1 เฉลยแบบฝกหัดเพิ่มเติม (http://www.sc.mahidol.ac.th/scpm/) หนังสือ (

sc.mahidol.ac.th

1 เฉลยแบบฝกหัดเพิ่มเติม (http://www.sc.mahidol.ac.th/scpm/) หนังสือ (

เฉลยแบบฝกหัดเพิ่มเติม (http://www.sc.mahidol.ac.th/scpm/)

หนังสือเภสัชวิทยา เนื้อหาสําคัญและแบบฝกหัด

(Pharmacology principles and exercises)

ณัฐวุธ สิบหมู

ภาควิชาเภสัชวิทยา

คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล

Update

#1 วันเสารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552 #2 วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552

#3 วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ พ.ศ. 2553 #4 วันจันทรที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

บทที่ 1 เภสัชจลนศาสตร

แสดงวิธีคิดโจทยคํานวณ

11. จ pH = pK a + log ([A - ]/[HA]) (หนาที่ 5)

ยาที่อยูในรูปที่ถูกดูดซึมไดคือยาที่ไมมีประจุ (HA)

1.5 = 3.5 + log ([A - ]/[HA])

log ([A - ]/[HA]) = -2

[A - ]/[HA] = 10 -2 = 1/100

ดังนั้นมียาที่ไมมีประจุหรือ HA เปนสัดสวนเทากับ 100/101 ของยาทั้งหมด หรือ = 99%

12. ข ทุกคาครึ่งชีวิต (t 1/2 ) ระดับยาจะลดลงครึ่งหนึ่ง จากโจทยยามี t 1/2 = 6 h

แตละ t 1/2 ระดับยาจะลดลงดังนี้ 32 → 16 → 8 → 4 → 2 mg/L ดังนั้นใชเวลา 4 × t 1/2 = 24 h

13. ค จากตารางที่ 1.4 (หนาที่ 21) ทุกคาครึ่งชีวิตระดับยาจะเพิ่มขึ้นครึ่งหนึ่งของระดับที่เหลือที่จะถึงภาวะ

สมดุล

เมื่อใหยาไป 1 ครั้ง (ที่เวลา t = 0) ระดับยาเพิ่มเปน 50%C ss ณ เวลา 1 × t 1/2

เมื่อใหยาครั้งที่ 2 (ที่เวลา t = 1 × t 1/2 ) ระดับยาเพิ่มเปน 75%C ss ณ เวลา 2 × t 1/2

ดังนั้นกอนใหยาครั้งที่ 3 (ที่เวลา t = 2 × t 1/2 ) ระดับยา = 75%C ss

14. ง จากตารางที่ 1.4 (หนา 21) ระดับยาเพิ่มถึง 90% ของ C ss ที่เวลา 3 × t 1/2 ถึง 4 × t 1/2 ซึ่งคือระหวาง

36-48 h (ยานี้มี t 1/2 = 12 h) ดังนั้นคําตอบที่เปนไปไดคือ 40 h

18. ง V d = dose/C 0

จากโจทย dose = 100 mg, C 0 = 20 μg/mL = 0.02 mg/mL

V d = 100 mg/(0.02 mg/mL) = 5000 mL = 5 L

26. จ Dose = V d × C 0

จากโจทย ยานี้กระจายในน้ําทั่วรางกายซึ่งปริมาณน้ําในรางกายเทากับ 60% ของน้ําหนักตัว คนหนัก 70 kg

จึงมีน้ําเทากับ 70 × 60/100 = 42 kg หรือ 42 L = V d

จากโจทย C 0 = 10 mg/L

ดังนั้น dose = 42 L × 10 mg/L = 420 mg

28. ง จากสูตร MD = C ss × CL × τ (หนาที่ 22)

จากโจทย C ss = 2 μg/mL = 2 mg/L, τ = 4 h

ตองหาคา CL จากสูตร CL = k e × V d = 0.7 × V d / t 1/2 (หนาที่ 14)

