพียงอย่างเดียว แต่หากเรามองถึงที่มาของ

เส้นสาย รูปลักษณ์ วัสดุ และรายละเอียดต่างๆ

อาจจะทำาให้เข้าใจถึงที่มาของแนวความคิด

ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอาคารที่ถูกออกแบบมาได้


108

theme / review

The design was developed from the perspective of a user, by

visualizing the connection between different openings and

their varying levels of enclosure.

From an architectural standpoint, we often

categorize building types according to their

appearances as well as stylistically defining

structures by periods, popularity and functionalities.

Architecture is also an indication of a particular

tenet that mobilizes and shapes humans’ way

of living at a particular point in time. Nowadays,

architects apply and devise different architectural

concepts and beliefs to help express a work’s

architectural identity. Meanwhile, the diversified

and integrated bodies of knowledge have enabled

design to better satisfy different requirements,

ranging from functionalities, contexts to personal

beliefs and business identities, each contributing to

the varying characteristics of buildings.

Designed by IDIN Architects, Suan Phlu 9 Office

sits as a part of Soi Suan Phlu 9 Community,

a residential area in Bangkok’s city center. A

Chinese shrine is located on the southwest of the

land, which serves as somewhat a semi-public

community space. The nature of the site plays a

significant part in the early development of the

design. The IDIN team intends for the building

to exist as a community backdrop with a vertical

garden bringing green space to the surrounding

area. With such an idea in mind, they started the

design development process with the building’s

façade.

IDIN’s design team was given the brief of designing

an office/residential building for a large family who

notes for all the required functionalities to co-exist

into an eight-story structure. The first floor houses

the reception area and underground parking. The

office space occupies the 2nd-4th floors, while

the remaining upper floors are home to the living

quarter of all the family members. With consultation

from a Feng Chui master, the floor layout locates

rooms according to Feng Chui laws. The design

divides the land into a grid of nine squares, causing

parts of the functional spaces to situate towards

the southwest, the same direction the façade faces.

The layout creates a functional sequence that

differentiates the functionality of each floor. Another

critical requirement is the use of steel to express

and showcase the identity of the owner’s business.

The material reinforces the design concept of the

façade developed from the idea of a curtain wall

before the design team decided on a double-façade

structure as the final solution. The design takes the

glaring effect of glass into serious consideration

since the material’s physical attributes can reflect

sun rays and disturb the surrounding community. In

addition, the southwest-facing façade and its direct

contact with the afternoon sun meant a requirement

for the structure to have additional functionality to

filter excessive sun rays and heat from infiltrating

the interior space.

4

04

ผังพื้นชั้น 5


OF HORSES AND MEN

109

Photo: Wotapas Dusadeewijai

05

วัสดุทั้ง 3 ประเภทที่ช่วย

สร้างความโปร่ง - ทึบ

ให้พื้นที่ภายใน


110

theme / review

The desire for the building envelope to fulfill

all these requirements leads to a methodic

development of ideas, from conceptualization to

solutions. The process begins with the inclusion

of a vertical garden as a part of the facade,

since it can lessen the unnecessary system

work and create a more open perspective for

the interior spaces. The façade is designed for

each part to function alternately. Glass panels

and aluminum sheets (both solid and perforated)

are used to conceal different functional spaces,

creating more diversified perspectives. The

glass openings’ 100% transparency welcomes

natural light and opens the interior space to the

outside view. The perforated aluminum sheets

provide 50% visual access and help filter a

considerable amount of sun rays while still

allowing natural light to be present. The solid

aluminum sheets offer complete density, which

helps conceal certain parts of the interior spaces

while simultaneously reducing external heat from

penetrating into the interiors.

The physical rhythms of the

façade react to natural light

differently, causing the diversified

angles to create various tones

of colors. A diagonal cut of the

façade results in the structure’s

overlapping lines and silhouettes,

creating a gimmick that brings

an eye-catching element to the

building.

6


ONE SCREEN, MANY VIEWS

111

06

องศาของการออกแบบ

Facade ทำาให้เกิดแสง

และ เงาที่น่าสนใจ

07

รูปตัดขยายบริเวณขอบ

นอกของอาคาร ส่วนที่

ปลูกต้นไม้

Another essential element of the façade’s

design is the green space, which was part of the

design team’s initial idea. Instead of maximizing

the usability of functional space, the architect

decided to gouge out certain sections of the

building and replace them with vertical green

spaces, which descend from the bottom to the

upper part of the building. The vertical garden

comprises of potted climbing plants placed to

crawl downward for easier maintenance. The

design allows the green space to be visually

accessible from the outside while still being

an integral part of all the floors. As a result,

the vertical garden benefits both the users and

the surrounding community in other aspects

beyond its functional and aesthetic merits as a

building shell. The architect develops the design

from the perspective of a user, by visualizing

the images the vertical garden brings to each

functional space, as well as the connection

between different openings and their varying

levels of enclosure (fully open, semi-open and

fully enclosed). The possible effects and changes

in appearance have also been taken into account

for when the trees and plants are fully grown.

7


112

8


ONE SCREEN, MANY VIEWS

113

While the architectural design process helps

reconcile the contextually derived issues, the

architecture itself represents a specific identity.

The character of the owner’s business is applied

and developed to create architecture with its own

identity. The twisting of the façade’s core axis and

the folding of its entire mass renders a dynamic

texture, creating a dimensional surface for varying

levels of sun exposure. The physical rhythms of the

façade react to natural light differently, causing

the diversified angles to create various tones of

colors. A diagonal cut of the façade results in

the structure’s overlapping lines and silhouettes,

creating a gimmick that brings an eye-catching

element to the building, just like the owner intended.

IDIN Architects explains their view on architectural

concepts and how the appearance of architecture

does not always derive entirely from styles. Hidden

behind modern-looking buildings are concepts, and

design is a tool that architects utilize to help deliver

the most fitting solutions. These may come in the

form of the building’s mass, façade or layout. When

combined with each architect’s unique architectural

signature, these design solutions conceive a

building, which holds more meaning than just a

beautiful appearance. By examining the lines, form

and visage, materials, and details, we can perhaps

better understand the origins of concepts from

which designs are materialized.

idin-architects.com

facebook.com/idin.architects

วรุตร์ ดวงแก้วกาศ

จบการศึกษาด้าน

สถาปั ตยกรรม และทัศน

ศิ ลป์ ทำ างานสร้างสรรค์

อิ สระโดยสนใจการ

ออกแบบที่ผสมผสาน

ระหว่างสถาปั ตยกรรม

ศิ ลปะ และชีวิ ต

Warut Duangkaewkart

is a graduate of architecture

and visual arts.

Currently working

independently with a

focus on design that

blends architecture,

art and life.

08

พื้นที่สีเขียวถูกแทรกเป็น

ส่วนหนึ่งของผิวอาคาร

09

พื้นที่ภายในที่ถูกกรองแสง

และ มุมมองจากภายนอก 9

Project: Suan Phlu 9 Client: Vinsmor Group Location: Soi Suan Phlu9, Bangkok Architect: IDIN Architects Project Team: Jeravej Hongsakul, Eakgaluk

Sirijariyawat, Sakorn Thongdoang, Wichan Kongnok Building Contractor: Sorawee Karnchang, Inblock Group Building Area: 2,290 sq.m. (usable area)

Completion: 2020 Materials / Suppliers: facade - Fameline Group, paint - TOA Paint, aluminium window - Windset Aluminium, steel - Siam Yamato

Steel (SYS)


114

theme / review

Writing

a Modern

History

EKAR Architects has refurbished the 43-year old Pilot pen

headquarters on Silom Road by reflecting the new brand

image through a visually distinctive Façade.

Text: Xaroj Phrawong

Photo: Ketsiree Wongwan except as noted


OF HORSE AND MEN

115

2


116

theme / review

Perforated metal plates, clear glass, and textured

paints are the main materials for the building’s façade.

The design combines transparency and opaqueness

using the qualities of the material in combination.

Photo courtesy of EKAR Architects

1

01

อาคารก่อนการ

ปรับปรุง

02

อาคารหลังจากการ

รีโนเวท มองจาก

บริเวณหน้าอาคาร

2


WRITING A MODERN HISTORY

117

“เริ่มต้นที่กระเบื้องหลุด”

เอกภาพ ดวงแก้ว Design Director จาก EKAR

Architects เริ่มเล่าถึงที่มาของการเข้ามาปรับปรุง

อาคารสำานักงานใหญ่ของปากกาไพล็อต บนถนน

สีลม จากจุดเริ่มต้นที่เรียบง่าย ที่อาคารเดิมแบบยุค

โมเดิร์น สร้างเมื่อปีพ.ศ. 2521 ได้ทรุดโทรมลงจน

แผ่นกระเบื้องโมเสค วัสดุที่นิยมกรุภายนอกอาคาร

โมเดิร์นในยุคปลายหรือเลทโมเดิร์น ได้หลุดร่อนลง

เป็นสัญญาณให้ทางเจ้าของอาคารเกิดความคิดจะ

ปรับปรุงอาคารใหม่ให้ตอบรับกับยุคสมัย

ไพล็อตเป็นปากกาคุณภาพดีที่เราคุ้นเคยตั้งแต่

เป็นนักเรียนในรูปแบบด้ามพลาสติก ประวัติของ

ปากกาไพล็อตเริ่มต้นที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ในปีค.ศ. 1918 ยุคไทโช อันเป็นยุคที่ญี่ปุ่นได้

พัฒนาหลังจากปรับตัวรับวัฒนธรรมตะวันตก

เข้ามาเป็นวัฒนธรรมญี ่ปุ ่นสมัยใหม่ตั ้งแต่ยุคเมจิ

บริษัทจำานวนมากในญี่ปุ่นได้เริ่มต้นในช่วงเวลา

นี้เราจึงสามารถพบบริษัทญี่ปุ่นอายุมากกว่าร้อย

ปีขึ้นไปที่เป็นผลพวงจากยุคนั้น จากการผสาน

วัฒนธรรมการเขียนแบบเดิมกับปากกาสมัย

ใหม่ ได้กลายเป็นการพัฒนาปากกาแบบตะวัน

ตกจนมีชื่อเสียงขึ้นมา สามารถกระจายสินค้าไป

ได้หลายมุมโลก รวมถึงการเข้ามาประเทศไทย

ในช่วงหลังสงครามโลกด้วยเช่นกัน แม้ว่าปากกา

ไพล็อตที่คุ้นเคยจะเป็นแบบที่ผลิตซ้ำ าจำานวนมาก

ขายดี เป็นแบบด้ามพลาสติก แต่จุดเริ่มต้นที่เป็น

เอกลักษณ์ของปากกาไพล็อตคือปากกาเกรดดีที่

เป็นหมึกซึมปลายโลหะแหลมเป็นสามเหลี่ยม

ในอดีต อาคารคอนกรีตย่านสีลม ซึ่งเป็นย่าน

ธุรกิจเก่าของกรุงเทพฯ หลังนี้ ยังมีร้านค้าของ

ปากกาไพล็อต จนเป็นที ่นัดพบกันของวัยรุ ่น

นักเรียนในย่านสีลม ให้มาซื้อเครื่องเขียนใต้

สำานักงานปากกาไพล็อตนี้ด้วย จากความคึกคัก

ในอดีตได้กลายมาเป็นความเงียบเหงาในปัจจุบัน

ที่การซื้อเครื่องเขียนในร้านนี้ไม่ได้รับความนิยม

มากเหมือนเดิมอีกต่อไป พร้อมๆ กับความทรุด

โทรมที่กาลเวลากัดกร่อน ผิวกระเบื้องภายนอก

เริ่มหลุดร่อน ทางแบรนด์ไพล็อตจึงได้ตัดสินใจ

เปลี่ยนภาพลักษณ์ของที่ทำาการสาขาใหญ่ประจำา

ประเทศไทยให้ดูทันสมัยขึ้นกว่าเดิมที่เป็นรูป

ลักษณ์แบบโมเดิร์น จากโจทย์ที่ส่งมาถึงสถาปนิก

ด้วยงบที่ไม่มากนัก สถาปนิกจึงเลือกใช้วิธีปรับ

เปลี่ยนแค่ผิวผนังภายนอกเท่าที่งบประมาณจะ

อำานวย และไม่พยายามแตะโครงสร้างเดิมของ

อาคารอายุ 43 ปีนี้

การออกแบบผิวผนังอาคารจึงเป็นส่วนสำาคัญ

ของงานนี้ สถาปนิกได้รับโจทย์ให้ออกแบบ

กระบวนการก่อสร้างโดยไม่ให้รบกวนภายในส่วน

สำานักงานเพื่อให้พนักงานสามารถทำางานได้ตาม

ปรกติ จึงเน้นไปที่ทำาการปรับปรุงแต่เปลือกนอก

เป็นหลัก แนวคิดในการออกแบบ สถาปนิกได้ใช้

วิธีสื่อความหมายที่เห็นได้ชัดเจนสองประเด็น

การสื่อความที่หนึ่ง เรื่องการใช้สอยสถาปนิก

ออกแบบผิวผนังภายนอกโดยใช้วัสดุ 3 ชนิดเป็น

หลัก คือแผ่นเหล็กเจาะรู กระจกใส และสีเทก

เจอร์การออกแบบเปลือกใช้วิธีผสานความโปร่ง

ทึบของวัสดุจากการใช้สอยภายใน พื้นที่ใช้สอย

อาคารเป็นแนวดิ่งในชั้น 1 เป็นพื้นที่โชว์รูม มี

ปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในระดับถนน การออกแบบ

จึงใช้กระจกใสบอกถึงกิจกรรมภายในที่เตรียม

ไว้ให้ผสมกันไปทั ้งร้านกาแฟและโชว์รูมปากกา

ในพื้นที่ชั้นที่ 2-3 เป็นส่วนพื้นที่สำ านักงานของ

ผู้บริหารอยู่ในระดับที่สายตาภายในห้องทำ างาน

ปะทะกับรถไฟฟ้าบนถนนสีลมเพื่อป้องกันการ

รบกวนสายตาจากภายนอกจึงเลือกวัสดุแผ่น

เจาะรูวงกลมใหญ่ จากระดับชั้นที่ 4 วัสดุที่กรุ

เป็นวัสดุแผ่นเจาะรูวงกลมเล็กลงเพื่อสร้างความ

เป็นส่วนตัวภายใน แต่ลดความอึดอัดด้วยการ

ใช้แผ่นเจาะที่มีความถี่ ทำ าให้วัสดุมีความเบา ลด

ความหนักแน่น มีความเบลอมากขึ้นวัสดุกรุผิว

ส่วนที่เลยชั้นที่ 4 ไปจนสุดด้านบนเป็นกระจก

ไล่สีจากเข้มไปอ่อนจากล่างขึ้นบน เพื่อให้พื้นที่

ทำางานภายในสามารถเชื่อมโยงกับธรรมชาติ

ภายนอกได้ดี ไม่ถูกรบกวนจากการปะทะของ

แนวรถไฟฟ้า เมื่อมองวิธีการออกแบบด้วยการ

รับรู้ทางสถาปัตยกรรมแล้วนั้น การเลือกใช้ผิว

ผนังที่มีความหนักในส่วนฐานจะให้ความรู้สึกหนัก

แน่น การใช้วัสดุที่ดูเบาขึ้นในส่วนลำ าตัว และการ

ใช้วัสดุที่ดูเบาที่สุดในส่วนบน จะสร้างการรับรู้ว่า

ตัวอาคารไกลขึ้น สูงขึ้นจากระยะจริง สำ าหรับการ

แบ่งแพทเทิร์นของเปลือกอาคารสถาปนิกเลือกใช้

เส้นตั ้งตามขนาดวัสดุทั ้งกระจก แผ่นโลหะเจาะรู

ทำาให้สัดส่วนอาคารดูชะลูดขึ้นอีก ซึ่งสามารถช่วย

เน้นแนวตั้ง ให้ดูสูงขึ้น ตามวิธีการลวงตาจากการ

รับรู้ทางสถาปัตยกรรม

การสื่อความที่สอง คือการสื่อถึงบุคลิกอาคาร

จากแบรนด์ เมื ่อดูจากความโดดเด่นของอาคาร

วัสดุที่เป็นตัวหลักจะให้ความสำ าคัญของโลหะ

กระจกแม้ว่ามีหลายวัสดุที่สถาปนิกเสนอไปแต่ใน

ที่สุดเจ้าของโครงการตกลงเลือกวัสดุให้สะท้อน

ถึงบุคลิกของผู้บริหารยุคใหม่ ที่ดูทันสมัย สง่า

เรียบร้อย การสะท้อนบุคลิกออกมาชวนให้คิดไป

ถึงการอุปมาอุปมัย (Metaphor) ที่พูดถึงสิ่งหนึ่ง

ด้วยการแทนค่าถึงอีกสิ ่งหนึ ่ง วัสดุหนึ ่ง สเปซหนึ ่ง

แบบให้มีการตีความ ไม่จำาเป็นต้องเป็นการแทน

ค่าแบบตรงไปตรงมาแบบ Analogy เมื่อย้อนคิด

ไปถึงปากการุ่นแรกเริ่มที่สร้างชื่อของไพล็อต ซึ่ง

ก็คือปากกาหมึกซึมที่ปลายปากกาเป็นโลหะทรง

สามเหลี่ยมความแวววาวของส่วนปลายปากกา

โดดเด่นจากวัสดุด้ามปากกาที่นิยมสีเข้ม แบบที่

นิยมในยุคนั้น การเลือกใช้แผ่นโลหะมากรุผิวผนัง

อาคารจึงมีนัยยะให้สื่อถึงบุคลิกของปากการุ่น

สะสมของไพล็อต ความแวววาวที่ดูหนัก ถูกขับ

ให้โดดเด่นขึ้นด้วยความเบาของกระจกไล่สีที่มีสี

เข้ม ที่เมื่อวัสดุสองชนิดมาปะทะกันจะดูขัดแย้ง

กัน แต่สัดส่วนและจังหวะ ช่วยทำาให้โลหะมีความ

โดดเด่น

จากการเข้ามารับหน้าที่ให้ปรับปรุงอาคารเก่า

นี้ สถาปนิกได้เห็นถึงความจงใจในส่วนของผนัง

คอนกรีตทาสีเหลืองตรงหัวมุมอาคาร ที่มีลักษณะ

เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวจากส่วนยอดลงมาที่ฐาน

อาคาร จากนั้นจบส่วนปลายด้วยรูปสามเหลี่ยม

ทิ่มลงสู่ประตูทางเข้าหลัก สถาปนิกได้เลือกที่จะ

เก็บส่วนนี้ไว้เช่นเดิม แต่หุ้มส่วนสี่เหลี่ยมผืนผ้า

ด้วยกระจก และโลหะ ส่วนปลายสามเหลี่ยมกรุ

ทับด้วยแผ่น

หลังจากสถาปนิกได้ออกแบบเปลือกใหม่ให้กับ

อาคารนี้แล้ว โจทย์ที่ได้รับต่อมาคือการสร้าง

โปรแกรมที่เกิดขึ้นใหม่คือส่วนมิวเซียม เริ่มต้น

จากการที่เจ้าของโครงการให้โจทย์สถาปนิกไปหา

กิจกรรมใหม่ให้กับพื้นที่ว่างส่วนนี้จึงเป็นการผสม

ร้านกาแฟเข้ากับมิวเซียมปากกาไพล็อต ให้ผู้คน

ได้มาทดลองใช้ เป็นการพัฒนาใช้การพับจาก

ระนาบภายนอกอาคารที่พับ 5 ทบ สู่การพับครั้ง

ต่อไป มาสู่พื้นที่ภายในจนเป็นที่มาของผนังคลื่น

ซิกแซ็กในที่สุด

เอกภาพบอกถึงแนวคิดของเขาต่อเรื่องของการ

ออกแบบเปลือกอาคารนี้ว่า “เนื้อหาคือการทำ าสิ่ง

เดิมให้ดีขึ้นตามเหตุและผลของมัน สำ าหรับผม

แล้ว การทำาเปลือกของอาคารคือการออกแบบ

เสื้อผ้าห่อหุ้มตัวเรา และเราแค่แสดงออกถึงหน้าที่

ของเสื ้อผ้าเหล่านั ้น”


118

theme / review

3

“It all started with tiles falling off!”

