20.01.2019 Views

ASA CREW VOL.11

ASA CREW Vol.11 : New Faces วารสารสถาปัตยกรรมของสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ฉบับนี้จึงเป็นความพยายามในการรวบรวมกลุ่มสถาปนิกหน้าใหม่ ที่เกิดขึ้นในวงการออกแบบสถาปัตยกรรมของพวกเรา เพื่อฉายให้เห็นภาพรวมของสถาปนิกกลุ่มนี้แบบพอสังเขป และถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้มาทำความรู้จักกับพวกเขาเหล่านี้ว่า มีความสนใจในเรื่องใด มีแนวทาง วิธีคิด และวิธีการทำงานอย่างไรบ้าง ประกอบกับวัตถุประสงค์หลักอันหนึ่งของทางสมาคมสถาปนิกสยามฯ ที่ต้องการผลักดันและสนับสนุนให้สถาปนิกหน้าใหม่-รุ่นใหม่มีพื้นที่ในการนำเสนอผลงานของพวกเขาให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดการเรียนรู้ในแวดวงของสถาปนิกด้วยกันเองแล้ว ก็น่าจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาสถาปัตยกรรมและผู้ที่สนใจในงานด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบในสังคมประเทศไทยอีกด้วย

ASA CREW Vol.11 : New Faces วารสารสถาปัตยกรรมของสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ฉบับนี้จึงเป็นความพยายามในการรวบรวมกลุ่มสถาปนิกหน้าใหม่ ที่เกิดขึ้นในวงการออกแบบสถาปัตยกรรมของพวกเรา เพื่อฉายให้เห็นภาพรวมของสถาปนิกกลุ่มนี้แบบพอสังเขป และถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้มาทำความรู้จักกับพวกเขาเหล่านี้ว่า มีความสนใจในเรื่องใด มีแนวทาง วิธีคิด และวิธีการทำงานอย่างไรบ้าง ประกอบกับวัตถุประสงค์หลักอันหนึ่งของทางสมาคมสถาปนิกสยามฯ ที่ต้องการผลักดันและสนับสนุนให้สถาปนิกหน้าใหม่-รุ่นใหม่มีพื้นที่ในการนำเสนอผลงานของพวกเขาให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดการเรียนรู้ในแวดวงของสถาปนิกด้วยกันเองแล้ว ก็น่าจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาสถาปัตยกรรมและผู้ที่สนใจในงานด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบในสังคมประเทศไทยอีกด้วย

SHOW MORE
SHOW LESS

Create successful ePaper yourself

Turn your PDF publications into a flip-book with our unique Google optimized e-Paper software.

ASA Media Director’s words

ก่อนอื่นผมขอขอบคุณคุณผู้อ่านทุกท่าน สำหรับ

การตอบรับวารสาร ASA Crew โฉมใหม่ที ่ถือว่า

น่าปลื้มใจ และเป็นกำลังใจให้ทีมงานมากทีเดียว

สำหรับฉบับนี้เรายังคงเลือกเฟ้นเนื้อหาที่น่า

สนใจมานำเสนอกันเช่นเคย เรื ่องเด่นประจำ

ฉบับเราหยิบเอาเรื ่องราวออฟฟิศสถาปนิกหน้า

ใหม่ที่น่าจับตามานำเสนอ รวมทั้งเชิญสถาปนิก

รุ่นใหม่มานั่งล้อมวงคุยกัน เพื ่อสะท้อนภาพ

สถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งการเรียนและการทำ

งานด้านสถาปัตย์ พร้อมกับเรื่องที ่น่าสนใจอีก

มากมาย ถ้าพร้อมแล้วพลิกอ่านกันเลยครับ

ผศ.ดร. กมล จิราพงษ์

บรรณาธิการบริหาร

First of all, I would like to say thank you to all the readers for such

wonderful feedback for the redesigned ASA Crew. We have been so

overwhelmed and driven by your support. With this issue, we continue

to bring you some very interesting materials, from our featured

story that will introduce you to some of Thailand’s most promising

and up-and-coming architecture firms to some thought-provoking

conversations between young generation architects about the current

scenario of architectural study and practice, and so many more

interesting reads. Enjoy!

Asst.Prof. Kamon Jirapong, Ph.D.

Editor-in-Chief


Editor’s words

New Faces

เป็นที่น่าสังเกตว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้เริ่มเห็นผลงานของกลุ่มสถาปนิกหน้าใหม่

ไปปรากฏบนสื่อทางสถาปัตยกรรมมากขึ้น สาเหตุหลักประการหนึ่งน่าจะเป็น

เพราะการเพิ่มขึ้นของสื่อออนไลน์และสื่อสังคมต่างๆ ตามยุคสมัย ส่งผลให้

มีช่องทาง พื้นที่ของการนาเสนอและการรับรู้ผลงานการออกแบบเพิ่มตาม

มาด้วย และอีกประการหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะมีออฟฟิศ/สตูดิโอออกแบบ

สถาปัตยกรรมทยอยเปิดใหม่และได้ผลิตผลงานออกมาเป็นระยะๆ ซึ่งก็

ทาให้ภูมิทัศน์และบรรยากาศโดยรวมของการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมร่วม

สมัยดูคึกคัก มีสีสันขึ้น

ASA CREW ธีม New Faces ฉบับนี้จึงเป็นความพยายามในการรวบรวม

กลุ่มสถาปนิกหน้าใหม่ ที่เกิดขึ้นในวงการออกแบบสถาปัตยกรรมเรา เพื่อฉาย

ให้เห็นภาพรวมของสถาปนิกกลุ่มนี้แบบพอสังเขป และถือเป็นโอกาสอันดีที่

จะได้มาทาความรู้จักกับพวกเขาเหล่านี้ว่า มีความสนใจในเรื่องใด มีแนวทาง

วิธีคิด และวิธีการทางานอย่างไรบ้าง ประกอบกับวัตถุประสงค์หลักอันหนึ่ง

ของทางสมาคมสถาปนิกสยามฯ ที่ต้องการผลักดันและสนับสนุนให้สถาปนิก

หน้าใหม่-รุ่นใหม่มีพื้นที่ในการนาเสนอผลงานของพวกเขาให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

(ทาให้ฉบับนี้มีจานวนหน้ามากเป็นพิเศษ) ซึ่งนอกจากจะทาให้เกิดการเรียน

รู้ในแวดวงของสถาปนิกด้วยกันเองแล้ว ก็น่าจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่

นักเรียน นิสิตและนักศึกษาสถาปัตยกรรมได้ด้วย

และนอกจากเนื้อหาที่ตามธีมหลักของเล่มแล้ว ยังมีคอลัมน์ประจาอื่นๆ ที่

ชวนติดตาม น่าอ่าน ซึ่งก็น่าจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและช่วยสื่อสารใน

เรื่องความคิดและวิธีการทางานของสถาปนิกให้เป็นที่เข้าใจแก่สังคมวงกว้างได้

ท้ายนี้ ทางทีมงานขอขอบคุณสมาชิกและผู้อ่านหลายท่าน ที่ได้ส่งความคิดเห็น

คาติชมและข้อเสนอแนะต่างๆ เข้ามา ซึ่งเป็นกาลังใจที่ดีสาหรับพวกเราและ

พร้อมที่จะนาข้อเสนอแนะเหล่านั้นไปพัฒนาปรับปรุงวารสารให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

ด้วยความนับถือ

กฤษณะพล วัฒนวันยู

บรรณาธิการ

In recent years, more and more works by emerging

architecture offices and studios have been

appearing in the architecture media. One reason

for this could be the rise of online and social media

across contemporary society, which has resulted

in an increase of communication channels and

media portals where design works can be widely

seen. Another reason may simply be that more

new architectural offices and studios are being

founded and hence more work has been produced

in recent years. Whatever the reasons are,

this new generation is creating a lively and

exciting atmosphere within the Thai architectural

profession.

This ‘New Faces’-themed volume of ASA CREW

is an attempt to gather together and present

a concise overview of these new Thai architectural

practices as they stand today. It will, we hope,

help you to get to know them better: their

interests, their approaches to design, and

their ways of thinking and working. One of the

main objectives of the Association of Siamese

Architects is to encourage and support the next

generation of architects by bringing their work

to wider public attention. And in that spirit,

we hope this issue benefits not only architects

but also inspires architecture students as well.

In addition to all the content related to this issue’s

theme, there are also some interesting regular

columns to be enjoyed. These are intended to help

articulate architects’ ideas and work processes

so that they are better understood across society.

Lastly, we would like to thank all those ASA

members and readers who have sent us their

comments. They have been a great help to us as

we strive to improve the quality of the journal,

and we have taken many of the most useful

suggestions on board.

Regards,

Kisnaphol Wattanwanyoo

Editor

3


ASA Commitee

ASA CAN Ten

for Ninety 2018

: Health is Now

Text: ณัฐวดี สัตนันท์ และ ถิรวัฒน์ พิมเวิน /

Nuttawadee Suttanan and Tirawat Pimwern

Translation: ธนว์กัญญา แจ้งใจธรรม / Tanakanya Changchaitum

Photo: ASA CAN Ten for Ninety 2018

4

“เวลาในการทำงาน 10% เพื่อทำ การออกแบบเพื่อ

คนอีก 90% ในสังคม” คือแนวคิดหลักของ “ASA

CAN Ten for Ninety” อีกหนึ่งโครงการของ ASA

CAN (กรรมาธิการสถาปนิกเพื่อสังคมและ

เมือง) ที่ได้รับการสนับสนุนโดยสมาคมสถาปนิก

สยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ASA CAN Ten for

Ninety 2018 : Health is Now คือก้าวใหม่ในปี

ที่ 3 ของโครงการ เป็นการสร้างรูปแบบกิจกรรม

ส่งเสริมสุขภาพรูปแบบใหม่ในพื้นที่สวนสาธารณะ

เดิม เพื่อตอบสนองการใช้งานของกลุ่มผู้ใช้งาน

ในพื้นที่จริง รวมถึงให้เกิดการใช้งานในพื้นที่สวน

สาธารณะได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยมี “สวน

ลุมพินี” สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่มี

ผู้ใช้งานหลากหลาย เป็นต้นแบบในการสร้างพื้นที่

กิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพในครั้งนี้ กิจกรรมใน

ครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาและผู้ที่สนใจ

เรื่องพื้นที ่สาธารณะ ได้ทดลองทำงานออกแบบ

พื้นที่สาธารณะร่วมกับทีมพี่เลี้ยงสถาปนิกรุ่นใหม่

จากบริษัท Cloud-Floor และ IF (Integrated

Field) ทีมพี่เลี้ยงด้านการจัดทำสื่อจากบริษัท mor

and farmer และคณะเทคโนโลยี สารสนเทศและ

การสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร

รูปแบบกิจกรรมในโครงการ Ten for Ninety

2018 เป็นการนำเอากระบวนการออกแบบพื้นที่

สาธารณะโดยการมีส่วนร่วมมาใช้ในการสร้าง

งาน โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก คือ 1) การ

เก็บรวมรวมข้อมูล สังเกต สัมภาษณ์ วิเคราะห์

พฤติกรรมผู้ใช้งานสวนลุมพินี เพื่อนำไปสู่การ

กำหนดกิจกรรม รูปแบบและขนาดของพื้นที่ที่จะ

เกิดขึ้น 2) การออกแบบและการพัฒนาแบบ: การ

ออกแบบอุปกรณ์สำหรับการยืดเหยียด 3) การ

5

“Ten percent of the time spent designing for

ninety percent of the people in society” is the

core concept of ‘Ten for Ninety 2018: Health

is Now’, a project initiated by the ASA CAN

(Association of Siamese Architects - Community

Act Network) with the support from

Association of Siamese Architects under

Royal Patronage. The latest initiative of ASA

CAN moves into its third year, ‘Ten for Ninety

2018: Health is Now’ is about promoting and

facilitating a new form of health activities

within public parks. The project aims to respond

to actual users of the parks as well as

to sustainably maximize the functionality of

these public spaces. Lumpini Park, one of the

city’s most prominent public parks and host to

an eclectic groups of users, was chosen as the

location for the pilot project and its activities,

which offer an opportunity for students and

individuals who interested in the roles of urban

spaces to collaboratively experiment on a

public design project. Overseeing the project

were emerging architects from Cloud-Floor

and IF (Integrated Field), media experts from

Mor and Farmer, and Silpakorn University’s

Faculty of Information and Communication

Technology.

Intended to incorporate a participatory process

in the design of public spaces, the Ten

for Ninety 2018 project consists of three

parts: 1) data collection, survey, interviews,

and user behavior analysis (these processes

help specify activities, including the type

and size of space where such activities take

place): 2) the design and development of


ผลลัพธ์ที ่ได้จากโครงการคือการออกแบบและสร้าง

‘stretching station’ พื้นที่สำหรับการยืดเหยียด ซึ่ง

นอกจากจะเป็นผลลัพธ์ของการออกแบบที ่มุ่งตอบสนอง

ความต้องการของทั ้งผู้ดูแลสวนลุมพินีและผู้ใช้งานใน

สวนลุมพินีในทุกกลุ่ม ยังเป็นผลลัพธ์ที ่น่าภาคภูมิใจของ

การนำกระบวนการออกแบบพื้นที่สาธารณะโดยการมีส่วน

ร่วมมาใช้ในการออกแบบ

ออกแบบพื้นที่โดยรอบ และการก่อสร้าง การ

เขียนแบบสำหรับการก่อสร้างและการออกแบบ

รายละเอียดเพื่อการก่อสร้างรวมทั้งการควบคุม

การก่อสร้างให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด

ผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการคือการออกแบบและสร้าง

‘stretching station’ พื้นที่สำหรับการยืดเหยียด

ซึ ่งนอกจากจะเป็นผลลัพธ์ของการออกแบบที่มุ่ง

ตอบสนองความต้องการของทั้งผู้ดูแลสวนลุมพินี

และผู้ใช้งานในสวนลุมพินีในทุกกลุ่ม ยังเป็น

ผลลัพธ์ที่น่าภาคภูมิใจของการนำกระบวนการ

ออกแบบพื้นที่สาธารณะโดยการมีส่วนร่วมมาใช้

ในการออกแบบ ทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เกิด

ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการมีส่วนร่วม ในทุก

กระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมเก็บข้อมูล การ

ร่วมออกแบบ และการร่วมอำนวยการก่อสร้างให้

เป็นไปตามเป้าหมาย

workout stretching apparatus: 3) the design

of the surrounding landscape, including the

development of the working drawings for the

construction and a schedule for the project’s

effective time management. The final outcome

was the design and construction of a ‘stretching

station’ that serves the demands of both

the caretakers and users of Lumpini Park. Not

only is the project an interesting example of

the successful incorporation of a participatory

process in public space design, it also enabled

the participants to better understand all the

different steps in such a process. Whether

be data collection or collaborative design

and construction processes, these steps

collectively contributed to the successful

final outcome.

6

7


Update

`โรงพยาบาลชุมชนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา:

โรงพยาบาลที่เป็นมากกว่าโรงพยาบาล’

`More than a Hospital’:

Community Hospital Commemorating

His Majesty the King’s 80 th Birthday

Anniversary’, 5 th December 2007

Text : BE4H

Photo : BE4H

8

โรงพยาบาลชุมชนเฉลิมพระ-

เกียรติ ๘๐ พรรษาทั้ง 10

แห่ง ในพื้นที่และบริบทที่แตก

ต่างทั่วประเทศไทย

นิทรรศการ ‘โรงพยาบาลชุมชนเฉลิมพระเกียรติ

80 พรรษา: โรงพยาบาลที่เป็นมากกว่าโรงพยาบาล’

ที่จัดแสดงเมื่อช่วงระหว่างวันที่ 7-12 สิงหาคม พ.ศ.