1


CL = 0.7 × 45 L/0.5 h = 63 L/h

ดังนั้น maintenance dose (MD) = (2 mg/L) × (63 L/h) × (4 h) = 504 mg ~ 500 mg

30. ง โจทยใหหา CL liver โดยใชสูตร CL organ = Q × ER (หนาที่ 14)

F = (1-hepatic extraction ratio) × %absorption (หนาที่ 7)

Hepatic extraction ratio หรือ ER liver = 1 - F/%absorption = 1 – 0.25/0.95 = 0.74

ดังนั้น CL liver = 1,500 mL/min × 0.74 = 1,110 mL/min

32. จ pH = pK a + log ([A - ]/[HA]) (หนาที่ 5)

ในกระแสเลือด: 7.4 = 3.4 + log ([A - ]/[HA])

log ([A - ]/[HA]) = 4

[A - ]/[HA] = 10 4 = 10,000

ในกระแสเลือดซึ่งมี pH 7.4 จะมีสัดสวนของยาที่มีประจุตอยาที่ไมมีประจุ = 10,000:1

37. ข ดูจากกราฟหรือตารางไดคา t 1/2 ~ 3 h (เวลาที่ระดับยาลดลงครึ่งหนึ่งจาก 5.8 เปน 3.0 μg/mL คือ 3

h) ดังนั้น k e = 0.7/t 1/2 = 0.7/3 = 0.23 h -1

38. ค V d = dose/C 0

จากโจทย dose = 5 mg/kg และดูจากกราฟที่ t = 0 ได C 0 ~ 7 μg/mL = 7 × 10 -3 mg/mL

= (5 mg/kg × 70 kg)/(7 × 10 -3 mg/mL)

= 50,000 mL = 50 L

42. ง จากสูตร MD = C ss × CL × τ

MD = (5 mg/L) × (8 L/h) × (8 h)

= 320 mg

44. ง จากสูตร MD = C ss × CL × τ

จากโจทย C ss = 8 μg/mL = 8 × 10 -3 mg/mL, CL = 0.08 L/min = 4,800 mL/h

MD = (8 × 10 -3 mg/mL) × (4,800 L/h) × 4 h

= 153.6 mg ~ 150 mg

45. จ ระดับยาเริ่มตน 6 μg/mL ซึ่งจะลดลงครึ่งหนึ่งเมื่อเวลาผานไป 1 × t 1/2 คือ 6 → 3 → 1.5 →

0.75 μg/mL ซึ่งใกลกับระดับยาที่ใหผลการรักษา (0.8 ug/mL) และใชเวลา 3 × t 1/2 = 3 × 40 = 120 h = 5

days

46. ง Loading dose (LD) = V d × C ss

จากโจทย V d = 60 L = 60,000 mL, C ss = 8 μg/mL

LD = (60,000 mL) × (8 μg/mL)

= 480,000 μg = 480 mg

47. ง จากโจทย k e = 0.35 h -1 คํานวณ t 1/2 = 0.7/k e = 0.7/(0.35 h -1 ) = 2 h

ใชเวลาประมาณ 5 × t 1/2 ที่ยาจะเขาสูระดับสมดุลในเลือด คือ 10 h

48. ค จากตารางที่ 1.4 (หนา 21) ระดับยาเพิ่มถึง 90% ของ C ss ที่เวลา 3 × t 1/2 ถึง 4 × t 1/2 ซึ่งใชเวลา 10

h (ตามโจทย)

ถา 3 × t 1/2 = 10 h คํานวณได t 1/2 = 3.3 h

ถา 4 × t 1/2 = 10 h คํานวณได t 1/2 = 2.5 h

ดังนั้นระดับยาเพิ่มถึง 90% ของ C ss ที่เวลาประมาณ 2.5-3.3 h ซึ่งตรงกับคําตอบคือ 3 h

2


53. ก C t = C 0 . e -ket

ที่ t = 12 h พบวา C = 3 mg/L และ t 1/2 = 6 h ได k = 0.7/ t 1/2 = 0.7/6 = 0.1167 h -1

