11.05.2016 Views

Annual Report 2015-2

You also want an ePaper? Increase the reach of your titles

YUMPU automatically turns print PDFs into web optimized ePapers that Google loves.

ศูนย์บริการประชาชน ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี ในฐานะศูนย์รับเรื่องราว

ร้องทุกข์ของรัฐบาล มีภารกิจหลักในการรับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนที่มีมาถึงนายกรัฐมนตรี

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรี รวมทั้ง ประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหา

และอ านวยความสะดวกแก่มวลชนที่มาพบหรือชุมนุมร้องเรียน ตลอดจนตรวจสอบข้อเท็จจริง

ในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ที่ส าคัญ โดยมีช่องทางการรับเรื่องร้องทุกข์ ภายใต้ชื่อ ๑๑๑๑ ได้แก่

สายด่วนของรัฐบาล ๑๑๑๑ เว็บไชต์ www.1111.go.th ตู้ ปณ. ๑๑๑๑ และจุดบริการประชาชน ๑๑๑๑

นอกจากนี้ ยังรับผิดชอบก ากับดูแลส่งเสริมสนับสนุนและแนะน า หน่วยงานของรัฐ ในการปฏิบัติ

ตามระเบียบส านักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. ๒๕๔๘

และระเบียบส านักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ. ๒๕๕๒

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศูนย์บริการประชาชนได้มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการให้บริการ

เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง

ของเทคโนโลยี ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ศูนย์บริการประชาชนได้เปิดช่องทางการรับเรื่องร้องทุกข์

ทาง Mobile Application (PSC 1111) เพิ่มขึ้นอีกช่องทางหนึ่ง เพื่ออ านวยความสะดวกให้ประชาชน

ในการแจ้งเรื่องร้องทุกข์และติดตามผลการด าเนินการได้ด้วยตนเอง

และโดยที่ รัฐบาลได้ให้ความส าคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

ซึ่งศูนย์บริการประชาชนได้น านโยบายและข้อสั่งการหลายประการไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

เช่น เชื่อมโยงการท างานกับศูนย์ด ารงธรรมจังหวัดทั่วประเทศ การเปิดช่องทางการรับเรื่องร้องทุกข์

ส าหรับชาวต่างประเทศ และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยหรือพ านักอยู่ในประเทศไทย

รวมทั้งการจัดตั้งจุดบริการร่วม ๒๓ หน่วยงาน เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์ ณ จุดบริการประชาชน ๑๑๑๑

(ส านักงาน ก.พ. เดิม) เป็นต้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและสามารถความสนองตอบ

ความต้องการของประชาชนผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ


หนังสือรายงานประจ าปีงบประมาณ ๒๕๕๘ เล่มนี้ จัดท าขึ้นโดยรวบรวมผลงาน โครงการ

กิจกรรมต่างๆ ของศูนย์บริการประชาชน ที่ได้ด าเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘

เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการด าเนินงานไปสู่ประชาชนและผู้สนใจ ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า

ข้อมูลเนื้อหาในรายงานเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่สนใจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในการนี้ ผมขอขอบคุณเพื่อนข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่มีส่วนส าคัญในการขับเคลื่อน

การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และขอขอบคุณประชาชนผู้รับบริการที่ให้

ความไว้วางใจในการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์ของศูนย์บริการประชาชน

นายพีระ ทองโพธิ์

ผู้อ านวยการศูนย์บริการประชาชน


สารบัญ

สารจากผู้อ านวยการศูนย์บริการประชาชน

ส่วนที่ ๑

ข้อมูลทั่วไป

- อ านาจหน้าที่ ๑

- วิสัยทัศน์ ๑

- พันธกิจ ๑

- โครงสร้างส่วนราชการ ๒

- อัตราก าลัง ๓

- บุคลากร ๔

- ช่องทางการให้บริการ ๒๐

- แผนที่ท าเนียบรัฐบาล และสถานที่ตั้งศูนย์บริการประชาชน ๒๑

- ขั้นตอนและระยะเวลาการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์ ๒๒

ส่วนที่ ๒

สรุปผลการด าเนินงานของศูนย์บริการประชาชน

- ภารกิจตามนโยบายและข้อสั่งการของรัฐบาล ๒๘

- ภารกิจด้านการประสานมวลชนและองค์กรประชาชน ๓๕

- ภารกิจเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ๔๕

- ภารกิจตามแผนปฏิบัติการประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ ๔๘

- ศบช. เปิดบ้าน ๕๖

ส่วนที่ ๓

สรุปผลการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์จากประชาชน ๕๙



ข้อมูลทั่วไป

อ ำนำจหน้ำที่

ศูนย์บริการประชาชนเป็นส่วนราชการระดับส านัก สังกัดส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

โดยมีอ านาจหน้าที่ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๔๙ ลงวันที่

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๙ ดังนี้

๑. ด าเนินการเกี่ยวกับการร้องทุกข์ ร้องเรียนขอความเป็นธรรม และการขอความช่วยเหลือที่มีผู้ยื่น

ค าร้องต่อนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรี รวมทั้งปัญหา

ความเดือดร้อนของประชาชน

๒. ให้ค าแนะน าเกี่ยวกับกฎหมายและการด าเนินคดีแก่ประชาชนที่มาขอความช่วยเหลือและ

ขอค าแนะน าจากนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรี

๓. ประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาและอ านวยความสะดวกแก่มวลชนที่มาพบหรือชุมนุมร้องเรียนต่อ

นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรี

๔. ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาส าคัญที่เป็นกรณีเร่งด่วน

๕. ด าเนินการให้เป็นไปตามระเบียบส านักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

พ.ศ. ๒๕๔๘

๖. ด าเนินการให้เป็นไปตามระเบียบส านักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์

พ.ศ. ๒๕๕๒

๗. ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

วิสัยทัศน์

เป็นองค์กรกลางในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล และเป็นศูนย์กลางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน

ของประชาชนที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อประโยชน์สุขและตอบสนองการมีส่วนร่วมของประชาชน

ในการบริหารงานภาครัฐ

พันธกิจ

๑. พัฒนาช่องทางการร้องทุกข์ในทุกช่องทางให้เป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล

๒. พัฒนาระบบเครือข่ายให้เป็นศูนย์ประสานเร่งรัดติดตามและประเมินผลการแก้ไขปัญหา

ความเดือดร้อนของประชาชน

๓. เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

๔. พัฒนากระบวนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นระบบ



โครงสร้ำงศูนย์บริกำรประชำช

ศูนย์บริกำรประชำชน

ปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี

รองปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี

ผู้อ ำนวยกำรศูนย์บริกำรประชำชน

ผู้เชี่ยวชำญด้ำนมวลชน

ส่วนด ำเนินกำร

เรื่องรำวร้องทุกข์ ๑

ส่วนด ำเนินกำร

เรื่องรำวร้องทุกข์ ๒

ส่วนประสำนมวลชน

และองค์กรประชำชน

ส่วนนิติกำร

ส่วนกำรมีส่วนร่วม

ของประชำชน

ส่วนแผนและ

ประเมินผล

ฝ่ำยบริหำร

ทั่วไป


อัตรำก ำลัง

ศูนย์บริการประชาชน มีอัตราก าลังทั้งสิ้น ๑๒๕ อัตรา ประกอบด้วย ข้าราชการ ๔๘ อัตรา พนักงาน

ราชการ ๗๗ อัตรา

อัตรำก ำลังข้ำรำชกำร

๑. ต าแหน่งประเภทอ านวยการระดับสูง (ผู้อ านวยการศูนย์บริการประชาชน) ๑ อัตรา

๒. ต าแหน่งประเภทวิชาการ

๒.๑ ระดับเชี่ยวชาญ ๑ อัตรา

๒.๒ ระดับช านาญการพิเศษ ๙ อัตรา

๒.๓ ระดับช านาญการ ๑๘ อัตรา

๒.๔ ระดับปฏิบัติการ ๑๓ อัตรา

๓. ต าแหน่งประเภททั่วไป

๓.๑ ระดับช านาญงาน ๕ อัตรา

๓.๒ ระดับปฏิบัติงาน ๑ อัตรา

อัตรำก ำลังพนักงำนรำชกำร

รวม ๔๘ อัตรา

- เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ๔๔ อัตรา

- นิติกร ๑๘ อัตรา

- นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ๑ อัตรา

- เจ้าหน้าที่ระบบข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ ๒ อัตรา

- เจ้าพนักงานธุรการ ๓ อัตรา

- เจ้าหน้าที่ธุรการ ๒ อัตรา

- เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล ๗ อัตรา


รวม ๗๗ อัตรา



ผู้บริหารศูนย์บริการประชาชน

นายจ าเริญ ยุติธรรมสกุล

รองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

นายพีระ ทองโพธิ์

ผู้อ านวยการศูนย์บริการประชาชน



นายสมเจตน์ โรจน์พัฒนากุล

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

รักษาการในต าแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านมวลชน

นายทศพร สุวรรณาภิรมย์

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนด าเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ 1

นายสมพงษ์ ไวถนอมสัตว์

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนด าเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ ๒

นางมาลินี ภาวิไล

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนแผนและประเมินผล

นายอิทธิพล ช่างกลึงดี

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนการมีส่วนร่วมของประชาชน

นายพันศักดิ์ เจริญ

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน

นายวิสุทธิ์ ฉัตรานุฉัตร

นิติกรช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนนิติการ

นายสัญทัต กอนผึ้ง

นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ

หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป



ส่วนด าเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ 1

นายทศพร สุวรรณาภิรมย์

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนด าเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ 1 (สดร.1)

นายอภัย เจริญมิตร

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

นางศิรินทร เดชาภิวุฒิ

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการ

นางสาวมีนา เหล่าหะเกียรติ

นิติกรช านาญการ

นายขจรศักดิ์ นาคชัง

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ

นางสาววราภรณ์ หินอ่อน

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นางสุภาภรณ์ กลิ่นขจร

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน



นางสาวนงนุช สายัณห์

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นายเฉลิมพงษ์ ผิวด า

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นางสาวกฤษฎาพร ทองรักษ์

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นางสาววิยะดา ปัททะทุม

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นางสาวจุฑารัตน์ ธ ารงธิติทัศ

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นางสาวยุวดี แก้วรัฐ

นิติกร

นางสาวรัตนาภรณ์ เนตรทอง

นิติกร

นายยศพงษ์ งามรัตนไพบูลย์

นิติกร

นางสาวสุธิดา บุตรสาธรรม

นิติกร



ส่วนด าเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ ๒

นายสมพงษ์ ไวถนอมสัตว์

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนด าเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ 2 (สดร.2)

นางสาวฐิติรัตน์ สุวรรณราช

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการ

นางสาววันดี เรืองงาม

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการ

นางสาวสมใจ บุญทวีกุล

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการ

นายจตุพร เณรนุ่ม

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการ

นายมนัสพงศ์ ชูทาน

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ

นางสาวอรชิสา นิพากรเมธ

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน



นายขจร ป้อมค า

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นางสาวอัญญาภร อินทปัญญ์

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นางสาวรัตติยา สุทธิสติพล

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นายมานพ หรั่งสีสุทธิ์

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นางชนาวลัย นิยมผล

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นางสาวอรนุช ปลื้มโต๊ะสะอาด

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นางสาวจิณต์ภัษ กุลธนานนท์จรัส

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นางสาววาสนา ธนะกูลบริภัณฑ์

นิติกร

นางสาวปาริชาติ ทองพันชั่ง

นิติกร

นายศราวุธ โพธราม

นิติกร

นายสมหมาย โสพิกุล

นิติกร


๑๐

ส่วนนิติการ

นายวิสุทธิ์ ฉัตรานุฉัตร

นิติกรช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนนิติการ (สนก.)

นางสาวสายชล ก าเนิดบง

นิติกรช านาญการ

นายสาธิต สุทธิเสริม

นิติกรช านาญการ

นายปิติพงศ์ เลิศพิสุทธิ์โสภณ

นิติกรช านาญการ

นางสาวนฎาพรรณ ภิโสรมย์

นิติกรช านาญการ

นางสาวอัญชนา สาเรือง

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการ

นายภูวนัย จันสุกศรี

นิติกรปฏิบัติการ


๑๒

ส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน (สปอ.)

นายพันศักดิ์ เจริญ

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน (สปอ.)

นายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงศ์

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

นางสาวรวีวรรณ บุญศิริธรรมชัย

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการ

นางสาวสุวีรยา ทองพิทักษ์

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการ

นายสารีหัน อิหม่ าเหม

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ

นางสาวธัญกมล หมายถิ่นกลาง

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นางสาวสุทัตตา สุทัศน์กุล

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน


๑๓

นายรังสรรค์ สดสายทอง

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นายเทอดศักดิ์ บัวทอง

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นายชาย ชื่นชม

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นางสาวจีรนันท์ นาคพัด

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นางสาวสุทธิดา ปานสง่า

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นายวัชเรนทร์ ค าเครื่อง

นิติกร

นายธรรมฤทธิ์ ศักดิ์ทอง

นิติกร

นางสาวจุติพร มณีนิล

นิติกร

นายอิทธิพล สนธิณรงค์

นิติกร


๑๔

ส่วนการมีส่วนร่วมของประชาชน

นายอิทธิพล ช่างกลึงดี

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนการมีส่วนร่วมของประชาชน (สสร.)

นางศรีส าอาง โกศาสตร์

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการ

นางสาวศุภลักษณ์ ทองเดช

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ

นางสาวธัชธร วงศ์ค าจันทร์

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ

นางสาวศรุดา นิยมพงษ์

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นายสมชาย พันธุ์สกุล

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นายนิคม ข าเถื่อน

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน


๑๖

ส่วนแผนและประเมินผล

นางมาลินี ภาวิไล

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนแผนและประเมินผล (สผป.)

นางจุฑามาศ ศิริชัยสุทธิกร

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

นางกุลธิดา มาแจ้ง

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการ

นางสาวทิพสุคนธ์ นีระพจน์

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการ

นางสาวน้อมจิตร ทิพย์มณี

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการ

นายสมเจตน์ ทับมา

นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ

นางสาวจันทิมา เจริญสุข

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ


๑๘

ฝ่ายบริหารทั่วไป

นายสัญทัต กอนผึ้ง

นักจัดการงานทั่วไป ปฏิบัติการ

หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป (ฝบท.)

นายรังสรรค์ ตั้งใจงาม

เจ้าพนักงานธุรการช านาญงาน

นางวิมลรัตน์ ศรีเพ็ญ

เจ้าพนักงานธุรการช านาญงาน

นายวิวัฒน์ วิธีเจริญ

เจ้าพนักงานธุรการช านาญงาน

นางสาววรรณรักษ์ ภู่รักษ์

เจ้าพนักงานธุรการช านาญงาน

นายสุภิญญา ตาดี

เจ้าพนักงานธุรการช านาญงาน

นางสาวลดาทิพย์ พูลบางยุง

เจ้าพนักงานธุรการ


ช่องทำงกำรให้บริกำร

๒๐

สำยด่วนของรัฐบำล ๑๑๑๑

www.1111.go.th

โมบำยแอปพลิเคชั่น

PSC 1111

ตู้ ปณ.๑๑๑๑ ท ำเนียบรัฐบำล กทม.