Ekaphap Duangkaew, the design director of EKAR

Architects said of the reason for renovating the

Pilot pen headquarters building on Silom Road. The

starting point of the renovation project is simple

- this modernist architecture, built in 1978, has

declined to the point that mosaic tiles - a popular

cladding for late modernist architecture in Thailand

some decades ago - started to fall off. It is by this

signal that the owner came up with the thought of

renovation.

2021

RENOVATION

1979

EXISTING BUILDING

Pilot has long been known as a brand of highquality

pens starting in Tokyo in the Japanese

Taisho period in 1918. This period saw significant

development in the country as a result of opening

its doors to the west and adopting Western culture.

This led to the birth of what are now many hundredplus-year-old

Japanese companies. The Pilot

brand made its name from combining traditional

ways of writing utilizing modern pen design and

technology influencing the development of western

style pens we see today. Their fame and recognition

allowed the company to export their products to

many parts of the world including Thailand during

n the post-WWII period. Although mass-produced

plastic pens are often regarded as their best-selling

products, it was the high-end fountain pens with

triangular-shaped metal on their ends that became

the brand’s signature product that they were best

recognized for.

03

รูปตัดขยายบริเวณผิวผนัง

อาคารที่ปรับปรุงใหม่

“For me, designing a

building’s façade is akin

to designing a cloth that

covers our skin, displaying

only the utility of those

clothes.”

The old concrete Pilot building, located in the old

business district of Silom, also held the brand’s

pen shop. It was a popular meeting place for the

youth and students who came to purchase pens

from the shop. That past liveliness though has

become loneliness as its popularity now is not what

it once was. As time passed, the building’s condition

also declined and tiles on the exterior envelope

of the building began to fall off. For this reason,

Pilot decided to revamp its brand image to reflect

more current contemporary building trends, so its

Silom Thailand Headquarters was shifted from a

Modernist building into a more contemporary one.

With a relatively limited budget for the work, the

architect employed for the refurbishment elected to

renovate only the exterior skin and leave the original

structure of this forty-three-year-old building largely

untouched.


4

119

OF HORSES AND MEN 04

ผิวผนังอาคารใหม่ที่เกิด

จากการจัดองค์ประกอบ

ของแผ่นวัสดุต่างๆ


120

theme / review

05

ไดอะแกรมศึกษาการใช้

วัสดุกับผิวผนังอาคารใหม่

Due to the client’s direction that construction

was not to impede or interrupt customers and

employees, the emphasis of the refurbishment

effort was subsequently oriented substantially

toward the 1 redesign of the Façades. The selection

of materials formed the basis and direction for the

design.

The architect’s first design concepts were

based on utility, choosing materials that included

perforated metal plates, clear glass, and textured

paints as the main materials for the building’s

Façade. The design combines transparency and

opaqueness using the qualities of the material in

combination. Interior utility spaces are generally

vertical, the first floor has a showroom and coffee

shop faced in glass shopfront allowing active

interaction between these spaces and the people

that pass by. The second and third floors house

offices for the company executives, views from

these rooms are aligned with the Skytrain

outside. To minimize potential interruptions to the

employees inside, perforated metal screening

was installed. The same material is utilized on

the fourth floor moreover to create more a sense

of privacy. This was achieved by increasing the

number of screening penetrations while reducing

their diameter.

The Façade from the fifth to top floor is applied

with gradient glass whose color gradually tones

down between floors allowing visual connection

of the interior working spaces with the external

environment. The design uses heavier Façade

materials at the lower floors providing a perception

of sturdiness and a sense of permanence while

using lighter-looking materials toward the middle

and top of the building making it look taller than it

really is. The architect cleverly used these façade

materials in a manner that created an illusion of

the building’s perception of strength, transparency,

depth, and height.

5


WRITING A MODERN HISTORY

121

6

06

มุมเงยบริเวณช่องโล่ง

ที่ทางเข้าอาคาร

The second concept applied in the refurbishment

was to highlight the brand’s character through the

visually distinctive Façade. Although the architect

had offered a varied selection of materials to choose

from, the client chose materials that reflected the

character of the new generation of executives

being ‘modern’, ‘elegant’ and ‘sophisticated’. This

reflection is a metaphor, indirectly suggesting and

interpreting some meaning through something else,

like materials and spaces - instead of directly like

an analogy. Also, when one thinks of the product

that propelled Pilot to fame, what comes to mind

is the fountain pen with shaped glistening metal

ends wrapped in distinctive then-popular darkcolored

material. These elements are reflected in

the choice and application of the materials used in

the building façade giving it its distinctive unique

character.

At the very beginning of the design process, the

architect saw that the yellow concrete wall at the

building’s corner was deliberately done. This part

of the wall is rectangular starting from the top of

the building and all the way down to the basement,

with the ending being a triangle pointing down

to the main entrance. The architect elected to

preserve this part, but cover the rectangle part

with glass and metal and clad the triangle part

with a plate.


122

07

ทางเข้าหลักด้านถนนสีลม

เป็นกระจกใสสูงจากพื้น

ถึงฝ้า มองเห็นงานอินทีเรีย

ใหม่ ที่สร้างภาพลักษณ์

ใหม่ให้กับแบรนด์


123

7


124

theme / review

8

08

พื้นที่ปรับปรุงใหม่ที่

โถงชั้นล่างตกแต่งด้วย

ผนังคลื่นซิกแซ็ก

09

มุมมองจากถนน

ซอยด้านข้างอาคาร

Upon completion of the façade, the architect

was asked to add a museum as an addition to the

buildingcreating a new purpose for the space

on the ground floor. The architect subsequently

combined the museum space with the coffee shop

providing customers a location to test their products

within the premises. The design of the space with

continuous folding partitions came from the folds

in the original façade, so the architect continued

that theme internally resulting in the ‘zig-zag’

partitioning.

As to the concept behind the façade design,

Ekaphap explained that “The point is to improve

the original according to its logic. For me, designing

a building’s Façade is akin to designing a cloth that

covers our skin, displaying only the utility of those

clothes. That’s all.”

facebook.com/ekar.architects

สาโรช พระวงค์

เป็ นสถาปนิก นักเขียน อาจารย์ประจำา

คณะสถาปั ตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย

เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ปั จจุบันกำาลัง

ศึกษาต่อสาขาสถาปั ตยกรรมที่ Kyoto

Institute of Technology

Xaroj Phrawong

is an architect, writer, and instructor

at the Faculty of Architecture Rajamangala

University of Technology

Thanyaburi. Currently studying

architecture at Kyoto Institute of

Technology.

Project: Pilot Headquarters Client: Pilot Pen Thailand Location: Silom Road, Bangkok Architect: EKAR

Architects Building Contractor: KPY&VFM Building Area: 1,932 sq.m. Renovation area: 406 sq.m.

(Showroom: 175 sq.m., others 231 sq.m.) Completion: 2020 Materials /Suppliers: aluminium composite -

Knauf, Special paint - SKK, Laminates - Greenlam, Tiles - Vecera


WRITING A MODERN HISTORY

125

9


126

theme / review

It’s a

Living

Thing

Having taken inspiration

from the traditional tropical

architecture of the region,

the design of this factory

in Ho Chi Minh City was

developed with a porous

façade devised to act as a

lush green “skin”.

Text: Jaksin Noyraiphoom

Photo courtesy of G8A Architecture &

Urban Planning 1


127

01-02

มุมมองจากลานโล่ง

กลางอาคาร 2


128

theme / review

เดิมทีอาคารประเภทโรงงานนั้น มักเป็นสิ่ง

ก่อสร้างที่เป็นเสมือนผลผลิตจากระบบ

อุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นประโยชน์ใช้สอย และ

ความคุ้มค่าด้านการลงทุนเป็นหลัก จึงทำาให้

ภาพจำาของโรงงานในความคิดของคนจำานวน

มาก มักเป็นอาคารที่คำานึงถึงมิติทางด้านการ

ใช้งาน และคำานึงถึงมิติด้านอื ่นๆ เช่น ความงาม

น้อยหรือไม่คำานึงถึงเลย ซึ่งนั่นคือภาพจำาของ

โรงงานในอดีต ที่อาจกลายเป็นเพียงสิ่งเก่า

ล้าสมัยในไม่ช้านี้ เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีความ

พยายามที่จะสร้างและออกแบบโรงงาน

อุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ๆ โดยคำานึงถึงมิติ

ทางด้านความยั่งยืน ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีโรงงานอุตสาหกรรม

รูปลักษณ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นเป็นจำานวนมาก และ

หนึ่งในผลผลิตจากแนวคิดดังกล่าว คือโรงงาน

Jakob Factory แห่งนี้

อาคาร Jakob Factory เป็นโรงงานของบริษัท

Jakob Rope Systems ผู้ผลิตลวดสลิงสเตนเลส

รายใหญ่จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โรงงาน

แห่งนี้ตั้งอยู่ภายในเขตอุตสาหกรรมทางตอน

เหนือของเมืองโฮจิมินต์ ประเทศเวียดนาม

ด้วยลักษณะเด่นที่ชวนให้ผู้พบเห็นประทับ

ใจตั้งแต่แรกพบ คือกรอบผนังอาคารสีเขียว

ขนาดใหญ่ที่ห่อหุ้มตัวอาคารไว้ ทำาให้อาคาร

แห่งนี้มีความโดดเด่นและแตกต่างจากอาคาร

โดยรอบเป็นอย่างมาก โดยมี G8A Architecture

& Urban Planning และ Rollimarchini

Architekten สองบริษัทจากประเทศสวิตเซอร์-

แลนด์ ทำาหน้าที่ออกแบบโรงงานแห่งนี้

ในกระบวนการออกแบบ ทีมสถาปนิกมอง

ว่าการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมรูปแบบเดิม

นั้น มักมองแค่ผลตอบแทนทางด้านธุรกิจ

เป็นหลัก โดยคำานึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมาก ดังจะเห็นได้จาก

อาคารโรงงานอุตสาหกรรมในละแวกรอบๆ

ที่สร้างมาก่อนที่เต็มไปด้วยพื้นคอนกรีตแข็ง

กระด้าง ขาดความเป็นธรรมชาติ ทางทีมงาน

ผู้ออกแบบจึงมีความตั้งใจจะทำาในสิ่งที่แตก

ต่างออกไป เริ่มจากการวางผังที่พยายามลด

พื้นที่ดาดแข็งให้เหลือน้อยที่สุด โดยการนำา

พื้นที่โรงงานมาซ้อนชั้นในแนวตั้ง แทนที่จะแผ่

ไปตามแนวราบเหมือนโรงงานปกติทั่วไป การ

ซ้อนชั้นทำาให้เหลือพื้นที่ดินส่วนหนึ่งสำาหรับ

เป็นพื้นที่สีเขียวเพิ่มเข้ามา เมื่อมองจากด้าน

บน ผังโครงการมีสัณฐานเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม

จัตุรัส โดยมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เป็น

คอร์ทยาร์ดอยู่ตรงกลาง และมีพื้นที่โรงงาน

ล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน ทำาให้ทุกพื้นที่ สามารถ

สัมผัสความเป็นธรรมชาติของสวนตรงกลาง

ได้อย่างทั่วถึง

ด้วยความที่โรงงานแห่งนี้เป็นผู้ผลิตลวดสลิง

รายใหญ่ ที่ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มักถูกนำามา

ใช้ในงานสถาปัตยกรรม และหลายผลิตภัณฑ์

มีจุดขายด้านความยั่งยืน เช่น ลวดสำาหรับ

ให้ไม้เลื้อยเกาะ ลวดตาข่ายสำาหรับสร้างเป็น

ผนังต้นไม้ เป็นต้น ทางผู้ออกแบบจึงมีแนวคิด

ที่จะนำาผลิตภัณฑ์ของบริษัทมาใช้เป็นองค์

ประกอบที่สร้างเอกลักษณ์ให้กับอาคาร กลาย

เป็นที่มาของผนังสีเขียวขนาดใหญ่โดยรอบ

โดยผนังนี้จะถูกแบ่งออกเป็นชั้นๆ จำานวนชั้น

มากน้อยตามความสูงของอาคาร แต่ละชั้น

จะมีลักษณะเป็นรางสำาหรับปลูกต้นไม้วางตัว

ตลอดแนวความยาวของอาคาร ภายในรางปู

ด้วยแผ่น Geo-textile สำาหรับปลูกต้นไม้ โดย

ผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่นำามาใช้ประกอบเป็น

ผนังสีเขียวได้แก่ ลวดสลิงที่ขึงไขว้กันตลอด

แนวจากพื้นถึงหลังคา ทำาหน้าที่ยึดรางปลูก

ต้นไม้เข้าไว้ด้วยกัน และลวดตาข่ายที่บุอยู่

ด้านใน ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่

ดีให้กับอาคารแล้ว ผนังสีเขียวนี้ยังทำาหน้าที่

เป็นเสมือนป้ายโฆษณาผลิตภัณฑ์ของบริษัท

ไปด้วยในตัว

เอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมเขตร้อนชื้นที่ไม่

ปิดตัวเองจากธรรมชาติ ถูกถ่ายทอดผ่านผนัง

สีเขียวซึ่งมีความโปร่ง สามารถระบายอากาศ

และความชื้นได้ดี แสงธรรมชาติสามารถสาด

ส่องเข้ามาได้ ทำาให้ผู้ที่อยู่ภายในไม่ตัดขาด

ตัวเองจากธรรมชาติ สามารถสัมผัสความเป็น

ธรรมชาติได้ พืชพรรณส่วนใหญ่ที่นำามาปลูก

บนผนังเป็นพืชพื้นเมือง ประเภทไม้พุ่มเมือง

ร้อนขนาดเล็ก ทำาให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศได้

ดี มีความทนทาน และง่ายต่อการดูแลรักษา

มีการเลือกพืชพรรณที่หลากหลายชนิดมา

ปลูกร่วมกัน สะท้อนเอกลักษณ์ของพืชพรรณ

ในแถบนี้ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทาง

ชีวภาพ เสมือนเป็นการจำาลองระบบนิเวศแบบ

เมืองร้อนขึ้นมาไว้บนตัวอาคาร เกิดผิวเปลือก

อาคารที่มีชีวิตชีวา

ประเด็นด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่ง

ที่สถาปนิกผู้ออกแบบให้ความสำาคัญเป็นอย่าง

มาก และได้ถ่ายทอดลงในงานชิ้นนี้ด้วยการ

ออกแบบโดยเน้นการประหยัดพลังงาน ด้วย

ระบบ Passive คือเน้นการพึ่งพาธรรมชาติ

และใช้เครื่องกลในการปรับอากาศให้น้อยที่สุด

พื้นที่ส่วนใหญ่ภายในโรงงานแห่งนี้จึงเป็น

พื้นที่ที่ไม่ปรับอากาศ แต่ใช้การระบายอากาศ

ด้วยวิธีธรรมชาติ โดย Jakob Factory ถือเป็น

โรงงานแห่งแรกในเวียดนามที่มีพื้นที่ส่วนผลิต

(Manufacturing halls) ที่ไม่ปรับอากาศและ

ระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติทั้งหมด ซึ่ง

ผิวเปลือกอาคารที่ล้อมรอบด้วยผนังต้นไม้สี

เขียวนี้มีส่วนช่วยอย่างมาก ทั้งในการกรอง

แดด กันฝน และกรองความร้อนที่จะเข้าสู่ตัว

อาคาร ช่วยลดอุณหภูมิที่จะเข้าสู่อาคารได้ดี

นอกจากนี้ยังช่วยฟอกอากาศ กรองฝุ่น และ

สร้างความร่มรื่นให้กับผู้พบเห็นทั้งจากภายใน

และภายนอกอาคาร ช่วยสร้างบรรยากาศให้

โรงงานแห่งนี้มีความพิเศษและเป็นเอกลักษณ์

ซึ่งหาไม่ได้ง่ายนักในโรงงานทั่วๆ ไป


IT’S A LIVING THING

129

02

ผิวผนังภายนอกของ

อาคารโรงงานเป็นผนัง

ที่ปลูกต้นไม้หลากหลาย

ชนิดโดยรอบ

03

ประตูทางเข้าหลัก

2

3


4

130


131

04

พืชพรรณหลากหลายชนิดจากพันธุ์ไม้

ท้องถิ่น ถูกเลือกมาใช้ตามความเหมาะสม

กับทิศที่ตั้งของอาคารแต่ละด้าน


5

132

review


IT’S A LIVING THING

133

Varieties of plants grown together reflecting the distinct

natural biodiversity of plants in the region. The green system

also simulates a tropical ecosystem on the buildings

expressing a sense of movement, purpose, and tranquility.

6

05

ส่วนอาคารเตี้ยซึ่งมี

ชายคาลึก ได้แรงบันดาลใจ

มาจากหมู่บ้านพื้นถิ่นของ

เวียดนาม

06

ส่วนอาคารสูงสองถึงสามชั้น

มองจากลานโล่ง ซึ่งจัดเป็น

พื้นที่สีเขียว

Traditionally, factories are a byproduct of the industrial

system, with the main emphasis on utility and

investment value. Most people perceive stereotypical

factory buildings as utilitarian without much consideration

for aesthetics and environmental impact.

This stereotype, seen in older factories however may

soon become obsolete. Recent design practices

place more emphasis on considerations relating to

sustainability, environment, and social impact rather

than just the building use. An example of this current

trend and its application is the recently completed

Jakob Factory Saigon in South Vietnam.