2561 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

(BACC) นำเสนอผลการทำงานด้วยกระบวนการ

มีส่วนร่วมกับโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ 80

พรรษา จำนวน 10 แห่ง (โรงพยาบาลแหล่านี้

ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2550) กระจายอยู่ตาม

ภูมิภาคต่างๆ ในพื้นที่ห่างไกลของประเทศไทย

ผ่านการออกแบบและจัดการสิ่งแวดล้อมของโรง

พยาบาลทั้งทางกายภาพสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อ

สร้างสรรค์อัตลักษณ์ร่วมและขับเคลื่อนสู่การเป็น

‘โรงพยาบาลที่เป็นมากกว่าโรงพยาบาล’ สะท้อน

ความเป็นโรงพยาบาลเพื่อชุมชนอย่างแท้จริง ทำให้

เป็นสถานที่บริการสุขภาพที่สามารถเชื่อมโยงความ

สัมพันธ์ของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน บนฐานของ

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันเป็นการสืบสานพระ-

ราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา-

ภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

โครงการนี้ดำเนินงานโดยการทำงานประสานความ

ร่วมมือระหว่างสามหน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนัก

นโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวง

สาธารณสุข, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง

เสริมสุขภาพ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย

มีกลุ่มวิจัยสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะ

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์เป็นผู้ดำเนินงานหลัก

และทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายสถาปนิกนัก

ออกแบบอีกสี่แห่งคือ ใจบ้านสตูดิโอ, ครอส แอนด์-

เฟรนดส์, ตาแสงสตูดิโอ และ mor and farme

ร่วมจัดทำสารคดีเพื่อการเผยแพร่ การดำเนินงาน

โครงการนี้เน้นกระบวนการออกแบบอย่างมีส่วน

ร่วม กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในแต่ละท้องถิ่นเป็น

เครื่องมือสำคัญ ด้วยกิจกรรมที่สร้างปฏิสัมพันธ์

กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม ทั้งบุคลากรโรงพยาบาล

ชุมชนโดยรอบโรงพยาบาล ผู้ใช้บริการสุขภาพ

เป็นหลัก และอาสาสมัครสาธารณสุข หน่วยงาน

ท้องถิ่นต่างๆ และภาคีเครือข่ายนักออกแบบ รวม

ทั้งกองแบบแผน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

กระทรวงสาธารณสุข โดยเปิดโอกาสให้มีการแลก

เปลี่ยนความคิดเห็น ผ่านการทำกิจกรรมกลุ่มรูป

แบบต่างๆ ด้วยเครื่องมือทางการออกแบบพื้นที่

ทางกายภาพ

9

‘More than a Hospital: Community Hospital

Commemorating His Majesty the King’s 80th

Birthday Anniversary’ was an exhibition, held

from 7th to 12th August 2018 at the Bangkok

Art and Culture Centre. The exhibition showcased

the use of a participatory process in

the design and construction of ten community

hospitals in remote areas of the country

back in 2007. Marking the late King Bhumibol

Adulyadej’s 80th birthday celebrations, this

project aimed to develop and attain a collective

identity for these community hospitals

to make them ‘more than hospital’. The hope

was that these hospitals would come to serve

as more than just providers of standardized

healthcare services, but also develop

and maintain strong relationships with the

surrounding local communities, in the line

with King Bhumibol Adulyadej’s sufficiency

economy philosophy.

The project was a collaboration between three

agencies: The Strategy and Planning Division

of the Office of the Permanent Secretary

Ministry of Public Health, The Thai Health

Promotion Foundation, and Kasetsart University’s

Built Environment Research Unit Faculty

of Architecture. With Kasetsart University as

the key facilitator, the project’s development

partners also worked with four architectural

and design firms: CROSS and Friends, Jaibaan

Studio, Ta Saeng Studio including Mor and

Farmer, who was assigned to oversee the

making of a documentary that will later be

screened for the public.

A participatory design process was incorporated

into the operation of the project, with

stakeholders in each community taking part.

Activities were designed to facilitate interactions

between all the involved parties, from

hospital personnel and locals who live near

the hospitals to health volunteers, local

agencies, and networks of designers and

architects, including the Design and Construction

Division of Department of Health

Service Support, Ministry of Healthcare. This

lead to a constructive exchange of opinions.

To attain mutually satisfying options and solutions,

these activities also utilized different

tools in built environmentdesign, analysis of

the hospitals’ floor plans, collaborative surveys,

models, exhibitions and brainstorming

sessions.


บุคลากรวางผังโรงพยาบาล

ร่วมกับสถาปนิก ครอส แอนด์-

เฟรนดส์ ผ่านกระบวนการ

ออกแบบอย่างมีส่วนร่วม

โรงพยาบาลเบญจลักษ์เฉลิม-

พระเกียรติ ๘๐ พรรษา

จังหวัดศรีสะเกษ

10

โรงพยาบาลยี่งอเฉลิมพระเกียรติ

๘๐ พรรษา จังหวัดนราธิวาส,

ทัศนียภาพภายนอก อาคาร

สืบสานพระราชปณิธานฯ

โรงพยาบาลพระทองคำ

เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา

จังหวัดนครราชสีมา โดยกลุ่ม

วิจัยสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง

เพื่อสุขภาวะ คณะสถาปัตย-

กรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์

ทัศนียภาพภายใน ‘เฮือนแม่-

เตาไฟ’ อาคารสืบสานพระ-

ราชปณิธานฯ โรงพยาบาลวัด-

จันทร์เฉลิมพระเกียรติ ๘๐

พรรษา จังหวัดเชียงใหม่ โดย

ใจบ้านสตูดิโอ

ทั้งการวิเคราะห์แผนผังโรงพยาบาล การสร้าง

หุ่นจำลอง การทำรังวัดพื้นที่ร่วมกัน การจัด

นิทรรศการ และการระดมสมองเพื่อหารือรูป

แบบทางเลือกการพัฒนาต่างๆ การจัดลำดับ

ความสำคัญของปัญหาและความต้องการ การ

เสนอแนะแนวทางในการพัฒนา รวมทั้งร่วมกัน

ตัดสินใจเพื่อนำไปสู่การกำหนดวิสัยทัศน์การ

พัฒนาโรงพยาบาลแต่ละแห่งในอนาคต ตลอดจน

การออกแบบพัฒนาสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างในโรง

พยาบาลร่วมกันตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น และสามารถนำ

ไปพัฒนาได้ด้วยความร่วมมือของโรงพยาบาลและ

ชุมชนท้องถิ่นเองในอนาคตต่อไป ทั้งนี้ผลลัพธ์จาก

กระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนรวมนั้นมีทั้งข้อ

เสนอการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่เดิมและสรรค์สร้าง

พื้นที่ใหม่ เพื่อตอบรับกับความต้องการเฉพาะของ

แต่ละโรงพยาบาลและวิสัยทัศน์การพัฒนาร่วม

กัน โดยเฉพาะ ‘อาคารสืบสานพระราชปณิธาน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

บรมนาถบพิตร’ ของแต่ละโรงพยาบาล เพื่อตอบ

สนองการใช้งานพื้นที่ของบุคลากรและผู้ป่วยรวม

ถึงคนในชุมชนโดยรอบ ที่ต้องการให้โรงพยาบาล

ชุมชนมีบทบาทมากกว่าเป็นสถานที่บำบัดรักษา

โรคภัยไข้เจ็บ แต่สามารถเป็นสถานที่ส่งเสริมความ

สัมพันธ์ทางสังคมที่เข้มแข็ง ช่วยยกระดับคุณภาพ

ชีวิตและสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ได้อีก

ทางหนึ่ง นอกจากนี้กิจกรรมการออกแบบอย่างมี

ส่วนร่วมจากโครงการนี้ยังสามารถเป็นจุดเริ่มต้น

ในการสร้างความร่วมมือร่วมใจกันเพื่อพัฒนาทั้ง

พื้นที่ภายในโรงพยาบาลและการให้บริการสุขภาพ

ของชุมชนท้องถิ่นในระยะยาวต่อไป

11

The result of the decision-making process

were used to help envision the hospitals’

future developments. The stakeholders took

part in the early stages of the design process

and the outcomes from it were then applied

to the context and requirements of each hospital

and local community. These outcomes

included a proposal for the development of

existing and new built environments to correspond

with each hospital’s demands. The

collective vision for the development of each

built environment, particularly the King Bhumibol

Adulyadej’s Aspiration Memorial Building

at each hospital, not only resonates with the

functional demands of the hospitals’ personnel

and patients, but also people in the

surrounding communities. These community

hospitals do not only provide much needed

healthcare services, but also help strengthen

social relations at the community level. They

have helped elevate people’s living standards

while preserving local culture. The incorporation

of participatory design bodes well for a

collaborative approach in the future, namely

the sustainable development of these hospitals’

built environment and their abilities

to provide healthcare services for different

communities of local people going forwards.

BE4H: Built Environment for Health Research Unit,

Faculty of Architecture, Kasetsart University


Interview

คุยกับ

ม.ล.วรุตม์ วรวรรณ

เกี่ยวกับศาลาไทยที่เวนิส

A Talk with

M.L. Varudh Varavarn

on Thai Pavilion in Venice

Text: ASA CREW

Photo: กฤตศรัณย์ เจริญสินนิธิโชค

/ Kitsarun Jareungsinnitichoke

และบ้านและสวน+LivingAsean

ASA CREW ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ม.ล.วรุตม์

วรวรรณ หนึ่งในภัณฑารักษ์หลักของศาลาไทย

หรือ Thai Pavilion ที่ได้นำผลงานของตัวแทน

สถาปนิกไทยไปร่วมจัดแสดงในงานนิทรรศการ

ทางสถาปัตยกรรม Venice Architecture Biennale

ครั้งที่ 16 ที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ซึ่ง

จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม ถึงวันที่ 25

พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา

งาน Venice Architecture Biennale มีความ

สำคัญอย่างไร และทำไมเราจึงไปร่วม

งานนิทรรศการ Venice Architecture Biennale

นั้นอาจพูดได้ว่าเป็นหนึ่งในงานนิทรรศการทาง

สถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดงานหนึ่งของโลก

เป็นงานที่สถาปนิกจากทุกประเทศทั่วโลกให้ความ

สำคัญและเข้าไปมีส่วนร่วม ซึ่งครั้งนี้ประเทศไทย

ได้ไปร่วมงานอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ส่วน

ตัวผมมองว่างานนิทรรศการนี้เป็น platform ที่เปิด

กว้างในเชิงความคิดและการนำเสนอเป็นอย่างมาก

ทุกประเทศที่เข้าร่วมสามารถพูดถึงประเด็นต่างๆ

ของตัวเองได้อย่างตรงไปตรงมา อย่างเช่นประเทศ

เกาหลีใต้ก็เคยนำประเด็นระหว่างเกาหลีเหนือกับ

เกาหลีใต้มาจัดแสดง หรือประเทศเยอรมนีก็เคย

นำเรื่องของผู้ลี้ภัยมาจัดแสดงเมื่อครั้งที่แล้ว ในมุม

มองของผม งานนิทรรศการ Venice Architecture

Biennale เปรียบเหมือนพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูล

องค์ความรู้ แนวความคิด และความเป็นไปในทุก

ด้านที่เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมจากทั่วทุกมุมโลก

การที่เราได้เข้าไปมีส่วนร่วมในงานตลอดช่วงระยะ

เวลาที่ผ่านมานั้น ส่วนตัวผมเองมองว่ามันเป็นสิ่งที่

ดีและสำคัญที่เราได้เข้าไปมีบทบาท และแสดงให้

ทั่วโลกได้เห็นในฐานะของประเทศหนึ่งในโลกที่ให้

ความสำคัญต่อวิชาชีพนี้อย่างจริงจัง ในช่วงที่ผ่าน

มาสถาปนิกไทยได้แสดงศักยภาพให้ทั่วโลกได้เห็น

ได้รับรางวัลสำคัญในระดับนานาชาติมากมาย มี

ผลงานออกแบบในต่างประเทศ จนเป็นที่ยอมรับ

ในระดับนานาชาติ

การเข้าไปมีบทบาทในนิทรรศการนี้จึงเป็นเหมือน

การตอกย้ำความสามารถของเรา ตัวตนของเรา

ให้ต่างชาติได้เห็นอีกครั้งผ่านพื้นที่ Thai pavilion

(ศาลาไทย) ของเรา ในขณะเดียวกันผมอยาก

ให้เป็นการกระตุ้นให้สถาปนิกไทยได้รับรู้ถึงงาน

นิทรรศการนี้ สร้างโอกาสให้สถาปนิกไทยได้ไป

เรียนรู้ ได้ศึกษาและเก็บเกี่ยวสิ่งที่มีประโยชน์ เพื่อ

นำกลับมาคิดและพัฒนาตัวเองต่อไป

แนวคิดของ Thai pavilion ในงาน Venice

Biennale ปีนี้คืออะไร

ธีม (Theme) ของ Thai Pavilion ในทุกๆ ครั้ง

จะสอดคล้องกับธีมหลักของงาน Venice Architecture

Biennale ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง

โดยธีมหลักของ Venice Biennale ปีนี้ คือคำว่า

“FREESPACE” ความหมายของคำนี้ ทาง curator

หลักสองคนของงาน Yvonne Farrell และ Shelley

McNamara ได้ให้ความหมายที่เปิดกว้างมาก

12

13

2


ซึ่งสุดท้ายก็แล้วแต่ว่าแต่ละคน แต่ละประเทศจะ

นำไปตีความคำนี้อย่างไร และต้องการจะนำเสนอ

อะไร ในส่วนของ Thai Pavilion ปีนี้ ธีมของเรา

มีชื่อว่า ‘Blissfully Yours’ ซึ่งเราได้ขออนุญาตนำ

คำนี้มาจากชื่อภาพยนต์ของคุณอภิชาติพงศ์ วีระ-

เศรษฐกุล คำว่า Blissfully Yours ในความหมาย

ของทีมภัณฑารักษ์ของเรานั้น เป็นคำที่สื่อถึงภาวะ

ที่คนได้เข้าไปครอบครอง เปลี่ยนแปลง พื้นที่นั้นๆ

อย่างอิสระ ซึ่งมีที่มาจากความตั้งใจของเราที่จะนำ

เสนอถึงประเด็นของคำว่า ‘พื้นที่อิสระ’ ที่เกี่ยวข้อง

กับ ‘คน’ และปรากฏการณ์ของพื้นที่ต่างๆ ที่เกิด

ขึ้นเมื่อพื้นที่นั้นๆ ได้ถูกครอบครองโดยคน ไม่ว่าจะ

เป็นการตีความใหม่ การดัดแปลงและเปลี่ยนแปลง

พื้นที่ที่เกิดขึ้นจากความหลากหลายของคนใน

สังคม ทั้งในเชิงความคิดและพฤติกรรม ทั้ง

นามธรรมและรูปธรรม ทั้งจากคนที่เป็นสถาปนิก

และคนทั่วไป เราต้องการสื่อสารข้อความบางอย่าง

เกี่ยวกับแง่มุมที่เกิดขึ้นจริงในสังคมของเรา แง่มุม

ที่ทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จ

เมื่อเราตั้งใจที่จะพูดถึง “คน” จึงมีประเด็นคำถาม

ขึ้นมาว่าผลงานออกแบบที่ปรากฏในนิตยสารซึ่งมี

ความสวยงามสมบูรณ์แบบ ความจริงเป็นแบบนั้น

หรือเปล่า? คนได้ใช้งานพื้นที่นั้นๆ อย่างภาพที่

สถาปนิกเคยจินตนาการสวยๆ ไว้หรือไม่? เพราะ

ความคิดสร้างสรรค์และความอยากรู้อยากเห็น

หรือความไม่สนใจในกฎระเบียบ พฤติกรรมของ

คนได้สร้างให้เกิดผลลัพธ์ที่คิดไม่ถึง อย่างอาคาร

ร้าง สาธรยูนีค ที่ได้กลายเป็นเสมือนพื้นที่ผจญ

ภัยที่เกิดขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นของคนเรา

จึงตั้งชื่องานนี้ว่า Playground หรืออาคารซึ่งเป็น

ห้างสรรพสินค้าร้าง แต่ด้วยการพยายามของคนใน

พื้นที่ที่จะแก้ปัญหาเรื่องยุงด้วยการปล่อยปลาลงไป

กินลูกน้ำในพื้นที่น้ำขังกลางอาคาร ในที่สุดกลาย

เป็นวังมัจฉา เป็นพื้นที่พิเศษเหมือนโลกใหม่ในย่าน

แออัดกลางเมือง ซึ่งเราตั้งชื่องานนี้ว่า New World

ตามชื่อเดิมของอาคาร ปรากฏการณ์ที่ว่าเหล่านี้

เป็นไปได้ไหมที่มันอาจสะท้อนกลับไปถึงพื้นที่ที่ยัง

ขาดและยังต้องการจากคนในสังคม?