๑๐๓๐๒

จุดบริกำรประชำชน ๑๑๑๑


สถำนที่ตั้งศูนย์บริกำรประชำชน

๒๑

แผนที่ท ำเนียบรัฐบำล

สถำนที่ตั้งศูนย์บริกำรประชำชน ภำยในท ำเนียบรัฐบำล

จุดบริกำร

ประชำชน 1111

(ก.พ. เดิม)


๒๒

แผนผังแสดงขั้นตอนกระบวนงาน : การด าเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่ร้องทุกข์ทางโทรศัพท์ สายด่วนของรัฐบาล ๑๑๑๑

กรณีปกติ (ไม่ใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงมากและไม่ซับซ้อน)

สรุป ๔ ขั้นตอน ๑ จุดบริการ รวมระยะเวลาด าเนินการ ๒ ชั่วโมง

ขั้นตอนที่ ๑ ขั้นตอนที่ ๒ ขั้นตอนที่ ๓ ขั้นตอนที่ ๔

ประชาชนร้องทุกข์ผ่าน

สายด่วนของรัฐบาล

๑๑๑๑

เจ้าหน้าที่รับสาย

สอบถามรายละเอียด

และบันทึกข้อมูล

ในระบบฯ

- เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูล

ข้อเท็จจริง

- พิจารณาแนวทางการแก้ปัญหา

- พิจารณาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แจ้งให้ผู้ร้องทราบ

การด าเนินการ

เบื้องต้น

ประสานหน่วยงาน

ที่เกี่ยวข้องพิจารณา

หรือรับทราบแล้วแต่กรณี

ทางโทรศัพท์ / โทรสาร/

Web Portal / e-mail และ

บันทึกการด าเนินการ

ในระบบฯ

๒ ชั่วโมง


๒๓

แผนผังแสดงขั้นตอนกระบวนงาน : การด าเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่เดินทางมาร้องทุกข์ที่จุดบริการประชาชน ๑๑๑๑ ท าเนียบรัฐบาล กรณีปกติ

(ไม่ใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงมากและไม่ซับซ้อน) และประสานส่งหน่วยงานทางโทรศัพท์ / โทรสาร /Web Portal / e-mail

สรุป ๔ ขั้นตอน ๑ จุดบริการ รวมระยะเวลาด าเนินการ ๑.๕ วันท าการ/เรื่อง

ผู้ร้องเดินทางมา

ร้องทุกข์ที่จุดบริการ

ประชาชน ๑๑๑๑

ท าเนียบรัฐบาล

ขั้นตอนที่ ๑ ขั้นตอนที่ ๒ ขั้นตอนที่ ๓

เจ้าหน้าที่

ให้การต้อนรับ /

รับและอ่าน

ค าร้อง

เจ้าหน้าที่เข้าสู่ระบบฯ

เพื่อบันทึกข้อมูล

เรื่องร้องเรียน

ในระบบฯ

ตรวจสอบข้อมูล

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ

เรื่องร้องทุกข์

พิจารณาเรื่องและ

หน่วยงานที่

เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนที่ ๔

ประสานส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

พิจารณาหรือรับทราบแล้วแต่กรณี

ทางโทรศัพท์ /โทรสาร / Web Portal/

e-mail และบันทึก

การด าเนินการในระบบฯ

แจ้งให้ผู้ร้องทราบการด าเนินการ

เบื้องต้น และบันทึกการด าเนินการ

ในระบบฯ

๒ ชั่วโมง

๒ ชั่วโมง

๑ วันท าการ

ชม.


๒๔

แผนผังแสดงขั้นตอนกระบวนงาน : การด าเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่ส่งเรื่องร้องทุกข์ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

(เว็บไซต์ www.1111.go.th) กรณีปกติ (ไม่ใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงมากและไม่ซับซ้อน)

สรุป ๔ ขั้นตอน ๑ จุดบริการระยะเวลาด าเนินการ ๓ วันท าการ/เรื่อง

ขั้นตอนที่ ๑

ขั้นตอนที่ ๒ ขั้นตอนที่ ๓ ขั้นตอนที่ ๔

ผู้ร้องส่งเรื่องร้องทุกข์ทาง

ระบบอิเล็กทรอนิกส์

ผ่านเว็บไซต์/e-mail

ส่วน / ฝ่าย

- อ่านเรื่อง

- คัดแยกประเภทของเรื่อง

- มอบหมายงาน

เจ้าหน้าที่เข้าสู่ระบบฯ

เพื่อรับงาน อ่าน /

บันทึกข้อมูล

เรื่องร้องทุกข์และ

บันทึกข้อมูลในระบบฯ

ตรวจสอบข้อมูล

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ

เรื่องร้องทุกข์

พิจารณาเรื่องและ

หน่วยงานที่

ส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาผ่าน

หรือรับทราบแล้วแต่กรณี ผ่านทางโทรศัพท์ /

โทรสาร / Web Portal /e-mail และบันทึก

การด าเนินการในระบบฯ

เกี่ยวข้อง แจ้งให้ผู้ร้องที่ร้องทุกข์ทราบ

การด าเนินการเบื้องต้นและบันทึก

การด าเนินการในระบบฯ

๑ วันท าการ

การ

๑ วันท าการ

การ

๑ วันท าการ

การ


๒๕

แผนผังแสดงขั้นตอนกระบวนงาน : การด าเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่ส่งเรื่องร้องทุกข์ทางไปรษณีย์

กรณีปกติ (ไม่ใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงมากและไม่ซับซ้อน)

สรุป ๖ ขั้นตอน ๑ จุดบริการ รวมระยะเวลาด าเนินการ ๘.๕ วันท าการ

ขั้นตอนที่ ๑

ขั้นตอนที่ ๒ ขั้นตอนที่ ๓

- ผู้ร้องส่งเรื่องร้องทุกข์ที่เป็นหนังสือ

รับจาก ตู้ ปณ. ๑๑๑๑ นรม. รอง

นรม. รมต.นร. อื่นๆ

- ฝบท. คัดแยกเรื่องเข้าส่วน/ ฝ่าย

ส่วน/ ฝ่าย

- รับงานจาก ฝบท.

- คัดแยกประเภทเรื่อง

- มอบหมายงาน

จนท. ตรวจสอบ

ข้อมูลข้อเท็จจริง

เกี่ยวกับ

เรื่องร้องทุกข์

จนท. บันทึกข้อมูล

เรื่องร้องทุกข์

ในระบบฯ

๑ วันท าการ

๑ วันท าการ


๒๖

กระบวนงาน : การด าเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่ส่งเรื่องร้องทุกข์ทางไปรษณีย์กรณีปกติ

ระยะเวลาด าเนินการ ๘.๕ วันท าการ (ต่อ)

ขั้นตอนที่ ๔ ขั้นตอนที่ ๕

ขั้นตอนที่ ๖

- พิจารณาเรื่องร้องเรียน

- ท าหนังสือตอบผู้ร้อง

- เสนอผู้บังคับบัญชา

ลงนาม

- พิจารณาเรื่องร้องเรียน

- ท าหนังสือส่งเรื่องให้

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

- ท าหนังสือตอบผู้ร้อง

- เสนอผู้บังคับบัญชา

ลงนาม

กรณีที่เป็นหนังสือ

- ส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาทางโทรศัพท์ / โทรสาร /

Web Portal / e-mail และบันทึกการด าเนินการในระบบฯ

- ผู้บังคับบัญชาพิจารณาลงนาม

- บันทึกการด าเนินการ ในระบบฯ

- ผู้บังคับบัญชาพิจารณาลงนาม

- บันทึกการด าเนินการ ในระบบฯ

แจ้งให้ผู้ร้องทราบ

การด าเนินการเบื้องต้นและบันทึก

การด าเนินการในระบบฯ

แจ้งให้ผู้ร้องทราบ

การด าเนินการเบื้องต้น

ส่งหน่วยงาน

ที่เกี่ยวข้องพิจารณา

๕.๕ วันท าการ

การ

๑ วันท าการ

การ


๒๗

ผลการด าเนินงานของศูนย์บริการประชาชน

ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘

ศูนย์บริการประชาชน ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี ได้ด าเนินงานภายใต้แผนยุทธศาสตร์

ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรีระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๕๕ - ๒๕๕๘) และแผนปฏิบัติราชการประจ าปี

งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ รวมทั้ง ได้น านโยบายและข้อสั่งการของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน โดยสามารถสรุปกรอบภารกิจที่ได้ด าเนินการใน ๔ ด้าน ดังนี้

๑. ภารกิจตามนโยบายและข้อสั่งการของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

๒. ภารกิจด้านการประสานมวลชนและองค์กรประชาชน

๓. ภารกิจเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน

๔. ภารกิจตามแผนปฏิบัติการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘


๑. ภารกิจตามนโยบายและข้อสั่งการของรัฐบาล

และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

๑.๑ นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๗ ให้ส านักงานปลัดส านัก

นายกรัฐมนตรีประสานทุกกระทรวงให้จัดเจ้าหน้าที่มารับเรื่องร้องทุกข์และแก้ไขปัญหาขั้นต้นโดยตรง

เพื่อแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วและตรงจุด ซึ่งได้เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๗ ณ จุดบริการร่วม ๑๑๑๑

ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล (ส านักงาน ก.พ. เดิม) โดยมีลักษณะการให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์

และให้ค าปรึกษาแนะน าแบบเบ็ดเสร็จในจุดบริการเดียว ทั้งนี้ จากการสอบถามประชาชนผู้ใช้บริการพบว่า

ประชาชนมีความพึงพอใจในการให้บริการในลักษณะนี้เป็นอย่างยิ่ง และประสงค์จะให้มีการบริการเช่นนี้ตลอดไป

รวมทั้งเสนอให้มีบริการในรูปแบบนี้ในทุกจังหวัดด้วย ในการนี้ ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการให้บริการในลักษณะดังกล่าว

มีผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็นจ านวนมาก

๑.๒ การปรับปรุงระบบเครือข่ายและการเชื่อมโยงข้อมูลเรื่องร้องทุกข์

รัฐบาลมีความประสงค์จะให้การแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ของทุกส่วนราชการมีประสิทธิภาพ

และมีมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้ง ต้องการให้ข้อมูลเรื่องร้องทุกข์จากทั่วประเทศถูกเก็บรวมอยู่ในฐานข้อมูล

เดียวกัน จึงได้มีข้อสั่งการกรณีดังกล่าวหลายประการ

ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี จึงได้ก าหนดแนวทางการพัฒนาระบบเครือข่ายการเชื่อมโยง

ข้อมูลเรื่องร้องทุกข์ไปยังทุกส่วนราชการจนถึงระดับท้องถิ่น และสถานฑูตไทยในกลุ่มประเทศอาเซียน

ซึ่งจะท าให้การแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ของทุกส่วนราชการมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานเดียวกัน

รวมทั้งข้อมูลเรื่องร้องทุกข์จากทั่วประเทศถูกเก็บรวมอยู่เป็นฐานข้อมูลเดียวกัน สามารถประมวลผลน าเสนอ

เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในระดับนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถแสดงผลเชื่อมโยง

ไปยังศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ได้ด้วย ในการนี้ คณะกรรมการก ากับและติดตามการปฏิบัติ

ราชการในภูมิภาคได้อนุมัติงบประมาณเพื่อด าเนินการ ซึ่งส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรีอยู่ในระหว่าง

ด าเนินการให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว

Roadmap การเชื่อมโยงข้อมูลเรื่องร้องทุกข์

๒๘


๒๙

๑.๓ การเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรง

ทางการเมือง ๒๕๕๖ - ๒๕๕๗

๑.๓.๑ คณะกรรมการอ านวยการเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบ

จากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ปี ๒๕๕๖ - ๒๕๕๗ เป็นคณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้น

เพื่อพิจารณาก าหนดหลักเกณฑ์และเสนอแนะมาตรการ กลไก และวิธีการเยียวยาด้านการเงินตามหลัก

มนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในปี ๒๕๕๖ - ๒๕๕๗ และอ านวยการ

ก ากับ ติดตาม และวินิจฉัยสั่งการ เพื่อให้การเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบ

จากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ปี ๒๕๕๖ - ๒๕๕๗ รวมถึงเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ปี ๒๕๔๘ -

๒๕๕๓ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) เป็นประธาน รัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรี

เป็นรองประธาน และมีปลัดส านักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการ

๑.๓.๒ คณะกรรมการอ านวยการเยียวยาฯ ได้มีการประชุม ครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๒๗

พฤษภาคม ๒๕๕๘ เพื่อพิจารณาก าหนดหลักเกณฑ์และเสนอแนะมาตรการ กลไก และวิธีการเยียวยาด้านการเงิน

ตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ๒ เหตุการณ์ และได้น าผลการ

ประชุมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๘

ทั้งนี้ ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรีได้จัดประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ ๒/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน

๒๕๕๘ โดยที่ประชุมเห็นชอบแผนการด าเนินการในการช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรม

แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ปี ๒๕๕๖ – ๒๕๕๗ และให้มีการแต่งตั้ง

คณะอนุกรรมการเพื่อด าเนินการตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อไป

๑.๓.๓ คณะกรรมการฯ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงิน

ตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ปี ๒๕๕๖ – ๒๕๕๗ ขึ้น

และได้มีการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ สรุปผลการประชุมได้ ดังนี้

(๑) เห็นชอบแบบฟอร์มการยื่นค าร้องและเอกสารประกอบการขอรับความช่วยเหลือเยียวยา

ด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ปี ๒๕๕๖ – ๒๕๕๗

(๒) เห็นชอบแผนปฏิบัติการเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบ

จากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ปี ๒๕๕๖ – ๒๕๕๗

(๓) เห็นชอบแผนประชาสัมพันธ์การจ่ายเงินเยียวยาโดยจะประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางของ

ส านักนายกรัฐมนตรี เว็บไซต์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์

๑.๔ ศูนย์ราชการสะดวก (GECC)

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๘ นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบาย

ให้ทุกกระทรวง กรม และจังหวัด รวมทั้งรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง ก าหนดให้มี “ศูนย์ราชการสะดวก (Government

Easy Contact Center : GECC)” เพื่อเป็นหน่วยงานที่ท าหน้าที่ให้ค าแนะน าและอ านวยความสะดวกแก่ประชาชน

ให้เกิดการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการ

กับหน่วยงานของรัฐ


ในการนี้ ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรีได้จัดประชุมร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

เพื่อก าหนดแนวทางการจัดตั้งศูนย์ราชการสะดวก (GECC) ดังนี้

๑.๔.๑ ศูนย์ราชการสะดวก (GECC) ควรมีขั้นตอนหรือล าดับ (Step) การด าเนินงานดังนี้

๑) เป็นศูนย์แรกรับ เพื่ออ านวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาติดต่อ ซึ่งทุกหน่วยงานต้องมี

และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

๒) เป็นศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารของทุกหน่วยงาน

๓) พัฒนาไปถึงศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์

๔) เป็นจุดบริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service : OSS)

๕) มีการจัดชุดเฉพาะกิจลงไปในพื้นที่ปัญหา

๑.๔.๒ การพัฒนาศูนย์เดิมที่หน่วยงานต่าง ๆ มีอยู่แล้ว ควรจะพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ

และประสิทธิผลมากยิ่งขึ้นภายใต้ศูนย์เดิมที่มีอยู่แล้ว โดยทุก ๆ ด้าน ต้องมีมาตรฐานขั้นต่ าในการบริการ

ประชาชน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้แจ้งเวียนกระทรวง กรม จังหวัด และรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง น าแนวทาง

การจัดตั้งศูนย์ราชการสะดวก (GECC) กับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุมหารือไปพิจารณา

ด าเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วยแล้ว

๑.๕ ประมวลภาพ/กิจกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและข้อสั่งการของรัฐบาล

๑.๕.๑ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2558 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

ในการแถลงผลการด าเนินงานของรัฐบาลรอบ 6 เดือน ณ ตึกสันติไมตรี ท าเนียบรัฐบาล ในการนี้ ศูนย์บริการประชาชน

ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการแสดงผลการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์

ในฐานะศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาลด้วย

๓๐


๓๑

๑.๕.๒ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 ศูนย์บริการประชาชน ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

ได้จัดโครงการประสานความร่วมมือเพื่อบูรณาการการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์ของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์