The Jakob Factory Saigon produces specialized

steel wire rope systems for architectural and industrial

purposes. The factory is located in an industrial

zone north of Ho Chi Minh City, Vietnam. The

building itself is clad in a large ‘green’ landscaped

wall frame giving it a distinct character and setting

it apart from the surrounding buildings, impressing

all that use and visit the site. Switzerland’s G8A

Architecture & Urban Planning and rollimarchini

architekten designed the building breaking the

stereotype mold.

The approach that the architects took differs from

that of other factories. They determined that the

traditional process in factory design related only

to its utility and the maximization of profit without

considerations in site context, aesthetics, or environmental

impact, as evidenced by the surrounding

industrial buildings was not an environmentally sustainable

solution. As such, the planning of the Jakob

Factory Saigon actually reduces the floor footprint

by stacking the factory’s space vertically rather than

horizontally, freeing up space at ground level that is

utilizing for other functions including a landscaped

‘green space’. Viewed from the top, the project’s

plan is arranged as a square in profile with a central

large green landscaped courtyard enclosed by the

factory footprint allowing all parts of the complex

simultaneous but differing views into the courtyard.


134

theme / review

07

ขอบรอบนอกอาคาร

ถูกออกแบบให้เป็น

ทางเดิน ซึ่งช่วยเพิ่มส่วน

ชายคาในการกันแดด

กันฝน

7

The large green clad walls of the factory stems

from the designer’s concept of incorporating the

products made by the company in the design to

give it a distinctive image that can be associated

with the building’s function.The Jakob products are

used as geotextile covered racks, used as plant

beds built running along the length of each facade.

These steel wires weave and crisscross from floor

to ceiling holding the planters and steel netting of

the wall systems together. Apart from the aesthetics

and overall building image, these systems

visually advertise the company’s products.

The uniqueness of ‘tropical’ natural architecture is

applied to the factory design by way of the green

walls where their openness and transparency

provide for high levels of natural ventilation and

light connecting the building’s users to the natural

green environment within. Most of the wall plants

are small tropical shrubs of low maintenance that

allows resiliency and adaptability to all weather

conditions. There are multiple varieties of plants

grown together reflecting the distinct natural

biodiversity in the region. The green system also

simulates a tropical ecosystem on the building’s

expressing a sense of movement, purpose and

tranquility. The architects placed great emphasis

on environmental sustainability. This principle is

applied through a passive design system of energy

conservation, which encourages natural ventilation

and light, reduces dependency on mechanical

cooling systems.

The Jakob Factory Saigon is probably one of the

first factory in Vietnam proposing completely

naturally ventilated manufacturing halls due to its

sustainable design. As previously noted, the wall

cladding system plays a large role in this by filtering

sunlight, heat protection and rain filter which in

turn maximizes interior temperature efficiencies. It

also helps purify the air by filtering dust, creating a

lush natural environment and distinct atmosphere

for users and visitors rarely seen in conventional

factories.

g8a-architects.com

rollimarchini.ch


IT’S A LIVING THING

135

The wall cladding system plays a large role in filtering sunlight,

rain and minimizing heat load which in turn maximizes interior

temperature efficiencies. It also helps purify the air by filtering

dust and creates a lush natural environment and distinct

atmosphere for users.

08

ผังบริเวณแสดงให้เห็นถึง

พื้นที่ว่างที่เกิดขึ้นจากการ

ออกแบบโรงงานขึ้นทาง

แนวตั้ง

ผศ.ดร.จักรสิน

น้อยไร่ภูมิ

จบการศึกษาจากคณะ

สถาปั ตยกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยศิลปากร

ปั จจุบั นเป็ นอาจารย์

ประจำาที่คณะสถาปั ตย-

กรรมศาสตร์และการ

ออกแบบ มหาวิทยาลัย

เทคโนโลยีราชมงคล

รัตนโกสินทร์ ศาลายา

ควบคู่ไปกับการเป็ น

สถาปนิกและนักเขียน

อิ สระ

8

Asst. Prof. Jaksin

Noyraiphoom

is an architect graduated

from the

Faculty of Architecture,

Silpakorn University.

He is currently

a full-time lecturer

at the Faculty of

Architecture and

Design, Rajamangala

University of Technology

Rattanakosin,

along with being a

freelance architect

and writer.

Project: Jakob Factory Location: Ho Chi Minh City, Vietnam Client: Jakob Saigon Architects: G8A Architecture

& Urban Planning and Rollimarchini Architekten Landscape Contractor: Jimmy Hata Land Area: 30,000 sq.m.

Building Area: 13,000 sq.m. Construction Cost: 8M usd Completion: 2020


136

materials

Functionality,

Sensuality

and

Aesthetics

Some ideas on

recent materials for

architecture and

building skin

Text: Patikorn Na Songkhla


FUNCTIONALITY, SENSUALITY AND AESTHETICS

137

Humans create spaces to utilize them; they then create walls and

claddings to cover and protect those spaces from harm and undesirable

conditions further creating a sense of privacy. As humans and their

modernistic societies become more complex, so does the evolution

and role of architecture. Thus, the idea of designing walls and cladding

merely to cover ‘spaces’ has seemingly become obsolete as these elements

are increasingly needed to serve more complex uses. Systems such as

these are now also needed to reflect the identity of the particular

architectural spaces they cover, much like cloths that not only cover

the wearer, but reflect their identity beneath.

The context of modern society and ever-evolving technology allows

architects to freely choose materials and develop new techniques and

technologies for these systems that both serve the purposes of a particular

architecture as well as hinting or display its identity, resulting in skins

of modern works that are more dimensionally suggestive and visually

interesting when compared to their older counterparts.

This article will discuss various materials for wall cladding, from older

systems using wood, stone and brick to precast concrete and modern

materials including glass and curtain wall systems which are developed

to serve various needs in terms of sturdiness, durability, safety, and

environmental protection.

มนุษย์สร้างที่ว่างหรือสเปซขึ ้นเพื่อใช้งาน สร้างผนังและผิวผนังเพื่อห่อหุ ้มสเปซ ปกป้ องสเปซนั้นจากดินฟ้ าอากาศและจากสิ่งที่

ไม่พึงปรารถนา และสร้างความเป็ นส่วนตัว เมื่อมนุษย์มีความซับซ้อนขึ ้น สังคมซับซ้อนขึ ้น ความเป็ นอยู่และบทบาทของสถาปั ตย-

กรรมก็ซับซ้อนขึ ้นตามไปด้วย การออกแบบผนังและผิวผนังอาคารเพียงเพื่อห่อหุ ้มที่ว่างกลายเป็ นแนวคิดที่ตกเลือนไปจาก

ยุคสมัย เพราะในสังคมสมัยใหม่ นอกจากผิวผนังอาคารจะต้องตอบสนองการใช้งานที่ซับซ้อนขึ ้นแล้ว มันยังได้มีส่วนทาหน้าที่

แสดงออกหรือสื่ อสารตัวตนของสถาปั ตยกรรม ไม่ต่างจากเครื่องนุ่งห่มที่ครั้งหนึ ่งเป็ นเพียงปั จจัยสาหรับปกคลุมร่างกาย

ได้กลายมาเป็ นสิ่งที่แสดงออกถึงตัวตนของผู้สวมใส่

ในบริบทของสังคมร่วมสมัยและเทคโนโลยีที่พัฒนาไปไม่หยุดยั้ง ทาให้ผิวผนังอาคารมีมิติต่างๆ มากมายที่น่าสนใจ เมื่อสถาปนิก

สามารถเลือกใช้วัสดุและพัฒนาเทคนิคในการสร้างผิวผนัง ในการตอบสนองการใช้งานและการแสดงออกได้อย่างเสรี แทนที่

ผิวผนังอาคารในมิติเดิมๆ แบบในอดีต

จากผนังไม้สมัยโบราณ ผนังก่ออิฐมาเป็ นผนังคอนกรีตสาเร็จรูป จากผนังฉาบปูนเรียบทาสีมาเป็ นผนังใช้วัสดุห่อหุ ้มสาเร็จรูป

ต่างๆ รวมถึงกระจกและระบบ Curtain Wall ที่มีการพัฒนาให้ตอบสนองประโยชน์ ใช้สอยทั้งในเรื่องความคงทน แข็งแรง

ปลอดภัย การป้ องกันสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง การป้ องกันการรั่วซึมของน ้าและอากาศ ส่วนหนึ ่งของทางเลือกวัสดุผิวผนัง

ภายนอกอาคารจะนามาพูดคุยกันในวันนี้


138

materials

External Cladding

Ludwig Hatschek คิดคนไฟเบอร์ซีเมนต์ในปลายศตวรรษที่ 19 แผนวัสดุ

ประเภทไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ดที่ประกอบดวยซีเมนต์ เซลลูโลส และแรที่มา

เติมแตง ไดมีการใชงานอยางแพรหลายในชวงเวลาตอมา ไฟเบอร์ซีเมนต์

บอร์ดเป็นวัสดุอาคารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแสดงเนื้อสัมผัสดิบๆ ดานในที่

เป็นธรรมชาติ ถูกผลิตและนำาเสนอเพื่อใชการใชในรูปแบบตางๆ ผลิตภัณฑ์ที่มี

คุณภาพเหมาะสมเพื่อใชงานเป็นผนังภายนอกอาคารไดถูกพัฒนาขึ้น แผนวัสดุ

สามารถเจาะรูดวย Waterjet หรือเครื่อง CNC สามารถทำาใหเกิดลวดลายนูน

สูงต่ำา ตัดจัดเรียงไดหลายรูปแบบ

การออกแบบรายละเอียดโดยเฉพาะสำาหรับงานผนังภายนอกอาคารเป็นเรื่อง

สำาคัญ การออกแบบรอยตอแผน ระบบการติดตั ้ง โครงรองรับ และผนังดานหลัง

มีผลตอประสิทธิภาพการระบายอากาศ การป้องกันการรั่วซึมของน้ำ า รวมถึง

เรื่องการจัดการดานพลังงาน

วัสดุประเภทแผนอะลูมิเนียมหอหุมอาคาร หรือ Aluminium Cladding ใชงาน

กันแพรหลายในงานสถาปัตยกรรม ดวยความสวยงามทันสมัย น้ำาหนักเบา

มีความยืดหยุนและสะดวกในการติดตั้ง วัสดุเคลือบผิวชวยใหมีความคงทน

อายุการใชงานยาวนาน มีทั้งประเภท Solid และ Composite

1

Aluminium Cladding

แผนอะลูมิเนียมแบบ Solid มีความปลอดภัย ยั่งยืนเป็นมิตรกับสิ่งแวดลอม

ผิวสำาเร็จมีใหเลือกทั้งเป็นการเคลือบสีคุณภาพสูงประเภท Fluorocarbon หรือ

ทำาผิว Anodise แผนอะลูมิเนียมแบบ Composite ประกอบดวยแผนอะลูมิเนียม

บางสองแผนประกบไสกลางพลาสติก แผนนอกมีระบบเคลือบสีประเภท Fluorocarbon

ที่มีความคงทนตอสภาวะอากาศ ไสกลาง FR (Fire Resistant)

รวมถึงไสกลางอะลูมิเนียมแบบ Honeycomb ถูกนำามาตอบโจทย์เรื่องความ

ปลอดภัยกรณีเกิดเพลิงไหมและความแข็งแรง

ระบบการติดตั้งแบบ Mechanical ยังเป็นมาตรฐานการติดตั้งที่ใชกัน ขณะที่

การใชเทปหรือกาวคุณภาพสูงไดรับการพัฒนาเป็นสิ่งประดิษฐ์เพื่อใหเป็นอีก

ทางเลือก การออกแบบรอยตอ การเลือกใชวัสดุยาแนวที่เหมาะสม การบำ ารุง

รักษา ซอมแซม ทำาความสะอาดคราบสกปรกที่จะเกิดขึ้น ลวนเป็นสิ่งที่สถาปนิก

ตองพิจารณาใหความสำาคัญ

วัสดุแผนโลหะหอหุมอาคาร หรือ Metal Cladding มีความคงทนแข็งแรง ขณะที่

ใหความยืดหยุน โลหะแตละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกตางกันไป ความสวยงาม

และราคาก็แตกตางกันดวย พื้นผิวอาจมีการทำ าระบบสีเคลือบหรือแสดงออกซึ่ง

ธรรมชาติของวัสดุนั้น โลหะบางประเภทยังมีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

เมื่อเวลาผานไปทำาใหภาพลักษณ์ปรากฏเปลี่ยนไปเสมือนมีชีวิต เป็นหลากหลาย

ทางเลือกวัสดุผนังอาคารใหกับงานสถาปัตยกรรม นอกจากเรื่องความสวยงาม

แลว ปัจจัยหลักในการพิจารณาเลือกใชงาน ไดแก ความตานทานการกัดกรอน

จากสภาวะอากาศ อายุการใชงาน และราคา การออกแบบวัสดุประเภทนี้ตอง

ใหความสำาคัญกับความเป็นระบบ ทั้งระบบการติดตั้ง การป้องกันน้ำ า ความชื ้น

การรั่วซึมของอากาศ

Aluminium Cladding

2

Photo Reference

1. https://www.equitone.com/en-us/ 2-3. ALUCOBOND_Facade_fascination_EN.pdf

4. https://professionals.lysaght.com/ 5. https://www.3m.com/3M/en_US/vhb-tapes-us/applications/construction/

6. https://www.dow.com/documents/en-us/app-tech-guide/62/62-17/62-1706-01-dow-corning-panelfix-system.pdf?iframe=true


FUNCTIONALITY, SENSUALITY AND AESTHETICS

139

External Cladding

Ludwig Hatschek created fiber cement in the late 19 th century.

Boarding made from this material, which is composed of cement,

cellulose, and various minerals later became widely used. This

material is unique in its rawness. It was produced and introduced

for different uses and is a product whose qualities ensure suitability

in exterior applications. The material can be drilled with waterjet

or CNC machined allowing for different patterns of embossing and

other finishes. Design detailing is very important here particularly

for exterior walling, panel joints, installation systems and supporting

structure all affect efficiencies in relation to insulation, ventilation,

water tightness and energy management.

Aluminium Cladding

3

Aluminium is another modern cladding material used in architectural

work in sheet or panel guise due to its attributes. The material

is generally aesthetically pleasing, lightweight and allows for flexibility

and ease of installation. Both its natural and applied coatings

offer durability and a long-life span with generally minimum maintenance.

This type of material is available in both solid and composite

format.

Solid aluminium sheets and panels are safe and environmentalfriendly.

Two types of ready-made coatings for this type of panel

include high quality fluorocarbon color coating and an anodised

coating. Composite aluminium sandwich panels are composed of

two thin aluminium sheets with an inert fire-resistant core in the

middle. The outer layers are generally coated by weather-resistant

fluorocarbon while the fire resistant / FR core, as well as the

honeycomb aluminium core are used for durability.

Mechanical fixing system is the standard and popular method of

installation even though high-quality adhesives are available and

developed as an alternative. As with any cladding system, particular

care is needed in the design of jointing and sealants as well as

attention to maintenance, reparation and cleaning methods.

Metal Cladding

4

Metal cladding is strong, durable, and flexible, various types of

metal have different attributes, aesthetic appeal and cost. Some of

these receive factory pre-coatings while some do not. Other types

of metal see change in physical attributes over time, giving them

life-like quality and offering alternative applications in architectural

design and use. Other factors for consideration when choosing

which materials to use is its resistance to adverse weather conditions,

durability / longevity, installation methodology and cost.

Cladding materials that fall into this category include coated steel,

coated aluminium, zinc anneal, stainless steel, copper, brass,

titanium, titanium-zinc, and others.

5

6


140

materials

ผลิตภัณฑ์โลหะทางเลือกสำาหรับงาน Metal Cladding เชน เหล็กชุบสังกะสีผสม

อะลูมิเนียม, เหล็กสเตนเลส, ทองแดง, ไททาเนียม, ไททาเนียมสังกะสี เป็นตน

เหล็กสนิม หรือ Weathering Steel หรือ Weathered Steel เป็นโลหะผสมใน

กลุมของเหล็กที่มักใชในการกอสรางกลางแจง ไดรับการออกแบบมาเพื่อลด

ความจำาเป็นในการทาสี โดยหากปลอยทิ้งไวภายนอกสัมผัสกับองค์ประกอบ

ตางๆ ก็จะเกิดสนิมขึ้นภายในเวลาเพียงไมกี่เดือน เหล็กสนิมถูกนำามาใชในงาน

สถาปัตยกรรมดวยความมีลักษณะเฉพาะดานความสวยงามเป็นธรรมชาติ

ในปี ค.ศ. 1930 U.S. Steel ไดออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสรางทางรถไฟ

ใชชื่อวา Corten Steel และ COR-TEN ก็เป็นเครื่องหมายการคาจดทะเบียนใน

เวลาตอมา Weathering Steel มีความตานทานการกัดกรอนและตานทานแรงดึง

องค์ประกอบทางเคมีของเหล็กประเภทนี้ ทำาใหสามารถตานทานการกัดกรอน

ในชั้นบรรยากาศที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเหล็กอื่นๆ เนื่องจากเหล็กสรางชั้นป้องกัน

บนพื้นผิวภายใตอิทธิพลของสภาพอากาศ ชั้นปกป้องพื้นผิวจะพัฒนาและงอก

ใหมอยางตอเนื่องเมื่ออยูภายใตอิทธิพลของสภาพอากาศ อาจกลาววาเหล็ก

สามารถเกิดสนิมเพื่อสรางชั้นเคลือบป้องกันซึ่งมีความเสถียรได

การนำาเหล็กสนิมไปใชงานตองพิจารณาในเรื่องเทคนิคการเชื่อมตอวัสดุ วัสดุ

เชื่อมที่ใชตองมีอัตราการกัดกรอนเชนเดียวกับเหล็กสนิม ตองมีการระบาย

ไมใหมีการขังน้ำาเกิดขึ้น การกัดกรอนจากสภาวะอากาศในแตละพื้นที่ก็จะแตก-

ตางกันไป ในพื้นที่ที่มีมลพิษในอากาศสูงจะมีผลตอความเสถียรของชั ้นปกป้อง

อาจทำาใหไมสามารถหยุดยั้งการกัดกรอนได การทำาความสะอาดคราบสนิม

ที่จะไหลออกมายังตองเป็นเรื่องคำานึงถึงดวย

การใชงานผนังโลหะโปรงระบายอากาศในลักษณะ Second Skin ปรากฏใน

งานสถาปัตยกรรมสมัยใหมออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียง มีการนำาโลหะ

รูปแบบตางๆ มาประยุกต์ใชงาน ผนังโลหะโปรงในงานผนังภายนอกอาคาร

ชวยใหแสงสวางธรรมชาติและอากาศผาน สรางการเชื่อมโยงดวยมองเห็น

ออกไปสูภายนอก

แผนโลหะเจาะรู (Perforated Metal) นำาเอาแผนโลหะบางตางๆ เชน แผนเหล็ก

กัลวาไนซ์ แผนเหล็กสเตนเลส แผนอะลูมิเนียม เป็นตน มาเจาะรูตามการออก-

แบบ การเจาะรูชวยลดน้ำาหนักของแผนผนังไดในขณะที่ไมไดลดความแข็งแรง

ลงมากนัก สรางความน่าสนใจ สามารถออกแบบลวดลายที่มีความซับซอน

ตางๆ ได

ตะแกรงโลหะฉีก (Expanded Metal) เป็นการนำาแผนโลหะมาทำาการเจาะ

และฉีกใหเป็นชองรูปรางตางๆ โดยมีมุมที่ยังคงยึดติดกันและตอกันอยางเป็น

ระเบียบ เป็นการเพิ่มความแข็งแรงของโครงสรางโลหะและลดน้ำาหนักของ

แผนโลหะในเวลาเดียวกัน ทำาใหมีความแข็งแรง รับน้ำาหนักบนแผนไดไม

บิดงอหรือเสียรูป น้ำาหนักเบา การใชในงานผนังอาคารลักษณะคลายกันกับ

แผนโลหะเจาะรู

การใชโลหะที่มีลักษณะเป็นเสนมาถักทอใหเกิดเป็นตาขายหรือผืนผาโลหะ

(Metal Fabric) มีลักษณะเฉพาะตัว ใหความสวยงาม ทันสมัย ยืดหยุน เป็น

ตัวป้องกันความรอนและแสงสวางจากดวงอาทิตย์ขณะเดียวกันก็สรางความ

โปรงเบา ปรับสภาพอากาศ สรางพื้นที่วางที่น่าสนใจ โลหะหลักที่นำ ามาใชในงาน

ผนังภายนอกอาคารเป็นเหล็กสเตนเลสคุณภาพสูง แตโลหะอื่นก็สามารถนำ ามา

ใชงานได เชน ทองแดง อะลูมิเนียม เป็นตน

Weathering Steel or Weathered Steel is an alloy of steel often

used in outdoor construction. It is originally designed to reduce the

need for paint. If left outdoor in contact with weather and various

elements, it will rust in just a few months. Weathering steel thus is

widely used in architecture for its natural beauty features.