คํานวณ C 0 = C t / e -ket = (3 mg/L)/e -0.1197 × 12 = 12.62 mg/L

จาก V d = dose/C 0

Dose = V d × C 0 = (10 L) × (12.62 mg/L) = 126.2 mg

56. ข CL = k e × V d

k e = CL/V d = (4 L/h)/(80 L) = 0.05 h -1

t 1/2 = 0.7/k e = 0.7/(0.05 h -1 ) = 14 h

57. ค CL = k e × V d

ดูจากกราฟได t 1/2 = 20 h (เวลาที่ระดับยาลดจาก 30 เปน 15 μg/mL)

ได k e = 0.7/t 1/2 = 0.7/20 = 0.035 h -1

V d = dose/C 0 = (150 mg)/(30 μg/mL) = (150 mg)/(0.03 mg/mL) = 5,000 mL

ดังนั้น CL = (0.035 h -1 ) × (5000 mL) = 175 mL/h

58. ง จากตารางที่ 1.4 (หนา 21) เวลาที่ระดับยาในเลือดมีคา 87.5% ของระดับสมดุลคือ 3 × t 1/2 = 3 × 2

= 6 h

59. ง จากสูตร CL = 0.7 × V d /t 1/2 หรือ t 1/2 = 0.7 × V d /CL = 4 h

ยานี้ถูกขับออกทางไตเทานั้น ถาไตเหลือเพียงขางเดียว CL จะลดลงครึ่งหนึ่ง จะได t 1/2 = 0.7 × V d /(0.5 ×

CL) หรือคาครึ่งชีวิตเพิ่มเปน 2 เทา = 8 h

จากตารางที่ 1.4 (หนา 21) ใชเวลา ~ 5 × t 1/2 ที่ระดับยาเขาสูภาวะสมดุล (96.87% ของ C ss ) คือ 5 × 8 = 40

h

60. ง จากภาพที่ 1.16 และ 1.17 ใชเวลา ~ 5 × t 1/2 ที่ระดับยาจะเขาสูสมดุลในเลือด เนื่องจากกราฟที่

ระดับยาเพิ่มขึ้นเปนกระจกเงาของกราฟที่ระดับยาลดลงแบบ first-order kinetics ดังภาพ

3


เวลาที่ระดับยาเพิ่มถึง 90% ของ C ss คือเวลาที่ระดับยาลดเหลือ 10%

จากสูตร C t = C0 . e -ket

k = 0.7/t 1/2 = 0.7/7 = 0.1 day -1

C t = 10%, C 0 = 100%

ดังนั้นได 10 = 100 × e -0.1t

e -0.1t = 0.1

-0.1t = ln 0.1 = -2.3026

t = 23 day

61. จ V d = dose/C 0

dose = 80 mg = 80,000 μg

V d = (80,000 μg)/(4 μg.mL -1 )

= 20,000 mL

= 20 L

62. ง Loading dose (LD) = V d × C ss

จากโจทย V d = 50 L, C ss = 10 mg/L

LD = (50 L) × (10 mg/L)

= 500 mg

63. จ Loading dose (LD) = V d × C ss

จากโจทย V d = 60 L, C ss = 2 mg/L

LD = (60 L) × (2 mg/L)

= 120 mg

แตเนื่องจากยามี oral bioavailability 50% ดังนั้นตองเพิ่ม dose เปน 2 เทา คือเทากับ 240 mg

64. ง C ss = Q/CL

จากโจทย Q = 3 mg/min, CL = 0.6 L/min

C ss = (3 mg/min)/(0.6 L/min)

= 5 mg/L

66. ง V d = dose/C 0

จากโจทยกราฟเปน semilog (log ฐาน 2), dose = 20 mg/kg × 50 kg = 1000 mg และดูจากกราฟได C 0 =

100 μg/mL = 0.1 mg/mL

V d = dose/C 0

= (1000 mg)/(0.1 mg/mL)

= 10,000 mL

= 10 L

67. ค C ss = Q/CL

จากโจทย Q = 400 mg/h, CL = 50 L/h

C ss = (400 mg/h)/(50 L/h)