ของรัฐบาล ณ ตึกสันติไมตรี ท าเนียบรัฐบาล โดยมีรัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรี (หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล)

เป็นประธานและมอบนโยบายการเชื่อมโยงการด าเนินงานเรื่องร้องทุกข์ของทุกส่วนราชการ

ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ จ านวน ๓๐๕ คน ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนทุกกระทรวง ศูนย์ด ารงธรรม

กระทรวงมหาดไทย ศูนย์ด ารงธรรมทั่วประเทศ ส านักงานต ารวจแห่งชาติ และกรุงเทพมหานคร เป็นต้น

๑.๕.๓ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2557 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี

มอบนโยบายและลงนามบันทึกความร่วมมือ “การอ านวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล าในสังคม”

เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความเป็นธรรมได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว และเสมอภาค โดยมี หม่อมหลวงปนัดดา

ดิศกุล รัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรีและปลัดส านักนายกรัฐมนตรี ร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือฯ

และรองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี (นายจ าเริญ ยุติธรรมสกุล) ได้ร่วมเสวนาเกี่ยวกับการให้บริการเรื่องร้องทุกข์

ของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร


๓๒

๑.๕.๔ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2558 ศูนย์บริการประชาชน ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

ได้จัดการประชุมเพื่อปรับปรุงระบบเครือข่ายและการเชื่อมโยงข้อมูลเรื่องร้องทุกข์ ณ ห้องประชุม 131

อาคาร 1 ชั น 3 ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า บริษัท ทีโอที จ ากัด (มหาชน) สาขาคลองเตย โดยมีรองปลัดส านัก

นายกรัฐมนตรี (นายจ าเริญ ยุติธรรมสกุล) เป็นประธาน ในการนี ได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

สายด่วนของรัฐบาล 1111 ด้วย

๑.๕.๕ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2558 ศูนย์บริการประชาชน ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

ร่วมกับกระทรวงทุกกระทรวง ส านักงานต ารวจแห่งชาติ ส านักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

และกรุงเทพมหานคร จัดโครงการแถลงข่าวและจัดนิทรรศการผลการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์ ณ ตึกสันติไมตรี

ท าเนียบรัฐบาล โดยมีรัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรี (หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล) เป็นประธาน


๓๓

๑.๕.๖ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2558 ศูนย์บริการประชาชน ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

ได้เชิญประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์ ณ ห้องประชุมอรรถไกวัลวที

อาคารส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี ท าเนียบรัฐบาล โดยมีรัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรี

(หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล) และพลเอก สกล ชื่นตระกูล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นผู้มอบนโยบาย

ซึ่งมีรองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี (นายจ าเริญ ยุติธรรมสกุล) เป็นประธานการประชุม

๑.๕.๗ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2558 ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี โดยศูนย์บริการประชาชน

ร่วมกับกองบังคับการต ารวจท่องเที่ยว และบริษัท ทีโอที จ ากัด (มหาชน) ได้จัดการแถลงข่าวช่องทาง

การรับเรื่องร้องทุกข์ส าหรับชาวต่างประเทศ ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล จุดบริการประชาชน

1111 อาคารส านักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (เดิม) โดยมีรองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

(นายจ าเริญ ยุติธรรมสกุล) เป็นประธานการแถลงข่าว รวมทั ง มีการรับมอบเงินสนับสนุนจากส านักงานสลาก

กินแบ่งรัฐบาล เพื่อดูแลประชาชนที่มารับบริการด้วย


๑.๕.๘ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2558 ศูนย์บริการประชาชน ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

ได้เชิญประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาแนวทางการด าเนินงานโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูล

สารสนเทศในการก ากับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ณ ห้องประชุมพลเอกบุญเรือน บัวจรูญ

อาคารส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี โดยมีรองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี (นายจ าเริญ ยุติธรรมสกุล)

เป็นประธาน

๓๔

๑.๕.๙ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2558 ศูนย์บริการประชาชน ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

ได้จัดประชุมคณะท างานด้านข้อมูลสารสนเทศการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อขับเคลื่อนแนวทางการเชื่อมโยง

ระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ไปยังส่วนราชการ ณ ห้องประชุมพลเอกบุญเรือน บัวจรูญ อาคารส านักงานปลัด

ส านักนายกรัฐมนตรี ท าเนียบรัฐบาล โดยมีผู้ตรวจราชการส านักนายกรัฐมนตรี (นายสมพาศ นิลพันธ์)

เป็นประธาน


๓๕

๒. ภารกิจด้านการประสานมวลชนและองค์กรประชาชน

ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี โดยศูนย์บริกำรประชำชนได้ด ำเนินกำร ภำรกิจด้ำน

กำรประสำนมวลชนและองค์กรประชำชนใน ๓ แนวทำง ได้แก่

๑. กำรให้กำรต้อนรับ อ ำนวยควำมสะดวกและรับเรื่องร้องทุกข์จำกกลุ่มมวลชนและองค์กร

ประชำชนที่เดินทำงมำยื่นข้อเรียกร้องที่ท ำเนียบรัฐบำล

๒. ท ำหน้ำที่เป็นฝ่ำยเลขำนุกำรในกำรประสำนงำนและจัดประชุมคณะกรรมกำร/

คณะอนุกรรมกำร และคณะท ำงำน ในกำรแก้ไขปัญหำควำมเดือดร้อนของประชำชน

๓. รับเรื่องร้องทุกข์จำกกลุ่มเครือข่ำยองค์กรประชำชนและประชำชนทั่วไปที่เดินทำงมำยื่นเรื่อง

ร้องทุกข์ต่อนำยกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในครำวประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถำนที่ รวมทั้ง ประสำนหน่วยงำน

เพื่อแก้ไขปัญหำควำมเดือดร้อนของประชำชน

๒.๑ สรุปการด าเนินการรับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนที่เดินทางมายื่นเรื่องที่ท าเนียบรัฐบาล

ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ ศูนย์บริการประชาชนได้ให้การต้อนรับ อ านวยความสะดวก

และรับเรื่องร้องทุกข์จากกลุ่มมวลชนและองค์กรประชาชนที่เดินทางมายื่นเรื่องร้องทุกข์ที่ท าเนียบรัฐบาล

รวมทั้งสิ้น ๓๓๒ ครั้ง ซึ่งมีกลุ่มประชาชนได้ยื่นเรื่องร้องเรียนในหลากหลายประเด็นปัญหาอาทิ เช่น

๒.๑.๑ สมำคมสื่อมวลชนหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ขอให้พิจำรณำแก้ไข

ปัญหำควำมเดือดร้อนของผู้ประกอบกำรสถำนีวิทยุธุรกิจและขอให้มีกำรจัดประชุมกับหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง

เพื่อพิจำรณำแก้ไขปัญหำดังกล่ำว

๒.๑.๒ กลุ่มผู้ค้ำหำบเร่ - แผงลอย บริเวณอนุสำวรีย์ชัยสมรภูมิ (ฝั่งเกำะพญำไท) และบริเวณ

รอบสวนจตุจักร ขอให้พิจำรณำแก้ไขปัญหำของกลุ่มผู้ค้ำบริเวณอนุสำวรีย์ชัยสมรภูมิกับซอยรำชวิถี และบริเวณ

รอบสวนจตุจักร กรณีได้รับผลกระทบจำกกำรจัดระเบียบผู้ค้ำหำบเร่ – แผงลอย


๒.๑.๓ ศูนย์สำธิตวิสำหกิจชุมชนเครือข่ำยสมัชชำเกษตรกรรำยย่อย สุพรรณบุรี

ขอติดตำมควำมคืบหน้ำกำรแก้ไขปัญหำของศูนย์สำธิตฯ เกี่ยวกับกำรพิจำรณำจัดสรรที่ดินให้แก่รำษฎร

ซึ่งไม่มีที่ดินท ำกิน

๓๖

๒.๑.๔ เครือข่ำยผู้คัดค้ำนกำรเปิดสัมปทำนปิโตรเลียม (คปป.) ขอเข้ำร่วมกำรจัดเวที

“เดินหน้ำประเทศไทย เพื่อควำมมั่นคงทำงพลังงำนที่ยั่งยืน” ณ ตึกสันติไมตรี ท ำเนียบรัฐบำล

๒.๑.๕ เครือข่ำยผู้หญิงขบวนกำรประชำชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ขอให้ก ำหนดมำตรกำร

และนโยบำยในกำรสนับสนุนให้ผู้หญิงเข้ำถึงทรัพยำกรที่ดินเพื่ออยู่อำศัยและท ำกิน รวมทั้งขอให้จัดกิจกรรม

ทำงวัฒนธรรมเพื่อเป็นกำรรณรงค์เนื่องในวันสตรีสำกลด้วย

๒.๑.๖ สมำคมนักปกครองแห่งประเทศไทย เสนอข้อคิดเห็นในกำรปฏิรูปกำรบริหำรรำชกำรแผ่นดิน


๓๗

๒.๑.๗ กลุ่มเครือข่ำยปกป้องอันดำมัน จังหวัดกระบี่ ขอเสนอให้พิจำรณำยกเลิกโครงกำร

ก่อสร้ำงโรงไฟฟ้ำถ่ำนหิน จังหวัดกระบี่

๒.๑.๘ เครือข่ำยประชำชนปฏิรูปพลังงำนไทย (คปพ.) เสนอแนวทำงกำรแก้ไขปัญหำกำรขำดแคลน

ก๊ำซธรรมชำติในอีก 6 ปี ข้ำงหน้ำ

๒.๑.๙ เครือข่ำยพัฒนำชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง และสหพันธ์พัฒนำองค์กรชุมชน

คนจนเมืองแห่งชำติ (สอช.) ขอให้เครือข่ำยฯ ได้มีส่วนร่วมเป็นคณะท ำงำนก ำหนดแนวทำงกำรแก้ไขปัญหำ

ที่อยู่อำศัยริมคลอง

๒.๑.๑๐ สมัชชำเกษตรกรรำยย่อย ขอให้พิจำรณำกำรและแก้ไขปัญหำหนี้สิน ที่ดินท ำกิน

ให้แก่เกษตรกร


๒.๒ สรุปการด าเนินงานด้านการประชุมคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการ เพื่อแก้ไขปัญหา

ความเดือดร้อนของประชาชน

การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในรูปแบบของการแต่งตั้งคณะกรรมการ

คณะอนุกรรมการและคณะท างานเป็นกลไกหนึ่งที่ส าคัญในการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยให้หลายภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดันปัญหาให้ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

ซึ่งศูนย์บริการประชาชนได้มีส่วนเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน

ของเครือข่ายภาคประชาชนและรวมถึงคณะกรรมการที่ก าหนดแนวทางเกี่ยวกับระเบียบ กฎหมายต่าง ๆ

ที่ส าคัญๆ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ ศูนย์บริการประชาชนจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการชุดต่าง ๆ

มากกว่า ๒๐ คณะ เช่น

๒.๒.๑ คณะกรรมการการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ ซึ่งท าหน้าที่เสนอนโยบายและแผนเกี่ยวกับ

การจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงาน

โครงการ และวงเงินค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ วินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ที่ไม่อยู่ในอ านาจ

หน้าที่ของส่วนราชการใด มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของรัฐ รายงานผล

การสั่งการของนายกรัฐมนตรีตามระเบียบนี้ ติดตามและประเมินผลการด าเนินงานตามนโยบายและแผน

เกี่ยวกับการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อสนับสนุนการด าเนินงานหรือปฏิบัติงาน

ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

๓๘


๒.๒.๒ คณะกรรมการอ านวยการเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบ

จากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองปี ๒๕๕๖ - ๒๕๕๗ ซึ่งท าหน้าที่พิจารณาก าหนดหลักเกณฑ์

และเสนอแนะมาตรการ กลไก และวิธีการเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบ

จากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองปี ๒๕๕๖ - ๒๕๕๗ รวมถึงเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ปี ๒๕๔๘ -

๒๕๕๓ ที่ยังคงค้างการด าเนินการ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา อ านวยการ ก ากับ ติดตาม และวินิจฉัยสั่งการ

เพื่อให้การเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทาง

การเมืองปี ๒๕๕๖ – ๒๕๕๗ รวมถึงเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ปี ๒๕๔๘ - ๒๕๕๓ ที่ยังคงค้าง

การด าเนินการ เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ

๓๙

๒.๒.๓ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.)

ซึ่งท าหน้าที่ก าหนดนโยบายมาตรการและงบประมาณ รวมทั้งติดตามผลการด าเนินการของส่วนราชการ

และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว


๔๐

๒.๒.๔ คณะกรรมการอ านวยการเพื่อแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ซึ่งท าหน้าที่ก าหนดแนวทาง

การบริหารจัดการเขื่อนปากมูล เพื่อแก้ไขปัญหาราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนปากมูล เสนอแนะแนวทาง

และมาตรการ ในการใช้ประโยชน์จากเขื่อนปากมูลในระยะยาว รวมทั้งมาตรการการฟื้นฟูระบบนิเวศน์

และราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนปากมูลต่อคณะรัฐมนตรี

๒.๒.๕ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ท ากิน และพื้นที่ทาง

จิตวิญญาณของชุมชนชาวเล ซึ่งท าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและปัญหาในเรื่องที่ดิน ที่อยู่อาศัย พื้นที่ท ากิน

และพื้นที่ประกอบกิจกรรมทางวัฒนธรรมและประเพณีของชุมชนชาวเล ในพื้นที่ ๕ จังหวัด พร้อมทั้งเสนอแนะ

แนวทางการแก้ไขปัญหา


๔๑

๒.๒.๖ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากบริษัท ดิจิตอล คราวน์โฮลดิ้ง

จ ากัด ซึ่งท าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และเสนอแนะแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาของราษฎรผู้ได้รับผลกระทบ

จากบริษัท ดิจิตอล คราวน์โฮลดิ้ง

๒.๒.๗ คณะกรรมการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรไทยฟู ซึ่งท าหน้าที่ศึกษา

และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินท ากิน ที่อยู่อาศัย หนี้สิน และการฟื้นฟูอาชีพของสมาชิก

กลุ่มเกษตรกรไทยฟู


๔๒

๒.๒.๘ คณะกรรมการอ านวยการเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ซึ่งท าหน้าที่เสนอความคิดเห็น

ในการก าหนดแนวทางในการฟื้นฟูวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง

๒.๒.๙ คณะอนุกรรมการส ารวจข้อมูลชุมชนชาวเลเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งท าหน้าที่ส ารวจข้อมูล

ชุมชนชาวเล และแนวเขตที่ดินของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา กับที่ดินเอกชนตามกรอบนโยบายและแนวทาง

ที่คณะกรรมการฯ ก าหนด ซึ่งอยู่ภายใต้ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง


๒.๒.๑๐ คณะท างานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีราษฎรได้รับผลกระทบจากแผนแม่บทการแก้ไข

ปัญหาการท าลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ซึ่งท าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและปัญหาผลกระทบจากแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการท าลายทรัพยากรป่าไม้

การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เสนอแนะแนวทางในการแก้ไข

ปัญหาตลอดจนแนวทางในการให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากแผนแม่บทการแก้ไขปัญหา

การท าลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

๔๓


๔๔

๒.๓ สรุปการปฏิบัติหน้าที่รับเรื่องร้องทุกข์ในพื้นที่ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่

ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐบาลได้จัดให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ จ านวน

๒ ครั้ง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง เพื่อน าข้อมูล

มาก าหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหาให้ตรงตามความต้องการของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

ในการนี้ ศูนย์บริการประชาชน ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเดินทางไปปฏิบัติ

หน้าที่เพื่อรับเรื่องร้องทุกข์และประสานงานกลุ่มเครือข่ายองค์กรประชาชน และประชาชนทั่วไป ที่มายื่นเรื่อง