ในขณะเดียวกันนอกเหนือจากงานที่เกิดขึ้นจากคน

ทั่วไป ผลงานที่ออกแบบโดยสถาปนิกไทยก็ได้คัด

เลือกไปจัดแสดงด้วย แต่เราไม่ได้พูดถึงงานที่เรา

นำไปแสดงในแง่ว่าสวยหรือดีอย่างไร เราเลือกที่

จะพูดถึงแง่มุมที่คนหรือชาวบ้านทั่วไปเข้าไปใช้งาน

พื้นที่นั้นๆ ในแบบที่เป็นจริง เช่นงาน 10 Cal ของ

Supermachine Studio ที่ออกแบบโครงสร้างบันได

สำหรับออกกำลังกายและชมวิว แต่ชาวบ้านบาง

กลุ่มก็ไม่ได้เลือกที ่จะเดินขึ้นไป กลับกันพวกเขา

เลือกจะนั่งข้างใต้บันได อาศัยเงาเหมือนต้นไม้ใหญ่

เพื่อการกินส้มตำกัน ปรากฏการณ์เช่นนี้ก็ทำให้เรา

ในฐานะของสถาปนิกได้มองเห็นภาพความเป็นจริง

และรับรู้ถึงพฤติกรรมและความคิดที่หลากหลาย

ของคน

เกณฑ์และวิธีการการคัดเลือกผลงานที่จะถูกคัด

เลือกไปนำเสนอใน Thai Pavilion เป็นอย่างไร

บ้าง

ปีนี้เราได้คุยกับทางสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วม

สมัย (สศร.) ว่าต้องการให้เปิด open call เชิญ

ชวนให้สถาปนิกส่งผลงานเข้ามาคัดเลือก โดยให้

สถาปนิกตีความว่าผลงานของตัวเองสอดคล้องกับ

ธีม Blissfully Yours ของเราในแง่มุมไหน ผลงาน

เมื่อเราตั้งใจที่จะพูดถึง “คน” จึงมีประเด็นคำถามขึ ้นมาว่า

ผลงานออกแบบที่ปรากฏในนิตยสารซึ่งมีความสวยงาม

สมบูรณ์แบบ ความจริงเป็นแบบนั้นหรือเปล่า? คนได้ใช้

งานพื้นที่นั้นๆ อย่างภาพที่สถาปนิกเคยจินตนาการสวยๆ

ไว้หรือไม่? เพราะความคิดสร้างสรรค์และความอยากรู้

อยากเห็น หรือความไม่สนใจในกฎระเบียบ พฤติกรรม

ของคนได้สร้างให้เกิดผลลัพธ์ที่คิดไม่ถึง

14

15


เหมือนเวลาที ่เราไปสวนสาธารณะหรืออยู่ตามฟุตบาท เรา

ก็จะเห็นคนปูเสื ่อ เมื่อปูเสื ่อแล้วก็จะเกิดขอบเขตพื ้นที่ของ

เขาขึ้นมาทันที คือมันไม่ใช่แค่การสร้าง boundary แต่

บางครั้งก็ก่อเกิด friendship ได้

ทั้ง 10 ชิ้นที่ได้ถูกคัดเลือกให้นำไปร่วมแสดง บาง

ส่วนเป็นการคัดเลือกจากงานที่ส่งเข้ามา และบาง

ส่วนเป็นงานที่เราเชิญให้เข้ามาร่วม แต่น่าเสียดาย

ผลงานที่ส่งเข้ามามีไม่เยอะเท่าที่เราต้องการ อาจ

เป็นเพราะการกระจายข่าวสารยังไม่ดีพอ หรือเรา

อาจจะสื่อสารในเรื่องธีมของเราออกไปไม่ชัดเจน

พอ หรือบางงานส่งผลงานเข้ามาแต่ไม่อธิบาย

งานของตัวเองเลยก็มี อันนี้ก็คงเป็นการบ้านที่เรา

ต้องนำมาคิด ทำความเข้าใจและปรับปรุงกันต่อไป

การที่เราเลือกที่เปิด open call นั้น เป็นเพราะ

เราอยากเห็นงานใหม่ๆ ที่เราอาจจะไม่เคยรู้มา

ก่อน เราอยากเปิดโอกาสให้สถาปนิกทุกคนได้มี

สิทธิที่จะเข้ามาร่วม โดยเฉพาะสถาปนิกในภูมิภาค

ต่างๆ ไม่ใช่แค่สถาปนิกในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่น่า

เสียดายที่ปีนี้งานจากสถาปนิกในภูมิภาคมีจำนวน

ค่อนข้างน้อย อาจจะเป็นเพราะเขาขี้อายก็ได้ ผม

หวังว่าปีต่อๆ ไป เราจะได้เห็นงานของพวกเขา

มากกว่านี้ งานจากภูมิภาคที่ไปร่วมแสดงในปีนี้มี

ผลงานของกลุ่ม Melayu Living กลุ่มสถาปนิกจาก

ปัตตานี ที่เราเชิญเขามาร่วมแสดงผลงาน ซึ่งถ้าเรา

ไม่เชิญเขาก็คงไม่ส่งผลงานเข้ามาแน่นอน นี่คงเป็น

โจทย์หนึ่งที่เราต้องหาทางออกต่อไป

ช่วยเล่าถึงรูปแบบในการนำเสนอผลงาน รวมถึง

การจัดนิทรรศการ

ในปีนี้เราเลือกที่จะนำเสนอผลงานและทำงานในรูป

แบบที่แตกต่างไปจากเดิม เรามองว่าในปัจจุบันการ

ทำงานสถาปัตยกรรมมันสามารถเกิดขึ้นได้จาก

การ collaborate กับวิชาชีพในหลากหลายสาขา

เราจึงได้เชิญศิลปิน นักทำหนังรุ่นใหม่ นักวาดภาพ

ช่างภาพทั้งสมัครเล่นและมืออาชีพ เข้ามาทำงาน

ร่วมกันกับสถาปนิก เป็นการทดลองทำงานที่เรา

ไม่รู้ผลลัพธ์เลยจริงๆ

ผลงานทั้ง 10 ชิ้นจะจัดแสดงในรูปแบบของ film

และ animation ควบคู่กัน ยกเว้น photo essay

ที่จัดแสดงในรูปแบบของ slide show โดยที่ film

จะเป็นการเล่าเรื่องในเชิง abstract ซึ่งจะทำให้ผู้

ชมได้เห็น space ในแง่มุมที่แตกต่างออกไป ทั้ง

เสียงและภาพ ส่วน animation จะเป็นตัวอธิบาย

ถึงงานแต่ละชิ้นอย่างง่ายๆ โดยมีการ์ตูนทำหน้าที่

เล่าเรื่อง อย่างกระชับภายใน 2 นาที การทำงาน

นั้นเราได้เลือกที่จะทดลองให้ศิลปินนักทำหนังได้

ลองตีความงานแต่ละชิ้น หลังจากที่เราได้เล่าถึง

งานแต่ละชิ้นแล้ว จากนั้นก็จะนำหนังแต่ละเรื่อง

ที่ได้เอามาคุยกับสถาปนิกเจ้าของผลงานอีกที วิธี

การทำงานนี้มันสอดคล้องกับธีม Blissfully Yours

คือการได้ปล่อยให้คนทั่วไปได้เข้ามามีส่วนในการ

ตีความงานสถาปัตยกรรม มันอาจจะถูกใจหรือ

ไม่ถูกใจผู้ออกแบบก็ได้ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นก็น่าสนใจดี

เพราะมันเกิดความขัดแย้งกันบ้าง มีทั้งไม่เห็นด้วย

และเกิดความไม่เข้าใจ แต่ท้ายสุดทุกคนก็สามารถ

หาจุดร่วมกันได้ในความต่างกันของความคิด ใน

ส่วนของการออกแบบ Thai Pavilion นั้น เราตั้งใจ

ที่จะสื่อถึง message ของพื้นที่ที่มีอิสระมากที่สุด

เราจึงเลือกที่ทำให้พื้นที่ Thai Pavilion นั้นว่างเปล่า

ที่สุด แต่ในความว่างเปล่านั้นพื้นที่ต้องสามารถที่

จะเชิญชวนให้คนเข้ามาได้เช่นกัน เราจึงเลือกว่า

พื้นที่เราจะมีเพียงแค่เสื่อมาปูและมีหมอนมาวาง

เรามองว่าเสื่อเป็นเครื่องมือ (tool) อย่างหนึ่งที่มี

ความเป็นเอเซีย ทุกคนหาซื ้อได้ และเสื่อยังเป็น

เครื่องมือในการจัดการพื้นที่สาธารณะอย่างง่ายๆ

เหมือนเวลาที่เราไปสวนสาธารณะหรืออยู่ตาม

ฟุตบาท เราก็จะเห็นคนปูเสื่อ เมื่อปูเสื่อแล้วก็จะ

เกิดขอบเขตพื้นที่ของเขาขึ้นมาทันที คือมันไม่ใช่แค่

การสร้าง boundary แต่บางครั้งก็ก่อเกิด friendship

ได้ ซึ่งก็มีความคิดเห็นมาว่าจะปูเสื่อใน Thai

Pavilion จะดีหรือ ดูไม่สมเกียรติเลยนะ แต่เราก็

คิดว่าความหมายของเสื่อมันแข็งแรงพอ คนอาจ

16

จะอยากเข้ามานั่งหรือนอน ผ่านไปสักพักอาจจะ

อยากดูหนังสักเรื่องหนึ่งก็ได้ เป็นพื้นที่ที่ทำให้คน

รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องมีการยัดเยียดให้เข้ามาดูงาน

จึงเป็นที่มาว่าทำไมภาพยนตร์จึงถูกซ่อนอยู่ในจอ

ขนาดเล็กแทนที่จะเป็นจอใหญ่ ตอนแรกเราคุย

กันว่าฉายหนังกลางแปลงเลยดีไหม แต่สุดท้าย

เรามาสรุปลงที่ว่าทุกอย่างถูกซ่อนอยู่ในจอเล็กๆ

เพื่อให้พื้นที่แสดงถึงความว่างเปล่าให้มากที่สุด

เท่าที่จะทำได้

กระแสตอบรับจากผู้ชมในงาน Venice Biennale

เป็นอย่างไรบ้าง

สำหรับผมมันเป็นเรื่องปกตินะที่จะมีการตอบรับทั้ง

ดีและไม่ดี ถ้าบอกว่ามีแต่ข้อดี ผมก็คงโกหกแน่ๆ

ในช่วงเตรียมงานมีบางความเห็นที่ติงมาว่าลักษณะ

ของการนำเสนอจะไม่ดึงดูดคนมากพอ หรือผู้ใหญ่

บางท่านก็จะติงว่าผลงานบางชิ้นที่ไปจัดแสดง

จะทำให้ภาพลักษณ์เสียหายไหม เรื่องนี้จริงๆ

แนวทางของการจัดแสดงเราใช้เวลาตัดสินใจอยู่

นาน แต่สุดท้ายเรามองว่าเราเลือกที่จะเดินไปใน

ทิศทางนี้และทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำ ดีกว่าทำในสิ่ง

ที่เราเห็นผลลัพท์แต่ไม่เกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ ส่วน

ผลงานที่นำไปจัดแสดงเราเชื่อว่าเราไม่ได้สื่อสาร

ในแง่ลบ แต่เราเล่าในแง่มุมจากพฤติกรรมตาม

ธรรมชาติของคน ซึ่งมีอยู่ทุกที่ทั่วโลก เราแค่นำ

ประเด็นเหล่านี้มาตั้งคำถาม สุดท้ายเราจึงเลือก

ยืนหยัดในสิ่งที่คิด

เป็นสิ่งที่ดีที่ในปีนี้เรามีทีมงานที่ประจำอยู่ที่ Thai

Pavilion ซึ่งจะคอยรับ feedback จากผู้ชมตั้งแต่

ต้นจนจบ ส่วนที่ดีคนพูดถึงกันเยอะคือ Thai Pavilion

ไม่ใช่ exhibition ที่คนเข้ามาดูเฉยๆ แล้วออก

ไป แต่เป็นลักษณะของนิทรรศการที่สื่อสารสอง

ทาง โดยที่คนดูสามารถสื่อสารโต้ตอบอย่างเป็น

ส่วนหนึ่งกับพื้นที่แสดงงานด้วย ส่วนพฤติกรรม

ของผู้ชมก็มีหลากหลาย บางคนไม่สนใจเลย บาง

คนเดินผ่าน บางคนเข้ามานอนเฉย บางคนเข้ามา

นอนแล้วลุกไปดู บางคนเข้ามาบันทึกภาพหนังทุก

จอ ก็น่าสนใจดี เพราะเราคิดอยู่แล้วว่าเป็นไปไม่

ได้ที่คนเห็น Thai pavilion ในลักษณะนี้แล้วจะ

เข้ามาดูทุกคน เพราะบางอย่างก็ค่อนข้าง abstract

มาก แต่ก็เป็นสิ่งที่เราอยากทดลองว่าจะเกิดอะไร

17

ขึ้น อีกอย่างที่เราชอบก็คือมีเด็กมาใช้พื้นที่เราเยอะ

ทั้งนอนเล่น จัดหมอนเป็นแบบต่างๆ และดูการ์ตูน

จากการที่เรื่องราวของสถาปัตยกรรมไม่จำเป็น

ต้องสื่อสารผ่านงานเขียนแบบ เช่น ผังพื้นหรือรูป

ตัดเท่านั้น และแทนที่เราจะใช้ศัพท์ทางสถาปนิก

ที่เข้าใจยาก เราก็ใช้การ์ตูนเป็นสื่อ ทำให้คนทุก

วัยรวมทั้งเด็กสามารถเข้าถึงเนื้อหาตรงนี้ได้ เมื่อ

มีข้อดีแล้วก็มีข้อเสียที่เราต้องยอมรับ ข้อเสียก็

คือขนาดของตัวอักษรเล็กเกินไป หรือแสงมืดเกิน

ไป แต่ด้วยธีม Blissfully Yours ผมจึงโอเคมากที่

จะมีคนติหรือคนชม เพราะมันก็จะช่วยให้เรารู้จุด

บกพร่องและรู้ในสิ่งที่ดี เรารับมันได้ด้วยความยินดี

ในมุมมองของคนทำงาน มีการประเมินความ

สำเร็จของงานอย่างไร

สำหรับผม ผมรู้สึกพอใจกับสิ่งที่ได้รับและ

ปรากฏการณ์ที่ได้เห็น เราได้รับ feedback ที่

ดีจากผู้เข้าชม และได้เห็นสถาปนิกไทยรุ่นใหม่

เข้าไปมีส่วนร่วมเยอะมากในปีนี้ มันเป็นสิ่งที่ดีที่

เขาเหล่านั้นจะได้ประโยชน์จากงานครั้งนี้ อย่างที่

สองผมรู้สึกดีใจที่งานครั้งนี้ได้เกิดขึ้นและสำเร็จลง

ได้จากการช่วยกันคิดของทีมงานภัณฑารักษ์ทุกคน

เพราะผมคนเดียวคงไม่สามารถคิดแบบนี้ได้ มันคือ

การทำงานที่ค่อยๆ เกิดขึ้นทีละนิดๆ จากการใช้

เวลาคิดร่วมกันของทุกคนจริงๆ อีกสิ่งหนึ่งคือการ

ที่เราสามารถผลักดันให้ภาคส่วนหลักที่เกี่ยวข้อง

อย่างเช่น กระทรวงวัฒนธรรม หรือ สศร. เห็น

ความสำคัญของงาน Venice Architecture Biennale

มากขึ้น ครั้งนี้เป็นครั้งที่เราได้รับความร่วม

มือจากทางสศร. ในรูปแบบที่แตกต่างจากปีที่

ผ่านๆ มา คือเดิมทางสศร.เคยให้งบประมาณเรา

มาจำนวนหนึ่ง แล้วทางเราก็มาทำงานกันต่อเอง

แต่การได้ทำงานร่วมกันเป็นทีมเดียวกันอย่างใน

ปีนี้เป็นเรื่องที่ดี มีการ support ซึ่งกันและกันใน

หลายๆ เรื่อง และช่วยให้เขาได้เห็นความน่าสนใจ

ของนิทรรศการ Venice Architecture Biennale ซึ่ง

ผมคิดว่าน่าจะส่งผลดีต่อการทำงานในครั้งต่อๆ ไป


A Talk with

M.L. Varudh

Varavarn on

Thai Pavilion

in Venice

M.L. Varudh Varavarn

ASA CREW recently had the opportunity to

talk with M.L. Varudh Varavarn, one of the

curators of the Thai Pavilion at the 16th Venice

Architecture Biennale, which ran in Venice,

Italy from May 26th to November 25th 2018.