= 8 mg/L

68. ก V d = dose/C 0

4


จากโจทยกราฟเปน semilog (log ฐาน 10), dose = 140 mg และดูจากกราฟเปน two-compartment

model โดยระยะกําจัดมี C 0 = 80 μg/mL (โดยการลากเสนตรงระยะกําจัดไปตัดแกน Y) หรือ C 0 = 0.08

mg/mL

V d = (140 mg)/(0.08 mg/mL) = 1,750 mL = 1.75 L ~ 2 L

69. ข CL = k e × V d

ดูจากกราฟพบวา t 1/2 = 2 h (ระยะเวลาที่ระดับยาลดจาก 10 μg/mL จนเหลือ 5 μg/mL ซึ่งใชเวลา 2 h)

k e = 0.7/t 1/2 = 0.7/2 = 0.35 h -1

CL = (0.35 h -1 ) × (2 L)

= 0.7 L/h

81. จ จากโจทยยาถูกกําจัดโดย zero-order kinetics ดวยอัตราคงที่ = 5 mg/h ตองการใหหาเวลาที่ยา

ลดลงจาก 10 mg/L เปน 5 mg/L ซึ่งปริมาณยาที่เปลี่ยนแปลงคือ 5 mg/L

เนื่องจากยามี V d = 50 L ดังนั้นปริมาณยาที่เปลี่ยนแปลง = 5 mg/L x 50 L = 250 mg ซึ่งใชเวลา

= (250 mg)/(5 mg/h) = 50 h

83. ข จากโจทย CL total = 0.5CL metabolism + 0.4CL glomerular filtration + 0.1CL bile

ถา glomerular filtration ลดลงครึ่งหนึ่งจะได CL ใหมดังนี้

CL totalในโรคไต = 0.5CL metabolism + 0.2CL glomerular filtration + 0.1CL bile

= 0.8CL total

จากสูตร C ss = Q/CL ถาตองการใหระดับ C ss เทาเดิม คา Q ควรเปนเทาไร

(5 mg/h)/CL total = Q/(0.8 × CL total )

Q = 4 mg/h

84. ก ถายานี้ถูกดูดซึมไดเร็วมาก ในการกินครั้งแรกระดับยาในเลือดจะเพิ่มถึงประมาณ 50% ของ C ss ที่

เวลา 1 × t 1/2 หรือ 6 h ตามโจทย ซึ่งระดับยาที่จุดนี้ = 16 mg/L ดังนั้นความเขมขนที่สมดุลคือ ~32 mg/L

ในการกินครั้งที่ 4 หรือที่เวลา 3 × t 1/2 จะมีระดับยาในเลือด 87.5% ของ C ss (ตารางที่ 1.4) จึงได

ระดับยาหลังการกินครั้งที่ 4 (3× t 1/2 ) คือ 32 × 87.5% = 28 mg/L และเมื่อผานไปอีก 6 h หรือ 1 × t 1/2 (กอน

การกินครั้งที่ 5) ระดับยาลดลงครึ่งหนึ่งคือเหลือ 14 mg/L

85. ค CL = k e × V d = 0.7 × V d /t 1/2 (หนาที่ 14)

จากโจทย CL = 350 mL/min = 0.35 L/min

t 1/2 = 0.7 × V d /CL = 0.7 × (70 L)/(0.35 L/min) = 140 min

86. ง Loading dose (LD) = V d × C ss (หนาที่ 20)

โจทยใหหา dose ตามเงื่อนไข ในคนหนัก 70 kg

LD = (300 L) × (20μg/L)

= 6,000 μg = 6 mg

แตยามี oral bioavailability (F) = 0.25 ดังนั้นตองเพิ่ม dose ยา

ดังนั้น dose ยาที่ให = 6 mg/0.25 = 24 mg

91. จ จากสูตร CL R = f u (GFR + CL S )(1-FR) (หนาที่ 18)

จากโจทย f u = 60% = 0.6 (สัดสวนของยาที่ไมจับกับโปรตีนในพลาสมา), GFR = 120 mL/min, CL S = 0