ร้องทุกข์ต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี โดยศูนย์บริการประชาชนได้ตั้งจุดบริการประชาชนเพื่อรับเรื่อง

ร้องทุกข์ทั้งจากกลุ่มเครือข่ายองค์กรประชาชน และประชาชนทั่วไป

ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2558 ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ 2๘ กรกฎาคม 2558 ณ จังหวัดเชียงใหม่


๓. ภารกิจเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน

ระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชน พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้มีผลบังคับให้

หน่วยงำนของรัฐต้องปฏิบัติและด ำเนินกำรตำมระเบียบตั้งแต่วันที่ ๒๕ กันยำยน ๒๕๔๘

โดยระเบียบดังกล่ำวได้ก ำหนดให้หน่วยงำนของรัฐ ได้แก่ รำชกำรส่วนกลำง รำชกำรส่วนภูมิภำค รำชกำรส่วน

ท้องถิ่น หน่วยงำนอื่นใดของรัฐและรัฐวิสำหกิจ ต้องเผยแพร่ข้อมูล และ/หรือรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชน

เกี่ยวกับโครงกำรของรัฐ รวมทั้งก ำหนดให้ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรีมีหน้ำที่ ดังต่อไปนี้

๑. ก ำกับดูแล ส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ และแนะน ำหน่วยงำนของรัฐในกำรด ำเนินกำรตำมระเบียบ

๒. จัดท ำและเผยแพร่แนวทำงกำรเผยแพร่ข้อมูลและกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชนให้หน่วยงำน

ของรัฐทรำบ โดยจะจัดให้มีกำรสัมมนำหรือฝึกอบรมเป็นครั้งครำวก็ได้

๓. ศึกษำหรือวิจัยเพื่อประโยชน์ในกำรปรับปรุงและพัฒนำวิธีกำรให้ข้อมูล และกำรรับฟังควำมคิดเห็น

ของประชำชน

๔. จัดท ำและพัฒนำฐำนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และระบบเครือข่ำยสำรสนเทศ เพื่อประโยชน์ในกำร

ประกำศ รวบรวม และให้บริกำรข้อมูลที่เผยแพร่แก่ประชำชนและข้อมูลเกี่ยวกับกำรรับฟังควำมคิดเห็น

ของประชำชนตำมระเบียบ

ในปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๕๘ ศูนย์บริกำรประชำชนได้จัดกำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรเพื่อส่งเสริม

กำรมีส่วนร่วมของประชำชน ตำมระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชน

พ.ศ. ๒๕๔๘ สรุปได้ดังนี้

๓.๑ จัดกำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรเพื่อพัฒนำกลไกกำรมีส่วนร่วมของประชำชน จ ำนวน ๓ ครั้ง

ครั้งที่ ๑ ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกำยน ๒๕๕๗ โดยมีผู้เข้ำร่วมประชุม

ประกอบด้วยข้ำรำชกำรและเจ้ำหน้ำที่จำกหน่วยงำนในสังกัดรำชกำรส่วนท้องถิ่น และประชำชนรวมจ ำนวน ๒๑๐ คน

ครั้งทื่ ๒ ในพื้นที่จังหวัดล ำปำง เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวำคม ๒๕๕๗ โดยมีผู้เข้ำร่วมประชุมประกอบด้วย

ข้ำรำชกำรและเจ้ำหน้ำที่จำกหน่วยงำนในสังกัดรำชกำรส่วนท้องถิ่น และประชำชนรวมจ ำนวน ๒๓๐ คน

ครั้งที่ ๓ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ ๑๙ มี.ค. ๕๘ โดยมีผู้เข้ำร่วมประชุมประกอบด้วย

ข้ำรำชกำรและเจ้ำหน้ำที่จำกหน่วยงำนในสังกัดรำชกำรส่วนท้องถิ่น และประชำชนรวมจ ำนวน ๒๐๐ คน

๔๕


๔๖

๓.๑.๑ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน

ณ โรงแรมนิวแทรเวิลบีชรีสอร์ท อ ำเภอท่ำใหม่ จังหวัดจันทบุรี รองปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี

(นำยจ ำเริญ ยุติธรรมสกุล) เป็นประธานกล่าวเปิดและปาฐกถาพิเศษ

๓.๑.๒ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน

ณ โรงแรมล าปาง เวียงทอง อ าเภอเมือง จังหวัดล าปาง โดยมีหัวหน้าผู้ตรวจราชการส านักนายกรัฐมนตรี

(นายจิรชัย มูลทองโร่ย) เป็นประธานกล่าวเปิดและปาฐกถาพิเศษ


๔๗

๓.๑.๓ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน ณ โรงแรมรอยัล

ภูเก็ต ซิตี้ อ าเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยมีผู้ตรวจราชการส านักนายกรัฐมนตรี (นายสมพาศ นิลพันธ์) เป็นประธาน

กล่าวเปิดและปาฐกถาพิเศษ

๓.๒ สรุปผลกำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรเพื่อพัฒนำกลไกกำรมีส่วนร่วมของประชำชน

เจ้ำหน้ำที่ของรัฐส่วนใหญ่มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับแนวคิดหลักกำรและกระบวนกำรมีส่วนร่วม

ของประชำชนและระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชน พ.ศ. ๒๕๔๘

แต่ยังมีควำมเข้ำใจที่คลำดเคลื่อนในบำงประเด็น ดังนั้นเพื่อให้กำรด ำเนินกำรด้ำนกำรมีส่วนร่วมของประชำชน

และกำรปฏิบัติตำมระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชน พ.ศ. ๒๕๔๘

เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่ำงแท้จริงและมีประสิทธิภำพ จึงมีควำมจ ำเป็นต้องสร้ำงองค์ควำมรู้ให้กับผู้บริหำร

และเจ้ำหน้ำที่ผู้ปฏิบัติงำนให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรรับฟัง

ควำมคิดเห็นของประชำชน พ.ศ. ๒๕๔๘ อย่ำงต่อเนื่อง


๔๘

๔. ภารกิจตามแผนปฏิบัติการประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘

๔.๑ โครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์เครือข่ายผู้ปฏิบัติงานเรื่องราวร้องทุกข์ (Contact(

Point)

ศูนย์บริการประชาชนได้ก าหนดให้มีการด าเนินโครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์เครือข่ายผู้ปฏิบัติงาน

เรื่องราวร้องทุกข์ (Contact Point) ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานเรื่องราวร้องทุกข์

จากส่วนราชการระดับกระทรวง กรม จังหวัด รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระและผู้ปฏิบัติงานเรื่องราวร้องทุกข์

ของศูนย์บริการประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการการด าเนินการเรื่องราวร้องทุกข์

และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างส่วนราชการผู้ร่วมเป็นเครือข่ายในการด าเนินการเรื่องราวร้องทุกข์

(Contact Point) ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถด าเนินการแก้ไขปัญ หาความเดือดร้อนของประชาชน

ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ศูนย์บริการประชาชนได้ด าเนินโครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์เครือข่ายผู้ปฏิบัติงานเรื่องราวร้องทุกข์

(Contact Point) จ านวน ๒ ครั้ง มีผู้เข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น ๒๓๗ โดยครั้งที่ ๑ ด าเนินการเมื่อวันที่ ๑๙ -

๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ มีเข้าร่วมโครงการฯ จ านวน ๑๐๙ คน และครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒๖ - ๒๘ พฤศจิกายน

๒๕๕๗ มีเข้าร่วมโครงการฯ จ านวน ๑๒๘ คน และมีกิจกรรม ประกอบด้วย

๔.๑.๑ รองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี (นายจ าเริญ ยุติธรรมสกุล) เป็นประธานเปิดโครงการฯ

และมอบแนวทางการปฏิบัติงานเรื่องร้องทุกข์แก่ผู้เข้ารับการอบรม

๔.๑.๒ การฝึกปฏิบัติการใช้งานระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อให้เครือข่ายผู้ปฏิบัติงาน

เรื่องร้องทุกข์ผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรมการใช้งานระบบฯ ให้สามารถใช้งานระบบฯ ได้ และเพื่อทบทวนความรู้

ให้แก่ผู้ที่เคยผ่านการอบรมการใช้งานระบบฯ แต่ยังขาดความช านาญในการใช้งานระบบฯ


๔๙

๔.๑.๓ กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ หลักสูตร “การประสานความร่วมมือและสานสร้างความสัมพันธ์

ระหว่างเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานเรื่องราวร้องทุกข์” ณ โรงแรม เดอะ โบนันซ่า รีสอร์ท เขาใหญ่ อ าเภอปากช่อง

จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสร้างจิตส านึกในการให้บริการและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเครือข่ายผู้ปฏิบัติงาน

เรื่องราวร้องทุกข์ (Contact Point) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและการประสานงานการแก้ไข

ปัญหาเรื่องร้องทุกข์

๔.๑.๔ การรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์ จากเครือข่ายผู้ปฏิบัติงาน

เรื่องราวร้องทุกข์ของหน่วยงานต่างๆ เพื่อน าไปปรับปรุงการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพต่อไป

๔.๑.๕ ศูนย์บริการประชาชนได้ประเมินผลคุณ ภาพการฝึกอบรมของส านักงานปลัด

ส านักนายกรัฐมนตรี จากผู้เข้าร่วมโครงการ รวม ๒ ครั้ง ปรากฏว่าผู้เข้าร่วมโครงการพึงพอใจในการด าเนิน

โครงการฯ ระดับดีเยี่ยม และเห็นควรให้ด าเนินโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง (ค่าเฉลี่ย ๔.๔๖ คะแนน จากคะแนน

เต็ม ๕ คะแนน) หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๙


๔.๒ โครงการสร้างความสัมพันธ์กับผู้รับบริการ (ศูนย์บริการประชาชนพบประชาชน)

ศูนย์บริการประชาชนได้ด าเนินโครงการสร้างความสัมพันธ์กับผู้รับบริการ (ศูนย์บริการประชาชน

พบประชาชน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างทัศนคติที่ดีและความเชื่อมั่นของผู้รับบริการประชาชน

ต่อการด าเนินการของภาครัฐในกระบวนการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์ และเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี

ระหว่างประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ

ศูนย์บริการประชาชนได้ด าเนินโครงการสร้างความสัมพันธ์กับผู้รับบริการ (ศูนย์บริการประชาชน

พบประชาชน) จ านวน ๒ ครั้ง มีผู้เข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น ๔๔๐ คน ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ปฏิบัติงาน

เรื่องราวร้องทุกข์ของศูนย์ด ารงธรรมจังหวัด ศูนย์ด ารงธรรมอ าเภอ ยุติธรรมจังหวัด ตัวแทนประชาชนในพื้นที่

รวมทั้ง ผู้ปฏิบัติงานเรื่องราวร้องทุกข์ของศูนย์บริการประชาชน โดยครั้งที่ ๑ ด าเนินการเมื่อวันที่ ๑๑ - ๑๓

ธันวาคม ๒๕๕๗ มีเข้าร่วมโครงการฯ จ านวน ๒๐๐ คน และครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๙ - ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ จ านวน ๒๔๐ คน ซึ่งมีกิจกรรมสรุปได้ดังนี้

๔.๒.๑ รองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี (นายจ าเริญ ยุติธรรมสกุล) เป็นประธานเปิดโครงการฯ

๕๐

๔.๒.๒ การด าเนินโครงการ ครั้งที่ ๑ ด าเนินการในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี และได้ศึกษาดูงาน

โครงการปิดทองหลังพระ ต าบลแก่นมะกรูด อ าเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ร่วมรับฟังการบรรยายเรื่อง

“การบริหารจัดการแก้ปัญหาภาคประชาชนอย่างเป็นระบบ” และได้ท ากิจกรรมสาธารณประโยชน์

เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประชาชนในพื้นที่ โดยการสร้างฝายชะลอน้ า


๕๑

๔.๒.๓ การด าเนินโครงการ ครั้งที่ ๒ ด าเนินการในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ศูนย์บริการประชาชน

ได้รับความร่วมมือจากหลายส่วนราชการ เช่น ศูนย์ด ารงธรรมจังหวัด สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรม

ปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชด าริ เป็นต้น เข้าร่วมด าเนินโครงการนี้ด้วย ในการนี้ ได้มีการอภิปรายเรื่อง

“การบูรณาการการท างานแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนร่วมกันระหว่างศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ของรัฐบาลกับศูนย์

ด ารงธรรมจังหวัด โดยรองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี (นายจ าเริญ ยุติธรรมสกุล) กับนายพันธุ์ชัย วัฒนชัย

ที่ปรึกษาสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชด าริ และได้เข้าศึกษาดูงาน

โครงการแผนพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ประยุกต์ตามพระราชด าริ (บ้านบางกลอยและบ้านโป่งลึก) อ าเภอแก่งกระจาน

จังหวัดเพชรบุรี และร่วมท ากิจกรรมสาธารณประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ด้วย

๔.๒.๔ ศูนย์บริการประชาชนได้ประเมินผลความพึงพอใจของผู้รับบริการที่มีต่อกิจกรรมสร้าง

ความสัมพันธ์ ทั้ง ๒ ครั้ง พบว่าประชาชนผู้รับบริการมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์

กับผู้รับบริการอยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ ๙๖ และร้อยละ ๘๕ ตามล าดับ โดยประเด็นที่ผู้รับบริการ

พึงพอใจมากที่สุด คือ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้ารับบริการกับเจ้าหน้าที่

ของศูนย์บริการประชาชนมากที่สุด รองลงมาคือ การให้บริการและอ านวยความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม

ของเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน นอกจากนี้ ผู้รับบริการมีความคิดเห็นว่าต้องการให้หน่วยงานจัดกิจกรรม

ลักษณะเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาชนจะได้เข้าใจกระบวนการท างานของภาครัฐและได้พบปะ

กับเจ้าหน้าที่จากภาคส่วนราชการมากขึ้น


๔.๓ โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารราชการกรณีปัญหาการฟื้นฟู

คุณภาพชีวิตชาวกะเหรี่ยง

ศูนย์บริการประชาชนได้ด าเนินโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหาร

ราชการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและเพื่อให้มีเวที

การแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งตัวแทนของหน่วยงาน

ที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้น าแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิต

ชาวกะเหรี่ยง เข้ามาเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนผลักดัน

ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งรัดด าเนินการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงเพื่อให้เป็นตามนัยมติคณะรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ ซึ่งสรุปขั้นตอนการด าเนินการ ได้ดังนี้

๔.๓.๑ ขั้นตอนที่ ๑ ศูนย์บริการประชาชนได้วิเคราะห์ความเชื่อมโยงของยุทธศาสตร์ หรือ

ภารกิจหลักของหน่วยงาน และก าหนดประเด็นเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผล

การปฏิบัติราชการของหน่วยงาน โดยที่ประชุมได้พิจารณาเลือกเรื่อง“แนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิต

ชาวกะเหรี่ยง” เนื่องจากเรื่องนี้มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการด าเนินการยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร

๔.๓.๒ ขั้นตอนที่ ๒ ก าหนดเทคนิค/วิธีการ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ

ก ากับ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน ศูนย์บริการประชาชนได้จัดท าโครงการส่งเสริม

การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารราชการกรณีปัญหาการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตชาวกะเหรี่ยง

เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวกะเหรี่ยงได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา เพื่อเป็นข้อมูลน าเสนอฝ่ายนโยบาย

พิจารณาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับชาวกะเหรี่ยง โดยพิจารณาเลือกจากจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่

๔.๓.๓ ขั้นตอนที่ ๓ ก าหนดให้มีประชาชนเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการ/คณะท างาน เพื่อเข้า