How important is the Venice Biennale? And

why did we join this event?

The Venice Biennale is the number one event

for architects from all over the world, and this

was the fifth time that we joined it. I think

it offers a good opportunity to us. The good

thing is that this event is a very open platform

where we can frankly raise any topics. Korea,

for example, used it to broach the divide between

North and South Korea. This is not an

exhibition like other fairs which are focused

on selling goods, but rather it aims to present

useful content, knowledge and ideas. If it was

just a chance to show our works or the Thai

pavilion, the results would be different. But

when we use the Thai pavilion as a stage for

our architects to see useful things and then

bring them back to develop them the benefits

will be greater.

What was the concept of the Thai pavilion at

Venice this year?

The theme of the Venice Biennale this year

was “freespace”, which refers to general areas

that serve a social and compassionate

function within architectural spaces. It was

quite an open theme and one that made us

think of human beings. So what we wanted

to share along with architects’ work was

truths about society, to present what is going

on in Thai society nowadays. The theme

of the Thai pavilion this year was things that

connect with human life and how we use

various kinds of space. In every edition we try

to present works that amaze people but this

year we wanted to change. We wanted the

new generation of architects to participate

in the Venice Biennale more, so we focused

on building teamwork and taking people to

see and bring back useful things. We wanted

architects in different regions of Thailand to

participate too, not only architects in Bangkok.

Unfortunately, not many architects from the

provinces joined us this year but I hope more

and more will in future editions. An example

of works by architects in the region is the

works of Melayu Living Group.

What was the criteria for choosing the work

presented in the Thai pavilion?

When we set about trying to talk about the

“human” it raised the question for us of

whether all the beautiful works we see in

magazines are really that good in reality. Because

Thai people are creative and inquisitive

by nature there are some clever works in some

areas and buildings which are very interesting.

Examples include abandoned buildings in

Sathorn and the New World building. Because

of their inquisitiveness, people wanted to

redefine the original meaning of the buildings

so they went in and created a new space.

So we didn’t choose only beautiful work and

we didn’t present only successful work, but

also some failed works which raised different

questions.

This year we talked with The Office of Contemporary

Art and Culture (OCAC) about issuing

an open call for architects to submit work

they thought relates to our theme. Unfortunately,

there were not as many entries as we

expected. Some of them were about public

space and were a good match. We have a

team of judges and the final decision had to

be made by a unanimous vote. Some works

were open spaces but were not open 24 hours

and didn’t allow people to use them freely;

other works were amazing architecture but

didn’t express the message we wanted to see

so we had to eliminate them. Out of the ten

pieces selected, some applied and some were

invited to join. We didn’t show only beautiful

pictures of each work but we also checked

out the real condition of those works.

Please tell us how the works were presented

at the exhibition.

Every piece of work was presented by movies

and animations. The movies were moving abstract

pictures which showed the spaces from

different aspects. In the animations, cartoon

characters told the stories we wanted to tell

so that people would understand what each

project was about. Each movie was a two

minute short film, and some projects used

dramatic scenes while others, such as the

story of Talat Rom Hoob (Maeklong Railway

Market), narrated the story at speed.

Our initial idea was to have mats laid out in

the Thai pavilion because I think of mats as a

tool that is common for Asians. We use them

to define our space in public areas. When we

lay our mats in the park or on the footpath we

immediately create a personal space. We can

also ask friends to sit with us on our mats,

so it is not just about making boundaries but

also a gesture of friendship. So we decided

to have mats in the Thai pavilion and that

people should be allowed to use them freely.

Because we were talking about free spaces

without control we thought the Thai pavilion

should offer visitors the ability to express that

idea. People may come to sit and relax for a

while and then they might move to watch a

movie. It should be not only an area within

an exhibition hall but also an open area. We

wanted to express our idea with a whisper,

not a shout. That’s why our films were shown

on small monitors, not on big screens.

What was the feedback from the Venice Biennale

audience ?

A lot of people said the Thai pavilion felt more

like a place of interactive communication

than an exhibition hall. There were various

kinds of audience who came: some were not

interested at all, some just walked by, some

came to sleep, some came to sleep and then

saw the exhibition later, some recorded every

film. It was very interesting to see. We didn’t

expect everyone who saw this Thai pavilion

to get it because it was quite abstract. We

wanted to explore what would happen if a Thai

pavilion was like this. It was good seeing a lot

of children come to watch the animations. We

don’t need to talk about architecture through

only working drawings. Instead of using difficult

technical terms, we can use animations

to communicate our messages with people

across age groups, including children. A flaw

expressed was that the text was too small and

the light a bit too dark. But because the theme

was “freespace” I was very happy to hear all

comments. When we decided to make it this

way, we knew what the results could be and

that we just had to accept them.

As one of the team, how successful do you

think this exhibition was?

The meanings of success vary between different

people. For me, I’m satisfied with the

experience I gained and appreciate the fact

that a young generation of Thai architects participated

this year. Secondly, I had the chance

to do something I haven’t done before and to

let people judge the result, say if it succeeded

or not. The third successful aspect was having

the chance to show the main agencies, such

as the Ministry of Culture and the Office of

Contemporary Art and Culture (OCAC), the

importance of an architecture biennale better,

which I think will be beneficial for the future.

This time around the collaboration with the

OCAC worked differently. In past years they

just gave us a budget and let us work by

ourselves but this time we worked together.

This was very good because we learned many

things from them and they got to see what

we were actually doing.

18

19


Special Feature


New

Faces

ผลงานของทั้ง 25 ออฟฟิศ(และสตูดิโอ)ออกแบบ

สถาปัตยกรรมหน้าใหม่ที่ถูกรวบรวมไว้นี้ คือ

ภาพบางส่วนของการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรม

ร่วมสมัยของบ้านเรา การคัดเลือกสถาปนิกหน้า

ใหม่กลุ่มนี้ต้องการที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความ

หลากหลายของกลุ่มออฟฟิศที่เกิดขึ้นใหม่ทั้งใน

กรุงเทพมหานครและในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ

แต่ด้วยข้อจากัดในเรื่องพื ้นที่การนาเสนอ จึงมี

ความจาเป็นที่ต้องตัดออฟฟิศบางกลุ่มออกไป

(เพราะมีชื่อเสียงและมีผลงานเป็นที่รู้จักมากกว่า)

เพื่อเปิดพื้นที่ให้แก่กลุ่มที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมาก

เท่าและที่ยังไม่ปรากฏในสื่อมากนัก หรือกระทั่ง

บางกลุ่มที่ถูกคัดเลือกมาลงในที่นี้ ถึงแม้จะเริ่มเป็น

ที่รู้จักในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม แต่ด้วยตัวผลงาน

และแนวทางการทางานที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทาง

สังคมและสาธารณะที่น่าสนใจ จึงถูกนามารวบรวม

ไว้ในกลุ่มนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม การรวบรวมผลงานของกลุ่ม

สถาปนิกหน้าใหม่เหล่านี้ ไม่ใช่การจัดทา

นามานุกรม หรือทาเนียบนาม ที่รวบรวมทุกออฟฟิศ

เปิดใหม่ให้ครบถ้วนไว้ในเล่มเดียว จึงตระหนัก

ถึงความไม่สมบูรณ์ตรงนี้ และนอกจากนี้ ยังมี

The collected works of these twenty-five

new architecture offices and studios offer

a revealing glimpse into contemporary

architectural practice in Thailand. In selecting

this group we have tried to reflect the diversity

of emerging architecture offices both in

Bangkok and in various regions throughout

the country. But with only a limited number

of pages at our disposal, we were forced to

omit some of those firms that are already

quite well known in order to make space

for the lesser known. Other offices have

already gained some recognition or appeared

in the media but were selected because their

philosophy or working process responds

to pressing social and public issues.

As a result, this survey of work by a select

group of architects is not intended to be

a comprehensive directory of new offices.

We are well aware of the following selection’s

discrepancies and incompleteness. And

besides, there is whole other important

group of architects that are missing from this

selection, namely those architects who work

in the field of traditional Thai architecture

สถาปนิกอีกกลุ่มที่ขาดหายไปในการรวบรวมครั้งนี้

คือกลุ่มที่ทางานด้านสถาปัตยกรรมไทยประเพณี

และด้านการอนุรักษ์สถาปัตยกรรม ซึ่งถ้าเป็นไปได้

เราคงจะได้นาผลงานของสถาปนิกกลุ่มที่ขาดตก

ไปนี้ มานาเสนอเพิ ่มเติมให้สมบูรณ์ขึ้นในโอกาส

ที่เหมาะสมต่อไป

เมื่อดูข้อมูลของทั้ง 25 ออฟฟิศ สามารถแบ่ง

สถาปนิกออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือ

กลุ่มที่เพิ่งผ่านการทางานมาช่วงสั้นๆ และยังมีอายุ

ไม่เยอะมากนัก กับอีกกลุ่มคือกลุ่มที่เคยผ่านการ

ทางานมาแล้วพักใหญ่ สั่งสมประสบการณ์มานาน

แต่เพิ่งได้ออกมาเริ่มต้นเปิดออฟฟิศขึ้นเป็นของ

ตัวเอง ซึ่งพบว่าจานวนผู้ก่อตั้งในกลุ่มหลังนี้ที่อยู่

ในช่วงอายุระหว่าง 36 - 40 ปี มีจานวน 12 คน

จากทั้งหมด 54 คน (คิดเป็น 22%) และในส่วน

ภาพรวมของการก่อตั้งออฟฟิศนั้น พบว่าโดยส่วน

ใหญ่มีการก่อตั้งออฟฟิศขึ้นมากที่สุดในช่วงปี พ.ศ.

2557 - 2560 ซึ่งมีจานวน 16 ออฟฟิศ จาก 25

ออฟฟิศ (คิดเป็น 64%)

อาจกล่าวสรุปได้ว่า ผลงานทั้ง 25 ออฟฟิศเหล่านี้

น่าจะช่วยแสดงให้เห็นถึงพลังความคิดสร้างสรรค์

ความพยายาม ความมุ่งมั่นตั้งใจ ความทุ่มเท และ

ความรักในวิชาชีพของกลุ่มสถาปนิกหน้าใหม่-

รุ่นใหม่ ซึ่งไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ พวกเขาอาจ

จะเป็นกาลังสาคัญในการพัฒนาวิชาชีพและวงการ

สถาปัตยกรรมของบ้านเราก็เป็นได้

and architectural conservation. Hopefully,

we will be able to highlight the work of all

the architects missing from this collection in

the near future, when a proper opportunity

arises.

Looking at the information provided by these

twenty-five offices, the next generation

of architects can be divided loosely into

two groups. The first one is made of up of

architects that have been practicing for only

a few years and who are still relatively young.

And the other group have been working for

a long time, already accumulated a lot of

experience, but only started their own offices

recently. Other figures provided to us show

that of this latter group, founders in the 36 to

40-years-old range consisted of 12 people out

of a total of 54 people (or about 22%). Looking

at new offices as a whole, it was also found

that most firms – 16 out of 25, or about 64%

– were established between 2014 and 2017.

The body of works presented here demonstrates

the creativity, efforts, determination,

dedication and passion of a whole new

generation of Thai architects. In the near future,

many of them may well go on to play an important

role in the development of the profession

and architectural production in our society.

22

23


A MILLIMETRE

เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่ในการสร้างงานสถาปัตยกรรม

ชิ้นใหม่ๆ มีน้อยลง และผู้คนส่วนใหญ่มักจะมีอาคารหลัง

เดิมที่ไม่ได้ใช้งาน หรือไม่ตอบโจทย์กับการใช้สอยใน

ปัจจุบัน ออฟฟิศของเราจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนา

และปรับเปลี่ยนลักษณะของพื้นที่ให้ตอบโจทย์เหล่านี้

Founded in: 2013

Founder: Sitthana Phongkitkaroon

and Wipavee Kueasirikul

Number of staff: 6

ช่วยเล่าถึงการก่อตั้งหรือจุดเริ่มต้นของออฟฟิศ

A Millimetre เป็นออฟฟิศออกแบบสถาปัตยกรรม

และออกแบบตกแต่งภายใน ผลงานส่วนใหญ่เป็น

งานออกแบบปรับปรุงอาคาร เนื่องจากปัจจุบัน

พื้นที่ในการสร้างงานสถาปัตยกรรมชิ้นใหม่ๆ

มีน้อยลง และผู้คนส่วนใหญ่มักจะมีอาคารหลัง

เดิมที่ไม่ได้ใช้งาน หรือไม่ตอบโจทย์กับการใช้สอย

ในปัจจุบัน ออฟฟิศของเราจึงให้ความสำคัญกับ

การพัฒนาและปรับเปลี่ยนลักษณะของพื้นที่ให้

ตอบโจทย์เหล่านี้ นอกจากนี้เราก็ทำงานออกแบบ

สถาปัตยกรรมด้วย

ออฟฟิศเริ่มต้นจากการทำงานร่วมกันเป็น freelance

ขณะที่พวกเรากำลังศึกษาต่อปริญญาโท

พวกเราเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากผลงานออกแบบ

โฮสเทล ทำให้มีผู้มาว่าจ้างออกแบบอาคารและ

ปรับปรุงอาคารเก่ามากขึ้น จนก่อตั้งเป็นออฟฟิศ

A Millimetre ในปัจจุบัน

Please tell us how your firm began.

A Millimetre is an architecture and interior

design firm that mostly work on renovating

existing buildings. Nowadays there is less

space for new architecture and a lot of people

own buildings that are not being used or

not in fit state. So we pay special attention

to the development and renovation of old

properties serving their requirements. However,

sometimes we design new buildings too.

We started out as freelancers when we were

studying for our master degrees, and then

we became more popular after we designed

a hostel. This led to more clients asking us to

renovate their old buildings. Finally, that led

us to open A Millimetre.

What is the key concept and working principle?

We are interested in using simple materials

in different ways, in giving building a new and

more interesting atmosphere.