(เนื่องจากไมไดบอกมา) ตองการใหหา FR

18 mL/min = 0.6 × (120 mL/min + 0)(1-FR)

1-FR = 0.25

FR = 0.75 = 75%

5


94. ง

Creatinine clearance ในผูหญิง = (140 – อายุ) (น้ําหนัก) × 0.85

72 × serum creatinine

= (140 – 68)(60)(0.85)/(72 × 3)

= 17 mL/min

ดูจากตารางการปรับยาในผูปวยโรคไต พบวาในผูปวยรายนี้ซึ่งมี creatinine clearance 17 mL/min ตองให

ขนาดยา 30-70% ของขนาดยาปกติ ทุก 12 h

จากโจทยขนาดยาในคนปกติที่หนัก 60 kg คือ 1.7 mg/kg × 60 kg = 102 mg ทุก 8 h

สําหรับผูปวยรายนี้ ขนาดยาคือ 30.6 – 71.4 mg ทุก 12 h

95. ค MD = C ss × CL × τ/F (หนาที่ 23)

ตองหาคา CL กอน

จากขอมูล IV infusion คํานวณ CL = Q/C ss = (30 mg/h)/(15 mg/L) = 2 L/h

MD = (15 mg/L) × (2 L/h) × (6 h)/0.9 = 200 mg

บทที่ 2 เภสัชพลศาสตร

แสดงวิธีคิดโจทยคํานวณ

27. ค จากหนาที่ 34 ถาเพิ่ม dose เปน 2 เทาจะทําใหระยะเวลาการตอบสนองนานขึ้นอีกเทากับ t 1/2 ซึ่งคือ

6+8 = 14 h

28. ข ยาที่กอใหเกิดพิษมากที่สุดคือยาที่มี toxic dose1/effective dose99 นอยที่สุด

45. ก ยาที่ปลอดภัยคือยาที่มี therapeutic index (TI) มาก

TI = LD 50 /ED 50 เมื่อคํานวณ TI จากตารางในโจทยพบวายา A มีคามากที่สุด = 35

46. ง TI = LD 50 /ED 50

= (500 mg/kg)/(50 mg/kg) = 10

บทที่ 26 เภสัชวิทยาของฮอรโมนจาก hypothalamus และตอม pituitary

4. ง (ที่เฉลย จ นั้นผิด) 5. ง (ที่เฉลย จ นั้นผิด) 18. ง 19. จ 20. ข 21. ค

บทที่ 27 เภสัชวิทยาของฮอรโมนจาก adrenal cortex

17. ค 18. ข 19. ง 20. จ 21. ข 22. จ 23. จ

บทที่ 28 เภสัชวิทยาของฮอรโมนในระบบสืบพันธุ

33. ค 34. จ 35. จ 36. ข

บทที่ 29 อินซูลินและยากินลดกลูโคสในเลือด

24. ง 25. ก 26. ง 27. ข 28. ก 29. ค 30. ข

บทที่ 30 ยาไทรอยดและยาตานไทรอยด

19. จ 20. จ

บทที่ 31 ยาที่มีผลตอสมดุลของแคลเซียมและกระดูก

19. ข 20. ข 21. ข 22. ง 23. จ 24. ก 25. ก

บทที่ 39 ยาตานปรสิต

57. ก หรือ ข

6


แกคําผิด

หนาที่ ตําแหนง ในหนังสือที่ผิด ที่ถูก

11 ภาพที่ 1.8 C t = k e t + C o C t = - k e t + C o

16 แถวซาย ในโจทยตัวอยาง

ขางลาง

ยาชนิดหนึ่งมี volume of

distribution = 0.05 L/kg และ

clearance = 0.7 L/kg

ยาชนิดหนึ่งมี volume of

distribution = 0.05 L/kg

และ clearance = 0.7 L/h

25 แถวขวา ที่ “สรุปและทิศทาง

ในอนาคต”

กระบวนการทางเภสัชพลศาสตร กระบวนการทางเภสัช

จลนศาสตร

88 ภาพที่ 5.3 ในกรอบ “ยาที่

ออกฤทธิ์โดยออม (indirectacting

drugs)”