มามีส่วนร่วมในการก ากับ ติดตามและประเมินผลในการปฏิบัติราชการ โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการอ านวยการ

เพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง และมีผู้แทนชาวกะเหรี่ยงเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย

๔.๓.๔ ขั้นตอนที่ ๔ จัดให้มีกิจกรรมการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนี้

๑) ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง สภาพปัญหา ความเป็นอยู่ และวิถีชีวิต

ของชาวกะเหรี่ยง เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ ณ บ้านห้วยหินลาดใน หมู่ที่ ๗ ต าบลบ้านโป่ง อ าเภอเวียงป่าเป้า

จังหวัดเชียงราย (พื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓) และบ้านกลาง

หมู่ที่ ๕ ต าบลบ้านดง อ าเภอแม่เมาะ จังหวัดล าปาง (ชุมชนต้นแบบการจัดการทรัพยากร)

๒) จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับการฟื้นฟูวิถีชีวิต

ชาวกะเหรี่ยง เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๘ จังหวัดเชียงใหม่

๔.๓.๕ ขั้นตอนที่ ๕ จัดท าสรุปรายงานการด าเนินการฯ ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ โดยสรุป

สาระส าคัญจากการรับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ ดังนี้

๑) ข้อเสนอประเด็นปัญหาด้านสัญชาติ และด้านสาธารณสุข เช่น

(๑) รัฐบาลต้องเร่งรัดการด าเนินการแก้ไขปัญหาสัญชาติก่อนเปิดประชาคม

เศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economics Community – AEC)

(๒) เพิ่มศักยภาพด้านการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสถานะและสิทธิของบุคคล เป็นต้น

๕๒


๒) ข้อเสนอประเด็นปัญหาด้านที่อยู่อาศัยที่ท ากิน ระบบการเกษตรแบบไร่หมุนเวียน

และพื้นที่ทางจิตวิญญาณ เช่น

(๑) ในระยะสั้น ควรส ารวจพื้นที่ไร่หมุนเวียน และขึ้นทะเบียนไร่หมุนเวียนทั้งหมด

รวมทั้งประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ

(๒) ในระยะยาว ควรมีการกันแนวเขตไร่หมุนเวียนออกจากเขตป่าอนุรักษ์

และมีกฎหมาย หรือมติคณะรัฐมนตรีคุ้มครองการท าไร่หมุนเวียน เป็นต้น

๓) ข้อเสนอประเด็นปัญหาด้านวัฒนธรรม และด้านการศึกษา เช่น

(๑) สนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศูนย์วัฒนธรรมชุมชน

(๒) ขอให้หน่วยงานของรัฐมีแผนสนับสนุนการด าเนินการของศูนย์วัฒนธรรมชุมชน

และสนับสนุนงบประมาณ เป็นต้น

๕๓


๔.๔ โครงการพัฒนาขีดสมรรถนะ

พัฒนาขีดสมรรถนะของเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน

โครงการพัฒนาขีดสมรรถนะของเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา

และเพิ่มขีดสมรรถนะด้านการปฎิบัติงานด้านการให้บริการ เพื่อเสริมสร้างการท างานเป็นทีมของเจ้าหน้าที่

ศูนย์บริการประชาชน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินและเพื่อสร้างจิตส านึก

ในการบ าเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม

ศูนย์บริการประชาชนได้ด าเนินโครงการอบรมสัมมนาเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน

ประจ าปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ณ จังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ ๔ - ๖ กันยายน ๒๕๕๘

ณ โรงแรมเทวัญดารา บีชวิลล่า กุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการเป็นเจ้าหน้าที่

ศูนย์บริการประชาชน และผู้แทนส านัก/กอง ในส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี จ านวนทั้งสิ้น ๙๙ คน

โดยมีรองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี (นายจ าเริญ ยุติธรรมสกุล) เป็นประธาน ในพิธีเปิดการด าเนินโครงการ

และมอบแนวทางการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาดูงานโครงการเพชรน้ าหนึ่ง ณ อ าเภอท่ายาง

จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นต้นแบบในด้านการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนซึ่งมีการรวมกลุ่ม

ของราษฎรในชุมชนอย่างเข้มแข็งและร่วมกันบริหารโครงการตามหลักธรรมาภิบาลโดยสามารถพึ่งพาตนเองได้

รวมทั้ง มีการอบรมหลักสูตร “เทคนิคการเจรจาต่อรอง” โดยวิทยากรจากส านักสันติวิธีและธรรมาภิบาล

สถาบันพระปกเกล้า ซึ่งการบรรยายสอดคล้องกับภารกิจและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการ

ประชาชนในการรับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชน

๕๔


๕๕


๕. ศบช. เปิดบ้าน

ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้มีส่วนราชการต่างๆ ให้ความสนใจมาศึกษาดูงานเกี่ยวกับ

การด าเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ ณ ศูนย์บริการประชาชน ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี ดังนี้

๕๖

กระทรวงยุติธรรม

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2557 นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะ ได้มาศึกษาดูงาน

กระบวนการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ณ อาคารส านักงานปลัด

ส านักนายกรัฐมนตรี ในการนี้ รองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี (นายจ าเริญ ยุติธรรมสกุล) ผู้ตรวจราชการส านัก

นายกรัฐมนตรี (นายสมพาศ นิลพันธ์) และผู้อ านวยการศูนย์บริการประชาชน ได้บรรยายสรุปและน าเยี่ยมชม

การท างานของ Call Center และจุดบริการประชาชน 1111


๕๗

ศาลปกครอง

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2557 เจ้าหน้าที่ศาลปกครองพร้อมคณะ ได้มาเยี่ยมชมศูนย์บริการประชาชน

ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี เพื่อศึกษาดูงานการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ของศูนย์บริการประชาชน

ในฐานะศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ในการนี้ ได้ไปเยี่ยมชมการให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์

ณ จุดบริการประชาชน 1111 อาคารส านักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (เดิม)

กระทรวงวัฒนธรรม

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2558 เจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรมและคณะ ได้มาศึกษาดูงานกระบวนการ

ด าเนินการเรื่องร้องทุกข์ของศูนย์บริการประชาชน ในฐานะศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล โดยได้เข้า

รับฟังการบรรยาย ณ ห้องประชุม 101 อาคารส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี รวมทั้งเยี่ยมชม

ห้องปฏิบัติการ Call center และการให้บริการ ณ จุดบริการประชาชน 1111 อาคารส านักงาน

คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (เดิม)


๕๘

ธนาคารแห่งประเทศไทย

+

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2558 คณะเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มาศึกษาดูงานกระบวนการ

ด าเนินการเรื่องร้องทุกข์ของศูนย์บริการประชาชน ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี ในฐานะศูนย์รับ

เรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อบูรณาการการด าเนินงานเรื่องร้องทุกข์ร่วมกับศูนย์บริการประชาชน

โดยมีรองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี (นายจ าเริญ ยุติธรรมสกุล) เป็นประธานกล่าวต้อนรับ


สรุปผลการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น

ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘

๕๙


.

สรุปผลการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น

ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘

ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ ประชาชนได้แจ้งเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นต่อนายกรัฐมนตรี

รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงของประเทศผ่านช่องทางต่าง ๆ

สรุปประเด็นส าคัญได้ ดังนี้

๑. สถิติการแจ้งเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นของประชาชน จ าแนกตามช่องทางการร้องทุกข์

๑๑๑๑ (๔ ช่องทาง) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (๑ ช่องทาง)

๖๐

ล าดับ

ที่

ช่องทางการติดต่อ

จ านวนการติดต่อ

(ครั้ง)

ร้อยละ

๑ สายด่วนของรัฐบาล ๑๑๑๑ 180,823 78.805

๒ เว็บไซต์ (www.1111.go.th) 20,548 8.955

๓ ตู้ ปณ. ๑๑๑๑/ไปรษณีย์/โทรสาร 17,874 7.79

๔ จุดบริการประชาชน ๑๑๑๑ 9,234 4.02

๕ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 977 0.43

รวมทั้งสิ้น 229,456 100.00

จากตารางแสดงสถิติการแจ้งเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นดังกล่าวข้างต้นพบว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘

ประชาชนแจ้งเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 229,456 ครั้ง โดยผ่านช่องทาง

สายด่วนของรัฐบาล ๑๑๑๑ มากที่สุด รองลงมา คือ ช่องทางเว็บไซต์ (www.1111.go.th) ช่องทางตู้ ปณ. ๑๑๑๑/

ไปรษณีย์/โทรสาร ช่องทางจุดบริการประชาชน ๑๑๑๑ และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามล าดับ

/๒. สถิติ ...


๒. สถิติเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น เรียงตามล าดับประเภทเรื่องหลักที่มีการร้องทุกข์/

เสนอความคิดเห็นมากที่สุด

(จ านวนเรื่อง)

๖๑

สังคมและ

สวัสดิการ

การร้องเรียน

กล่าวโทษ

เจ้าหน้าที่

ของรัฐ

เศรษฐกิจ

การเมือง

การปกครอง

กฎหมาย

ทรัพยากร

ธรรมชาติและ

สิ่งแวดล้อม

พ.ร.บ.

อ านวย

ความสะดวก

(ประเภทเรื่อง)

ล าดับที่ ประเภทเรื่อง จ านวนเรื่อง ร้องทุกข์

แสดงความ

คิดเห็น

๑ สังคมและสวัสดิการ 78,928 66,666 12,262

๒ การร้องเรียนกล่าวโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐ 20,889 20,326 563

๓ เศรษฐกิจ 18,954 14,531 4,423

๔ การเมือง-การปกครอง 14,864 5,222 9,642

๕ กฎหมาย 7,894 6,063 1,831

๖ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3,914 3,086 828

๗ พระราชบัญญัติการอ านวยความสะดวก * 17 14 3

รวมทั้งสิ้น 145,460 115,908 29,552

ร้อยละ ๑๐๐ ๗๙.๖๘ ๒๐.๓๒

หมายเหตุ : ส ำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำระบบรำชกำร ได้ขอใช้ช่องทำง ๑๑๑๑ ในกำรรับเรื่องร้องทุกข์

จำกประชำชนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงำนบริกำรภำครัฐตำมพระรำชบัญญัติกำรอ ำนวยควำมสะดวกในกำรพิจำรณำอนุญำต

ของทำงรำชกำร พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยได้ก ำหนดประเภทเรื่องนี้ขึ้นใหม่ เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎำคม พ.ศ. ๒๕๕๘

/๓ ผลกำร...


๖๒

๓. ผลการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น

๘.๙๓

๙๑.๐๗

จำกแผนภำพข้ำงต้น แสดงผลกำรด ำเนินกำรเรื่องร้องทุกข์/เสนอควำมคิดเห็น ในปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๕๘

จำกจ ำนวนเรื่องทั้งหมด 145,460 เรื่อง ด ำเนินกำรจนได้ข้อยุติ จ ำนวน 132,470 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 91.07

และอยู่ระหว่ำงกำรด ำเนินกำรของส่วนรำชกำรที่เกี่ยวข้อง จ ำนวน 12,990 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ ..93

๔. สถิติเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น จ าแนกตามประเภทเรื่อง เรียงตามล าดับประเภทเรื่องหลักที่มี

การร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นมากที่สุด

ล าดับที่ ประเภทเรื่องหลัก ประเภทเรื่องรอง จ านวนเรื่อง ร้อยละ

1 สังคมและสวัสดิการ สังคมเสื่อมโทรม 28,818

19.81

(๑)

สำธำรณูปโภค 16,330

11.23

(๒)

กำรพนัน 11,122

7.65

(๓)

ปัญหำที่ดิน 4,972 3.42

จัดระเบียบสังคม 4,755 3.27

สวัสดิกำรสงเครำะห์ 2,751 1.89

ปัญหำแรงงำน 2,289 1.57

กำรศึกษำ 1,551 1.07

ปัญหำที่อยู่อำศัย 1,433 0.98

สำธำรณสุข 1,348 0.93

ศำสนำ ศิลปวัฒนธรรม 993 0.68

สิทธิมนุษยชน 969 0.67

สถำนภำพของบุคคล 791 0.54

ประกันสังคม 593 0.41

หลักประกันสุขภำพ 124 0.08

กำรกีฬำ 89 0.06

รวม 78,928 54.26

2 การร้องเรียนกล่าวโทษ กำรกล่ำวโทษเจ้ำหน้ำที่ของรัฐทุจริต 9,185

6.31

เจ้าหน้าที่ของรัฐ

(๔)

กำรประพฤติตนไม่เหมำะสมของเจ้ำหน้ำที่ของรัฐ 6,296 4.33

ร้องเรียนกำรให้บริกำรของเจ้ำหน้ำที่ของรัฐ 5,408 3.72

รวม 20,889 14.36

/๓ เศรษฐกิจ ...


๖๓

ล าดับ

ที่

ประเภทเรื่องหลัก ประเภทเรื่องรอง จ านวนเรื่อง ร้อยละ

๓ เศรษฐกิจ ปัญหำหนี้สิน 9,137

6.28

(๕)

กำรค้ำ 2,101 1.44

รำยได้ 2,045 1.41

กำรเกษตร 1,860 1.28

กำรเงิน 1,625 1.12

กำรคลัง 848 0.58

กำรลงทุน 605 0.42

รำคำพลังงำน 508 0.35

อุตสำหกรรม 225 0.15

รวม 18,954 13.03

4 การเมือง-การปกครอง นโยบำยของรัฐบำล 6,048 4.16

กำรใช้อ ำนำจของหน่วยงำนของรัฐ 4,532 3.12

กำรเมือง 3,583 2.46

ปัญหำควำมมั่นคง 468 0.32

สถำบันพระมหำกษัตริย์ 233 0.16

รวม 14,864 10.22

5 กฎหมาย กำรกระท ำควำมผิดอำญำ 4,092 2.81

กำรบังคับตำมกฎหมำย 1,488 1.02

กำรเสนอและตรำกฎหมำย 1,367 0.94

กำรใช้สิทธิหรือข้อพิพำทระหว่ำงเอกชน 947 0.65

รวม 7,894 5.43

6 ทรัพยากรธรรมชาติและ

สิ่งแวดล้อม

ปัญหำน้ ำผิวดิน 1,325 0.91

ปัญหำในพื้นที่ป่ำ 1,147 0.79

ปัญหำของเสีย 427 0.29

คุณภำพน้ ำ 231 0.16

คุณภำพอำกำศและเสียง 186 0.13

นโยบำยและแผนทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม 179 0.12

สัตว์ป่ำและพืชป่ำ 168 0.12

ทรัพยำกรชำยฝั่งทะเล 110 0.08

ปัญหำน้ ำบำดำล 73 0.05

ทรัพยำกรธรณี 68 0.05

รวม 3,914 2.69

7 พ.ร.บ. อ านวยความสะดวก ร้องเรียนเรื่องอื่น ๆ 7 0.00

ร้องเรียนกำรด ำเนินกำรเกี่ยวกับคู่มือส ำหรับประชำชน 5 0.00

ร้องเรียนกำรไม่ปฏิบัติตำม พรบ. 3 0.00

ร้องเรียนกำรไม่ปฏิบัติตำมคู่มือส ำหรับประชำชน 2 0.00

รวม 17 0.01

รวมทั้งสิ้น 145,460 100.00

หมายเหตุ : (๑) (๒) (๓) ... หมายถึง ล าดับที่ที่มีจ านวนเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นมากที่สุด ๓ ล าดับแรก

จากตารางแสดงสถิติเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นข้างต้นพบว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘

ประชาชนร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น ในประเภทเรื่องต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น ๑๔๕,๔๖๐ เรื่อง โดยประเภทเรื่องรองที่ประชาชน

ร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นมากที่สุด ได้แก่ สังคมเสื่อมโทรม รองลงมา คือ สาธารณูปโภค การพนัน การกล่าวโทษ

เจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริต และปัญหาหนี้สิน ตามล าดับ

/๕. สถิติ ...