Bed Station Hostel

(2014)

Bangkok Thailand

24

25


Bed Station Hostel (2014)

Bangkok Thailand

Bed Station Hostel (2014)

Bangkok Thailand

แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

สนใจการนำวัสดุก่อสร้างทั่วไปมาใช้ในรูปแบบที่

แตกต่างออกไป ทำให้เกิดความรู้สึกใหม่ และมี

ความน่าสนใจมากขึ้น

ลักษณะงานที่เน้น/สนใจ หรือประเภทอาคารที่มี

ความเชี่ยวชาญพิเศษ

งานออกแบบเปลือกอาคารและงานปรับปรุงอาคาร

ความยาก ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ที่เจอในการ

ทำออฟฟิศตนเอง และแก้ปัญหาหรือผ่านพ้น

มันมาได้อย่างไร

การสื่อสารความคิดต่างๆ ให้คนในทีมเข้าใจ ส่วน

ใหญ่แก้ปัญหาด้วยการนั่งพูดคุยและสเก็ตช์ด้วย

กันให้มาก

มองว่าสถาปนิกรุ่นใหม่ และวงการปฏิบัติวิชาชีพ

เป็นอย่างไรบ้าง มีความแตกต่างกันไหมเมื่อ 5

หรือ 10 ปีก่อนหรือไม่ อย่างไร หรือมีพัฒนาการ

อย่างไร

วงการวิชาชีพในปัจจุบันแตกต่างจากอดีตค่อนข้าง

มาก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ในการออกแบบที่จำกัดมาก

ขึ้น รวมถึงการเข้ามามีส่วนช่วยในการออกแบบ

ของคอมพิวเตอร์ ทำให้รูปแบบสถาปัตยกรรมซับ

ซ้อนขึ้น การทำงานรวดเร็วขึ ้น รวมถึงมีความ

แม่นยำในการก่อสร้างมากขึ้น

อยากฝากข้อคิดเห็น หรือ ข้อเสนอแนะ อะไร

ให้สถาปนิกรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

อยากให้สถาปนิกไม่ว่าจะอยู่ในออฟฟิศหรือกำลัง

จะเปิดออฟฟิศมีความสุขในการทำงาน เพราะ

การจะเปิดออฟฟิศจะเกิดขึ ้นเองตามจังหวะชีวิต

อยากให้คิดว่าสถาปนิกไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มใดล้วน

มีส่วนช่วยในการพัฒนาวงการสถาปัตยกรรมใน

ประเทศไทยไม่ทางใดก็ทางหนึ่งได้

What kind of work do you specialize in?

Designing new building façades and renovating

old buildings.

In your working experience, what is the definition

and core value of architecture?

Architecture is construction which adds

aesthetics and appreciation to people’s lives.

What problems or obstacles have you had

faced when running your office? And how

have you resolved them?

We have to communicate and express ideas

to make the team understand. Mostly we

get through our problems by discussing and

sketching together.

What is your opinion about the new generation

architects and the professional practice?

Are there any differences from 5-10 years

earlier?

The architectural practice now is very different

from the past, because space for new buildings

is more limited. Computer-aided design

tools have also made the complicated architectural

patterns possible, but also allowed

us to work faster and achieve more accuracy

in the construction phase.

What suggestions or advice do you have for

young architects who are working for a company

now or considering opening their own in

the future?

We would like architects, either employees

or future employers, to enjoy working now

because owning a company of their own can

happen when the time is right. We would like

new architects to realize that no matter what

role they play, they can be a part in developing

Thailand‘s architectural practices and the

country itself.

26

27


ANONYM

เราชอบที่จะสังเกตคนที ่เข้ามาใช้ในอาคาร เราจะเห็น

ปฏิกิริยาของคนที ่เข้ามาใช้ว่าดี หรือ ไม่ดี ส่วนเรื ่องที่สนใจ

หลักและหลักการทำงานของออฟฟิศเรา คือการหาความ

สมดุลของงานออกแบบและการทำงานอย่างมีความสุข

Founded in: 2016

Founder: Phongphat Ueasangkhomset

and Parnduangjai Roojnawate

Number of staff: 10

www.anonymstudio.com

แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

What is the main concept and working principle

of your firm?

แนวความคิดหลักๆ ในงานออกแบบ คือการทำให้

ผู้ใช้งานมีความสุขในพื้นที่ที่เราออกแบบ ซึ่งอาคาร

ที่ออกแบบได้ดี จะทำให้ผู้ใช้อาคารมีความสุข เรา

ชอบที่จะสังเกตคนที่เข้ามาใช้ในอาคาร เราจะเห็น

ปฏิกิริยาของคนที่เข้ามาใช้ว่าดีหรือ ไม่ดี ส่วนเรื่อง

ที่สนใจหลักและหลักการทำงานของออฟฟิศเรา

คือการหาความสมดุลของงานออกแบบและการ

ทำงานอย่างมีความสุข

จากการทำงานที่ผ่านมา นิยามของสถาปัตยกรรม

คืออะไร หรืออะไรคือหัวใจ/คุณค่าของสถาปัตย-

กรรม

สถาปัตยกรรมเป็นงานที่มีขั้นตอนมากและต้องใช้

ระยะเวลานาน เรามองว่าหัวใจและคุณค่าคือ ขั้น

ตอนต่างๆ กระบวนการทำงาน และการหาทีม

งานที่เหมาะสมกับงาน เพราะเราเชื่อว่าถ้าเรามีขั้น

ตอน ทีมงาน และกระบวนการทำงานที่ดี มีสมดุล

ที่เหมาะสมแล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร

เราเชื่อว่างานสถาปัตยกรรมที่ออกมา จะมีคุณค่า

ในตัวของมันเอง

ในการทำงานที่ผ่านมา มีโครงการไหนหรือเรื่อง

อะไรที่ประทับใจ ที่อยากเล่าให้เราฟังบ้าง

The main aim of our design is to make users

happy in the spaces we create. A well- designed

building makes the user happy. We

like to observe people who come into the

buildings we design and to see their reactions,

whether they’re positive or negative. We try to

find the right balance of design and to create

work with passion.

In your experience, what is the definition and

core value of architecture?

Architecture is the result of a long and detailed

process. The heart and value of architecture

lies in the many steps in the process

and in finding the right team for the job. If

you have the right and balanced approach,

team and a proper process, the work created

will be valuable in itself, no matter what the

final outcome is.

Please share with us the most impressive

project or story from your past.

It’s probably our studio’s first residential

project, the Baan Triangle. We like how it

28

29

Baan Triangle

Nakorn Pathom, Thailand


Baan Y

Nonthaburi, Thailand

bAAn

Bangkok, Thailand

น่าจะเป็นบ้านหลังแรกที่ทำ (บ้านสามเหลี่ยม)

เราชอบในความคิดที่ธรรมดา เป็นธรรมชาติแบบ

ง่ายๆ และไม่คาดหวังกับผลงาน ไม่ได้คิดว่างาน

จะต้องโดดเด่น หรือมีรูปทรงที่เตะตาอะไรทั้งนั้น

แค่อยากให้งานออกมาเรียบง่าย ใช้งานได้ดี และ

ผสมผสานงานให้เข้ากับบริบท และพยายามที่จะ

สะท้อนตัวตนเจ้าของบ้านให้มากที่สุด ซึ่งผลลัพธ์

ออกมาดีมากทั้งผู้อยู่อาศัยและภาพรวมของบ้าน

อีกทั้งมันคือการเริ่มต้นของแอนโนนีมสตูดิโอ ที่

เราเองก็อยากออกแบบงานบ้านและทำให้บ้านเป็น

บ้านที่มีความสุข

มองว่าสถาปนิกรุ่นใหม่ และวงการปฏิบัติวิชาชีพ

เป็นอย่างไรบ้าง มีความแตกต่างกันไหมเมื่อ 5

หรือ 10 ปีก่อนหรือไม่ อย่างไร หรือมีพัฒนาการ

อย่างไร

ปัจจุบัน เราจะเห็นว่ามีสถาปนิกรุ่นใหม่/สตูดิโอ

เล็กๆ เกิดขึ้นมากมาย ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะ

ได้แนวทาง แนวความคิด หรือได้เห็นกระบวนการ

ออกแบบใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้วงการสถาปัตยกรรม

พัฒนาขึ้นด้วย ในส่วนความแตกต่าง เรายังมี

ความเชื่อว่า ในส่วนงานออกแบบ/กระบวนการ

ออกแบบอาจจะไม่ต่างกันมาก (อันที่จริง ก็ขึ้นอยู่

กับแต่ละคน แต่ละสตูดิโอ ว่าแนวความคิดหรือ

การทดลองงานเป็นอย่างไร ซึ่งความแตกต่างอัน

หนึ่งที่เห็นได้ชัดคือเครื่องมือในการทำงาน หรือ

โปรแกรมและซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่มีเทคนิค

หรือวิธีทำงานใหม่ๆ)

อยากฝากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรให้

สถาปนิกรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

เมืองไทยเราเป็นที ่ที่สามารถทั้งสร้างโอกาสได้ง่าย

มากและยากมากในเวลาเดียวกัน ซึ ่งจริงๆ ใน

ความง่ายนั้น หากเราต้องการที่จะเปิดออฟฟิศใน

วันรุ่งขึ้น เราก็สามารถเปิดหรือตั้งออฟฟิศกันได้

เลย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเปิดออฟฟิศนั้นคือ

การรักษามาตรฐานและการพัฒนางานของเราให้

ดีขึ้นอยู่เสมอ

feels so ordinary and simplistically natural.

We didn’t expect its form to stand out, to be

so visually striking. We just wanted it to be

simple, functional and to blend in with the

context while embodying the owner’s identity.

We’re very satisfied with the final outcome in

terms of the feedback from the owners and

the overall look of the house. It also marked

the beginning of Anonym Studio and our

mission to designing places that people are

happy being in.

What is your opinion of new architects and

professional practices? Are there any differences

from 5-10 years ago?

There are young architects and small studios

emerging, and that’s a good thing because we

get to see some new approaches, concepts

and design processes. All contribute to the

development of the industry. As for your

question about differences, we believe that

the works and design process may not have

changed that much, but that it depends on

each architect or studio’s concept and approach.

The most obvious distinction from

before are the new tools – the computer

programs or software – because these are

bringing new, innovative and experimental

techniques to the profession.

What suggestions or advice do you have for

young architects who are working for a company

now or considering opening their own

in the future?

Thailand is full of opportunities – some easy,

some challenging. If you are want to open

an office you can do it the next day, but the

most important thing to consider is whether

you have the ability to maintain the standard

of your work and to consistently develop it.

30

31


APLUSCON ARCHITECTS

อาคารไม่ใช่แค่ตึก เพราะฉะนั ้นการออกแบบอาคารคือการ

ที่เรารับผิดชอบการใช้งานในอนาตคของอาคารนั้น สิ่งที่

เราพูดกันเสมอในทีมคือ “not just another building”

เมื่อได้ทำงานออกแบบไม่ว่าเล็กใหญ่อย่าปล่อยผ่าน

Founded in: 2014

Founder: Silawat Arakwechakul,

Watcharapan Narapongpan,

Puchong Arakwechakul and

Lalita Arakwechakul

Number of staff: 14

www.apluscon.co.th

แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

[ A + Con ] = Architects + Constructive

What are the concept and working principle

of your office?

[ A + Con ] = Architects + Constructive

จุดเริ่มของแต่ละโครงการเริ่มที่บริบท จากนั้น ตีความ

ตามโจทย์ตามความต้องการลูกค้าที่แตกต่างกันไป

(requirement) ศึกษาความเป็นไปได้ด้านกฎหมาย

(regulation) และประสานสามสิ่งสำคัญนี้ ด้วย

การสร้างสรรค์ความงาม (aesthetic) จากสายตา

และประสบการณ์ของผู้ออกแบบ โดยรวมแล้วการ

ออกแบบทั้งหมดจะถูกคลุมด้วยรูปทรงที่ดูเรียบง่าย

(simple form) และต้องใช้งานได้ดี (functional)

ส่วนหลักการทำงานของบริษัทจะเน้นเรื่องการ

เคารพทั้งเวลาของลูกค้าและเวลาการทำงานของ

ทีม ลบค่านิยมที่ว่าสถาปนิกต้องนอนดึกหรือต้อง

ทำงานล่วงเวลา เราพยายามสร้างสมดุลการทำงาน

กับชีวิตส่วนตัวของทุกคนในทีม

We start each project with the context, then

we consider clients’ requirements, and then

we study the regulations. We combine these

three important factors through a creative

process that guided by the views and experiences

of our designers. Generally, our designs

tend to be based on simple forms and must

be functional. Our office focused on schedule,

we play a lot of attention to time constraints

of our clients and our team. We disapprove

of the working tradition that says architects

have to stay up late or work overtime. We try

to balance working hours and private life for

everyone in our team

SC-BB-J2 (2016)

Bangkok, Thailand

32

33


จากการทำงานที่ผ่านมา นิยามของสถาปัตยกรรม

คืออะไร หรืออะไรคือหัวใจ/คุณค่าของสถาปัตย-

กรรม

อาคารไม่ใช่แค่ตึก เพราะฉะนั้นการออกแบบ

อาคารคือการที่เรารับผิดชอบการใช้งานในอนาคต

ของอาคารนั้น สิ่งที่เราพูดกันเสมอในทีมคือ “not

just another building” เมื่อได้ทำงานออกแบบไม่

ว่าเล็กใหญ่อย่าปล่อยผ่าน

ในการทำงานที่ผ่านมา มีโครงการไหนหรือเรื่อง

อะไรที่ประทับใจ ที่อยากเล่าให้เราฟังบ้าง

มีงานออกแบบบ้านหลังนึงเข้ามาโดยที่เราไม่มี

โอกาสรู้ว่าเจ้าของคือใคร การทำงานผ่านการบอก

เล่าของคนที่ติดต่อเรา เล่าถึงความชอบ ความ

ต้องการ และวิถีชีวิตของเจ้าของ เป็นเหมือนตัว

ละครลับที่เราต้องคอยตีโจทย์ในทุกครั้งที่ส่งงานไป

กระทั่งปัจจุบันที่บ้านกำลังสร้างเราก็ยังไม่เคยเจอ

เจ้าของตัวจริงเลย (หัวเราะ)

ความยาก ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ที่เจอในการ

ทำออฟฟิศตนเอง และแก้ปัญหาหรือผ่านพ้น

มันมาได้อย่างไร

ความเข้าใจในวิชาอาชีพนี้เกิดจากการลองผิด

ลองถูก ซึ ่งใช้เวลานานเพื่อสะสมประสบการณ์

เช่น ความสำคัญของการลง time sheet ความ

รู้เรื่องวัสดุ ราคา กฎหมายอาคารที่แตกต่างกัน

รวมถึงขั้นตอนการทำ EIA และอื่นๆ คือคำถาม

ที่ต้องทดลองทำ ไม่มีทางลัดใดๆ นอกจากนี้

From your experience, what is the definition

and core value of architecture?

A building is not just a building, so to design

one means we have a responsibility regarding

its usage in the future. We always say “this is

not just another building”, so when we design

a new piece of work, regardless of its scale,

we don’t do it negligently.

Please share with us an impressive project

or story from your past.

We had a house project where we didn’t know

who the owner was. The only information

we had about the requirements and owner‘s

lifestyle were told to us by a contact person.

The owner was like a secret character that we

had to figure out. Even now when the house

is under construction, we still don’t know who

they are (laughs).

What problems or obstacles have you had

faced when running your office? And how

have you resolved them?

We see this professional practice as a process

of trial and error, and it takes quite a long time

to gain experience. The importance of filling in

time sheets, knowledge in materials and

costs, EIA process, etc.- these are all things

we have to work on – there are no short cut.