In 1930, U.S. Steel developed a product for railway construction

under the name of Corten Steel, which later was signed under the

patent name of COR-TEN. It is a weathering steel more resistant to

atmospheric corrosion due to its chemical compounds that creates

a protective surface layer. It is a composite steel alloy developed to

eliminate the need for the application of finishes forming a stable

rust-like appearance showcasing its unique natural beauty after

several months to years of weather exposure. As such, the material

is generally used in outdoor applications.

There are several factors to consider when utilizing this type of

material. The first is welding, as material used in welding needs

to have the same corrosion rate as that of the weathering steel.

Also, corrosion occurs differently in different weather conditions

and high levels of air pollution also impacts on the stability of the

protection layer, which in turn affects its ability to resist corrosion.

Applications require adequate ventilation to prevent water

collecting and any rust run-off needs cleaning.

In the past few decades the use of airy metal walls including

wire mesh and perforated steel sheet in the form of Second Skin

appears in modern architecture designed by renowned architects.

This type of cladding uses thin sheets made from different types

of metal such as aluminium, galvanized and stainless steel. Sheets

can be perforated in a variety of interesting patterns in this type of

application. The holes lead to a reduction in weight while retaining

material strength and integrity. Perforations also allow for natural

light, ventilation and visual connectivity to adjoining environments

as well as provide freedom for architects to design patterns of

various complexity.

Expanded metal involves drilling and expanding metal sheets to

create perforations in different three dimensional shapes which

simultaneously increases the metal structure’s strength and capacity

while reducing. The sheets can carry weight without bending or

deforming. Uses in cladding and walling are quite similar to that

of perforated metals.

Metal fabrics are metals which are woven together into nets or

fabrics. They are unique, beautiful, modern, and flexible. This type

of cladding offers protection against heat gain and sunlight while

providing a feeling of transparency. They also help condition the

air and create interesting spaces. This system generally uses high

quality stainless steel, although other materials such as zinc and

aluminium are available.


FUNCTIONALITY, SENSUALITY AND AESTHETICS

141

Weathering Steel

7

Perforated Metal

8

Perforated Metal

9

10

Metal Fabric

Metal Fabric

11

Photo Reference

7. https://www.dezeen.com/tag/weathering-steel/ 8. https://www.pinterest.com/SKSteel/

expanded-metal-facadescladding/ 9. https://www.pinterest.com/jjjjjjjjjjkkkkkkkkjjjhhhhh/

perforated-metal-facades/ 10. https://www.archiproducts.com/en/products/facade-cladding/

material_expanded-metal 11-12. https://codinametal.com/

Metal Fabric

12


142

materials

Soft Material

วัสดุผาใบที่พัฒนาคุณภาพเพื่อการใชงานภายนอกอาคาร ทนทานตอสภาวะ

อากาศซึ่งมีความรุนแรง ถูกนำามาใชเป็นผาใบขึงตึงในงานสถาปัตยกรรม

ดวยลักษณะเฉพาะในความที่มีน้ำาหนักเบา สรางรูปทรงอิสระ และมีการสอง

ผานของแสงสวางธรรมชาติ ชวยป้องกันความรอน ควบคุมปริมาณแสงสวาง

และการมองเห็น สามารถทำาการสื่อสารดวยภาพบนพื้นผิว ชวยปรับปรุง

ความน่าสบายทางดาน Acoustic ทั้งภายในและภายนอกอาคาร

นอกจากวัสดุผาใบเสนใยสังเคราะห์ที่มีความบางเบา ยังมีความพยายาม

ใชวัสดุพื้นผิวที่ออนนุมพิเศษ เชน แผนยาง พรมที่ใชในงานสถาปัตยกรรม

เป็นตน มาประยุกต์ใชกับผิวอาคาร Gasser Fassadentechnik แหง St.

Gallen ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ นำาเสนอวัสดุดังกลาวเป็นวัสดุสำาหรับอาคาร

ที่ยั่งยืน

ยาง EPDM (Ethylene Propylene Diene Monomer Rubber) เป็นวัสดุ

อเนกประสงค์มีความยืดหยุนสูง ทนทานตอสภาพอากาศ มีความทนทานตอ

รังสี UV และมีความปลอดภัยจากเพลิงไหมในระดับ B1 หลังจากผานขั้นตอน

การใชงานแลวสามารถหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นนอยเพื่อนำาไปรีไซเคิลตอไปได

Tisca Tiara นำาเสนอผลิตภัณฑ์วัสดุสนามหญาเทียมสำาหรับสนามกีฬากลาง

แจงซึ่งมีความทนทาน เพื่อใชกับผิวแนวตั้งภายนอกอาคาร หญาเทียมความ

หนา 32 มม. ทนทานตอสภาพอากาศ ทนรังสี UV การประยุกต์ใชงานแบบ

ผิดวัตถุประสงค์พบวาสรางความน่าสนใจมากกวาการเป็นพื้นสนามกีฬา

Soft Material

13

Kinetic Façade

การพัฒนาออกแบบงานสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวของกับการเคลื่อนที่ของ

วัตถุ แรงและพลังงานที่เกี่ยวของอยางตอเนื่องตอบสนองตอสิ่งแวดลอม

กับเทคโนโลยีกาวหนาสรางความน่าสนใจในหลายปีที่ผานมา

Al Bahr Towers ของบริษัทสถาปนิก Aedas ในอาบูดาบี ออกแบบใหมีแผง

คลายรมของดานหนาอาคารควบคุมดวยระบบคอมพิวเตอร์เปิดและปิดตอบ

สนองตอการเคลื่อนไหวของดวงอาทิตย์ ปกป้องผูใชอาคารจากความรอน

และแสงสะทอน ลดความจำาเป็นในการใชเครื่องปรับอากาศ และทำาใหอาคาร

มีความยั่งยืนมากขึ้น แผงเหลานี้ยังไดรับแรงบันดาลใจทางศาสนาดวยความ

เคารพในมรดกทางวัฒนธรรมดวย

พื้นผิวอาคารที่เคลื่อนไหวไมหยุดนิ่ง ใชในการจัดการดานแสงสวาง อากาศ

พลังงาน และแมแตการสื่อสารดานขอมูลตางๆ สามารถลดการรับแสง

อาทิตย์ ปลอยใหอากาศบริสุทธิ์ผานเขาปรับสภาพแวดลอมภายในอาคาร

อาจมีการตั้งโปรแกรมใหตอบสนองตอปัจจัยทางดานสภาพแวดลอม เวลา

ระดับ ลักษณะการเขาใชอาคาร และอื่นๆ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและ

ประสิทธิผล

Soft Material

14

Soft Material

15


FUNCTIONALITY, SENSUALITY AND AESTHETICS

143

Kinetic Façade

16

Soft Material

High quality, weather-resistant canvases and like materials are

developed for exterior use and can serve as tension membranes for

architectural applications. Their unique qualities include lightness,

an ability to create free forms and options in light transparency

which can be manipulated to the level of heat, light and visibility

required. Their surface can also double as image projectors in

facilitating communications. The materials can also improve building

acoustic comfort internally and externally. Apart from lightweight

synthetic canvases, there are applications of materials with especially

soft surfaces, such as rubber sheets or carpet for architectural use

in walling. Gasser Fassadentechnik from St. Gallen, Switzerland

offers them as alternatives for sustainable buildings.

Ethylene Propylene Diene Monomer or EPDM membranes is a

multipurpose rubber like material with high flexibility, weather,

UV resistance, B1-level fire safety and recyclable properties.

Tisca Tiara offers products made from similar materials to and

as durable as artificial grass for outdoor stadiums for cladding

applications. UV and weather-resistance of the artificial material

has shown that it can be utilized in many building types other than

sport stadiums.

Kinetic Façades

In recent years, there have been interesting and on-going development

in architecture relating to the movement of objects, forces

and energy which responds to the environment through advancing

technology.

Kinetic Façade

17

Al Bahr Towers in Abu Dhabi, designed by Aedas, incorporates

such technology through computer controlled, umbrella-like panels.

Panels open and close in relation to the suns positioning and

serve to protect the user and building from heat and light reflection

reducing reliance on mechanical air conditioning systems for a

more sustainable building outcome. Panel design is often inspired

by religion, displaying the designer’s reference to cultural heritage.

Moving cladding systems are also used to manage light, ventilation,

energy and even communication. They can mitigate the building’s

exposure to sunlight and let fresh air flow through and condition

the interior environment. Responses to different factors in the

environment, time, levels and manners of use, and others can be

programmed to improve effectiveness and efficiency.

Kinetic Façade

18

Photo Reference

13-14. https://www.architectkidd.com/index.php/2012/01/polymer-building-skins/

15. https://www.detail-online.com/soft-building-skins-rubber-sheeting-and-architectural-carpeting-for-facades-16769/

16-18. https://www.archdaily.com/922930/what-are-kinetic-facades-in-architecture


144

materials

Advanced Building Skin

ความกาวหนาดานเคมีและวัสดุศาสตร์ทำาใหเกิดการพัฒนาตอเนื่อง การ

ประยุกต์ใชเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์กับงานผิวผนังอาคารไดพัฒนาใชงานมา

เป็นเวลานานแลว โลหะที่ปรับเปลี่ยนรูปทรงเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไดมีการ

ศึกษาทดลองเพื ่อมาใชในงานอาคาร ผิวผนังซึ ่งปกปิดดวย Titanium Dioxide

ชวยฟอกอากาศโดยรอบใหบริสุทธิ์ ขจัดมลพิษอยางมีประสิทธิภาพโดยการ

ปลอยอนุมูลอิสระที่ลักษณะเป็นรูพรุน

กระเบื้อง Prosolve370e พัฒนาโดยบริษัทสัญชาติเยอรมันชื่อ Elegant

Embellishments ทำาใหเกิดรูปแบบที่ออกแบบปรับแตงได เพิ่มประสิทธิภาพ

การทำางานโดยการเรงปฏิกิริยาดวยแสง (Photocatalyst) สามารถลางและ

กำาจัดสารพิษที่เป็นอันตรายไดดวยพลังของแสงที่เขามาใกลพื้นผิวเคลือบดวย

สารที่สามารถเรงปฏิกิริยาดวยแสง สิ่งที่สามารถกำาจัดได เชน กลิ่นเหม็นจาก

ของสกปรก แบคทีเรีย เชื้อโรคตางๆ เชื้อรา ไวรัส และสารเคมีที่ทำ าใหมีอาการ

ป่วยได

กลุมนักออกแบบ Splitterwerk Architects และ Arup ไดทำาการทดสอบกับผนัง

อาคารในประเทศเยอรมนีขนาด 200 ตารางเมตร โดยการใชตะไครน้ำาขนาด

เล็กมากมายหลายลานตนใหไดรับสารอาหารและกาซออกซิเจนเพื่อไปกระตุน

การผลิตสารชีวมวล เซลล์เล็กๆ ที่ไดรับแสงอาทิตย์โดยตรงจะเติบโตอยาง

รวดเร็วสงผลใหน้ำามีอุณหภูมิสูงขึ้น ระบบจะกักเก็บความรอนนั้นเพื่อไวใชใน

อาคารตอไป กลายเป็นแหลงพลังงานที่ยั่งยืนเปลี่ยนสภาพแวดลอมในเมืองได

อาคาร Habitat 2020 สรางขึ้นในประเทศจีนเปลี่ยนแปลงการรับรูของเรา

เกี่ยวกับพื้นผิวโครงสรางอยางมาก ภายนอกไดรับการออกแบบใหเป็นพื้นผิว

ที่มีชีวิตซึ่งแตกตางจากวัสดุกอสรางที่นิ่งเฉยทั่วไป ผิวหนังลักษณะเยื่อหุม

ทำาหนาที่เป็นตัวเชื่อมระหวางภายนอกและภายในของที่อยูอาศัย ในมุมหนึ่งผิว

หอหุมอาจพิจารณาเป็นผิวใบที่มีปากใบหลายชอง ชองเปิดของเซลล์เกี่ยวของ

กับการแลกเปลี่ยนกาซและการคายน้ำาในพืช

พื้นผิวที่ชวยใหแสงสวาง อากาศ และน้ำาผานเขาไปสูที่พักอาศัย มีการจัดการ

ตัวเองโดยอัตโนมัติตามแสงอาทิตย์ที่สาดสองเขามา จึงไมจำาเป็นตองมีไฟฟ้า

สำาหรับแสงสวางในตอนกลางวัน อากาศและลมจะถูกสงเขาสูอาคารโดยมีการ

กรองเพื่อใหเป็นเครื่องปรับอากาศตามธรรมชาติที่ใหอากาศบริสุทธิ์ พื้นผิวมีการ

ตอบสนองสามารถกักเก็บน้ำาฝน โดยน้ำานั้นจะถูกทำาใหบริสุทธิ์ กรอง น้ำาไปใช

และรีไซเคิล พื้นผิวยังสามารถดูดซับความชื้นจากอากาศ ของเสียที่เกิดขึ้น

จะถูกแปลงเป็นพลังงานกาซชีวภาพซึ่งสามารถนำาไปใชประโยชน์ตางๆ ใน

แหลงที่อยูอาศัยไดดวย

ในวันนี้ยังคงมีวัสดุผิวผนังมากมายให้สถาปนิกได้พิจารณาเลือกใช้ในงาน

ออกแบบสถาปั ตยกรรม ตัวอย่างวัสดุหนึ ่งที่มีใช้งานแพร่หลายแต่ยังไม่ได้

กล่าวถึง ได้แก่ กระจก ซึ ่งอาคารสมัยใหม่ออกแบบระบบผนัง Curtain Wall

ใช้กระจกประสิทธิภาพสูง ให้แสงสว่างผ่านเข้าสู่ภายในอาคารในขณะที่ช่วย

ป้ องกันความร้อนที่จะผ่านเข้าสู่ภายในอาคาร ระบบ Curtain Wall มีการ

ออกแบบให้ป้ องกันการรั่วซึมของน ้าและอากาศได้เป็ นอย่างดี

ต้องย ้าว่าการออกแบบรายละเอียดเป็ นเรื่องสาคัญมาก สถาปนิกต้องรู้จัก

ในวัสดุที่นามาใช้งาน เพื่อประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความยั่งยืน และหลีก

เลี่ยงปั ญหาที่อาจจะตามมาในอนาคต ไม่ต้องไปเป็ นภาระให้กับทางโครงการ

และผู้เข้ามาใช้อาคาร

Advanced Building Skin

Advances in modern chemistry and material science has led to con-

stant and positive progress such as the development and application

of photovoltaics (PV) on wall and roof cladding. There are also on-going

experiments utilizing metals whose shapes shift in relation to the

temperature on buildings and claddings enclosed in titanium dioxide

help clean the surrounding air eliminating toxins effectively by

releasing hole-shaped free radicals.

Prosolve 370e tiles, were developed by the Germany firm, Elegant

Embellishments and can be manipulated into different shapes. Their

surfaces are coated in special chemicals that can magnify the light

by photocatalysis which is a process where light is magnified when

in contact with the chemicals. This process eliminates harmful toxins

and micro-organisms that lead to illnesses as well as the undesirable

odors resulting from those substances and organisms.

Splitterwerk Architects and Arup experimented on a 200 square

meter wall surface in Germany allowing millions of microalgae to

receive nutrients and oxygen to stimulate biomass production. As an

example, small cells receiving sunlight directly grow quickly which

heightens water temperature providing heat which can be stored by

for future use in buildings. This alternate energy system will become a

sustainable source of energy improving the environment in cities.

The Habitat 2020 building in China drastically changes our perception

of surface structures. The materials used in the exterior cladding,

unlike static architecture is designed to be organic. The membrane-like

cladding serves to connect the interior and exterior of the building, the

cladding seen as a ‘leaf’ type surface with multiple stomata or open

cell membranes pertaining to the exchange of gases and transpiration

of water.

The cladding works by itself in contact with sunlight, air and water

flow into the building. This in turn diminishes the reliance on artificial

lighting during the daytime. Pressured air flows into the building

through filters that naturally condition and purify and is stored for

use and recycling. The design allows absorption of moisture in the air

and any resultant waste is converted into biogas energy that serves

different building functions.

These days there are many different cladding materials and

systems that the architect can select for use in their design,

however the most common and widely used material not yet

discussed is glass. Modern architecture uses curtain walling

and high-quality glass that allows light penetration but reflects

thermal heat and UV. These materials and systems are also air

and water penetration resistant designed for efficiency.

Again, proper detail design is of high importance in terms of

overall material and system functionality and efficiency. To

that end, architects need to possess the relevant knowledge and

experience for the design to be effective, efficient, and sustainable

avoiding potential issues that would otherwise consequently

arise.