๖๔

ล าดับ

ที่

๕. สถิติเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นและผลการด าเนินการของหน่วยงาน (ไม่รวมองค์กรปกครอง

ส่วนท้องถิ่นและจังหวัด) เรียงตามล าดับหน่วยงานที่ได้รับการประสานงานเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น

มากที่สุด

กรม/ส านักงาน

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์การประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

1 กระทรวง 28,115 42.00 ๒๐,๖๘๗ ๗๓.๕๘ 16,788 59.71 11,327 40.29

1.1 กระทรวงมหำดไทย

3,807 5.69 ๒,๒๖๘ ๕๙.๕๗ 1,700 44.65 2,107 55.35

(หมำยเหตุ : เฉพำะในส่วน

ของกรมส่งเสริม

กำรปกครองท้องถิ่น

มีจ ำนวน 5.4 เรื่อง)

1.2 กระทรวงคมนำคม 3,333 4.98 ๒,๙๙๔ ๘๙.๘๓ 2,726 81.79 607 18.21

1.3 กระทรวงกำรคลัง 3,021 4.51 ๑,๘๕๓ ๖๑.๓๔ 1,275 42.20 1,746 57.80

1.4 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2,872 4.29 ๒,๒๓๓ ๗๗.๗๕ 1,766 61.49 1,106 38.51

1.5 กระทรวงศึกษำธิกำร 2,765 4.13 ๒,๐๕๐ ๗๔.๑๔ 1,704 61.63 1,061 38.37

1.6 กระทรวงสำธำรณสุข 1,829 2.73 ๑,๕๒๒ ๘๓.๒๑ 1,423 77.80 406 22.20

1.7 กระทรวงแรงงำน 1,739 2.60 ๑,๕๒๔ ๘๗.๖๔ 1,204 69.24 535 30.76

1.8 กระทรวงกำรพัฒนำสังคม 1,405 2.10 ๑,๑๑๗ ๗๙.๕๐ 821 58.43 584 41.57

และควำมมั่นคงของมนุษย์

1.9 กระทรวงยุติธรรม 1,357 2.03 ๕๒๓ ๓๘.๕๔ 217 15.99 1,140 84.01

1.10 กระทรวงกลำโหม 1,276 1.90 ๑,๐๓๑ ๘๐.๘๐ 887 69.51 389 30.49

1.11 กระทรวงทรัพยำกรธรรมชำติ 1,211 1.81 ๘๐๙ ๖๖.๘๐ 693 57.23 518 42.77

และสิ่งแวดล้อม

1.12 ส ำนักนำยกรัฐมนตรี 975 1.45 ๖๔๑ ๖๕.๗๔ 543 55.69 432 44.31

1.13 กระทรวงพำณิชย์ 964 1.44 ๘๘๑ ๙๑.๓๙ 797 82.68 167 17.32

1.14 กระทรวงพลังงำน 511 0.76 ๔๔๑ ๘๖.๓๐ 378 73.97 133 26.03

1.15 กระทรวงเทคโนโลยี

318 0.48 ๒๖๑ ๘๒.๐๗ 236 74.21 82 25.79

สำรสนเทศและกำรสื่อสำร

1.16 กระทรวงอุตสำหกรรม 245 0.37 ๑๖๗ ๖๘.๑๖ 100 40.82 145 59.18

1.17 กระทรวงวัฒนธรรม 185 0.28 ๑๔๘ ๘๐.๐๐ 132 71.35 53 28.65

1.18 กระทรวงกำรท่องเที่ยว

149 0.22 ๑๒๑ ๘๑.๒๑ 103 69.13 46 30.87

และกีฬำ

1.19 กระทรวงกำรต่ำงประเทศ 135 0.20 ๘๘ ๖๕.๑๘ 74 54.81 61 45.19

1.20 กระทรวงวิทยำศำสตร์

18 0.03 ๑๕ ๘๓.๓๓ 9 50.00 9 50.00

และเทคโนโลยี

2 หน่วยงานอื่น 28,103 41.985 ๒๔,๙๑๓ ๘๘.๖๕ 23,951 85.23 4,152 14.77

2.1 ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ 24,589 36.73 ๒๑,๙๒๒ ๘๙.๑๕ 21,395 87.01 3,194 12.99

2.2 ส ำนักงำนคณะกรรมกำร 923 1.38 ๘๑๙ ๘๘.๗๒ 766 82.99 157 17.01

กิจกำรกระจำยเสียง

กิจกำรโทรทัศน์ และกิจกำร

โทรคมนำคมแห่งชำติ

2.3 ส ำนักงำนเลขำธิกำร

สภำผู้แทนรำษฎร

743 1.11 ๗๒๑ ๙๗.๐๔ 697 93.81 46 6.19

/2.4 ธนำคำร...


๖๕

ล าดับ

ที่

กรม/ส านักงาน

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์การประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

2.4 ธนำคำรแห่งประเทศไทย 588 0.88 ๕๒๔ ๘๙.๑๒ 395 67.18 193 32.82

2.5 ส ำนักงำนพระพุทธศำสนำ 501 0.75 ๔๒๕ ๘๔.๘๓ 370 73.85 131 26.15

แห่งชำติ

2.6 สภำทนำยควำม

96 0.15 ๔๐ ๔๑.๖๖ 11 11.46 85 88.54

ในพระบรมรำชูปถัมภ์

2.7 ส ำนักงำนคณะกรรมกำรก ำกับ 96 0.15 ๕๘ ๖๐.๔๒ 26 27.08 70 72.92

และส่งเสริมกำรประกอบธุรกิจ

ประกันภัย

2.8 ส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด 79 0.12 ๔๑ ๕๑.๙๐ 22 27.85 57 72.15

2.9 ส ำนักงำนคณะกรรมกำร

61 0.09 ๕๖ ๙๑.๘๐ 50 81.97 11 18.03

ป้องกันและปรำบปรำม

กำรทุจริตแห่งชำติ

2.10 ส ำนักเลขำธิกำรวุฒิสภำ

61 0.09 ๕๕ ๙๐.๑๖ 53 86.89 8 13.11

ปฏิบัติหน้ำที่ส ำนักงำน

เลขำธิกำรสภำนิติบัญญัติ

แห่งชำติ

2.11 ส ำนักงำนคณะกรรมกำร

49 0.07 ๔๖ ๙๓.๘๘ 40 81.63 9 18.37

กำรเลือกตั้ง

2.12 ศูนย์อ ำนวยกำรบริหำร

47 0.07 ๓๐ ๖๓.๘๓ 13 27.66 34 72.34

จังหวัดชำยแดนภำคใต้

2.13 ส ำนักงำนศำลยุติธรรม 36 0.05 ๒๙ ๘๐.๕๕ 24 66.67 12 33.33

2.14 ส ำนักงำนกองทุนฟื้นฟู

29 0.04 ๑๓ ๔๔.๘๓ 1 3.45 28 96.55

และพัฒนำเกษตรกร

2.15 ส ำนักงำนคณะกรรมกำร

26 0.04 ๑๙ ๗๓.๐๘ 15 57.69 11 42.31

ป้องกันและปรำบปรำม

ยำเสพติด

2.16 ส ำนักงำนคณะกรรมกำร

22 0.03 ๑๓ ๕๙.๐๙ 11 50.00 11 50.00

ป้องกันและปรำบปรำม

กำรทุจริตในภำครัฐ

2.17 ส ำนักงำนคณะกรรมกำร

21 0.03 ๑๗ ๘๐.๙๕ 12 57.14 9 42.86

ก ำกับหลักทรัพย์และตลำด

หลักทรัพย์

2.18 ส ำนักงำนทรัพย์สิน

21 0.03 ๑๔ ๖๖.๖๖ 6 28.57 15 71.43

ส่วนพระมหำกษัตริย์

2.19 กองอ ำนวยกำรรักษำควำม 20 0.03 ๑๑ ๕๕.๐๐ 5 25.00 15 75.00

มั่นคงภำยในรำชอำณำจักร

2.20 ส ำนักงำนป้องกันและ

18 0.03 ๑๑ ๖๑.๑๑ 9 50.00 9 50.00

ปรำบปรำมกำรฟอกเงิน

2.21 ส ำนักงำนกองทุนหมู่บ้ำน

19 0.03 ๙ ๔๗.๓๗ 5 26.32 14 73.68

และชุมชนเมืองแห่งชำติ

2.22 ส ำนักงำนคณะกรรมกำร

13 0.02 ๗ ๕๓.๘๕ 2 15.38 11 84.62

ก ำกับกิจกำรพลังงำน

2.23 ส ำนักงำนกำรตรวจเงิน

แผ่นดิน

11 0.02 ๖ ๕๔.๕๔ 6 54.55 5 45.45

/2.24 ส ำนักงำน ...


๖๖

ล าดับ

ที่

กรม/ส านักงาน

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์การประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

2.24 ส ำนักงำนคณะกรรมกำร

6 0.01 ๖ ๑๐๐.๐๐ 4 66.67 2 33.33

สิทธิมนุษยชนแห่งชำติ

2.25 แพทยสภำ 6 0.01 ๒ ๓๓.๓๓ 0 0.00 6 100.00

2.26 ส ำนักงำนผู้ตรวจกำรแผ่นดิน 5 0.007 ๕ ๑๐๐.๐๐ 3 60.00 2 40.00

2.27 ส ำนักพระรำชวัง 4 0.005 ๒ ๕๐.๐๐ 1 25.00 3 75.00

2.28 ส ำนักงำนคณะกรรมกำร

พิเศษเพื่อประสำนงำน

โครงกำรอันเนื่องมำจำก

พระรำชด ำริ

3 0.004 ๓ ๑๐๐.๐๐ 2 66.67 1 33.33

2.29 ส ำนักงำนคณะกรรมกำร

3 0.004 ๓ ๑๐๐.๐๐ 2 66.67 1 33.33

ปฏิรูปกฎหมำย

2.30 ส ำนักงำนคณะกรรมกำร

1 0.001 ๑ ๑๐๐.๐๐ 1 100.00 0 0.00

กลำงอิสลำมแห่งประเทศไทย

2.31 สภำกำชำดไทย 1 0.001 ๑ ๑๐๐.๐๐ 1 100.00 0 0.00

2.32 ส ำนักงำนรำชบัณฑิตยสภำ 1 0.001 ๑ ๑๐๐.๐๐ 1 100.00 0 0.00

2.33 ส ำนักงำนสภำเกษตรกร

1 0.001 ๑ ๑๐๐.๐๐ 0 0.00 1 100.00

แห่งชำติ

2.34 ส ำนักงำนสภำที่ปรึกษำ

1 0.001 ๑ ๑๐๐.๐๐ 1 100.00 0 0.00

เศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ

2.35 ส ำนักงำนคณะกรรมกำรวิจัย 1 0.001 ๑ ๑๐๐.๐๐ 1 100.00 0 0.00

แห่งชำติ

2.36 สภำเกษตรกรแห่งชำติ 1 0.001 ๐ ๐.๐๐ 0 0.00 1 100.00

3 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 10,719 16.015 ๙,๒๓๒ ๘๖.๑๓ 6,801 63.45 3,918 36.55

ในก ากับกระทรวง

3.1 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 6,132 9.16 ๕,๐๙๔ ๘๓.๐๗ 3,373 55.01 2,759 44.99

ในก ากับกระทรวงการคลัง

3.1.1 ธนำคำรออมสิน 2,043 3.05 ๑,๕๘๖ ๗๗.๖๓ 717 35.10 1,326 64.90

3.1.2 ส ำนักงำนสลำกกินแบ่งรัฐบำล 1,897 2.83 ๑,๗๘๙ ๙๔.๓๑ 1,729 91.14 168 8.86

3.1.3 ธนำคำรเพื่อกำรเกษตร

816 1.22 ๕๗๕ ๗๐.๔๗ 454 55.64 362 44.36

และสหกรณ์กำรเกษตร

3.1.4 ธนำคำร กรุงไทย จ ำกัด

815 1.22 ๗๕๘ ๙๓.๐๑ 241 29.57 574 70.43

(มหำชน)

3.1.5 ศูนย์อ ำนวยกำรปฏิบัติกำร 170 0.25 ๖๐ ๓๕.๒๙ 26 15.29 144 84.71

แก้ไขปัญหำหนี้สินภำค

ประชำชน

3.1.6 กองทุนเงินให้กู้ยืม

152 0.23 ๑๓๐ ๘๕.๕๓ 88 57.89 64 42.11

เพื่อกำรศึกษำ

3.1.7 ธนำคำรอำคำรสงเครำะห์ 96 0.14 ๗๘ ๘๑.๒๕ 38 39.58 58 60.42

3.1.8 กองทุนบ ำเหน็จบ ำนำญ

67 0.10 ๖๓ ๙๔.๐๓ 55 82.09 12 17.91

ข้ำรำชกำร

3.1.9 ธนำคำรพัฒนำวิสำหกิจ

58 0.09 ๓๘ ๖๕.๕๒ 19 32.76 39 67.24

ขนำดกลำงและขนำดย่อม

แห่งประเทศไทย

3.1.10 ธนำคำรอิสลำมแห่ง

ประเทศไทย

10 0.02 ๑๐ ๑๐๐.๐๐ 3 30.00 7 70.00

/3.1.11 ธนำคำร…


๖๗

ล าดับ

ที่

กรม/ส านักงาน

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์การประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

3.1.11 ธนำคำรเพื่อกำรส่งออก

2 0.003 ๒ ๑๐๐.๐๐ 0 0.00 2 100.00

และน ำเข้ำแห่งประเทศไทย

3.1.12 บริษัท บริหำรสินทรัพย์

2 0.003 ๒ ๑๐๐.๐๐ 0 0.00 2 100.00

กรุงเทพพำณิชย์ จ ำกัด

3.1.13 โรงงำนยำสูบ 2 0.003 ๒ ๑๐๐.๐๐ 2 100.00 0 0.00

3.1.14 บริษัท บริหำรสินทรัพย์

1 0.001 ๑ ๑๐๐.๐๐ 0 0.00 1 100.00

สุขุมวิท จ ำกัด

3.1.15 โรงงำนไพ่ 1 0.001 ๑ ๑๐๐.๐๐ 1 100.00 0 0.00

3.2 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 1,763 2.63 ๑,๖๒๒ ๙๒.๐๐ 1246 70.67 517 29.33

ในก ากับกระทรวงมหาดไทย

3.2.1 กำรไฟฟ้ำส่วนภูมิภำค 718 1.07 ๖๑๔ ๘๕.๕๑ 430 59.89 288 40.11

3.2.2 กำรประปำส่วนภูมิภำค 524 0.78 ๕๐๖ ๙๖.๕๖ 413 78.82 111 21.18

3.2.3 กำรไฟฟ้ำนครหลวง 343 0.51 ๓๓๓ ๙๗.๐๘ 264 76.97 79 23.03

3.2.4 กำรประปำนครหลวง 178 0.27 ๑๖๙ ๙๔.๙๔ 139 78.09 39 21.91

3.3 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 1,502 2.24 ๑,๓๙๙ ๙๓.๑๔ 1,325 88.22 177 11.78

ในก ากับกระทรวงคมนาคม

3.3.1 องค์กำรขนส่งมวลชนกรุงเทพ 835 1.25 ๘๒๖ ๙๘.๙๒ 789 94.49 46 5.51

3.3.2 กำรรถไฟแห่งประเทศไทย 274 0.41 ๒๒๐ ๘๐.๒๙ 219 79.93 55 20.07

3.3.3 บริษัท ขนส่ง จ ำกัด 141 0.21 ๑๓๐ ๙๒.๑๙ 117 82.98 24 17.02

3.3.4 บริษัท ท่ำอำกำศยำนไทย

95 0.14 ๘๓ ๘๗.๓๗ 79 83.16 16 16.84

จ ำกัด (มหำชน)

3.3.5 กำรรถไฟฟ้ำขนส่งมวลชน 67 0.10 ๕๘ ๘๖.๕๗ 48 71.64 19 28.36

แห่งประเทศไทย

3.3.6 กำรทำงพิเศษแห่งประเทศไทย 66 0.10 ๖๔ ๙๖.๙๗ 57 86.36 9 13.64

3.3.7 กำรท่ำเรือแห่งประเทศไทย 16 0.02 ๑๓ ๘๑.๒๕ 11 68.75 5 31.25

3.3.8 บริษัท กำรบินไทย จ ำกัด

7 0.01 ๔ ๕๗.๑๔ 4 57.14 3 42.86

(มหำชน)

3.3.9 บริษัท วิทยุกำรบิน

1 0.001 ๑ ๑๐๐.๐๐ 1 100.00 0 0.00

แห่งประเทศไทย จ ำกัด

3.4 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 625 0.93 ๕๙๕ ๙๕.๒๐ 454 72.64 171 27.36

ในก ากับกระทรวงเทคโนโลยี

สารสนเทศและการสื่อสาร

3.4.1 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จ ำกัด 335 0.50 ๓๑๔ ๙๓.๗๓ 276 82.39 59 17.61

3.4.2 บริษัท ทีโอที จ ำกัด (มหำชน) 248 0.37 ๒๔๓ ๙๗.๙๘ 148 59.68 100 40.32

3.4.3 บริษัท กสท โทรคมนำคม 42 0.06 ๓๘ ๙๐.๔๘ 30 71.43 12 28.57

จ ำกัด (มหำชน)

3.5 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 232 0.35 ๑๖๒ ๖๙.๘๓ 120 51.72 112 48.28

ในก ากับกระทรวง

การพัฒนาสังคม

และความมั่นคงของมนุษย์

3.5.1 กำรเคหะแห่งชำติ 225 0.34 ๑๕๙ ๗๐.๖๖ 120 53.33 105 46.67

3.5.2 สถำบันพัฒนำองค์กรชุมชน

(องค์กำรมหำชน)

7 0.01 ๓ ๔๒.๘๖ 0 0.00 7 100.00

/3.6 รัฐวิสำหกิจ ...