α 1 -adrenergic receptor

antagonist

Yohimbine

104 คําอธิบายภาพที่ 6.5 บรรทัด

สุดทาย

244 ขอ 4 ตัวเลือก ง ยายับยั้งเอนไซม

aminolevulinic acid

synthethase

α 2-adrenergic receptor

antagonist

Yohimbine

เรียบที่หูรูดชั้นและ เรียบที่หูรูดชั้นในและ

ยาเหนี่ยวนําเอนไซม

aminolevulinic acid

synthethase

261 ขอ 11 เติมตอทายโจทย.... อาจทํา

ใหเกิดภาวะใดตอไปนี้เมื่อ

หยุดยากะทันหัน

289 คําอธิบายภาพที่ 19.2

บรรทัดที่ 2

...ถูกเปลี่ยนเปน angiotensin

โดยเอนไซม...

311 แถวซาย บรรทัดที่ 9 จาก ใชพนสูดหายใจเพื่อขยายหลอด

ขางลาง

เลือด

325 ตารางที่ 21.2 Dofetilide ที่ใชรักษา atrial

fibrillation อยูใน class I

376 ตารางที่ 25.2 มีโรคตอมลูกหมากโต (benigh

prostatic hyperplasia)

405 ขอที่ 36 ตัวเลือก ก. ทําให SA node เกิด

depolarization ชาลง

...ถูกเปลี่ยนเปน angiotensin

I โดยเอนไซม...

ใชพนสูดหายใจเพื่อขยาย

หลอดลม

ยาย dofetilide ไปอยูใน

class III

มีโรคตอมลูกหมากโต

(benign prostatic

hyperplasia)

ทําให atrial ectopic

pacemaker เกิด

depolarization ชาลง

409 ขอที่ 16 เติมคําวา thiazide ในโจทย ผูปวยที่ไดรับยาขับปสสาวะ

thaizide ควรไดรับคําแนะนํา

ใหเฝาระวังภาวะใด

464 ตารางที่ 28.1 Tomoxifen Tamoxifen

476 ภาพที่ 29.3 Ca 2+ ยับยั้ง exocytosis ของ

secretory granule [เพราะใน

ภาพเปนเครื่องหมาย (-)]

507 แถวขวา บรรทัดที่ 9 หมายเหตุ ยาขับปสสาวะกลุม

thiazide diuretics ยับยั้งการดูด

กลับแคลเซียม...

แกเครื่องหมาย (-) ในภาพที่

ผลของ Ca 2+ ตอ exocytosis

ใหเปน (+)

หมายเหตุ ยาขับปสสาวะกลุม

thiazide diuretics เพิ่มการ

ดูดกลับแคลเซียม...

521 ขอที่ 29. โจทย จากเม็ดสุดทาย (วันที่ 7-21)… จากเม็ดสุดทาย (วันที่ 8-

21)…

556 แถวขวา Aminoglycosides netilmycin

netilmicin

ตัวอยางยา

593 ภาพที่ 37.4 หนวยของ viral load (viral

mRNA/mL plasma)

หนวยของ viral load (×1000

copies of viral mRNA/mL

7


plasma)

603 แถวขวา บรรทัดที่ 10 จาก

ลาง

Zanamivir ใชในการรักษา

เทานั้น

Zanamivir ใชในการรักษา

และปองกัน

625 แถวซาย บรรทัดที่ 3 จากบน (ดูบทที่ 33 ยายับยั้งการสราง

ผนังเซลลของแบคทีเรีย)

(ดูบทที่ 34 ยายับยั้งการ

สังเคราะหโปรตีนใน

แบคทีเรีย)

687 ขอที่ 89 ในโจทย cetriaxone ceftriaxone

689 ขอที่ 99 ตัวเลือก ข Aminoxicillin Amoxicillin

772 แถวซาย บรรทัดที่ 1 human recombinant

monoclonal IgG

humanized recombinant

monoclonal IgG

8

More magazines by this user
Similar magazines