FUNCTIONALITY, SENSUALITY AND AESTHETICS

145

Advanced Building Skin

19

Advanced Building Skin

20

Advanced Building Skin

22

Advanced Building Skin

Photo Reference

19. https://www.architectsjournal.co.uk/specification/energy-forum-on-solar-building-skins

20. https://khyatirajani.wordpress.com/2017/05/27/8-smart-building-skins-that-are-revolutionary/

21. https://inhabitat.com/habitat-2020-off-the-grid-future-abode/

22. http://www.prosolve370e.com

21

ปฏิกร ณ สงขลา

เป็ นสถาปนิกอาวุโส

บริษัท สถาปนิก 49 จำากัด

มีประสบการณ์ ทำ างาน

มากกว่า 35 ปี ปั จจุบัน

ยังเป็ นหัวหน้าโครงการ

ISA Material Info Series

กิจกรรมส่ งเสริมข้อมูล

ความรู้เกี่ยวกับวัสดุและ

เทคโนโลยีการก่อสร้าง

ของสมาคมสถาปนิกสยาม

ในพระบรมราชูปถัมภ์

Patikorn Na Songkhla

is a Senior Architect at

Architects 49 Limited,

with more than 35 years

of work experience.

Currently he Also serves

as Head of ISA Material

Info Series, activities to

promote information

and knowledge about

construction materials

and technology of the

Association of Siamese

Architects under royal

patronage.


146

Trespa Meteon

Cladding Panels

Meteon เป็นลามิเนตไฮเพรสเชอร์ (HPL)

พื้นผิวพิเศษที่ผลิตโดย Trespa โดยใช้เทคโน-

โลยีเฉพาะของ Trespa ที่เรียกว่า Electron

Beam Curing (EBC) ซึ่งเป็นกระบวนการที่

รวดเร็วและไม่ใช้ความร้อนโดยใช้อิเล็กตรอน

พลังงานสูงในการสร้างพื้นผิวพิเศษ ทำ าให้วัสดุ

นี้มีคุณสมบัติพิเศษ รวมทั้งทนต่อสภาพอากาศ

และมีความเสถียรของสี การผสมผสานระหว่าง

เส้นใยจากธรรมชาติ 70% และเรซิน ผลิตภาย

ใต้แรงกดดันและอุณหภูมิสูงทำาให้ได้แผ่นวัสดุที่

มีความหนาแน่นสูงและมีความเสถียรมาก โดย

มีอัตราส่วนความแข็งแรงต่อน้ำาหนักที่ดี มีสีและ

โทนสีให้เลือกหลากหลาย รวมถึงผิวตกแต่ง

แบบโลหะและไม้ ช่วยให้สถาปนิกสร้างสรรค์

งานได้ไม่จำากัด

โครงการใหม่ที่ทำาให้เห็นถึงศักยภาพของแผ่น

ผิวผนัง Meteon คือ Nemho (Next Material

House) ศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ของ Trespa

เองซึ่งออกแบบโดย Broekbakema สำานักงาน

สถาปนิกจากรอตเตอร์ดัม สถาปนิกเริ่มต้นด้วย

materials

ภาพป่าในฟินแลนด์แล้วซูมเข้าไปเพื่อสร้างภาพ

ระยะใกล้ ไปจนถึงโครงสร้างหน่วยเล็กๆ โดย

ปกติแล้ววัสดุผิวผนังของ Trespa มักถูกใช้งาน

ในลักษณะของแผ่นขนาดใหญ่ แต่แนวคิดนี้มี

ความแปลกใหม่ตรงที่ในการออกแบบเลือกใช้

แผ่นขนาดเล็กมาทับซ้อนกันเพื่อสร้างแพทเทิร์น

ที่มีลักษณะเหมือนเกล็ดไม้มุงหลังคา ลักษณะ

ที่ปรากฏจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับระยะห่างที่

มองอาคาร สถาปนิกยังเพิ่มระดับการมองเห็น

อีกสองระดับ ผสมผสานรูปแบบการตกแต่ง

ที่แตกต่างกัน และออกแบบการออกแบบที่เล่น

กับสเกลของ Meteon ในลักษณะเดียวกับพิกเซล

บนหน้าจอคอมพิวเตอร์

โครงการนี้นำาวัสดุนี้มาใช้ในเฉดสีและพื้นผิวที่

หลากหลาย ตั้งแต่แบบมันวาวไปจนถึงแบบ

ซาตินไปจนถึงแบบด้าน ซึ่งทำาให้เกิดการผสม

ผสานพื้นผิวสามแบบ ได้แก่ แบบผิวด้าน แบบ

ผิวมัน และแบบผสม เพื่อสร้างสถาปัตยกรรม

ที่มีชีวิตชีวาท่ามกลางแสงแดด โดยที่พื้นผิว

แต่ละแบบสะท้อนแสงต่างกันในตัวของมันเอง

Meteon is a decorative high-pressure

compact laminate (HPL) with an integral

surface manufactured by Dutch

manufacturer Trespa, using their unique

in-house technology, Electron Beam

Curing (EBC) which is a fast, non-thermal

curing method that utilises high-energy

electrons to cure special surfaces.

This results in a closed smooth surface

which gives the material special properties

including weather resistance and

colour stability. The blend of up to 70%

natural fibers and thermosetting resins,

manufactured under high pressures

and temperatures yields a highly stable,

dense panel with a good strength-toweight

ratio. There are a wide range of

colors and tones available, including

metallics and wood decors, allowing for

architects to create an unlimited array

of artistic designs.

A new project that reveals some of the

potential of Meteon façade panels is

Nemho (Next Material House), Trespa’s

new R&D center designed by the

Rotterdam-based firm Broekbakema.

The architects started with the picture

of a forest in Finland and then zoomed in

to create a close-up – all the way down

to the molecular structure. The idea also

involved unusually small, overlapping

panels to create a shingle-like, distinctively

scaly pattern. Its appearance is

different depending on the distance

between the viewer and the building.

They also superimposed two additional

visual levels, combining different finish

variations as well as devising a design

which uses each Meteon ‘scale’ much

like the way pixels work on a computer

screen.

The panels are used in a variety of

shades and finishes in this project, from

shiny to satin to matte. This allowed

the architects to create a combination

of three finishes – Diffuse, Specular

and Oblique – to create a design that

literally comes to life in the sun, where

each surface reflects the light in its own

distinctive way.

trespa.com


147

ETFE

Plastic

ETFE มาจากชื่อเต็มคือ Ethylene tetrafluoroethylene

นับเป็นหนึ่งในโพลิเมอร์พลาสติกที่

ใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดในอุตสาหกรรม

การออกแบบสถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา จริงๆ แล้ว พลาสติกที่

ใช้ฟลูออรีนเป็นองค์ประกอบหลักนี้ได้รับการ

พัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี 1970 โดย DuPont ให้เป็น

ฟิล์มน้ำาหนักเบา ทนความร้อน สำาหรับใช้เป็น

สารเคลือบในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ

ในปี 2001 ETFE ได้ถูกนำาไปใช้งานขนาดใหญ่

เป็นครั้งแรกในฐานะเมมเบรนห่อหุ้มผิวของ

โครงการอีเดนในคอร์นวอลล์ สหราชอาณาจักร

เนื่องจากความสามารถในการควบคุมสภาพ-

แวดล้อมภายในอาคารได้อย่างดีโดยอาศัยความ

โปร่งใสของรังสียูวี ฟิล์มสามารถพิมพ์ด้วย

รูปแบบเฉพาะและจัดเป็นชั้นเพื่อควบคุมแสง

อาทิตย์ ซึ่งจำาเป็นสำาหรับอาคารที่มีหน้าที่ในการ

ดูแลรักษาพืชพันธุ์ตามสภาพอากาศ นอกจากนี้

ยังมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำ าที่ช่วยป้องกัน

ไม่ให้ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเกาะติดกับพื้นผิว ซึ่ง

ช่วยลดปัญหาในการบำารุงรักษา

ETFE comes from its full name Ethylene

tetrafluoroethylene. It is perhaps one of

the most widely-used plastic polymers

in the architectural design and building

industry today. This fluorine-based

plastic was originally developed in the

1970s by DuPont as a lightweight, heat

resistant film to serve as a coating for the

aerospace industry. In 2001, the material

saw its first large-scale application as

the encapsulating membrane for the

Eden Project in Cornwall, UK. This is

because of its ability to reliably regulate

environmental conditions within the

building through UV transparency. The

film can be printed with specific patterns

and layered to control solar conditions -

which was essential to a structure whose

function is to house climate-specific

flora. It also has a low friction coefficient

that prevents dust or dirt from sticking

to its surface, reducing maintenance

problems and requirements.



148

materials

ในช่วงปี 2005 Arup ได้เสนอ ETFE สำาหรับ

ใช้ในโครงการ Allianz Arena ซึ ่งออกแบบโดย

Herzog & de Meuron และโครงการ Watercube

National Swimming Center ในกรุงปักกิ่ง

ออกแบบโดย PTW Architects ในการใช้งาน

ของสองโปรเจ็คต์นี้ ชั้นของ ETFE จะถูกเติม

อากาศจากระบบนิวแมติกเพื่อสร้างเป็นชิ้น

วัสดุในลักษณะคล้ายเบาะ ซึ่งมีคุณลักษณะ

เป็นฉนวนกันความร้อนและมีความเสถียรทาง

โครงสร้างต่อแรงลมหรือหิมะ ในสนามกีฬา

ทั้งสองแห่ง วัสดุแต่ละชิ้นยังสามารถให้แสงโดย

การติดตั้งไฟ LED ที่เปลี่ยนสีได้ เพื่อสร้างลวด-

ลายที่ไม่เหมือนใคร ทำาให้ด้านหน้าอาคารสะท้อน

กิจกรรมและบรรยากาศที่เกิดขึ้นภายในได้

ETFE เป็นวัสดุที่รีไซเคิลได้ง่ายและมีอายุการใช้

งานยาวนาน รองรับสภาพอากาศที ่รุนแรงได้

ประหยัดต้นทุนในการผลิต และมีกระบวนการ

ผลิตและการขนส่งที่ใช้พลังงานต่ำา เนื่องจาก

ส่วนใหญ่มีน้ำาหนักเบา นอกจากนี้ยังเป็นวัสดุ

ที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถรองรับน้ำ าหนักได้

ประมาณ 400 เท่าของน้ำาหนักตัวมันเอง ในขณะ

ที่มีน้ำาหนักเพียง 1% ของน้ำาหนักกระจก ETFE

มีคุณสมบัติโครงสร้างที่หลากหลายทั้งแบบ

ชั้นเดียว สองชั้น 3 ชั้น หรือ 4 ชั้น โครงสร้าง

ที ่นิยมใช้กันมากที ่สุดคือโครงสร้างแบบแผ่นคู

โดยที่ปั๊มลมใส่อากาศเข้าไประหว่างแผ่น ทำ าให้

ผิวผนังที่ทำาจาก ETFE สามารถควบคุมอุณหภูมิ

ภายใน ช่วยลดการใช้พลังงานสำาหรับเครื่อง-

ปรับอากาศของอาคารได้

In 2005 Arup subsequently proposed

ETFE for the Allianz Arena designed

by Herzog & de Meuron and the Watercube

National Swimming Center in

Beijing designed by PTW Architects.

In these applications, layers of ETFE

were filled with air from a pneumatic

system to create pillow-like cushions

that provide thermal insulation and

structural stability against wind or snow

loads. In both arenas, individual cushions

can also be lit with color-changing LEDs

to create unique patterns, allowing the

building’s facade to reflect any event

or activities taking place inside.

ETFE is both easily recyclable and longlasting,

holding up well to extreme climatic

conditions. It is cost-effective to

produce, and has a low-energy manu-

facturing and transportation process,

thanks in large part to its light weight.

It is also a highly flexible material.

It can support the weight of approximately

400 times its own weight while

its weight is only 1% of that of glass.

In terms of application, ETFE offers a

range of structural features for either

a single layer, double layers, 3 layers

or 4 layers. The most commonly used

structure is the double sheet structure,

where air is inserted by an air pump

between the sheets. This allows the

wall surface made of ETFE to control

the internal temperature which then

in turn allows the building to reduce

energy consumption for air conditioning.

vector-foiltec.com


Kriskadecor

Aluminium Chains

149

โซ่อลูมิเนียมเป็นวัสดุอีกชนิดหนึ ่งที ่น่าสนใจ

ไม่เพียงแต่สามารถใช้เป็นผนังหรือม่านสำ าหรับ

กั้นแบ่งสเปซภายใน เป็นองค์ประกอบของฝ้า

เพดาน หรือใช้เป็นพื้นหลังภายในงานอินทีเรีย

แล้ว ทุกวันนี้สถาปนิกหลายคนได้นำ ามาใช้เป็น

ผิวผนังภายนอกของอาคารอีกด้วย Kriskadecor

ผู้ผลิตโซ่อลูมิเนียมรายใหญ่ของสเปนเป็นหนึ่งใน

แบรนด์ผู้นำาของตลาดที่ทำางานร่วมกับสถาปนิก

มากหน้าหลายตา มีงานแบบคิดนอกกรอบ

และไอเดียที่น่าสนใจ

โซ่โลหะเป็นวัสดุที่มีจุดเด่นที่ผิวสัมผัส ใช้งานได้

หลากหลาย มีน้ำาหนักเบา สามารถผสมผสาน

และประยุกต์ใช้ด้วยสีสัน รูปทรง และสร้างมิติ

ในงานด้วยความพริ้งและการเคลื่อนไหว

Kriskadecor สามารถพิมพ์ลวดลายกราฟิก

ต่างๆ ลงบนโซ่ได้ ซึ่งเหมาะกับดีไซน์ของงาน

พวก branding ต่างๆ หรือใช้สร้างเอฟเฟคต์

ทางสายตาในพื้นที่ที่ต้องการ

สำาหรับวัสดุที่ใช้ซึ่งก็คืออลูมิเนียม สามารถนำ าไป

รีไซเคิลใช้ใหม่ได้ เช่นเดียวกับองค์ประกอบ

ที่เป็นโครงสร้างซึ่งทำาจากพลาสติกพิเศษ ก็

สามารถนำาไปรีไซเคิลได้เช่นกัน โปรดักส์

รุ่นใหม่ของแบรนด์นี้เป็นรุ่นที่ถูกทำ าขึ้นสำาหรับ

ใช้งานภายนอกอาคารโดยเฉพาะ ซึ ่งในหลายๆ

โครงการ นอกเหนือจากความสวยงามแล้วยัง

ถูกนำาไปใช้เป็นผิวผนังภายนอกสำาหรับกันแดด

และเป็นผนังระบายอากาศอีกด้วย

Not only can aluminium chains be used

as dividers, ceilings, wall coverings, but

they can also be an interesting option

for architects and designers to use

as cladding. Kriskadecor is a a major

Spanish manufacturer of anodized aluminium

chains and is one of the leading

brands in the world market. They have

worked with owners, architects and

designers to provide flexibility and

freedom to create artistic building skin

specifically for individual projects.

The chains are an unconventional

surfacing and cladding material which

can lend uniqueness and provide a

distinct texture to spatial designs.

Both versatile and light, the composite

structures can be adapted in colour,

shapes and dimensions that can bring

joy and more movement. Kriskadecor’s

in-house technology also makes

it possible to replicate any image or

pattern in brilliant and satin finishes

on them, a feature especially useful for

brand environments. In addition, chain

cascades can be constructed as one

single piece, an ideal solution for areas

that have exposed ducts or technical

registers.

Great looks aside, Kriskadecor installations

are also notable for their sustainability:

they’re made from 99 per

cent aluminium, thus they are 100 per

cent recyclable. The company’s new

exterior cladding system highlights the

added benefits of the products: the

links provide protection from sunlight,

and they open areas of ventilation for

the building. Furthermore, the highstrength

technical plastic used for the

tension system is recyclable as well.

Archiproducts Milano by TRULY DESIGN Studio.

Photo: Marcela Grassi

kriskadecor.com


150

SCG D’COR

Modeena Series

Facade Panels

materials

SCG D’COR is a brand that produces

fiber cement-based building materials,

consisting of Portland cement, silica

and cellulose fibers. Manufactured

through X-TRUSTION which is under

SCG’ s own copyright, the panel can

be formed as desired by using molds

specifically designed by professional

engineers. As a result, it makes the

material homogeneous throughout

the sheet, and provides higher density

compared to general fiber cement. It is

strong, durable and able to support a

variety of applications for various types

of works.

SCG D’COR เป็นแบรนด์ผลิตไลน์วัสดุก่อสร้าง

และตกแต่งอาคารจากไฟเบอร์ซีเมนต์ ซึ่ง

ประกอบด้วยซีเมนต์ ซิลิกา และเส้นใยเซลลูโลส

ผ่านการผลิตด้วยเทคโนโลยี X-Trusion ที่

สามารถผลิตชิ้นงานได้ตามรูปแบบที่ต้องการ

ด้วยวิธีการขึ้นรูปแผ่นวัสดุ ผ่านแม่พิมพ์ที่ถูก

ออกแบบโดยวิศวกรเฉพาะทางของ SCG ทำาให้

วัสดุมีเนื้อเดียวกันตลอดทั้งแผ่น และให้ความ

หนาแน่นสูงกว่าไฟเบอร์ซีเมนต์ทั่วไป จึงมีความ

แข็งแรง ทนทาน สามารถรองรับการใช้งานได้

หลากหลายรูปแบบ

สำาหรับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่อย่างโมดิน่า เป็นวัสดุ

ในซีรีส์นี้ที่กำ าลังได้รับความนิยม เพราะสามารถ

ใช้ทดแทนไม้ได้เป็นอย่างดี สามารถใช้ได้ทั้ง

ภายนอกและภายในอาคาร มีคุณสมบัติเรื่อง

ความทนทาน ทนแดด ทนฝน และไม่มีปัญหา

เรื่องปลวก นอกจากความสวยงามที่ไม่ต่าง

จากไม้ธรรมชาติแล้ว จุดเด่นของรุ่นโมดิน่าคือ

ลูกเล่นของเส้นสายและการสร้างพื้นผิว และมิติ

จากการเล่นระดับสูงต่ำา มีความตื้นความลึกของ

แผ่น ทำาให้สามารถนำามาใช้งานให้งานออกแบบ

น่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็น

ผิวผนังภายนอกของอาคาร สามารถทำาให้ผิว-

ผนังภายนอกของอาคารมีมิติที่แปลกตา และ

เพิ่มทางเลือกในการออกแบบที่หลากหลายตาม

ความคิดสร้างสรรค์ของสถาปนิกด้วย โมดิน่ามี

แพทเทิร์นและขนาดให้เลือกหลายแบบ ใช้ระบบ

การติดตั้งแบบบังใบและคลิปล็อค ช่วยปิด

หัวน็อตสกรูของการติดตั้ง ได้ทั้งแนวตั้งและ

แนวนอน นอกจากนี้ยังมีรุ่น โมดิน่า ไลท์ รุ่น

พิเศษที่มีน้ำาหนักเบาสำาหรับติดตั้งบนฝ้าได้

Modeena is a new series in this line

which is now gaining more popularity.