ล าดับ กรม/ส านักงาน รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ วัตถุประสงค์การประสานงาน


๖๘

ที่ เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

3.6 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 147 0.22 ๑๑๘ ๘๐.๒๗ 110 74.83 37 25.17

ในก ากับกระทรวง

สาธารณสุข

3.6.1 ส ำนักงำนหลักประกันสุขภำพ 145 0.218 ๑๑๖ ๘๐.๐๐ 108 74.48 37 25.52

แห่งชำติ

3.6.2 สถำบันกำรแพทย์ฉุกเฉิน

1 0.001 ๑ ๑๐๐.๐๐ 1 100.00 0 0.00

แห่งชำติ

3.6.3 องค์กำรเภสัชกรรม 1 0.001 ๑ ๑๐๐.๐๐ 1 100.00 0 0.00

3.7 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน

67 0.10 ๕๙ ๘๘.๐๖ 56 83.58 11 16.42

ในก ากับกระทรวงการ

ท่องเที่ยวและกีฬา

3.7.1 กำรท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 41 0.06 ๔๐ ๙๗.๕๖ 39 95.12 2 4.88

3.7.2 กำรกีฬำแห่งประเทศไทย 26 0.04 ๑๙ ๗๓.๐๘ 17 65.38 9 34.62

3.8 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน

61 0.09 ๔๘ ๗๘.๖๙ 34 55.74 27 44.26

ในก ากับกระทรวงกลาโหม

3.8.1 องค์กำรสงเครำะห์

61 0.09 ๔๘ ๗๘.๖๙ 34 55.74 27 44.26

ทหำรผ่ำนศึก ในพระบรม

รำชูปถัมภ์

3.9 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน

60 0.09 ๓๘ ๖๓.๓๓ 30 50.00 30 50.00

ในก ากับกระทรวงศึกษาธิการ

3.9.1 ส ำนักงำนเลขำธิกำรคุรุสภำ 32 0.05 ๒๖ ๘๑.๒๕ 23 71.88 9 28.13

3.9.2 ส ำนักงำนคณะกรรมกำร

ส่งเสริมสวัสดิกำร

และสวัสดิภำพครู

และบุคลำกรทำงกำรศึกษำ

28 0.04 ๑๒ ๔๒.๘๖ 7 25.00 21 75.00

3.10 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน

54 0.08 ๔๓ ๗๙.๖๓ 27 50.00 27 50.00

ในก ากับกระทรวงพลังงาน

3.10.1 กำรไฟฟ้ำฝ่ำยผลิต

40 0.06 ๓๓ ๘๒.๕๐ 17 42.50 23 57.50

แห่งประเทศไทย

3.10.2 บริษัท ปตท. จ ำกัด (มหำชน) 14 0.02 ๑๐ ๗๑.๔๓ 10 71.43 4 28.57

3.11 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน

31 0.05 ๒๙ ๙๓.๕๕ 14 45.16 17 54.84

ในก ากับกระทรวงเกษตรและ

สหกรณ์

3.11.1 กำรยำงแห่งประเทศไทย 24 0.04 ๒๓ ๙๕.๘๓ 12 50.00 12 50.00

3.11.2 องค์กำรส่งเสริมกิจกำร

3 0.00 ๒ ๖๖.๖๖ 1 33.33 2 66.67

โคนมแห่งประเทศไทย

3.11.3 องค์กำรสะพำนปลำ 2 0.00 ๒ ๑๐๐.๐๐ 0 0.00 2 100.00

3.11.4 องค์กำรตลำดเพื่อเกษตรกร 2 0.00 ๒ ๑๐๐.๐๐ 1 50.00 1 50.00

3.12 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน

ในก ากับส านักนายกรัฐมนตรี

3.12.1 ส ำนักงำนคณะกรรมกำร

ส่งเสริมกำรลงทุน

20 0.03 ๑๓ ๖๕.๐๐ 4 20.00 16 80.00

7 0.01 ๖ ๘๕.๗๑ 1 14.29 6 85.71

ล าดับ กรม/ส านักงาน รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ วัตถุประสงค์การประสานงาน

/3.12.2 บริษัท ...


๖๙

ที่ เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

3.12.2 บริษัท อสมท จ ำกัด (มหำชน) 5 0.007 ๔ ๘๐.๐๐ 2 40.00 3 60.00

3.12.3 ส ำนักงำนส่งเสริมวิสำหกิจ

ขนำดกลำงและขนำดย่อม

3.12.4 ส ำนักงำนกองทุนสนับสนุน

กำรวิจัย

3.12.5 ส ำนักงำนรับรองมำตรฐำน

และประเมินคุณภำพ

กำรศึกษำ (องค์กำรมหำชน)

3.12.6 องค์กำรบริหำรกำรพัฒนำ

พื้นที่พิเศษเพื่อกำรท่องเที่ยว

อย่ำงยั่งยืน (องค์กำรมหำชน)

4 0.005 ๐ ๐.๐๐ 0 0.00 4 100.00

2 0.002 ๒ ๑๐๐.๐๐ 1 50.00 1 50.00

1 0.001 ๑ ๑๐๐.๐๐ 0 0.00 1 100.00

1 0.001 ๐ ๐.๐๐ 0 0.00 1 100.00

3.13 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน

12 0.02 ๙ ๗๕.๐๐ 6 50.00 6 50.00

ในก ากับกระทรวง

อุตสาหกรรม

3.13.1 กำรนิคมอุตสำหกรรม

12 0.02 ๙ ๗๕.00 6 50.00 6 50.00

แห่งประเทศไทย

3.14 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน

8 0.01 ๒ ๒๕.๐๐ 2 25.00 6 75.00

ในก ากับกระทรวงพาณิชย์

3.14.1 องค์กำรคลังสินค้ำ 8 0.01 ๒ ๒๕.๐๐ 2 25.00 6 75.00

3.15 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน

4 0.005 ๑ ๒๕.๐๐ 0 0.00 4 100.00

ในก ากับกระทรวง

ทรัพยากรธรรมชาติ

และสิ่งแวดล้อม

3.15.1 องค์กำรอุตสำหกรรมป่ำไม้ 3 0.004 ๑ ๓๓.๓๓ 0 0.00 3 100.00

3.15.2 องค์กำรสวนสัตว์

1 0.001 ๐ ๐.๐๐ 0 0.00 1 100.00

ในพระบรมรำชูปถัมภ์

3.16 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน

1 0.001 ๐ ๐.๐๐ 0 0.00 1 100.00

ในก ากับกระทรวงวิทยาศาสตร์

และเทคโนโลยี

3.16.1 ส ำนักงำนนวัตกรรมแห่งชำติ 1 0.001 ๐ ๐.๐๐ 0 0.00 1 100.00

(องค์กำรมหำชน)

รวมทั้งสิ้น 66,937 100.00 ๕๔,๘๓๒ ๘๑.๙๒ 47,540 71.02 19,397 28.98

จำกตำรำงแสดงสถิติเรื่องร้องทุกข์/เสนอควำมคิดเห็นข้ำงต้นพบว่ำ ในปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๕๘ หน่วยงำนต่ำง ๆ

ได้รับกำรประสำนงำนเรื่องร้องทุกข์/เสนอควำมคิดเห็น รวมทั้งสิ้น 6๖,937 เรื่อง โดยเรียงตำมล ำดับจำกหน่วยงำน

ที่ได้รับกำรประสำนงำนมำกที่สุด ได้แก่ ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ รองลงมำ คือ กระทรวงมหำดไทย กระทรวงคมนำคม

กระทรวงกำรคลัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตำมล ำดับ

ส ำหรับรัฐวิสำหกิจที่ได้รับกำรประสำนงำนเรื่องร้องทุกข์/เสนอควำมคิดเห็นมำกที่สุด ได้แก่ ธนำคำรออมสิน

รองลงมำ คือ ส ำนักงำนสลำกกินแบ่งรัฐบำล องค์กำรขนส่งมวลชนกรุงเทพ ธนำคำรเพื่อกำรเกษตรและสหกรณ์

กำรเกษตร และธนำคำร กรุงไทย จ ำกัด (มหำชน) ตำมล ำดับ

/๖. ประเด็น …


๖. ประเด็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นของหน่วยงานที่ได้รับการประสานงานเรื่องร้องทุกข์/

เสนอความคิดเห็นมากที่สุด ๕ ล าดับแรก (แสดงเฉพาะประเด็นเรื่องที่มีการร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นมาก)

ล าดับ

ที่

กระทรวง/หน่วยงาน ประเด็นเรื่อง

๑ ส านักงานต ารวจแห่งชาติ เหตุเดือดร้อนร าคาญ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้แก้ไขปัญหาเหตุเดือดร้อนร าคาญจากเสียง จากสถานบันเทิง ร้านอาหาร สถานประกอบการ บ้านเรือน วัยรุ่นมั่วสุม

รวมกลุ่มแข่งขันรถจักรยานยนต์ส่งเสียงดังรบกวน และแรงงานต่างด้าว

- ขอให้แก้ไขปัญหาการจอดรถยนต์ส่วนบุคคล รถบรรทุก รถแท็กซี่ รถตู้โดยสารสาธารณะกีดขวางการจราจร

- ขอให้จัดสรรเจ้าหน้าที่ต ารวจลงตรวจพื้นที่เพื่อรักษาความปลอดภัย

- ขอให้แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด

หนี้สินนอกระบบ โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่า

ที่กฎหมายก าหนด และถูกเจ้าหนี้ข่มขู่

ยาเสพติด โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเบาะแสการลักลอบจ าหน่าย และเสพยาเสพติดประเภทยาบ้า ยาไอซ์ กัญชา ใบกระท่อม

ยาอี และยาเค

๒ กระทรวงมหาดไทย การเสนอความคิดเห็น ขอให้ปรับลดวาระการด ารงต าแหน่งของผู้ใหญ่บ้าน เป็นระยะเวลา ๔ ปี จากเดิมที่มีวาระการด ารงต าแหน่ง

จนถึงอายุ ๖๐ ปี

ข้อพิพาทเรื่องที่ดิน โดยส่วนใหญ่ ขอให้แก้ไขปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดิน และขอให้ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิที่ดิน

๓ กระทรวงคมนาคม การบริการรถสาธารณะ และการบริการขนส่งทางบก โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการเรียกเก็บค่าโดยสารเกินราคาของรถจักรยานยนต์รับจ้าง รถยนต์รับจ้างสาธารณะ (แท็กซี่)

และรถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการ

- ขอให้ปรับปรุงการให้บริการของคนขับรถแท็กซี่ พนักงานขับรถตู้ พนักงานขับรถโดยสารประจ าทาง พนักงานเก็บค่าโดยสาร

รถประจ าทาง และพนักงานจ าหน่ายตั๋วโดยสาร เป็นต้น

- ขอให้จัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ รถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

ผู้ใช้บริการ

ถนน โดยส่วนใหญ่ ขอให้ปรับปรุงซ่อมแซม/ก่อสร้างถนน สะพานกลับรถ สะพานข้ามคลอง บาทวิถี ตีเส้นแบ่งช่องการจราจร

และติดตั้งป้ายสัญลักษณ์จราจร เป็นต้น

๔ กระทรวงการคลัง หนี้สินนอกระบบ และหนี้สินในระบบ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอความช่วยเหลือน าหนี้สินนอกระบบเข้าสู่ระบบของธนาคาร

- ขอความช่วยเหลือจัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ า

ภาษีอากร โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้เร่งพิจารณาจ่ายคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีรถยนต์คันแรก

- ขอให้ปรับลดอัตราการเรียกเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

- ขอให้ตรวจสอบการหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีของสถานประกอบการ

๕ กระทรวงเกษตร

และสหกรณ์

พืชผล โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ขอให้แก้ไขปัญหาราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ า ประเภท

ยางพารา น้ ายางพารา ข้าว มันส าปะหลัง

ผลกระทบจากนโยบายของรัฐ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ขอให้มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร

ผู้ปลูกยางพารา ข้าว มันส าปะหลัง

วิกฤตน้ า โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอความช่วยเหลือในการจัดท าฝนเทียม

- ขอให้แก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ าเพื่อการเกษตร โดยขุดลอกคลองชลประทาน เปิดประตูระบายน้ าและปล่อยน้ าจาก

คลองส่งน้ าชลประทานให้แก่ประชาชน

๗๐

/๗. ประเด็น ...