And when it becomes time to expand your

team, you need to know how to manage your

organization. You have to study more business

34

Kensington

Kaset Campus (2018)

Bangkok, Thailand

Numpu Plaza (2016)

Samut Sakhon, Thailand

เมื่อต้องขยายขนาดทีมงาน การเรียนรู้ด้านการ

จัดการองค์กรเป็นเรื่องสำคัญ จากเดิมเป็นเพียง

นักออกแบบ ต้องเรียนรู้เรื่องธุรกิจมากขึ้น ต้อง

เข้าใจทั้งลูกค้าทั้งลูกน้อง และในขณะเดียวกันก็

ต้องพัฒนาด้านงานออกแบบควบคู่กันไป ซึ่งเป็น

ความท้าทายที่ต้องหาจุดสมดุล

ต้องเตรียมตัว/ปรับตัวต่อกระแสความเปลี่ยนแปลง

ที่รวดเร็วต่างๆ และความท้าทายใหม่ๆ ในยุคสมัย

ปัจจุบันอย่างไรบ้าง

A+Con เริ่มใช้ระบบ BIM มานาน และพัฒนา

ทีมให้ทำงานด้วยระบบนี้ ถ้าเราทันโลก และสร้าง

มาตรฐานได้ เชื่อว่าจะทำให้เราก้าวไปยืนในตลาด

สากลได้เร็วขึ้น

อยากฝากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรให้

สถาปนิกรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

วงการนี้ทำงานสนุกเพราะงานเราไม่ซ้ำ เราเรียน

กันมาตั้ง 4-5 ปี เมื่อเรียนจบอยากให้ลองทำงาน

ในสายอาชีพนี้ก่อน ถ้าไม่ชอบ อาจลองเปลี่ยน

ลักษณะงาน (job) แต่อย่าเพิ่งเปลี่ยนอาชีพ

35

as well as be a designer. You have to understand

both the clients and your employees,

and at the same time you have to improve

your design work. Finding the right balance

is a challenge.

How have you adjusted your working method

to deal with the rapid changes and new challenges

of today’s world?

A+Con has used the BIM system for a long

time and trained our team to work with it. We

believe that if we can bring ourselves up to

date and set the standard then we will reach

the international stage faster.

What suggestions or advice do you have for

young architects who are working for a company

now or considering opening their own

in the future?

Working in this field is fun because there is

a lot of variation of works. We spent four to

five years studying, so I would like the young

generation architects to try to work in this

professional practice first when they graduate.

If they don’t like it, they can try to change their

tracks rather than switch to a new career.


BLACK PENCILS STUDIO

เราให้ความสนใจในการร้อยเรียงบรรยากาศของที ่ว่าง

ผูกรวมกันเป็นเรื ่องราวสะท้อนออกมาเป็นระบบของ

สถาปัตยกรรม

Founded in: 2012

Founder: Chuti Srisnguanvilas

Number of staff: 10

blackpencilsstudio.com

แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

แบล็คเพนซิลส์ สตูดิโอ เป็นสตูดิโอขนาดเล็ก

ที่สนใจในกระบวนการและแนวความคิดทาง

สถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึงบทสนทนาระหว่าง

มนุษย์และสภาพแวดล้อม ก่อรูปออกมาเป็น

สถาปัตยกรรมที่เป็นตัวกลางของการสื่อสาร

ระหว่างมนุษย์และบริบทรอบข้าง เพราะเราเชื่อ

ว่าแม้กระทั่งปูนและอิฐก็สามารถเป็นตัวแทนที่

สะท้อนเรื่องราวของชีวิตมนุษย์ได้

เราให้ความสนใจในการร้อยเรียงบรรยากาศของ

ที่ว่าง ผูกรวมกันเป็นเรื่องราวสะท้อนออกมาเป็น

ระบบของสถาปัตยกรรม

จากการทำงานที่ผ่านมา นิยามของสถาปัตยกรรม

คืออะไร หรืออะไรคือหัวใจ/คุณค่าของสถาปัตย-

ยกรรม

สถาปัตยกรรมเป็นสิ่งที่มีพลังอันพิเศษ สามารถ

แปลงเรื่องเล่าของชีวิตให้กลายเป็นความจริง

What is the main concept and working principle

of your firm?

Black Pencil Studio is a small firm focused

on architectural ideas and processes that

reflect the relationship between humans and

their environment. It treats architecture as a

medium of communication between mankind

and its surrounding contexts, and believes

that even bricks and mortar can tell stories

about human lives.

We are interested in creating atmospheres

within spaces and telling tales through architectural

systems.

In your experience, what is the definition and

core value of architecture?

Architecture has the capacity to turn an idea

for living into something real. In other words,

architecture transforms, through the use of

construction methods, architectural content

into a physical space that humans can touch.

Akas (2017)

Kao Yai, Thailand

36

37


Akas (2017)

Kao Yai, Thailand

Ladprao 80 House (2015)

Bangkok, Thailand

หรือสามารถพูดได้ว่า การแปลงเนื้อหาของ

สถาปัตยกรรมให้กลายเป็นกายภาพที่มนุษย์

สามารถเข้าไปรับรู้ สัมผัสได้และถูกร้อยเรียงออก

มาเป็นระบบของการก่อสร้าง

ในการทำงานที่ผ่านมา มีโครงการไหนหรือเรื่อง

อะไรที่ประทับใจ ที่อยากเล่าให้เราฟังบ้าง

หนึ่งในโครงการที่เราออกแบบคือโครงการอากาศ

เขาใหญ่ จุดเริ่มต้นของการออกแบบเกิดจาก

ความประทับใจในทัศนียภาพที่สวยงามของสภาพ

แวดล้อมรอบโครงการ เราจึงได้นำเอาภาพเหล่านั้น

มาเป็นเนื้อหาหลักของสถาปัตยกรรม โดยที่ทุกๆ

พื้นที่ของโครงการสามารถเห็นทัศนียภาพที่มองไป

ยังอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จึงได้ออกแบบอาคาร

ให้มนุษย์รับรู้เสมือนว่าเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

รอบข้าง

มองว่าสถาปนิกรุ่นใหม่ และวงการปฏิบัติวิชาชีพ

เป็นอย่างไรบ้าง มีความแตกต่างกันไหมเมื่อ 5

หรือ 10 ปีก่อนหรือไม่ อย่างไรหรือมีพัฒนาการ

อย่างไร

ในการปฏิบัติวิชาชีพในปัจจุบันเมื่อเทียบกับเมื่อ 10

ปีก่อนนั้นมีความแตกต่างอย่างมาก การพัฒนาของ

เทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้สถาปนิกรุ่นใหม่สามารถ

รับรู้ข่าวสารจากทั่วโลก รวมทั้งเครื่องมือในการ

ปฏิบัติวิชาชีพมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ความทัน

สมัยเมื่อ 10 ปีก่อนหน้าอาจจะไม่ใช่ความทันสมัย

ในยุคสมัยปัจจุบันและสถาปนิกจักต้องมีความ

สามารถในการปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลง

ได้อย่างรวดเร็ว

Please share with us an impressive project

or story from your past.

One of our projects is called Akas Khaoyai.

Right from the beginning the idea was to

showcase the beauty of the surroundings,

so we made the views our main concept

and ensured every space in the project has

a beautiful view of Khaoyai. We designed the

buildings so that the users feel like a part of

the natural environment.

What is your opinion of new architects and

professional practices? Are there any differences

from 5-10 years ago?

There is a big difference between professional

practice now and 10 years ago. Technology

means that architects can now quickly learn

about news from all over the world, including

new kinds of tools and equipment. Architects

have to adapt so that they don’t lose sight of

these fast-evolving technologies.

What suggestions or advice do you have for

young architects who are working for a company

now or considering opening their own

in the future?

Architecture is a career that requires patience

and honesty and also a concern about society.

I would advise young architects to gain a wider

understanding of society and to be aware of

the responsibility they have to themselves,

to the country, and to the world’s resources.

อยากฝากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรให้

สถาปนิกรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

วิชาชีพสถาปัตยกรรม เป็นอาชีพที่ต้องใช้ความ

อดทน ขยัน ซื่อสัตย์ รวมทั้งมองเห็นประโยชน์

ส่วนรวมในสังคม จึงอยากให้สถาปนิกรุ่นใหม่ มอง

เห็นภาพสังคมที่กว้างออกไป ไม่ว่าจะเป็นความรับ

ผิดชอบต่อตนเอง ประเทศ หรือทรัพยากรของโลก

38

39



BODINCHAPA ARCHITECTS

การถ่ายทอดความเป็นพื ้นถิ่นในรูปแบบร่วมสมัย เป็นแนว

คิดหลักๆ ของเรา ที ่เราใช้เป็นมุมมองกับงานและประยุกต์

กับการใช้ชีวิตในเรื ่องอื่นๆ ด้วย เราสนใจในเรื ่องการหยิบ

จับวัสดุและวิธีการที ่เรียบง่ายนำมาประยุกต์ให้มีมุมมองที

หลากหลาย

Founded in: 2016

Founder: Bodin Mueanglue and

Phitchapa Lothong

Number of staff: 2

แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

What is the main concept and working principle

of your firm?

Bodinchapa เป็นทีมสถาปนิกที่สนใจงานออกแบบ

สถาปัตยกรรมร่วมสมัย สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ที่

มีการศึกษาถึงบริบททางสังคม ความงามที่เป็น

ธรรมชาติในแบบของมัน โดยเราถ่ายทอดความ

เป็นพื้นถิ่นในรูปแบบร่วมสมัย ประสานภูมิปัญญา

การก่อสร้างแบบพื้นถิ่นร่วมกับเทคโนโลยีการ

ก่อสร้างสมัยใหม่ รวมทั้งประยุกต์ใช้วัสดุที่เรียบ

ง่ายหรือวัสดุพื้นถิ่นนำมาออกแบบให้เกิดมูลค่าทาง

มุมมองในอีกรูปแบบหนึ่ง

การถ่ายทอดความเป็นพื้นถิ่นในรูปแบบร่วมสมัย

เป็นแนวคิดหลักๆ ของเรา ที่เราใช้เป็นมุมมองกับ

งานและประยุกต์กับการใช้ชีวิตในเรื่องอื่นๆ ด้วย

เราสนใจในเรื่องการหยิบจับวัสดุและวิธีการที่เรียบ

ง่ายนำมาประยุกต์ให้มีมุมมองที่หลากหลาย น่า

สนใจและยั่งยืน สำคัญที่สุดคือการนำภูมิปัญญา

ที่มีของพื้นถิ่นนั้นๆ มาประยุกต์ใช้กับวิธีคิดหรือ

องค์ประกอบบางอย่างในงาน ซึ่งคำว่าพื้นถิ่นในที่

นี่เราอาจจะเอามาตีความในหลายรูปแบบ เช่น การ

Bodinchapa’s create contemporary architecture

that is sensitive to its social context and

natural beauty. Our team of architects strives

to interpret the character of each site through

contemporary forms and to combine local

construction know-how with modern technology.

Often simple materials are used to

make their designs look more precious.

Interpreting the local through contemporary

forms is our main driving idea. We apply it both

to our work and to other things in our lives. We

are interested in using simple materials and

methods and applying them to make things

more interesting – and sustainable. The most

important thing is to incorporate the knowledge

of each neighborhood into our thinking or

elements of our work. We interpret the word

“local” in many ways – in terms of the identity

of the area, its materials and surrounding

contexts. We also study the society, culture

and the lifestyle of each community involved

with our clients.

40

41

Pasang (2018)

Chiang Rai, Thailand


ตีความจากสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์

ของพื้นที่นั้นๆ การเลือกใช้วัสดุที่หาได้จากในพื้นที่

บริบทรอบข้าง หรือตีความจากสังคม วัฒนธรรม

วิถีชีวิตของชุมชนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ที่มีความ

เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเจ้าของอาคารที่เราออกแบบ

Pasang (2018)

Chiang Rai, Thailand

ทำไมถึงมาเปิดออฟฟิศที่อยุธยา

ช่วงแรกที่เราเริ่มทำงานนั้น สถานที่ทำงานก็อยู่ใน

กรุงเทพฯ เหมือนออฟฟิศส่วนใหญ่ แต่เราทั้งสอง

คนเป็นคนต่างจังหวัดและมองว่าหากเราต้องการ

ให้งานออกมาดีในแบบที่เราสนใจ เราควรอยู่

ในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เรามีความสุข

ในการทำงาน สิ่งเหล่านั้นจะส่งผลต่อภาษาทาง

สถาปัตยกรรมของเราด้วยส่วนหนึ่ง ดังนั้นเรา

สามารถที่จะนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ที่เราสบายใจ เรา

จึงลองตั้งสถานที ่ทำงานของเราไว้ที่อยุธยาและ

เชียงรายซึ่งเป็นบ้านเกิดของเราทั้งสองคน

Why did you open your offices in Ayutthaya?

When we started working we had an office in

Bangkok. But both of us are country people

and thought that we would work better if we

were in a good atmosphere where we can

happily work. Having a good environment in

which to work influences our architectural

work too. Our offices are in our respective

home regions, Ayutthaya and Chiang Rai.

42

Laan-tim’s

Cafe&Gallery (2015)

Chiang Rai , Thailand

ความได้เปรียบเสียเปรียบต่างกันกับออฟฟิศที่

เปิดที่กรุงเทพฯ อย่างไร

สิ่งที่ดีในการทำงานต่างจังหวัดคือบรรยากาศใน

การทำงาน สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เรา

คล่องตัวทั้งในการใช้ชีวิต ค่าใช้จ่าย และการเดิน

ทางสะดวกสบายรถไม่ติด เสียเวลาในการเดิน

ทางน้อยมากเมื่อเทียบกับอยู่กรุงเทพฯ ทำให้เรา

มีสุขภาพจิตที่ดีด้วย

ปัจจุบัน ความเข้าใจต่องานสถาปัตยกรรมและ

การประกอบวิชาชีพในวงการก่อสร้าง ช่างพื้น

บ้าน ช่างท้องถิ่น และสังคมทั่วไป เป็นอย่างไร

บ้าง

ปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความเข้าใจกลับไป

ทำรับเหมาที่บ้านเกิดเยอะขึ้น บวกกับช่างที่เข้าใจ

ในงานพื้นถิ่นที่มีความชำนาญ ทำให้วงการก่อสร้าง

ค่อนข้างคึกคัก และการก่อสร้างตรงตามความคาด

หวังที่เราต้องการ ส่วนความเข้าใจต่อวิชาชีพมองว่า

ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล คือยังมีทั้งคนที่ไม่เข้าใจหรือไม่

เห็นถึงความสำคัญและคนที่เข้าใจเริ่มมีในวงกว้าง

มากขึ้น คิดว่าส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากคนรุ่นใหม่ที่

มีความเข้าใจเรื่องของวิชาชีพแล้วกลับไปใช้ชีวิต

หรือเริ่มทำธุรกิจที่บ้านเกิดเพิ่มมากขึ้น และการ

ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ของอาคารมากขึ้น

รวมถึงการที่สถาปนิกรุ่นใหญ่ๆ ได้ทำงานในต่าง

จังหวัดและสร้างผลงานดีๆ ออกมาเรื่อยๆ เป็น

ตัวอย่างที่ดีในเรื่องของรูปลักษณ์และการวางแผน

ทำอาคารที่ส่งผลทั้งต่อการใช้ชีวิตและการสื่อสาร

ของภาษาการออกแบบที่เป็นอาคารสาธารณะให้

กับผู้ใช้อาคาร ทำให้ผู้คนเริ่มวางแผนในการที่จะ

ปลูกสร้างอาคารมากขึ้นด้วย

43

What are the advantages or disadvantages of

having an office in the provinces?

The advantage of working in the country is that

the atmosphere and the environment grants

us more flexibility for living and lower costs.

Our mental health is better because there are

no traffic jams like in Bangkok.

What is the level of understanding about architecture

among the general public and the

construction industry, including local builders

and artisans?

Some people still don’t realize the importance

of the profession. But the amount of people

who do is growing because more young architects

are coming back to live here and starting

business in their homelands and they pay

more attention to the appearance of buildings.