Not only can it be used as a good substitute

for wood as well as for both for

exterior and interior use, but it also

durable, sun and rain resistant, and has

no termite problems. In addition to its

aesthetic features that is no different

from natural wood, the hallmark of the

Modeena series are the fine lines and

textures. The extra dimensions from

the high and low relief of the panel can

also be used to create more attractive

and striking designs especially for the

building’s facade, adding a variety of

design options to match to the architect’s

endless creativity. Modeena has

a wide range of patterns and sizes

available and can be simply installed

with clip lock mounting system which

helps conceal the screw. The panels

can be applied both vertically and

horizontally. Additionally, Modeena

Light is a special light-weight version

which can be installed on the ceiling

as an add-on element.

scgbuildingmaterials.com


152

professional / studio

Dhamarchitects

แนะนำตัวเองคร่ำวๆ เป็ นใครกันบ้ำง จบกำร

ศึ กษำที่ไหน และเริ่มเปิ ดออฟฟิ ศอย่ำงไร

ธัมอาร์คิเทคส์ ก่อตั้งโดยคุณธรัช ศิวภักดิ์วัจนเลิศ

ในปี 2013 โดยหลังจากจบการศึกษาจากคณะ

สถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ได้สั่งสมประสบการณ์การทางานในแวดวงการ

ออกแบบ สถาปัตยกรรม มากกว่า 13 ปี โดยเฉพาะ

โรงแรมรีสอร์ทจากบริษัทสถาปนิกชั้นนาของ

เมืองไทย หนึ่งในนั้นคือบริษัทบุนนาคอาร์คิเท็คส

ของคุณเล็ก เมธา บุนนาค ศิลปินแห่งชาติ และ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบโรงแรม นอกจากนี้

ยังมีผู้ร่วมก่อตั้ง คือ คุณวทัญญู มูลทองสุข จาก

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

ซึ่งคุณวทัญญูเป็นผู ้สนับสนุนให้เกิด VERNADOC

Phuket โดยความร่วมมือกับ ผศ.ดร.สุดจิต

เศวตจินดา (สนั ่นไหว) ผู้ก่อตั้ง VERNADOC

Thailand และทางธัมอาร์คิเทคส์ก็ได้จัดค่าย

VERNADOC Phuket มาแล้ว 3 ครั้งในปี 2017,

2019 และ 2020 โดยอาคารที่ทาการรังวัดคือ

บ้านหลวงอานาจนรารักษ์ โรงตีเหล็กไต่สุ่นอั้น

และ ไชน่าอินน์ ตามลาดับ

ปรัชญำ ควำมสนใจและแนวคิดกำรทำงำน

ของออฟฟิ ศ

แนวคิดการทางานของธัมอาร์คิเทคส์ คือ ธรรมชาติ

สถาปัตยกรรม วัฒนธรรม สถาปัตยกรรมที่ยั่งยืน

คือสิ่งปลูกสร้างที่ยืนอยู่ตรงกลางอย่างอ่อนน้อม

ระหว่างธรรมชาติและวัฒนธรรม เรามองว่าสิ่ง

ปลูกสร้าง คือรูปธรรมที่หยัดยืนอยู่ได้ด้วยฐาน

และรากที่มักจะเกี่ยวพันกาเนิดมาจากสองสิ่ง นั่น

คือธรรมชาติ และวัฒนธรรม ในฐานะสถาปนิกเรา

เข้าใจว่าเราไม่ใช่นักโบราณคดี จึงได้เพิ่มเติมมิติ

เวลาเข้ามาในงานออกแบบด้วย เพื่อมอบความ

เป็นเอกลักษณ์ทางเวลาให้กับงานนั้นๆ ให้ผู้ใช้ได้

รับรู้ถึงรากเหง้าของสถานที่ แต่ในขณะเดียวกัน

ก็แยกแยะได้ว่าอาคารหลังนั้นถูกสร้างขึ้นในยุค

สมัยไหน

ตัวอย่ำงผลงำนแนะนำออฟฟิ ศ คำอธิบำยสั้นๆ

และภำพ

1 Little Nyonya Hotel

ได้รับรางรางวัลสถาปัตยกรรมสมควรเผยแพร่ ใน

งาน South Up หยับหรอย สถาปนิกทักษิณ ’59

ทันทีในปีที่การก่อสร้างแล้วเสร็จ

littlenyonyahotel.com

2 Xinlor House

แนวคิด “ถนน-รถ-การเดินทาง” มาเป็นแนวคิด

หลัก โดยใช้รูปแบบที่ขอเรียกเอาเองว่า Sinoindustrial

มาเป็นสื่อในการสร้างแนวคิดนาม-

ธรรมอันนี้ให้กลายเป็นรูปธรรม

facebook.com/XinlorHouse

3 Sound Gallery House

เป็นของตระกูลหลิม ซึ่งในภาษาจีน หลิมแปลว่า

ป่าไม้ และตระกูลหลิมยังเป็นเจ้าของโรงเรียน

ดนตรียามาฮ่าภูเก็ตอีกด้วย ดั “ต้นไม้ กับ ดนตรี”

จึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการสร้าง

เอกลักษณ์ที่เฉพาะเจาะจง

soundgalleryhouse.com

4 Swensen’s Kad Nan

ความเป็นไปได้ใน “การเกื้อหนุนกัน” ของ

กิจกรรมใหม่ กับที่ว่างจากวัฒนธรรมเก่า

แม้ว่าจะเป็นในเชิงพาณิชย์เข้มข้นก็ตาม

facebook.com/SwensenKadNan

5 CoronaVERNADOC2020 : Phuket, China Inn,

Drawn by Watanyoo Moolthongsuk

facebook.com/vernadocphuket

อยำกเห็นวงกำรวิชำชีพสถำปนิกไทยเป็ นอย่ำงไร

เราอยากเห็นวงการสถาปนิกไทยได้รับความเข้าใจ

ที่ถูกต้องจากคนทั่วๆ ไปเสียทีว่าเป็น “วิชาชีพ” คือ

เป็นอาชีพที่ต้องมีความรู ้เฉพาะและนาสหวิชา

มาใช้ในการทางาน สถาปนิก เป็นอีกหนึ่งอาชีพ

ไม่ใช่การรับจ้างหรือรับทาของ คุณค่าและเกียรติ

ของอาชีพสถาปนิกจึงจะค่อยๆ ได้รับความเข้าใจ

และอาชีพสถาปนิกจึงจะถูกนามาใช้ประโยชน์

มากขึ้นในการพัฒนาประเทศต่อไป


DHAMARCHITECTS

Xinlor House

CoronaVERNADOC2020 : Phuket, China Inn

Little Nyonya Hotel


154

professional / studio

We see the building

as an entity with

foundations and

roots that are always

intertwined with and

has originated from

two things - nature

and culture.

Swensen’s Kad Nan

Sound Gallery House


DHAMARCHITECTS

155

Briefly introduce yourself - Who are

you, where did you graduate from

and how did you start running your

office?

Dhamarchitects was founded in 2013 by

Dharaj Shivapakwajjanalert, an architecture

graduate from the Faculty of Architecture,

Khon Kaen University. Dharaj has accumulated

experiences for more than 13 years

working in the field of design and architecture,

especially for hotels and resorts. He

has worked in leading architecture firms

including Bunnag Architects - the famous

architecture firm founded by Lek Metha

Bunnag, a national artist and a renowned

hotel design expert. Our office was also

co-founded by Watanyoo Moolthongsuk,

a graduate of the Faculty of Architecture,

Rangsit University. Watunyoo is also a

supporter and promoter of VERNADOC

Phuket in collaboration with Asst. Prof. Dr.

Sudjit Sawetchinda (Sananwai), the founder

of VERNADOC Thailand. Until now we have

organized 3 VERNADOC Phuket Camps in

2017, 2019 and 2020. The buildings which

were surveyed are Luang Amnachnararaksha

Mansion, Tai Zun Aun Blacksmith Shop,

and the China Inn respectively.

What are the philosophies, interests

and concepts behind your work?

Our working concept is Nature, Architecture

and Culture. Sustainable architecture

is a building that stands humbly between

nature and culture. We see the building as

an entity with foundations and roots that are

always intertwined with and has originated

from two things - nature and culture. As

architects, we understand that we are not

archaeologists so we always add the dimen-

sion of time to our designs, to provide a

timely identity to our work. This is so users

may recognise the root of the place and yet

are able to distinguish the period when the

building was built.

Could you share some of your works

with short descriptions and photos

with us?

1 Little Nyonya Hotel

The project received a citation award at the

South Up Architect event in 2016.

littlenyonyahotel.com

2 Xinlor House

The concept of “Road-Car-Travel” came

to be the main idea, using a form of Sino-

industrial as a medium to create an

abstract concept into a real project.

facebook.com/XinlorHouse

3 Sound Gallery House

The project belongs to the Lim family, and

Lim in Chinese is translated as forest. The

Lim family also owns the Yamaha Phuket

School of Music, “Trees and Music” then

became the main inspiration for creating

a specific identity.

soundgalleryhouse.com

4 Swensen’s Kad Nan

Kad Nan and the possibilities of “supporting

each other” in new activities along with the

space from older culture, even though it is a

very commercial project.

5 CoronaVERNADOC2020 : Phuket, China

Inn, Drawn by Watanyoo Moolthongsuk

https://web.facebook.com/vernadocphuket

How would you like the Thai

architect profession to be seen?

We would like to see the Thai architecture

industry gain an accurate understanding

from the public as a “profession” - a practice

that requires specific and interdisciplinary

knowledge to work. Working as an

architect is a professional practice. It is not

a simply hired or an unskilled labor job. The

value and honor of an architectural practice

will then gradually gain more value. Only

then will our profession be considered useful

and will be used to further benefit the

development our country in the future.

fb.com/dhamarchitects


156

revisit

MOre MOdern Architecture

in More-Kor - Looking back

at the Modern Architecture

design heritage in Khon

Kaen University

Modern Architecture has

been a subject of interest in

Thailand for more than 70

years. The modern way of

life, advances in technology,

society, and growing

economy have influenced

the architectural movement

seeing a shift in architectural

practices inspired largely

by foreign architects as

well as a divergence in the

use of natural materials in

construction to reinforced

concrete. Due to these factors,

the role of architectural

design during this period is a

symbol of these advances.

1

Text: Nopadon Thungsakul

2


MORE MODERN ARCHITECTURE IN MORE-KOR

157

4

3

สถาปัตยกรรมสมัยใหม่หรือสถาปัตยกรรมโมเดิร์น อยู่ใน

ความสนใจในประเทศไทยมานานกว่า 70 ปี นอกจากปัจจัย

ด้านเศรษฐกิจ วิถีชีวิตสังคมสมัยใหม่แล้ว เทคโนโลยีการ

ก่อสร้างที่เปลี่ยนจากการใช้วัสดุธรรมชาติมาเป็นคอนกรีต

เสริมเหล็ก รวมถึงการปฏิบัติวิชาชีพทางสถาปัตยกรรมที่

บางส่วนได้รับอิทธิพลจากการศึกษาสถาปัตยกรรมจาก

ต่างประเทศ ก็ถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่มีส่วนสำาคัญที่ทำาให้รูป-

แบบสถาปัตยกรรมโมเดิร์นได้รับความสนใจในประเทศไทย

อย่างกว้างขวาง อาคารในยุคนี้จึงมีคุณค่าในฐานะที่เป็น

ตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กับความก้าวหน้า

ของแนวคิดในการออกแบบสถาปัตยกรรม

ปัจจุบันได้มีการดำาเนินการรวบรวมข้อมูลอาคารเหล่านี้เพื่อ

ให้เกิดการอนุรักษ์และเชื่อมโยงกับการอนุรักษ์สถาปัตยกรรม

โมเดิร์นนานาชาติ (DOCOMOMO International) ภายใต้

ชื่อ DOCOMOMO Thailand มีการจัดทำาฐานข้อมูลอาคาร

ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์หลากหลายประเภท และหนึ่งใน

ประเภทอาคารที่ถือได้ว่าเป็นก้าวกระโดดที่สะท้อนถึงความ

เปลี่ยนแปลงด้านสังคม-วัฒนธรรมในช่วงนั้น ได้แก่ อาคาร

สถาบันการศึกษา ดังที่ปรากฎว่ามีอาคารยุคโมเดิร์นที่

ยังคงเหลืออยู่ในหลายสถาบัน อาทิ มหาวิทยาลัยเกษตร-

ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่

มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัย

สงขลานครินทร์ เป็นต้น

The International Working Party for Modern Movement

(DOCOMOMO International) Thailand has

been compiling ongoing data of the local changes

in architecture during this period for preservation

and conservation purposes including the conservation

of relevant buildings, sites, and neighborhoods.

This ongoing project has compiled a database of

different types of buildings worthy of preservation

established during the period as well as defining

architectural movements that reflected the sociocultural

changes for historical, educational, and

reference purposes. As such, there are Modernist

buildings in Thailand that still stand in many regional

Universities, such as Kasetsart, Thammasat,

Chiang Mai, Khon Kean, Mahidol, and Prince of

Songkla.

As the physical condition of modernist architectural

buildings starts to deteriorate so does the

potential for and the threat of demolition, Khon

Kaen University in Isaan is one such example. For

this reason, the University’s alumni who have used

these buildings for educational purposes realize

their historical and educational significance using

social media to spread this message and organize

an exhibition in the hope of making others aware

01-02

อาคารหอพักนักศึกษา 2

ออกแบบห้องพักยื่น

2 เมตร กันแดดฝน

เครดิตภาพ:

สุทธิกานต์ ปัตตาลาโพธิ์

03

อาคารหอพัก 2

เครดิตภาพ:

วทัญญู แก้ววังชัย

04

อาคารหอพัก 3

ออกแบบโดยสถาปนิก

สมคิด เพ็ญภาคกุล

และเฉลิมชัย ห่อนาค

เครดิตภาพ:

นพดล ตั้งสกุล


158

revisit

4

5

04-06

อาคารภาควิชาวิศว-

กรรมโยธา โดย

คุณอมร ศรีวงศ์ ร่วมกับ

ศ.ดร.รชฎ กาญจนวนิชย์

เครดิตภาพ:

กุลศรี ตั้งสกุล (05)

วทัญญู แก้ววังชัย (06)

07

อาคารภาควิชาวิศวกรรม

สิ่งแวดล้อม EN06 โดย

รศ.สถาพร เกตกินทะ

เครดิตภาพ:

กุลศรี ตั้งสกุล

7

6


MORE MODERN ARCHITECTURE IN MORE-KOR

159

สำาหรับมหาวิทยาลัยในภาคอีสานอย่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น

เมื่ออาคารในยุคโมเดิร์นเริ่มเสื่อมสภาพลง เกิดภาวะคุกคาม

ที่เสี่ยงต่อการจะถูกรื้อถอน รวมทั้งในสื่อสังคมออนไลน์ได้มี

การนำาเสนออาคารเหล่านี้อย่างกว้างขวาง กลุ่มศิษย์เก่าของ

มหาวิทยาลัยซึ่งเคยมีโอกาสเป็นผู้ใช้งานเล็งเห็นว่าอาคาร

เหล่านี้มีความสำาคัญในเชิงประวัติศาสตร์ที่เป็นพื้นที่หลอม

รวมความทรงจำา จึงริเริ่มการเก็บรวบรวมข้อมูลและนำ าเสนอ

เผยแพร่ต่อสาธารณะ โดยนำาเสนอผ่านนิทรรศการ “โมเดิร์น

ในมอ แรกสมัยใหม่ในที่ราบสูง: MOre MOdern Architecture

in More-Kor” จัดที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ

ขอนแก่น (TCDC Khon Kaen) เมื่อช่วงระหว่างวันที่ 4

พฤษภาคม- 4 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา เพื่อชวนให้เกิด

การมองย้อนกลับไปดูแนวคิดด้านการออกแบบและการ

ก่อสร้าง และการตระหนักถึงคุณค่าในการรักษามรดกทาง

สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ไว้

เมืองขอนแก่นนั ้นถูกวางให้เป็นเมืองศูนย์กลางของภาคอีสาน

และมีจุดมุ่งหมายหลักในการพัฒนาการศึกษาเป็นส่วนสำ าคัญ

ในการพัฒนาภูมิภาค ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

แห่งชาติฉบับที่ 1 (พ.ศ.2504 – 2509) โดยมีการสถาปนา

มหาวิทยาลัยขอนแก่นขึ ้น เมื ่อวันที ่ 25 มกราคม พ.ศ. 2509

ในช่วงก่อตั้งมีการเปิดการเรียนการสอน 3 คณะวิชาคือ คณะ

วิศวกรรมศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์

– อักษรศาสตร์ ถือได้ว่าเป็นคณะวิชาแรกๆ ที่มีความสำ าคัญ

ในการพัฒนาภูมิภาคสู่สังคมสมัยใหม่และเทคโนโลยีที่

ก้าวหน้าในขณะนั้น การออกแบบและก่อสร้างอาคารเพื่อใช้

ในการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยจึงถือได้ว่าเป็นการ

สร้างภาพตัวแทนของ “การพัฒนา” ที่ทันสมัยในภูมิภาค

และก้าวหน้าทัดเทียมกับสังคมในระดับสากล

อาคารคณะวิชาที่เกี่ยวกับด้านวิทยาศาสตร์และความก้าวหน้า

ของเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเรียนการสอน อย่าง

คณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ สถาปนิกได้

ออกแบบให้สถาปัตยกรรมเป็นภาพสะท้อนของสังคมในช่วง

นั้น สถาปัตยกรรมจึงมีบทบาทในฐานะที่เป็น “แบบเรียน

ทางวิศวกรรม” และ “สถาปัตยกรรมแห่งวิทยาศาสตร์”

(พินัย สิริเกียรติกุล, 2563) เนื่องจากการออกแบบที่

สอดคล้องกับพฤติกรรมของโครงสร้างและวิธีการก่อสร้าง

ได้เป็นอย่างดี ตัวอย่างเช่น อาคารภาควิชาวิศวกรรมโยธา

คณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ คุณอมร ศรีวงศ์ ทำางานร่วมกับ

ศ.ดร.รชฎ กาญจนวนิชย์ ออกแบบให้เป็นอาคารช่วงกว้าง

โครงสร้างหลังคาเป็นโครงถักสามมิติ (3-Dimensional

truss) วางพาดตลอดแนวของความกว้างช่วงเสาอาคารระยะ

9 เมตร ปลายสุดของโครงหลังคาใช้โครงสร้างแขวน (Suspension

structure) หิ้วพื้นส่วนที่ยื่นออกมาเป็นระยะห่างข้าง

ละ 3 เมตร จากแนวเสาตลอดแนวด้านยาวอาคารทั ้งสองข้าง

of the importance of saving this part of history. The

exhibition was named “MOre MOdern Architecture

in More-Kor” and was held at TCDC Khon Kaen

from May 4 to July 4. It allowed us to look back

at the Modernist ideas of architectural design

and construction emphasizing the importance

of preserving the cultural heritage related to this

movement.