๗. ประเด็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับการประสานงานเรื่องร้องทุกข์/

เสนอความคิดเห็นมากที่สุด ๕ ล าดับแรก (แสดงเฉพาะประเด็นเรื่องที่มีการร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นมาก)

ล าดับ

ที่

รัฐวิสาหกิจ ประเด็นเรื่อง

๑ ธนาคารออมสิน หนี้สินนอกระบบ และหนี้สินในระบบ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอความช่วยเหลือน าหนี้สินนอกระบบเข้าสู่ระบบของธนาคารออมสิน

- ขอความช่วยเหลือจัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ า

- ขอให้ขยายระยะเวลาการช าระหนี้ และปรับโครงสร้างหนี้ที่มีอยู่กับธนาคารออมสิน

การขออนุมัติสินเชื่อ โดยส่วนใหญ่ ขอให้เร่งพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเพื่อน าไปช าระหนี้สินนอกระบบ และเป็นทุนประกอบอาชีพ

๒ ส านักงานสลากกินแบ่ง

รัฐบาล

สลากกินแบ่งรัฐบาล โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้จัดสรรโควตาจ าหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลส าหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไป

- ขอให้แก้ไขปัญหาการจ าหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา

ล าดับ

ที่

๓ องค์การขนส่งมวลชน

กรุงเทพ

๔ ธนาคารเพื่อการเกษตร

และสหกรณ์การเกษตร

๕ ธนาคาร กรุงไทย จ ากัด

(มหาชน)

สลากกินรวบ โดยส่วนใหญ่เสนอขอให้สามารถจ าหน่ายสลากกินรวบได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

การบริการขนส่งทางบก และการบริการรถสาธารณะ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้ปรับปรุงการให้บริการของพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสาร

- ขอให้ปรับปรุงตารางการเดินรถ เพิ่มจ านวนรถโดยสารประจ าทาง

- ขอให้ตรวจสอบการเรียกเก็บค่าโดยสารเกินราคาของรถโดยสารประจ าทางร่วมบริการ

หนี้สินนอกระบบ และหนี้สินในระบบ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอความช่วยเหลือน าหนี้สินนอกระบบเข้าสู่ระบบของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

- ขอความช่วยเหลือจัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ า

- ขอให้ขยายระยะเวลาการช าระหนี้ และปรับโครงสร้างหนี้ที่มีอยู่กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

ผลกระทบจากนโยบายและโครงการของรัฐ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้เร่งจ่ายเงินตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และสวนยางพารา

- ขอให้ขยายระยะเวลาการพักช าระหนี้ให้แก่เกษตรกร

หนี้สินนอกระบบ และหนี้สินในระบบ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณีขอความช่วยเหลือน าหนี้สิน

นอกระบบเข้าสู่ระบบของธนาคาร กรุงไทย จ ากัด (มหาชน)

การขออนุมัติสินเชื่อ โดยส่วนใหญ่ ขอความช่วยเหลือจัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ าเพื่อน าไปช าระหนี้นอกระบบ

๘. สถิติเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นและผลการด าเนินการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

และจังหวัด โดยเรียงตามล าดับจาก อปท. และจังหวัดที่ได้รับการประสานงานเรื่องร้องทุกข์/เสนอความ

คิดเห็นมากที่สุด

อปท./จังหวัด

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์ของการประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

1 กรุงเทพมหำนคร 4,922 16.27 4,406 89.52 3,834 77.90 1,088 22.10

2 จังหวัดสมุทรปรำกำร 1,256 4.15 1,139 90.68 1,040 82.80 216 17.20

3 จังหวัดปทุมธำนี 1,033 3.415 939 90.90 836 80.93 197 19.07

4 จังหวัดนนทบุรี 991 3.28 864 87.18 829 83.65 162 16.35

5 จังหวัดนครรำชสีมำ 922 3.05 637 69.09 608 65.94 314 34.06

6 จังหวัดชลบุรี 906 2.995 718 79.25 677 74.72 229 25.28

7 จังหวัดนครปฐม 718 2.37 619 86.21 562 78.27 156 21.73

8 จังหวัดพระนครศรีอยุธยำ 686 2.27 546 79.59 525 76.53 161 23.47

9 จังหวัดนครศรีธรรมรำช 649 2.15 455 70.11 412 63.48 237 36.52

10 จังหวัดสุรำษฎร์ธำนี 618 2.04 416 67.31 396 64.08 222 35.92

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

๗๑

ร้อยละ

/๑๑ จังหวัด...


๗๒

ล าดับ

ที่

อปท./จังหวัด

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์ของการประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

11 จังหวัดนครสวรรค์ 597 1.97 453 75.88 403 67.50 194 32.50

12 จังหวัดขอนแก่น 553 1.83 401 72.51 379 68.54 174 31.46

13 จังหวัดเชียงใหม่ 552 1.82 382 69.20 358 64.86 194 35.14

14 จังหวัดสงขลำ 530 1.75 383 72.26 352 66.42 178 33.58

15 จังหวัดอุบลรำชธำนี 521 1.72 357 68.52 316 60.65 205 39.35

16 จังหวัดรำชบุรี 501 1.66 389 77.64 376 75.05 125 24.95

17 จังหวัดกำญจนบุรี 484 1.60 343 70.87 327 67.56 157 32.44

18 จังหวัดสมุทรสำคร 457 1.51 400 87.53 380 83.15 77 16.85

19 จังหวัดสระบุรี 440 1.45 345 78.41 330 75.00 110 25.00

20 จังหวัดสุรินทร์ 439 1.45 305 69.48 247 56.26 192 43.74

21 จังหวัดระยอง 438 1.45 345 78.77 328 74.89 110 25.11

22 จังหวัดภูเก็ต 432 1.43 351 81.25 316 73.15 116 26.85

23 จังหวัดบุรีรัมย์ 425 1.41 271 63.76 259 60.94 166 39.06

24 จังหวัดกระบี่ 422 1.40 343 81.28 251 59.48 171 40.52

25 จังหวัดฉะเชิงเทรำ 405 1.34 303 74.81 283 69.88 122 30.12

26 จังหวัดอุดรธำนี 401 1.33 269 67.08 255 63.59 146 36.41

27 จังหวัดชุมพร 394 1.30 293 74.37 271 68.78 123 31.22

28 จังหวัดศรีสะเกษ 374 1.24 281 75.13 239 63.90 135 36.10

29 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 339 1.12 290 85.55 222 65.49 117 34.51

30 จังหวัดร้อยเอ็ด 334 1.10 216 64.67 194 58.08 140 41.92

31 จังหวัดสุพรรณบุรี 330 1.09 178 53.94 153 46.36 177 53.64

32 จังหวัดปรำจีนบุรี 325 1.07 238 73.23 231 71.08 94 28.92

33 จังหวัดชัยภูมิ 317 1.05 231 72.87 197 62.15 120 37.85

34 จังหวัดลพบุรี 311 1.03 194 62.38 171 54.98 140 45.02

35 จังหวัดเพชรบูรณ์ 303 1.00 249 82.18 190 62.71 113 37.29

36 จังหวัดเชียงรำย 298 0.99 197 66.11 184 61.74 114 38.26

37 จังหวัดพิษณุโลก 292 0.97 214 73.29 209 71.58 83 28.42

38 จังหวัดก ำแพงเพชร 281 0.93 200 71.17 192 68.33 89 31.67

39 จังหวัดตรัง 272 0.90 217 79.78 161 59.19 111 40.81

40 จังหวัดมหำสำรคำม 271 0.90 182 67.16 174 64.21 97 35.79

41 จังหวัดสระแก้ว 259 0.86 129 49.81 121 46.72 138 53.28

42 จังหวัดเพชรบุรี 255 0.84 202 79.22 177 69.41 78 30.59

43 จังหวัดกำฬสินธุ์ 250 0.83 184 73.60 151 60.40 99 39.60

44 จังหวัดจันทบุรี 239 0.79 156 65.27 145 60.67 94 39.33

45 จังหวัดสกลนคร 238 0.79 183 76.89 146 61.34 92 38.66

46 จังหวัดพิจิตร 234 0.77 179 76.50 166 70.94 68 29.06

47 จังหวัดล ำปำง 222 0.73 148 66.67 131 59.01 91 40.99

48 จังหวัดสุโขทัย 202 0.67 144 71.29 132 65.35 70 34.65

49 จังหวัดนครนำยก 198 0.65 174 87.88 146 73.74 52 26.26

50 จังหวัดพังงำ 197 0.65 142 72.08 131 66.50 66 33.50

51 จังหวัดอุตรดิตถ์ 184 0.61 140 76.09 113 61.41 71 38.59

52 จังหวัดพัทลุง 177 0.59 146 82.49 114 64.41 63 35.59

53 จังหวัดเลย 160 0.53 121 75.63 97 60.63 63 39.38

54 จังหวัดตำก 148 0.49 119 80.41 105 70.95 43 29.05

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

/๕๕ จังหวัด...


๗๓

ล าดับ

ที่

อปท./จังหวัด

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์ของการประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

55 จังหวัดชัยนำท 147 0.49 89 60.54 78 53.06 69 46.94

56 จังหวัดยโสธร 141 0.47 120 85.11 95 67.38 46 32.62

57 จังหวัดนครพนม 138 0.46 94 68.12 81 58.70 57 41.30

58 จังหวัดอ่ำงทอง 137 0.45 107 78.10 90 65.69 47 34.31

59 จังหวัดอุทัยธำนี 132 0.44 96 72.73 87 65.91 45 34.09

60 จังหวัดหนองคำย 131 0.43 90 68.70 86 65.65 45 34.35

61 จังหวัดยะลำ 129 0.42 83 64.34 64 49.61 65 50.39

62 จังหวัดอ ำนำจเจริญ 125 0.41 97 77.60 76 60.80 49 39.20

63 จังหวัดสิงห์บุรี 125 0.41 116 92.80 90 72.00 35 28.00

64 จังหวัดน่ำน 121 0.40 83 68.60 73 60.33 48 39.67

65 จังหวัดปัตตำนี 119 0.39 87 73.11 75 63.03 44 36.97

66 จังหวัดสมุทรสงครำม 119 0.39 90 75.63 88 73.95 31 26.05

67 จังหวัดแพร่ 116 0.38 84 72.41 82 70.69 34 29.31

68 จังหวัดพะเยำ 113 0.37 74 65.49 69 61.06 44 38.94

69 จังหวัดตรำด 104 0.34 70 67.31 62 59.62 42 40.38

70 จังหวัดระนอง 100 0.33 56 56.00 53 53.00 47 47.00

71 จังหวัดหนองบัวล ำภู 93 0.31 61 65.59 50 53.76 43 46.24

72 จังหวัดนรำธิวำส 93 0.31 53 56.99 49 52.69 44 47.31

73 จังหวัดมุกดำหำร 86 0.28 49 56.98 42 48.84 44 51.16

74 จังหวัดสตูล 85 0.28 47 55.29 46 54.12 39 45.88

75 จังหวัดล ำพูน 81 0.27 51 62.96 48 59.26 33 40.74

76 จังหวัดบึงกำฬ 66 0.22 38 57.58 35 53.03 31 46.97

77 จังหวัดแม่ฮ่องสอน 45 0.15 23 51.11 16 35.56 29 64.44

รวม ๓๐,๒๔๘ ๑๐๐.๐๐ 23,484 77.64 ๒๑,๐๗๗ ๖๙.๖๘ ๙,๑๗๑ ๓๐.๓๒

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

จากตารางแสดงสถิติเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นข้างต้นพบว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัดต่าง ๆ ได้รับการประสานงานเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น รวมทั้งสิ้น

๓๐,๒๔๘ เรื่อง โดยเรียงตามล าดับจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัดที่ได้รับการประสานงานมากที่สุด

ได้แก่ กรุงเทพมหานคร รองลงมาคือ จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี และจังหวัด

นครราชสีมา ตามล าดับ

๙. ประเด็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัดที่ได้รับการ

ประสานงานมากที่สุด ๕ ล าดับแรก (แสดงเฉพาะประเด็นเรื่องที่มีการร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นมาก)

ร้อยละ

ล าดับ

ที่

อปท./จังหวัด ประเด็นเรื่อง

๑ กรุงเทพมหานคร เหตุเดือดร้อนร าคาญ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากมลภาวะทางเสียง กลิ่นเหม็น ฝุ่นละออง ควันไฟ สถานประกอบการ

การก่อสร้างอาคาร บ้านเรือน ร้านอาหาร การเลี้ยงสัตว์ สุนัข/แมวจรจัด และการเผาขยะ

- ขอให้ปรับปรุงซ่อมแซม/ติดตั้งสัญญาณไฟจราจร เสาสัญญาณเคเบิล ป้ายโฆษณาบนบาทวิถี และการจอดรถกีดขวาง

การจราจร

- ขอให้ขุดลอกท่อระบายน้ า/ล าคลอง และก าจัดวัชพืช/ผักตบชวา เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ าท่วม

ถนน โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณีขอให้ปรับปรุงซ่อมแซม /ก่อสร้างถนน สะพานลอยคนข้าม

ทางม้าลาย บาทวิถี จุดกลับรถ และสะพานข้ามคลอง

หาบเร่แผงลอย โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณีขอให้จัดระเบียบแผงลอยที่จ าหน่ายสินค้ากีดขวาง

การสัญจรบนบาทวิถีและถนน

/๒ จังหวัด...


๗๔

ล าดับ

ที่

อปท./จังหวัด ประเด็นเรื่อง

๒ จังหวัดสมุทรปราการ เหตุเดือดร้อนร าคาญ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากมลภาวะทางเสียง กลิ่นเหม็น ฝุ่นละออง สถานประกอบการ การก่อสร้างอาคาร

บ้านเรือน สุนัขจรจัด และรถบรรทุกดิน

- ขอให้ปรับปรุงซ่อมแซม/ติดตั้งสัญญาณไฟจราจร และการจอดรถกีดขวางการจราจร

- ขอให้จัดระเบียบแผงลอยที่จ าหน่ายสินค้ากีดขวางการสัญจรบนบาทวิถีและถนน

บ่อนการพนัน โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเบาะแสการลักลอบเปิดบ่อนและเล่นการพนันประเภทไพ่ ไฮโล

และพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอล

ยาเสพติด โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเบาะแสการลักลอบจ าหน่ายและเสพยาเสพติดประเภทยาบ้า ยาไอซ์ กัญชา

และยาเค

๓ จังหวัดปทุมธานี เหตุเดือดร้อนร าคาญ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากมลภาวะทางเสียง ฝุ่นละออง กลิ่นเหม็น ขยะมูลฝอย บ้านเรือน สถานประกอบการ

และรถบรรทุก

- ขอให้แก้ไขปัญหาการจอดรถ และการวางจ าหน่ายสินค้ากีดขวางการสัญจรบนบาทวิถีและถนน

ยาเสพติด โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเบาะแสการลักลอบจ าหน่ายและเสพยาเสพติดประเภทยาบ้า ยาไอซ์ กัญชา

และใบกระท่อม

ถนน โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณีขอให้ปรับปรุงซ่อมแซม/ก่อสร้างถนน และสะพานลอยคนข้าม

๔ จังหวัดนนทบุรี เหตุเดือดร้อนร าคาญ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากมลภาวะทางเสียง ฝุ่นละออง กลิ่นเหม็น ควันไฟ สถานประกอบการ เผาขยะ สุนัขจรจัด

และรถบรรทุกดิน

- ขอให้แก้ไขปัญหาการจอดรถ และการวางจ าหน่ายสินค้ากีดขวางการสัญจรบนบาทวิถีและถนน

- ขอให้ขุดลอกท่อระบายน้ า/ล าคลอง และก าจัดวัชพืช/ผักตบชวา เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ าท่วม

ยาเสพติด โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเบาะแสการลักลอบจ าหน่ายและเสพยาเสพติดประเภทยาบ้า ยาไอซ์ และกัญชา

บ่อนการพนัน โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเบาะแสการลักลอบเปิดบ่อนและเล่นการพนันประเภทไพ่ และไฮโล

๕ จังหวัดนครราชสีมา ถนน โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณีขอให้ปรับปรุงซ่อมแซม /ก่อสร้างถนน

เหตุเดือดร้อนร าคาญ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณีขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากมลภาวะ

ทางเสียง ฝุ่นละออง กลิ่นเหม็น สถานประกอบการ รถบรรทุกดิน และฟาร์มเลี้ยงสัตว์

- ขอให้ขุดลอกคลองส่งน้ า และแก้ไขปัญหาน้ าในล าห้วยแห้งขอด

ยาเสพติด โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเบาะแสการลักลอบจ าหน่ายและเสพยาเสพติดประเภทยาบ้า และกัญชา

------------------------------------------------------------------

Hooray! Your file is uploaded and ready to be published.

Saved successfully!

Ooh no, something went wrong!