There are also some senior architects working

in the provinces who have continuously created

good works. Their designs and creations

serve as models for future building design and

construction techniques and influence people’s

lifestyles. This has helped people start to

realize the importance of planning in construction.


CLOUD-FLOOR

Waste Side Story

Pavilion (2018)

Bangkok, Thailand

การใช้นวัตกรรมพัฒนาพื้นที่สาธารณะและเมืองด้วยการ

ออกแบบอย่างมีกระบวนการ โดยไม่จำกัดประเภทของ

ผลลัพธ์ ซึ ่งเป็นไปได้ทั้งสถาปัตยกรรม ศิลปะ ผลิตภัณฑ์

งานบริการ หรืองานสื่อประเภทต่างๆ

Founded in: 2014

Founder: Donlaporn Chanachai

and Nattapong Phattanagosai

Number of staff: 4

www.cloud-floor.com

ช่วยเล่าถึงการก่อตั้งหรือจุดเริ่มต้นของออฟฟิศ

บริษัท คลาวด์ฟลอร์ จำกัด ถูกจัดตั้งขึ้นจากความ

ตั้งใจในการใช้ความรู้และความสามารถในการ

ออกแบบ เพื่อพัฒนาพื้นที่สาธาณะและเมือง โดย

มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงและสร้างสรรค์องค์

ประกอบทางกายภาพของเมือง ที่ส่งเสริมให้เกิด

การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้ความสำคัญกับ

คนและสิ่งแวดล้อมเป็นหัวใจหลัก

จุดเริ่มต้นคือการที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการ

ทำงานที่ Studio Schwittala ที่เมืองเบอร์ลิน ซึ่ง

ให้ความสนใจกับเรื่องการออกแบบเมืองและการ

อยู่อาศัยในอนาคต

Please describe your firm and how it began.

Cloud-floor was founded with the intentionof

using design to develop public spaces and

the city. Our goal is to change and to create

physical elements of the city which lead to

better quality of life. We paid attention mainly

to people and to the environment. In the

beginning were inspired by working at Studio

Schwittala in Berlin, because they concerned a

lot about urban design and living in the future.

Our concept is to use innovation to develop

public spaces and the city through design

processing, regardless of the type of work we

do. We are willing to work on architecture,

art, service products, and all kinds of media.

44

45


แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

Please share with us an impressive project

or story from your past.

Active Play (2018)

Bangkok, Thailand

การใช้นวัตกรรมพัฒนาพื้นที่สาธารณะและเมือง

ด้วยการออกแบบอย่างมีกระบวนการ โดยไม่จำกัด

ประเภทของผลลัพธ์ ซึ่งเป็นไปได้ทั้งสถาปัตยกรรม

ศิลปะ ผลิตภัณฑ์ งานบริการ หรืองานสื่อประเภท

ต่างๆ

ในการทำงานที่ผ่านมา มีโครงการไหนหรือเรื่อง

อะไรที่ประทับใจ ที่อยากเล่าให้เราฟังบ้าง

กิจกรรม workshop ร่วมกับ ASA CAN Ten for

Ninety 2017 ที่ทำการทดลองสร้างป้ายรถเมล์

ในฝัน โดยสิ่งที่ได้ออกแบบไปนั้น คือการจัดหา

สิ่งของที่คิดว่าจำเป็นและไม่จำเป็นในการรอคอย

รถโดยสาร ในสภาพแวดล้อมและบริบทแบบไทยๆ

ได้แก่ ยาดม ลูกอม ผ้าปิดปาก น้ำเปล่า พัดลม

มือ วิทยุ และเก้าอี้แบบนั่งสบาย เป็นต้น เราได้

รับรอยยิ้มและความประทับใจจากผู้ใช้งาน รวมถึง

ได้รับกำลังใจจากผู้คนที่ผ่านไปมาที่อยากสนับสนุน

และสานต่อโครงการ

ความยาก ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ที่เจอในการ

ทำออฟฟิศตนเอง และแก้ปัญหาหรือผ่านพ้น

มันมาได้อย่างไร

คนอื่นมักไม่เข้าใจว่าทำงานอะไร จะออกแบบ

และเปลี่ยนแปลงเมืองได้อย่างไร สิ่งที่ทำคือการ

พยายามทำความเข้าใจและอดทนต่อความตั้งใจนี้

ต้องเตรียมตัว/ปรับตัวต่อกระแสความเปลี่ยนแปลง

ที่รวดเร็วต่างๆ และความท้าทายใหม่ๆ ในยุคสมัย

ปัจจุบันอย่างไรบ้าง

หาความรู้เพิ่มเติมให้มากขึ้น เปิดใจรับศาสตร์

และเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาเพิ่มขึ้น และศึกษา

ความต้องการของคนในส่วนที่เปลี่ยนแปลงและไม่

เปลี่ยนแปลง

We appreciated doing the workshop project

with ASA CAN Ten for Ninety 2017, which was

to design our dream bus-stop. We tried to

figure out what people want and don’t when

they are waiting for the bus in Thai urban

environment. For example, we provided inhalants,

candies, masks, water, hand fans,

radios, comfortable chairs, etc. The projected

resulted in a lot of smiles and appreciation

from the public, including passersby.

What problems or obstacles have you had in

running your own office?

A lot of people don’t understand what kind of

work we do -- how to design or how change

the city. We have to be very patient and keep

on trying to make them understand.

How have you adjusted your working method

to deal with the rapid changes and new challenges

of today’s world?

We have to study more – to be open to

the new sciences and technologies, and to

study both the evolving and constant needs

of people.

What is your opinion of new generation architects

and professional practices? Are there

any differences from 5-10 years ago?

Most are still same old, but we can see that

people are more interested in urban design.

Public Transit Lounge (2016)

Bangkok, Thailand

มองว่าสถาปนิกรุ่นใหม่ และวงการปฏิบัติวิชาชีพ

เป็นอย่างไรบ้าง มีความแตกต่างกันไหมเมื่อ 5

หรือ 10 ปีก่อนหรือไม่ อย่างไร หรือ มีพัฒนาการ

อย่างไร

ส่วนใหญ่ยังคงเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เห็นการ

เปลี่ยนแปลงคือคนให้ความสนใจเรื่องการออกแบบ

เมืองมากขึ้น

อยากฝากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรให้

สถาปนิกรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

“ออกแบบอาคารแล้ว อย่าลืมออกแบบเมืองที่เรา

อยู่ด้วย” โดยการออกแบบเมืองคงต้องอาศัย 3

สิ่ง คือ การออกกฎระเบียบ การออกแบบกายภาพ

และการสร้างทัศนคติ อยากให้ทำในสิ่งที่เราช่วย

กันทำได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

What suggestions or advice do you have for

young architects who are working for a company

now or considering opening their own in

the future?

When designing the buildings, you should be

concerned about urban design too. Urban design

needs three things; the law, the physical

design, and the right attitude. We would like

young architects to do whatever they can to

participate from now on.”

46

47


EKAR ARCHITECTS

สถาปัตยกรรมคือความจริง เป็นพื ้นที่หนึ่งในการ

สร้างองค์ประกอบของชีวิตและจิตวิญญาณ คุณค่า

ของสถาปัตยกรรมอยู่ที ่การส่งผลต่อสิ ่งต่างๆ รอบๆ

สถาปัตยกรรมนั้นๆ ให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

Founded in: 2015

Founder: Ekaphap Duangkaew

Number of staff: 14

แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

EKAR สนใจเรื่องการดำเนินไปของสิ่งที่เกิด

ขึ้นรอบๆ หลังจากสถาปัตยกรรมนั้นเกิดขึ้นมา

เรามีความสุขกับการได้ติดตาม ผลหลังจากที่

สถาปัตยกรรมแล้วเสร็จ บางทีอาจจะชอบมากกว่า

กระบวนการเริ่มต้นก่อนจะมาเป็นสถาปัตยกรรม

ด้วยซ้ำ

จากการทำงานที่ผ่านมา นิยามของสถาปัตยกรรม

คืออะไร หรืออะไรคือหัวใจ/คุณค่าของ

สถาปัตยกรรม

สถาปัตยกรรมคือความจริง เป็นพื ้นที่หนึ่งในการ

สร้างองค์ประกอบของชีวิตและจิตวิญญาณ คุณค่า

ของสถาปัตยกรรมอยู่ที่การส่งผลต่อสิ่งต่างๆ

รอบๆ สถาปัตยกรรมนั้นๆ ให้เปลี่ยนแปลงไปใน

ทางที่ดีขึ้น

What is the main concept and working principle

of your firm?

EKAR is particularly interested in how things

progress after a piece of architecture is built.

We enjoy seeing what happens when a work

is completed. We like that stage even more

than the process before everything is made.

In your experience, what is the definition and

core value of architecture?

Architecture is reality, about spaces where the

parts of a human’s life and spirit are created.

The value of architecture lies in the way it

positively impacts the things surrounding it.

Multi-Place

Surat Thani, Thailand 2016

48

49


ในการทำงานที่ผ่านมา มีโครงการไหนหรือเรื่อง

อะไรที่ประทับใจ ที่อยากเล่าให้เราฟังบ้าง

โครงการออกแบบอาคารพานิชย์ที่จังหวัด

สุราษฎร์ธานี ชื่อโครงการ Multi-Place

กระบวนการออกแบบไม่ได้ราบรื ่นนัก อาจด้วย

การสื่อสารที่เราอยู่กรุงเทพฯ แล้วลูกค้าอยู่ภาคใต้

หลายๆ อย่างในแบบไม่ได้ถูกนำไปใช้ เมื่องานแล้ว

เสร็จได้ตามที่ใจตั้งไว้ประมาณร้อยละ 60 ซึ่งถือว่า

เป็นงานที่น่าพอใจมากแล้ว วันที่เรากลับไปเยี่ยม

โครงการเราได้พบการใช้สอยหลายอย่างที่ขัดกับ

รูปแบบการใช้งานที่เหมาะสมตามแนวคิดของนัก

ออกแบบ หลังจากที่ได้พูดคุยกัน เจ้าของโครงการ

อธิบายให้ฟังถึงการใช้งานทุกอย่างว่าเหมาะสมกับ

วิถีชีวิตของพวกเขาอย่างไร ทำให้เราได้เข้าใจว่า

สถาปัตยกรรมไม่ใช่ที่ที่ถูก “ออกแบบ” ด้วยมือของ

เหล่าสถาปนิก แต่สถาปัตยกรรมที่ดีและมีคุณค่า

คือสถาปัตยกรรมที่ให้ผู้อยู่อาศัยนั้นได้ออกแบบ

ทุกอย่างด้วยตัวของเค้าเอง

อยากฝากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรให้

สถาปนิกรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

ความง่ายและสะดวกเป็นข้อได้เปรียบมากๆ ของ

สถาปนิกในยุคสมัยนี้ แต่มันก็ทำลายผลงานดีๆ

มานักต่อนัก เปลือกที่สวยงามหอมหวานอาจทำให้

เราเผลอไปยึดติดคุณค่าที่เปลือกเหล่านั้น อยากให้

น้องๆ เข้าใจมุมมองต่างๆ ให้ถ่องแท้ ทำรากฐานให้

แน่นก่อน สถาปัตยกรรมไม่ใช่เป็นเพียงแค่อาคาร

ที่บรรจุการใช้สอยให้ครบและใช้งานได้ปลอดภัย

เท่านั้น แต่เป็นสถานที่หล่อหลอมเพาะบ่มชีวิตและ

จิตวิญญาณของผู้ใช้งาน ผู้ออกแบบสถาปัตยกรรม

ที่ดี จึงควรมีความสามารถในการเข้าใจรูปแบบ

การใช้งาน และความรู้สึกนึกคิดในทุกๆ มิติอย่าง

ถ่องแท้ ซึ่งการจะเข้าใจชีวิตอื่นๆ ได้ดี ต้องเริ่มต้น

จากการเข้าใจตัวเองก่อน

Please share with us an impressive project

or story from your past.

The design of a shop-house in Surat Thani

called Multi Place. The design process was

a bit of a struggle, partially because of the

communication, as we are based in Bangkok

and our client is located in this southern

province. Many of the things we designed for

the project ended up not being used and the

finished work turned out to only be 60% of

what we wanted it to be, but we are quite

pleased with the outcome. On the day we

visited the site, we came across so many

things that didn’t really follow the intended

functionalities, but the owner explained how

these alterations made it more suitable for

the people who would be using it. It made

us realize that architecture isn’t just a space

designed solely by an architect. A good and

valuable architectural creation is one that

includes and incorporates a user’s needs and

preferences.

What suggestions or advice do you have for

young architects who are working for a company

now or considering opening their own

in the future?

I want all the young generation architects to

really understand the different aspects of

architecture as well as the architectural profession.

Build a strong foundation for yourself.

Architecture is not just about making buildings

with safe and functional spaces – it’s

about creating places that nurture people’s

lives and spirits. A good architect needs the

ability to understand not only the different

functionalities of space, but also every aspect

of human emotion. To be able to understand

others, you have to understand yourself first.

ReGEN House (2017)

Khwaeng Bang Bumru,

Thailand

VOA Space (2018)

Khon Kaen, Thailand

50 51


HED DESIGN STUDIO

เฮ็ดใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการออกแบบและก่อสร้าง

เราชอบที่จะเรียนรู้เรื ่องใหม่ๆ ร่วมกันกับทุกคน เรียนรู้ผ่าน

การทำงานในแต่ละโปรเจ็กต์ เฮ็ด เป็นภาษาอีสาน แปลว่า

‘ทำ’ เพราะเราเชื่อว่าการลงมือทำคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

Founded in: 2014

Founder: Pongpon Yutharat

Number of staff: 5

ช่วยเล่าถึงการก่อตั้งหรือจุดเริ่มต้นของออฟฟิศ

เฮ็ด ดีไซน์ สตูดิโอ เป็นสตูดิโอออกแบบขนาดเล็ก

ที่ จ.อุดรธานี เฮ็ดใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการ

ออกแบบและก่อสร้าง เราชอบที่จะเรียนรู้เรื่อง

ใหม่ๆ ร่วมกันกับทุกคน เรียนรู้ผ่านการทำงานใน

แต่ละโปรเจ็คต์ เฮ็ด เป็นภาษาอีสาน แปลว่า ‘ทำ’

เพราะเราเชื่อว่าการลงมือทำคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

ทำไมถึงมาเปิดออฟฟิศที่อุดรธานี

เป็นคนอุดรธานีโดยกำเนิดอยู่แล้วครับ เลยเลือก

ที่จะกลับมาทำงานที่บ้านเกิด เหตุผลไม่มีอะไร

ซับซ้อนไปกว่าการกลับบ้านครับ ผมตั้งสำนักงาน

ออกแบบและบริษัทรับเหมาก่อสร้างเล็กๆ ให้

ภรรยา ชื่อ หจก.วันเดอร์ครีเอชั่น และทำงานร่วม

กันตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

ความได้เปรียบ เสียเปรียบ ต่างกันกับออฟฟิศที่

เปิดที่กรุงเทพฯ อย่างไร

ความได้เปรียบน่าจะเป็นเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

มากๆ การทำงานที่เราบริหารจัดการเวลาได้อิสระ

ข้อเสียถ้าเทียบกับกรุงเทพฯ น่าจะเป็นเรื่องค่า

Please describe your firm and how it began.

HED Design is a small design studio in Udon

Thani. We use a collaborative approach in the

design and construction of our architecture.

For each project that we do, we like to learn

new things in conjunction with others. ‘Hed’

is an Esan word for ‘does’, and it reflects our

belief that doing is the best way of learning.

Why did you decide to open a firm in Udon

Thani?

I’m originally from Udon Thani so I liked the

idea of starting a career where my home is.

There’s nothing complicated about it other

than the fact that I wanted to come back

home. I formed a small design and construction

company called Wonder Creation for my

wife to run and our companies have been our

supporting units since 2014.

What are the upsides and downsides of opening

an office here rather than in Bangkok?