Khon Kaen had been planned to be the most

important province in the northeast of Thailand.

Following the first National Economic and Social

Development Plan (1961-1966), the province’s foremost

objective was the development of education,

as this was a vital aspect of regional development.

Reinforcing this objective, Khon Kaen University

was opened on January 25, 1966. The University

had three original faculties: Engineering; Agriculture;

Science and Liberal Arts. All these technologies

were important for progressive regional development

and transition into a modern society. The

design and construction of the University buildings

is therefore a symbol of the region’s development

into a modern period showcasing the advancement

of Thai society on par with those of the world.

The Engineering and Science faculty buildings were

designed to reflect the society of that period. Their

architecture, whose designs were aligned with

both the behavior of the structure and construction

methodology is, therefore studies in engineering

and the science of architecture. An example of

such architecture is the Civil Engineering Department

(Faculty of Engineering)’s building. Designed

by Amorn Sriwong in collaboration with Prof. Dr.

Rachot Kanjanavanit, the building incorporates

a wide span with a three-dimensional trussed roof

structure spanning its nine-meter width. At the ends

of the roof, cantilevered suspension structures are

used to carry the parts extending 3 meters beyond

the building pillars on either side. The interior is

connected by a corridor 12 meters wide whose

weight is carried by steel beams incorporating

an open free-flowing stairway in the middle of

the lobby.


160

revisit

โถงเชื่อมอาคารกว้าง 12 เมตร ภายในเชื่อมด้วยทางเดินที่

หิ้วโครงสร้างพื้นด้วยเส้นเหล็กตันและบันไดที่วางแบบอิสระ

ลอยตัวในที่ว่างกลางโถง

ในขณะที่กลุ่มอาคารคณะวิทยาศาสตร์ ที่ก่อสร้างเสร็จเมื่อ

ปี พ.ศ. 2509 เป็นกลุ่มอาคารที่เกิดจากการจัดตั้ง คณะ

วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็น

ไปตามแผนพัฒนาภาค ปี พ.ศ. 2505-2509 กลุ่มอาคาร

ประกอบด้วย อาคารเรียนและสำานักงานอธิการบดี ความสูง

สองชั้น ความยาว 120 เมตร มีทางเดินเชื่อมต่อกับ อาคาร

ปาฐกถา (ตึกกลม) ความจุ 500 ที ่นั ่ง และอาคารปฏิบัติการ

(ปัจจุบันคือ อาคาร SC01) ความสูง 4 ชั ้น ขนาดกว้าง 10

เมตร และยาว 60 เมตร รวมทั้งอาคารห้องปฏิบัติการทาง

เคมี เป็นอาคารชั้นเดียวที่หลังคาเป็นคอนกรีตโค้งพารา-

โบลิค วางตัวต่อเนื่องกัน 5 โค้ง ปัจจุบันส่วนอาคารเรียน

และสำานักงานอธิการบดีได้ถูกรื้อถอนและแทนที่ด้วยอาคาร

สูง 6 ชั้น เนื่องจากการความต้องการในการใช้งานอาคาร

กลุ่มนี้เน้นการบรรยายและการทำางานในห้องปฏิบัติการ ทีม

ผู้ออกแบบได้เลือกระบบโครงสร้างช่วงกว้าง วางตำ าแหน่ง

เสาไว้แนวริมอาคารทั้งหมด วางระบบคานเป็นคานหลักและ

คานรอง เกิดระบบการจัดวางโครงสร้างที่น่าสนใจพร้อม

กับระนาบความลึกของฝ้าเพดาน มีการออกแบบแผงคอ

นกรีตเป็นครีบกันแดดยาวตลอดแนวอาคาร รวมทั้งใช้

ในการรับแสงธรรมชาติทางอ้อมสะท้อนองค์ประกอบทาง

สถาปัตยกรรมสู่ภายในพื้นที่ห้องปฏิบัติการ

นอกจากนี้ ยังมีอาคารในยุคแรกตั้งมหาวิทยาลัยอย่าง

อาคารเรียนและปฏิบัติการ คณะเกษตรศาสตร์ (AG01-02)

ออกแบบโดยคุณอมร ศรีวงศ์ เช่นเดียวกัน มีรายละเอียดทาง

สถาปัตยกรรมที่น่าสนใจจากการใช้แผ่นคอนกรีตสำาเร็จรูป

ที่ทำาหน้าที่เป็นแนวระเบียงกันตกและกันสาดของอาคาร

เกิดเป็นจังหวะที ่ปรากฏในรูปด้านนอกอาคารที ่เรียบและง่าย

รวมไปถึงกลุ่มอาคารสนับสนุนการเรียนการสอน อย่างหอพัก

นักศึกษา เช่น หอพักที่ 1 และ 2 ที่ออกแบบให้ส่วนห้องพัก

ยื่น 2 เมตร ภายนอกเน้นเป็นแนวกรอบผนังหน้าต่างโดยมี

การร่นระยะกลับเข้ามาด้านใน เพื ่อกันแดดกันฝนให้ช่องเปิด

และหอพักที่ 3 และ 4 ออกแบบโดยสถาปนิก สมคิด เพ็ญ

ภาคกุล และเฉลิมชัย ห่อนาค ซึ่งมีลักษณะของการใช้ชิ้นส่วน

ผนังหล่อสำาเร็จรูปเป็นแผงคอนกรีตที่เป็นเสมือนบานเกล็ด

ขนาดใหญ่ สลับกับรูปทรงระเบียงสี่เหลี่ยมที่ยื่นออกจาก

อาคาร

ภาพรวมของอาคารสถาบันการศึกษาอย่างมหาวิทยาลัย

ขอนแก่น มีลักษณะด้านรูปแบบร่วมกับสถาปัตยกรรมสมัย

ใหม่หลายพื้นที่ในประเทศไทย อาคารหลายหลังเป็นผลสืบ

เนื่องจากการออกแบบโดยสถาปนิกคนสำาคัญอย่าง คุณอมร

The Faculty of Science completed in 1966 was a

result of the requirement to establish such facilities

in northeastern universities under the 1961-1966

Regional Development Plan. The complex consists

of a two-story, one hundred- and twenty-meterlong

lecture hall and rector’s office connecting to

a five hundred seat auditorium. Additionally, the

laboratory building, or SC01 as it is known today

is a four-story, ten-meter wide, sixty-meter-long

structure linked to the chemical laboratory building

by walkways.

The chemical lab is a single-story, with five continuous

arched parabolic concrete roofs. Here, the

lecture facilities and rector’s office building have

already been demolished and replaced by a new

six-story building. As the emphasis in the use

of these buildings is lab work and lectures, the

design team utilized a wide-span structure, with

supporting pillars placed at the building rims. The

beam system is composed of a main beam and

sub-beam, which create depth for the ceiling

providing a more visually interesting structure.

There are also concrete panels that run along the

building’s length, shielding the building’s internals

from direct sunlight while also indirectly allowing

natural light to shine through, providing projected

glimpses of the architectural elements into the

laboratory.

Apart from these, other buildings that were originally

constructed at the university include the Faculty

of Agriculture’s lecture and laboratory buildings

(AG01-02). Also designed by Amorn Sriwong, these

buildings have interesting architectural details with

precast concrete panels used as roof guardrails

and canopies offering a simplistic feature for the

building’s exterior. For auxiliary buildings such as

the first and second dorms, rooms are extended

with a large number of windowpanes on the exterior

which retract internally for protection against

inclement weather and sunlight. The third and

fourth dorms designed by architects Somkid

Penpakkhul and Chalermchai Hornark utilize precast

concrete wall panels acting as large window

shutters, along with square-shaped balconies

extending from the structure.


MORE MODERN ARCHITECTURE IN MORE-KOR

161

08-09

อาคารปฏิบัติการ SC01

ในกลุ่มอาคารคณะ

วิทยาศาสตร์ สร้างเสร็จ

ปี พ.ศ. 2509

เครดิตภาพ:

กุลศรี ตั ้งสกุล

8

10

9 11

09-10

อาคารปฏิบัติการ SC01

ในกลุ่มอาคารคณะวิทยา-

ศาสตร์ มีการออกแบบ

แผ่นกรีตเป็นครีบกันแดด

ยาวตลอดแนวอาคาร

เครดิตภาพ:

นพดล ตั้งสกุล


162

revisit

12

11-12

อาคารเรียนและปฏิบัติ

การ คณะเกษตรศาสตร์

(AG01) ออกแบบ

โดย คุณอมร ศรีวงศ์

เครดิตภาพ:

กุลศรี ตั้งสกุล


MORE MODERN ARCHITECTURE IN MORE-KOR

163

Not only are these buildings physical evidence of

changes in society, culture, and politics of this

period but also their value and significance as a

blueprint for study in construction technologies

and methodology.

ศรีวงศ์ ที่ได้ฝากผลงานไว้จำานวนมากในมหาวิทยาลัยส่วน

ภูมิภาคของประเทศ จึงอาจมีความคล้ายคลึงของรายละเอียด

ทางสถาปัตยกรรมกับอาคารในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และ

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ถือได้ว่าเป็นพัฒนาการทาง

สถาปัตยกรรมที่สำาคัญอีกกลุ่มในประเทศไทยที่น่าสนใจ

เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการแสดงออกทางสถาปัตยกรรมที่

สะท้อนถึงแนวความคิดในการให้ความสำาคัญกับประโยชน์

ใช้สอย การคำานึงถึงสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศของไทย

ไปพร้อมกับสุนทรียภาพอันเกิดขึ้นจากการที่องค์ประกอบ

ทางสถาปัตยกรรมที่เป็นเปลือกนอกของอาคาร อาทิ รูป-

แบบของวัสดุและพื้นผิวผนังที่เกิดจากการตอบสนองความ

ต้องการในการระบายอากาศ จังหวะเส้นสายของระเบียง

แผงกันแดดและราวกันตก ความซ้ำาของเส้นสายในรูปด้าน

จากรูปแบบของโครงสร้าง เป็นต้น

หากจะมองในประเด็นเกี่ยวกับคุณค่าสถาปัตยกรรมสมัย

ใหม่ในกลุ่มนี้ที่ชัดเจนคือ ด้านประวัติศาสตร์ จากการเป็น

หลักฐานที่บ่งบอกการเปลี่ยนแปลงด้านสังคม-วัฒนธรรม

และการเมืองแล้ว ในด้านการเป็นต้นแบบแห่งการเรียนรู้ด้าน

เทคโนโลยีและวิธีการในการก่อสร้างผ่านงานสถาปัตยกรรม

ในยุคนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำ าคัญไม่แพ้กัน จึงถือได้ว่ามีความ

จำาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเก็บรักษาอาคารเหล่านี้เพื่อให้เป็น

มรดกทางสถาปัตยกรรมของประเทศ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่

ท้าทายสำาหรับสถานการณ์ปัจจุบัน คือการปรับการใช้งานให้

สอดคล้องกับกิจกรรมร่วมสมัย ตามเงื่อนไขในการใช้พื้นที่

เพื่อรองรับการเรียนการสอนที่เปลี่ยนไปจากเดิม นอกจากนี้

ยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการให้คุณค่าในสุนทรียภาพที่แตก

ต่างจากแบบประเพณีเดิมและแบบร่วมสมัย ซึ่งรูปแบบและ

รายละเอียดของการใช้วัสดุและวิธีการก่อสร้างของอาคารใน

กลุ่มนี้ยังต้องการการชี้ให้เห็นความสำ าคัญและตระหนักถึง

คุณค่า เพื่อที่จะรักษาสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในสถาบันการ

ศึกษาเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป

In general, many of Khon Kaen University & apos;s

buildings share appearances with other Modern

Architecture in other parts of Thailand such as

those in Chiang Mai and Prince of Songkla Universities

as many of these pieces were designed

by Amorn Sriwong, a prominent architect who

designed many other buildings for other regional

universities. These works are interesting so far as

they showcase a major advancement in architecture

in this country, particularly in terms of the

emphasis on the utility of spaces, design consideration

for Thailand’s geography and weather,

and aesthetic detailing in the architectural elements

for the exteriors. Those elements include

cladding materials that serve to ventilate buildings,

the shapes and forms of balconies, facades, and

guardrails, and the repetition of lines and shapes

of the structure.

It is acknowledged that there are challenges in

not only preservation resourcing and application

but with being able to adapt the building spaces

for contemporary use following changes in education

methods. However, the value of these

Modern Architecture buildings lies in their historical

importance. Not only are these buildings

physical evidence of changes in society, culture,

and politics of this period but also their value and

significance as a blueprint for study in construction

technologies and methodology. For these

reasons alone, it is of utmost importance to preserve

these buildings as part of the invaluable

architectural heritage of Modern Architecture

in Thailand.

รองศาสตราจารย์

ดร.นพดล ตั้งสกุล

จบการศึกษาจาก

University of Florida

ปั จจุบั นเป็ นอาจารย์ ประจ า

คณะสถาปั ตยกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

มีความสนใจด้านสถาปั ตย-

กรรมพื้นถิ่นที่อยู่อาศัย

ในลุ่มน ้าโขง และแนวคิดใน

การออกแบบสถาปั ตยกรรม

ร่วมสมัยที่มีกลิ่นอายทาง

วัฒนธรรมผสมผสาน

Assoc.Prof. Dr.

Nopadon Thungsakul

graduated from the

University of Florida.

He is currently an

associate professor

at the Faculty of

Architecture, Khon

Kaen University. His

areas of interest are

vernacular dwellings

in the Mekong River

Basin and the idea of

transforming cultural

aspects in contemporary

architecture.

ขอบคุณข้อมูลจาก 1.คณะวิจัยคณะสถาปั ตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ดาเนินโครงการศึกษารวบรวมฐานข้อมูลอาคารสมัยใหม่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น จากการ

สนับสนุนของฝ่ ายโครงสร้างพื้นฐานและ สิ่งแวดล้อม และข้อมูลประวัติอาคารจาก หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2.คณะสถาปั ตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

(2563). โครงการศึกษารวบรวมฐานข้อมูลอาคารสมัยใหม่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น. ขอนแก่น: คณะสถาปั ตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 3.พินัย สิริเกียรติกุล. (2563).

เปิ ดคลังเอกสาร อมร ศรีวงศ์. กรุงเทพฯ: สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์. 4.ยงธนิศร์ พิมลเสถียร. (2563). หลักคิดด้านคุณค่าของการอนุรักษ์สถาปั ตยกรรมใน

ประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์


164

chat

Photo courtesy of the architect


NIVES VASEENON

165

โรงเรียนสถาปั ตย์สอนให้เราคิด เราเรียนออกแบบมาเราไม่เคยจนมุม

ไม่เคยที่จะออกแบบไม่ได้ เราไม่ต้องออกแบบสถาปั ตยกรรมก็ได้

เราออกแบบโลก ออกแบบบ้าน ออกแบบงานอื่นๆ ได้หมด เพราะฉะนั้น

เราต้องออกแบบ mindset ของเราใหม่ ต้องคิดว่าโควิดอาจจะไม่หาย

ไปจากโลก แล้วเราต้องทำางานอย่างไรให้อยู่กับมันได้ ผมว่าสเกลของ

ออฟฟิ ศสถาปนิกก็อาจจะปรับเปลี่ยนด้วย เพราะอย่างนี้ ผมมองว่าการ

ทำางานวิชาชีพในแง่ของการออกแบบหรือวิชาชีพสถาปนิกนี้ ไม่มีทางตัน

นิเวศน์ วะสีนนท์

อุปนายกฝ่ ายวิชาชีพ สมาคมสถาปนิกสยามฯ

อาษา : อยากให้ท่านอุปนายกช่วยพู ดถึง

นโยบายและวิสัยทัศน์ของฝ่ ายวิชาชีพ ของ

คณะกรรมการบริหารสมาคมชุดนี้

นิ เวศน์ วะสี นนท์ ข้อแรกเลย : คณะกรรมการชุดนี้เข้า

มาพร้อมกับวิกฤตในทุกๆ เรื่อง ในเรื่องของเงินสะสมก็

ไม่มี เพราะติดการจัดงานไม่ได้ สอง พอเราเริ่มเป็นคณะ

กรรมการขึ้นมาก็มีโควิดพอดี เพราะฉะนั้นเราก็ได้คุยกัน

ในคณะกรรมการและในฐานะที่ผม ได้รับมอบหมายให้

ดูแลเรื่องวิชาชีพ เราก็เน้นไปในทิศทางที่ว่าเราพยายาม

ช่วยเหลือสมาชิกก่อน จะทำาอย่างไรให้สมาชิกมีรายได้

มีปัจจัยที่จะรอดให้ได้ก่อน แล้วค่อยไปว่ากันในเรื่องของ

การพัฒนาวิชาชีพ เราเลยเน้นไปที่ว่าทำาอย่างไรสมาชิกจึง

จะมีหนทางในการทำางานเพิ่มขึ้นนอกจากออกแบบอย่าง

เดียว แล้วก็พยายามแก้ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่มันเกิด

ขึ้นในสิ่งที่มันเป็นมานานแล้ว หรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากช่วง

โควิด ก็มีแนวทางที่เป็นไปได้สูงที่จะช่วยสมาชิกได้พอ

สมควร ซึ่งแน่นอนว่าช่วงนี้ทำางานลำาบากมาก เผลอๆ ไป

ก็จะครบวาระแล้ว เราเลยคุยกับคณะกรรมการว่าเรื่อง

สำาคัญ คือเราต้องวางรากฐานให้คณะกรรมการบริหาร

สมาคมชุดต่อไปที่จะเข้ามา ส่วนตอนนี้ก็คิดเรื่องที่จะ

ทำาให้สมาชิก มีรายได้เพียงพอไปก่อน เรามีสมาชิก 2-3

หมื่นคน ทำางานจริงไม่ถึง 20% ตรงนี้เราก็ต้องพยายาม

หาทางออกกันอีกครั้งว่าจะช่วยกันอย่างไร

อาษา : จากจุดประสงค์ที่ต้องการเข้ามาช่วย

เหลือสมาชิกในช่วงวิกฤต ทางคณะกรรมการ

ได้มีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับส่วนนี้อย่างไรบ้าง

นิ เวศน์ วะสี นนท์ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา :

ผมมองว่า

ถ้าทุกคนทำางานออกแบบกันอย่างเดียวกว่า 2-3 หมื่นคน

ก็อาจไปไม่รอด เราเลยพยายามหาช่องทางให้สถาปนิก

สามารถไปทำางานข้างเคียงอย่างอื่นได้ด้วย เช่น เป็น

ผู้เชี่ยวชาญ เป็นที่ปรึกษาต่างๆ ซึ่งจะทำาให้วิชาชีพเรา

มีหนทางในการประกอบการวิชาชีพได้มากขึ้น นอกเหนือ

จากงานออกแบบ โครงการพัฒนาวิชาชีพฯ จึงเป็นโครงการ

ที่เราพยายามนำาเสนอ เพื่อให้สถาปนิกสามารถเข้าไป

ทำางานในส่วนที่ต้องการหรือทำางานเป็นที่ปรึกษาได้ ซึ่ง

ในปัจจุบันและอนาคตจะมีงานประเภทนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ปัจจุบันสถาปนิกเรายังไม่ค่อยมีโอกาสได้พัฒนาใน

ส่วนนี้ เราจึงอยู่ในกระบวนการพัฒนาเป็นหลักสูตรขึ้นมา

เพื่อให้น้องๆ สถาปนิกรุ่นใหม่เข้าร่วมอบรมหรือมาเรียนรู้

เพื่อไปเป็นผู้เชี่ยวชาญ โดยมีอยู่ 6-7 ประเภท ได้แก่

ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้านความปลอดภัย

อาคาร ด้าน BIM ด้านนวัตกรรม ด้าน Universal ด้านเสียง

และด้านแสง/แดด/ลม เป็นต้น ถ้ามีผู้เข้าร่วมโครงการ

ประเภทละ 100 คน ก็จะเกิดการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้าน

ต่างๆ กว่า 700 คน ขึ้นมา

ตอนนี้กำาลังวางหลักการและจัดหาบุคลากรที่จะมาสอน

หรืออบรมอยู่ ซึ่งส่วนนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน

สิงหาคม 2564 นี้ รวมถึงกระบวนการด้านการรับรอง

ในฐานะที่เราจะเข้ามารับบทบาทเป็นผู้เชี่ยวชาญแต่ละ

ด้านก็จำาเป็นจะต้องได้การรองรับด้วยกระบวนการทาง

ข้าราชการ เพื่อให้มีสถานะเป็นผู้เชี่ยวชาญและสามารถ

ปฏิบัติงานได้จริง เพราะในปัจจุบันก็ยังมีข้อกฎหมาย

บางข้อที่ตีความแล้วทำาให้การทำางานบางประเภทของ

สถาปนิกรุ่นใหม่นั้นไม่สามารถกระทำาได้ ซึ่งจะเป็นข้อ

จำากัดในสายวิชาชีพและอาจทำาให้ไม่สอดคล้องไปตาม

หลักสูตรที่วางไว้ ตรงนี้เราก็ต้องค่อยๆ ปรับและประสาน

งานไปตามลำาดับ ซึ่งจะพยายามทำาให้สำาเร็จภายในปีนี้


166

chat

อาษา : จากสถานการณ์ โควิด-19 ที่เกิดขึ ้น ในแง่ของ

การประกอบวิชาชีพ ในฐานะอุปนายกฝ่ ายวิชาชีพ ได้มี

การรับฟั งหรือมีความเป็ นห่วงต่อสถาปนิกที่กำาลังรับมือ

กับสถานการณ์ครั้งนี้อย่างไรบ้าง รวมไปถึงสถาปนิก

จบใหม่ด้วย

นิ เวศน์ วะสี นนท์ โรงเรียนสถาปัตย์สอนให้เราคิด :

เราเรียนออกแบบ

มาเราไม่เคยจนมุมนะ ไม่เคยที่จะออกแบบไม่ได้ เราไม่ต้องออกแบบ

สถาปัตยกรรมก็ได้ เราออกแบบโลก ออกแบบบ้าน ออกแบบงานอื่นๆ

ได้หมด เพราะฉะนั้น เราต้องออกแบบ mindset ของเราใหม่ ต้องคิด

ว่าโควิดอาจจะไม่หายไปจากโลก แล้วเราต้องทำางานอย่างไรให้อยู่กับ

มันได้ แม้แต่ออฟฟิศในเมืองไทยก็ work from home กัน ผมว่าสเกล

ของออฟฟิศสถาปนิกก็อาจจะปรับเปลี่ยนด้วย เพราะอย่างนี้ ผมมอง

ว่าการทำางานวิชาชีพในแง่ของการออกแบบหรือวิชาชีพสถาปนิกนี้

ไม่มีทางตัน เพียงแต่ตลาดของการออกแบบอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิม

ปัจจุบันบางออฟฟิศงานล้น บางออฟฟิศก็รับคนเพิ่ม ซึ่งสวนทากับโลก

ที่เป็นอยู่ เพราะยังไงมนุษย์ก็ต้องกินต้องอยู่ และทุกๆ กระบวนการ

ต้องการสถาปนิกที่จะเข้ามาทำางาน ทุกโครงการต้องการสมองของ

พวกเรา ปัจจุบันงานรีโนเวท งานปรับปรุงอาคารก็เริ่มมีเข้ามาเรื่อยๆ

นี่อาจจะเป็นตลาดใหม่ของสถาปนิก พวกเราต้องสู้ ถึงแม้ช่วงนี้จะ

ทำางานยากมากขึ้น

อาษา : ในมุมของผู้ที่เคยผ่านวิกฤตต้มยำากุ้งปี 2540

มาก่อน คิดว่าหลักการเอาตัวรอดในวิชาชีพครั้งนั้น

สามารถนำามาปรับใช้กับวิกฤตโรคระบาดครั้งนี ้ ได้บ้างไหม

นิ เวศน์ วะสี นนท์ ช่วงปี : 2540 นั้นต้องมองว่ามันเกิดปัญหาที่

ประเทศของเรา แต่โควิดนี้เกิดทั้งโลก เพราะฉะนั้น สมัยปี 2540 เรา

ยังมีลูกค้าที่มีเงินเข้ามาซื้อ ซึ่งสมัยก่อนเป็นตลาดของอสังหาริมทรัพย์

ขนาดใหญ่ เป็นตลาดของคนต่างประเทศที่ยังมีความต้องการอยู่ แต่

แน่นอนว่าเมื่อตลาดขนาดเล็ก ของก็น้อยลง กับปัจจุบันนี้คือต่างจาก

ครั้งที่แล้วนะ เพราะตอนนี้ตลาดใหญ่ไม่มี แต่ตลาดเล็กยังมี ซึ่งโควิดก็

ดีอย่างนะ เพราะทำาให้ทุกคน set zero เท่ากัน ทุกคนใช้เงินน้อยลง พอ

work from home เราก็มีเงินเหลือมากขึ้น บัตรก็รูดน้อยลง คนก็จะมี

เงินมากพอที่จะปรับเปลี่ยนปรับปรุง ในฐานะที่เป็นสถาปนิก ผมคิดว่า

สถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้ก็อาจเป็นข้อดีของสถาปนิกทุกรุ่นเลย ไม่มีใคร

ได้เปรียบซึ่งกันและกันเลย ประสบการณ์ก็ไม่ใช่เรื่องสำาคัญเพียงอย่าง

เดียว เช่น ปัจจุบันมีตลาดต้นไม้ ใครจะไปคิดว่าบางต้นจะราคาสูงเป็น

แสน มีใครลองคิดไหมว่าถ้าลองเอามาขายในตึกใหญ่ๆ เปิดเป็นตลาด

ลอยฟ้าอะไรแบบนั้น ผมมองว่าดูเท่มาก เพราะฉะนั้น โควิดทำาให้เกิด

โอกาสที่เท่าเทียมกัน ถ้าเราไม่ได้ไปวิตกจริตกับเรื่องอื่นๆ วิกฤต

2540 ตอนนั้นออฟฟิศยังน้อย แต่ระยะไม่ยาว ขณะที่โควิดนี่อาจจะอีก

ยาวมาก แต่ตลาดมีหลากหลายมากกว่า

อาษา : ทิศทางการประกอบวิชาชีพสถาปนิกและวงการ

สถาปั ตยกรรมไทยในอนาคตอันใกล้นี้จะเป็ นอย่างไร

นิ เวศน์ วะสี นนท์ ลองดูงานโอลิมปิกที่ญี่ปุ่น :

ผมว่านั่นคือการตอบ

โจทย์งานออกแบบช่วงโควิด ญี่ปุ่นก็คือญี่ป่น เพราะเขาคิดดีเทลกัน

แทบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นวัสดุและการใช้ความร่วมมือของทุกคนใน

ชาติ เราจะเห็นว่ามันไม่ได้มี super structure คือไม่ต้องใช้เทคโนโลยี

ขนาดใหญ่ เพราะมนุษย์จริงๆ แล้วควรร่วมมือกัน ซึ่งนี่แหละจะเป็น

ทิศทางของโลกในอนาคต แต่เราจะมาร่วมมือกันยังไงให้เข้ากับยุคสมัย

ของ new normal ตรงนี้แหละที่เราต้องมาคิดกันต่อ ว่ารูปแบบของงาน

สถาปัตยกรรมในอนาคตควรจะเป็นยังไง ใช้ความสามารถของแต่ละ

สาขาอย่างไร การดีไซน์ควรเป็นยังไง อนาคตอาจมีการใช้เทคโนโลยี

มากๆ สั่งวัสดุจากเมืองนอกก็อาจจะมาไม่ได้ เราควรใช้ต้นทุนที่เรามี

ถ้าใครทำาได้ผมว่าเก่ง เหมือนญี่ปุ่น ผมว่าเก่ง

อาษา : จากประเด็นเกี่ยวกับการขอใบรับรองอนุญาต

วิชาชีพกับระเบียบใหม่ของทางสภาฯ สมาคมได้ข้องเกี่ยว

อย่างไร และมีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง

นิ เวศน์ วะสี นนท์ สมาคมเราตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นที่พึ่งของสถาปนิกแต่

:

ไม่ได้มีกฎหมายรองรับ เราไม่สามารถไปกำาหนดตัวบทกฎหมายได้

เพราะคนกำาหนดจะเป็นสภาฯ แต่ในฐานะของสมาคม เราเห็นว่าปัจจุบัน

ก็มีกฎบางข้อที่เราไม่ค่อยเห็นด้วย ซึ่งทางเราก็ทำาการฟ้องศาลปกครอง

ไปแล้ว สำาหรับกฎหมายข้อที่ไม่เป็นธรรม เราฟ้องศาลปกครองและศาล

รับฟ้องแล้ว ตอนนี้ศาลกำาลังพิจารณา ฉะนั้นกระบวนการที่จะเก็บเงิน

ก็ต้องการให้งดหรือหยุดไว้ก่อน ตอนนี้ทางเรากำาลังประสานงานกับทาง

สภาสถาปนิกฯ ทางสภาวิศวกร และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย

ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้มีน้ำาหนักในการนำาไปพูดคุยกับทาง

มหาดไทย ซึ่งเป็นต้นเรื่อง เพราะกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่

กระทรวงมหาดไทยออกมา ทั้งของสถาปนิกและวิศวกรพร้อมๆ กัน

จึงทำาให้มีผลกระทบต่อเรา ตอนนี้สภาฯ จึงขอประวิงเวลากันไปก่อน

อาจจะใช้เวลาสัก 1-2 ปี ที่ก็ยังอยู่ในกระบวนการชั้นศาลอยู่ เราพยายาม

ช่วยอยู ่

อาษา : ในส่วนของวิชาชีพ สิ ่งที่คณะกรรมการบริหาร

สมาคมชุดนี้ ได้วางไว้ มี โครงการอะไรบ้างที่ได้ทำาไปแล้ว

และกำาลังจะทำาในอนาคต

นิ เวศน์ วะสี นนท์ :เรื่องที่เรากำาลังทำากันอยู่ในปัจจุบันก็คือการลดค่า

ใช้จ่ายสมาชิก เราจะไม่เก็บค่าสมาชิกในช่วงนี้ หรือการต่อใบอนุญาต

ก็อาจจะไม่เก็บเงิน เพื่อที่สมาชิกจะไม่ต้องเสียเงิน รวมถึงพยายาม

จะตั้งกลุ่มทำางานขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่องโควิด เช่น เรากำาลังจะ

รวบรวมสมาชิกและหาสถานที่ฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นโควตาของทางสมาคม

และตั้งคณะกรรมการเข้ามาช่วยเรื่องของสมาชิกที่ประสบปัญหาจาก

โควิด หรือเรื่องโรงพยาบาลสนาม ที่เราอยากเข้าไปช่วย ซึ่งเรากำาลัง

จัดทำากันอยู่ในปัจจุบัน สามารถเข้าไปดูในเว็บไซต์และเพจของทาง

สมาคมฯ เพิ่มเติมได้ จะมีรายละเอียดประกอบครบถ้วน ในส่วนของ

โครงการจัดทำา TOR โครงการนี้ได้ทำามาตั้งแต่คณะกรรมการชุดที่แล้ว

ทางชุดเราเข้ามาประสานงานต่อให้สำาเร็จลุล่วงไปด้วยดี ตอนนี้

สมาคมฯ ได้มอบหมายให้คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปากร จัดทำา

เป็นต้นแบบของโครงการนี้โดยพยายามทำาให้สถาปนิกทุกระดับมี

โอกาสทำางานประกวดแบบต่างๆ ของทางราชการ และได้ประสานกับ

ทางกรมบัญชีกลางเพื่อให้เอาไปปฏิบัติใช้งานจริงได้ด้วย ทั้งหมดนี้

จะเสร็จเรียบร้อยภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ ถ้าเรียบร้อยแล้วจะมีการ

ประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกทุกคนได้รับทราบอีกครั้ง แต่อย่างที่บอกว่า

คณะกรรมการชุดผมก็กำาลังจะหมดวาระแล้ว เราคงทำาได้แค่ระดับหนึ่ง


NIVES VASEENON

167

สมาคมเราตั้งขึ ้นมาเพื่อเป็ นที่พึ ่งของสถาปนิกแต่ไม่ได้มีกฎหมายรองรับ เราไม่

สามารถไปกำาหนดตัวบทกฎหมายได้ แต่ในฐานะของสมาคม เราเห็นว่าปั จจุบัน

ก็มีกฎบางข้อที่เราไม่ค่อยเห็นด้วย ซึ ่งทางเราก็ทำาการฟ้ องศาลปกครองไปแล้ว

สำาหรับกฎหมายข้อที่ไม่เป็ นธรรม เราฟ้ องศาลปกครองและศาลรับฟ้ องแล้ว

ตอนนี้ศาลกำาลังพิจารณา

อาษา : ช่วยทิ ้งท้ายถึงผู้ที่กำาลังอยู่บนเส้นทาง

วิชาชีพสถาปนิกสั กนิ ดได้ ไหม

นิ เวศน์ วะสี นนท์ ผมมองอย่างนี้นะ :

ไม่ว่าโลกของเราจะ

มีโควิดหรือมีอะไรก็ตาม ผมอยากให้เรายึดมั่นอุดมการณ์

ในวันที่เรากำาลังจะเข้ามหาวิทยาลัย ตอนคุณเรียนมัธยม

คุณอยากเข้าเรียนสถาปัตย์เพราะอะไร ลองเอาตัวนั้น

เป็นที่ตั้ง ถึงแม้เราเรียนไปอุดมการณ์จะลดลงก็ตาม

(หัวเราะ) แต่ถ้าเรายึดมั่นในอุดมการณ์ว่าอยากจะเป็น

สถาปนิก ผมว่าตรงนี้จะช่วยเป็นน้ำาเลี้ยงจิตใจและทำาให้

เราสู้ต่อไปได้ เราจะบอกว่าโอเค ในช่วงชีวิตตรงนี้เป็นสิ่ง

ที่บั่นทอนชีวิต หมดโอกาสในการทำางานอะไรก็ตาม ผม

ว่าต้องคิดใหม่ เราลองมองว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายชีวิต จะมี

สักกี่ครั้งที่โรคระบาดทั่วโลก ถ้าเราปรับตัวได้ สู้ได้ เราก็

ทำางานได้ ต่อให้มีอะไรอื่นต่อจากนี้ผมว่าเราก็จะผ่านไป

ได้ทุกอย่าง

อยากให้นึกถึงตอนที่เราอยากจะเข้ามาทำางานนี้และเอา

สิ่งนั้นมาหล่อเลี้ยงจิตใจเราให้ได้ ผมทำางานตรงนี้มา 40 ปี

ผ่านหลายสถานการณ์ ผมว่าเราก็อยู่ได้ถ้าเราไม่ท้อกับ

มันไปเสียก่อน อยากฝากสถาปนิกทุกท่าน รวมทั้งน้องๆ

สถาปนิกรุ่นใหม่ว่าไม่ว่าโลกจะเป็นยังไง ปัจจัยสี่ของ

มนุษย์ ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม วิชาชีพสถาปนิกสามารถ

เข้ามา support ได้ 3-4 ปัจจัยเลยนะ ฉะนั้น อาชีพนี้มัน

จำาเป็นแน่นอน ช่องทางเหล่านี้ทำาให้วิชาชีพนี้เป็นวิชาชีพที่

น่าภาคภูมิใจ และเมื่อเราทำาแล้วเสร็จ ผลงานของเราก็จะ

อยู่ไปอีกหลายสิบปี ผมว่าความภูมิใจมันอยู่ตรงนั้นนะ

ถ้าเรามองแบบนี้ อาจช่วยให้เราอยู่ได้ และอยู่รอดไปได้

ฝากแค่ว่าอย่าท้อ เพราะยังไงอาชีพสถาปนิกก็ยังอยู่คู่กับ

โลกของเรา


168

the last page

Photo: Kukkong Thirathomrongkiat

เรามักพยายามออกแบบ ‘ผิว’ เพื่อให้คนภายนอกเห็น และผิวจะ

ห่อหุ้มสิ่งที่ไม่อาจเห็นอยู่ภายใน แต่บางครั้งผิวก็เป็นส่วนหนึ่งใน

การสร้าง หรือสะท้อนสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในนั้นอย่างปฏิเสธไม่ได้…

กึกก้อง ธิรธรรมรงค์เกียรติ ์

จบการศึกษาจากคณสถาปั ตยกรรมศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 ปั จจุบัน

เป็ นสถาปนิกและช่างภาพในกรุงเทพฯ และเป็ น

บรรณาธิการผู้ก่อตั้งแม็กกาซีนชื่อ Window

Kukkong Thirathomrongkiat

graduated from the Faculty of Achitecture,

Chulalongkorn University in 2008.

He is currently an Architect and Photographer

based in Bangkok and is the

founding editor of Window magazine.

ยิ่ง ‘ผิว’ นั้นดึงดูดหรือน่าสนใจเท่าไร ผมก็มักตั้งคำาถามต่อสิ่งที่

อยู่ข้างในนั้น ทั้งที่เห็นด้วยตา หรือสัมผัสได้ด้วยความรู้สึก

We always try to design ‘skin’ for people to see from the

outside, and that skin envelops the unseen within. But

sometimes, undeniably, the skin is in itself a part of the

building or reflects what is hidden within it...

The more attractive or interesting the ‘skin’ is, the more

I am curious about what lies inside, either can it be seen

by the eyes or be sensed by the feeling.