The quality of life here is so much better. I

have the freedom to manage my own time.

N House

52

53


F House

ของพนักงานผมเข้าใจว่าน้องๆ ก็คงมีแนวคิด on

demand อยู่ไม่น้อย สังเกตจากการย้ายเข้าย้าย

ออกของพนักงานที่รู้สึกว่ามีตัวเลือกมากขึ้น ไม่ใช่

มีออฟฟิศเยอะขึ้น แต่มีตัวเลือกที่จะใช้ชีวิตมาก

ขึ้น คำนิยามของอาชีพต่างๆ มันเบลอขึ้นเรื่อยๆ

แต่ในความอิสระนั้น เราต้องกลับมาตั้งคำถามว่า

คุณค่าของเราคืออะไร เราจะช่วยสังคมได้อย่างไร

ในจังหวะที่วิถีชีวิตมันเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน สิ่ง

แวดล้อมเปลี่ยน สภาพอากาศเปลี่ยน เศรษฐกิจ

เปลี่ยน หรือแม้แต่ทัศนคติในใจเราที่อาจจะเปลี่ยน

เรายังจำได้มั้ยว่าเราเลือกที่เป็นสถาปนิกเพราะ

อะไร ถ้ายังจำอุดมการณ์นั้นได้ ขนาดของที่ทำงาน

ไม่มีผลมากไปกว่าขนาดของความตั้งใจของเราเลย

fee ที่ตามหลังอยู่เยอะ แต่ถ้าคิดในแง่ความสมดุล

ระหว่างค่าครองชีพแล้วก็ถือว่ายังสมดุลดีครับ

แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

แนวคิดหลักในการออกแบบคือเราเชื่อเรื่อง

กระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนร่วม (co-create)

ในแต่ละงานเราจะเริ่มด้วยการเข้าไปเป็น ‘กระบวน

กร’ ให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ตั้งแต่เจ้าของ

โครงการ ผู้ใช้อาคารคนอื่นๆ ทีมน้องๆ สถาปนิก

ทีมช่างในบริษัท คุณป้าข้างๆ ไซต์ก่อสร้าง หรือ

ซินแส (ถ้ามี) พอใช้กระบวนการนี้ มันเลยไม่ใช่

แค่ออกแบบตัวสถาปัตยกรรม แต่เลยเถิดไปถึงการ

ออกแบบกิจกรรมภายในพื้นที่นั้นด้วย

อยากฝากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรให้

สถาปนิกรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

ผมตั้งชื่อเล่นๆ ให้ยุค 2018 (เฟซบุ๊คมีอายุ 10

ปี) ว่าเป็นยุค on demand แทบทุกอย่างสามารถ

กำหนดเองได้ ทีวีไม่ต้องรอเช้าวันเสาร์อาทิตย์แล้ว

กดในมือถือมีการ์ตูนตลอดเวลาและเปลี่ยนเรื่องได้

ทุกวินาทีที่ใจอยาก เราสั่งซื้อของได้แม้ตัวจะนอน

กลิ้งอยู่บนเตียง ตื่นมาอาจจะได้รับของแล้ว ในมุม

The downside are the fees, which are considerably

lower than for most Bangkok firms.

But in terms of the balance between the

cost of living and how much we make, it’s

still pretty good.

What is the main concept and working principle

of your firm?

The core concept of our design is our belief

in collaboration. In each project we do, we

begin by facilitating a process that involves

every stakeholder, from the owner to the users,

members of our design team, our team of

builders, the neighbors and even the feng shui

master (if one is needed). Thanks to this process,

our work encompasses not just the making

of architecture, but the design of activities

that happen within these physical spaces.

Please share with us an impressive project

or story from your past.

I call the year 2018 the on-demand era. Almost

everything nowadays can be delivered

on-demand. You don’t have to wait until the

weekend to see a cartoon because they’re

now available in your phone whenever you

want. You can shop while you’re lying around

in bed and the package is delivered the next

54

55

day. From an employee’s perspective, I have

observed that the younger generation has this

on- demand way of thinking in their head.

Judging from the turnover of my studio, these

young practitioners feel that they now have

more options. And it isn’t just about the number

of offices they can choose to work at, but

also about the broader range of life options

open to them. The lines between different

professions have become so blurred now. But

because of this freedom, we have to go back

and ask ourselves about our value at a time

when people live differently, and the society,

environment, climate, economy or even our

own attitudes are changing. The question you

need to ask yourself is: do you still remember

why you want to be an architect?

Dose Factory


INTEGRATED FIELD

คุณค่าของสถาปัตยกรรมจะเกิดขึ ้นได้ก็เมื ่อสถาปัตยกรรม

นั้นๆ สามารถตอบสนองกับเหตุปัจจัยเฉพาะตัวของ

โครงการในรูปแบบต่างๆ เช่น บ้านพักอาศัยที ่หากผู้อยู่

สามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด มีความสุข และสบายใจเมื ่อ

ได้ใช้งาน โดยอยู่ร่วมกับบริบทที่ตั้ง ทั้งในแง่ชุมชนและ

สิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว คุณค่าของสถาปัตยกรรมชิ ้น

นั้นก็จะเกิดขึ้นแล้ว

Founded in: 2011

Founder: Pongson Suwanmaneechot,

Sorakit Kitcharoenroj, Worawut Oer-areemitr,

Kavin Horayangkura, Jintawat Shobsngob,

Gullyawat Lertpeerakorn, Korkiat Kittisoponpong,

Jatarat Ongtilarnon, Pruttiporn Sintawanon,

Kanin Manthanachart, Lerpong Rewtrakulpaiboon

and Thanapolpoj Rochnattakul

Number of staff: 29

แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

พวกเรามองว่า IF คือ Integrator ที่ทำหน้าที่เป็น

ผู้ผสานปัจจัยแวดล้อมรอบด้าน ในทุกๆ การทำงาน

พวกเราจึงเริ่มจากการตั้งคำถาม ทดลองหาความ

เป็นไปได้ที่เปิดกว้างและหลากหลาย เพื่อคลี่คลาย

ไปสู่ผลลัพธ์ด้านการออกแบบ ซึ่งสามารถสร้าง

ประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ใช้ เหมาะสมกับจุดประสงค์

ของรูปแบบงานประเภทนั้นๆ และสอดคล้องไปกับ

บริบทแวดล้อมให้ได้มากที่สุด

จากการทำงานที่ผ่านมา นิยามของสถาปัตยกรรม

คืออะไร หรืออะไรคือหัวใจ/คุณค่าของสถาปัตย-

กรรม

What is the main concept and working principle

of your firm?

We view IF as an integrator – it integrates

every factor involved in each work. We always

begin by questioning and exploring a diverse

range of possibilities, which are later reconciled

into a design outcome that best benefits

the users. Each project also has to fulfill the

objectives and nature of the project while

resonating with the surrounding context as

much as possible.

From your experience, what is the definition

and core value of architecture?

Kokulo Beach Club (2017)

Phang Nga, Thailand

56

57


BAAN 0.60 (2015)

Bangkok, Thailand

AIS The Digital

Gallery (2017)

Bangkok, Thailand

ในมุมมองของพวกเรา คุณค่าของสถาปัตยกรรมจะ

เกิดขึ้นได้ก็เมื่อสถาปัตยกรรมนั้นๆ สามารถตอบ

สนองกับเหตุปัจจัยเฉพาะตัวของโครงการในรูป

แบบต่างๆ เช่น บ้านพักอาศัยที่หากผู้อยู่สามารถ

ใช้ประโยชน์ได้สูงสุด มีความสุข และสบายใจ

เมื่อได้ใช้งาน โดยอยู่ร่วมกับบริบทที่ตั้ง ทั้งในแง่

ชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว คุณค่าของ

สถาปัตยกรรมชิ้นนั้นก็จะเกิดขึ้นแล้ว

แต่หากเป็นอาคารสาธารณะที่มีผู้ใช้เข้ามา

เกี่ยวข้องหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะทางตรงหรือ

ทางอ้อม คุณค่าของงานจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเรา

ได้เข้าใจในบริบทเฉพาะของงานอย่างแท้จริง ทั้ง

สิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต จับต้องได้และจับต้องไม่ได้

และงานออกแบบได้พัฒนาบริบทเหล่านี้ให้ดีขึ้น

ความยาก ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ที่เจอในการ

ทำออฟฟิศตนเอง และแก้ปัญหาหรือผ่านพ้น

มันมาได้อย่างไร

ด้วยการทำงานของ IF ที่เกิดจากการร่วมงานกัน

ของสถาปนิกและนักออกแบบหลากหลายสาขา

ความท้าทายที่เกิดขึ้นคือการแสวงหาหนทางที่จะ

ทำอย่างไรเพื่อให้ทีมงานสามารถหยิบเอารู้ ความ

สามารถ ข้อดีของแต่ละความคิด ตลอดจนมุมมอง

มาใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพ รวมไปถึงการสร้าง

สมดุลระหว่างองค์ความรู้ที่แตกต่างเหล่านี้เพื่อนำ

มาบูรณาการให้เกิดผลงานที่มีคุณภาพทั้งในเชิง

รูปลักษณ์ ประโยชน์ใช้สอย สอดคล้องไปจุด

ประสงค์ของรูปแบบงาน และเชื่อมโยงกับบริบท

แวดล้อมให้ได้มากที่สุดด้วย

ต้องเตรียมตัว/ปรับตัว ต่อกระแสความ

เปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วต่างๆ และความท้าทาย

ใหม่ๆ ในยุคสมัยปัจจุบันอย่างไรบ้าง

พยายามหมั่นตรวจสอบความเชื่อและอุดมการณ์

ของเรา ไม่ยึดติดว่าความคิดและความเชื่อของ

เราถูกต้องเสมอไป และปรับตัวไปกับความ

เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบตัวเสมอ

The value of architecture lies in its ability to

satisfy the specific demands of a project. For

instance, a house should offer not serve the

required functionalities but also be a place of

happiness and comfort as well as offer a sense

of community and environment. These factors

contribute to the value of each particular

architectural creation.

If we’re talking about a public building that

directly and indirectly impacts a more diverse

group of users, the value of the work is only

conceived when we are able to truly understand

the context of the work, whether it’s

living things or lifeless objects, the tangible or

the abstract. A good design can help develop

these contexts.

What problems or obstacles have you had in

running your own office? And how have you

resolved them?

IF is a collaborative unit comprised of architects

and designers from different disciplines,

so one of the challenges is finding a way to

make best use of all the knowledge, ability and

expertise of these collaborators and integrating

all this diverse know-how into a work. Not

only does the work have to possess certain

aesthetic qualities; it also has to fulfill the

required functions. Everything created needs

to correspond with the work’s objectives and

nature and it has to engage with the surrounding

context as much as possible.

How have you adjusted your working method

to deal with the rapid changes and new challenges

of today’s world?

We are always looking back and reviewing our

beliefs and ideology, but we don’t treat them

like they are the answer for everything. We’re

constantly adapting to new changes.

58

59


JAIBAAN STUDIO

เราทำงานบนปรัชญาการออกแบบและร่วมสร้างระหว่าง

ธรรมชาติและผู้คนแบบ co-create design เพื ่อให้งาน

สถาปัตยกรรมและกระบวนการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรม

เป็นเสมือนสะพานในความรู้ที ่เรียนรู้มา

Founded in: 2015

Founder: Thanawin Wijitporn,

Supawut Boonmahathanakorn

and Praewponn Sukutsathian

Number of staff: 7

แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

What are the concept and working principle

of your office?

“ใจบ้านสตูดิโอ” ให้บริการออกแบบ วางผัง และให้

คำปรึกษา งานทางด้านออกแบบชุมชน สถาปัตย์

ภูมิสถาปัตย์ และพื้นที่เกษตรกรรม โดยเชื่อว่า

งานออกแบบและวางผังที่ดีนั้นมีส่วนสำคัญในการ

ดูแลโลกและสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว เป็นสตูดิโอ

ออกแบบที่พัฒนามาจากงานสถาปัตยกรรมชุมชน

ของกลุ่ม “คนใจบ้าน” ที่ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2551

แบ่งประเภทงาน ออกเป็น 3 กลุ่ม คืองานออกแบบ

สถาปัตยกรรม งานออกแบบภูมิทัศน์ และงานออกแบบ

เมืองที่ทำร่วมกับชุมชนและภาคีต่างๆ นอกจากนี้

ยังมีความตั้งใจในการส่งต่อและแลกเปลี่ยนองค์ความ

รู้ผ่านการอบรมและการจัดเวิร์คช็อป เราทำงาน

บนปรัชญาการออกแบบและร่วมสร้างระหว่าง

ธรรมชาติและผู้คนแบบ co-create design เพื่อ

ให้งานสถาปัตยกรรมและกระบวนการสร้างสรรค์

สถาปัตยกรรมเป็นเสมือนสะพานในความรู้ที่เรียน

รู้มา เราได้ทำ ได้อยู่ ได้ทดลอง ตั้งคำถามและหา

คำตอบจากงานออกแบบที่เราสร้างขึ้นมา ผ่านมา

สองปีเเล้ว เราก็ยังคงทดลองหาคำตอบเเละเรียน

รู้มันต่อไปครับ

Jaibaan Studio designs, plans, and consults

on community design, architectural design,

landscaping, and agricultural properties. We

believe that good design and planning play

an important part in taking care of the world

and environment. Our studio grew out of

community-oriented design team named Kon

Jai Baan, which was founded in 2008. Our

services are divided into three categories;

architectural design, landscape design and

urban design, and we regularly collaborate

with communities and other networks. In

addition, we try to pass on and exchange

knowledge through training and workshops.

Our work is based on the philosophy that

design is an act of co-creation between nature

and humanity. We want our architecture

and architectural process to serve as a kind

of interactive bridge that creates a for the

well- balance connection between humans

and other humans and between mankind

and nature. That well-balanced connection

60 61

Akha Ama Living

Factory (2015)

Chiang Mai, Thailand


สถาปัตยกรรมเป็นเสมือนสะพานในการสร้าง

ปฎิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และมนุษย์กับ

ธรรมชาติอย่างมีดุลยภาพ อันจะเป็น “ใจของบ้าน”

และ “ใจของสถานที่”

Akha Ama Living

Factory (2015)

Chiang Mai, Thailand

อยากฝากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรให้

สถาปนิกรุ่นใหม่ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

What is the level of understanding about architecture

among the general public and the

construction industry, including local builders

and artisans?

ทำไมถึงมาเปิดออฟฟิศที่เชียงใหม่

เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่เป็นบ้านเกิดของผู้ร่วมก่อ

ตั้งและเป็นพื้นที่ที่มีบริบทของเนื้องานที่เราสนใจ

ทั้งผู้คน เมือง และสิ่งแวดล้อม

ในการทำงานที่ผ่านมา มีโครงการไหน หรือ เรื่อง

อะไร ที่ประทับใจที่อยากเล่าให้เราฟังบ้าง

โรงคั่วกาแฟอาข่าอ่ามาเป็นโครงการที่เราประทับใจ

ตั้งแต่โจทย์ที่เจ้าของมองว่าโรงคั่วกาแฟนี้เป็นพื้นที่

สนับสนุนกิจกรรมทางสังคมและพื้นที่ที่ทางนิเวศน์

ด้วย รวมถึงความเป็นชาติพันธ์อาข่า โครงการ

มีการเลือกใช้วัสดุพื้นถิ่น ได้แก่ อิฐและไม้ ที่มา

ประกอบรวมกันอย่างเป็นสากล โครงการเป็นพื้นที่

จัดกิจกรรมต่างๆ ของคนรุ่นใหม่และพี่น้องอาข่า

อ่ามาได้เข้ามาทำงานอย่างรื่นรมย์

ในอดีตพื้นที่เรียนรู้ของเราคือห้องเรียน แต่ใน

ความเป็นจริงนั้นที่เรียนรู้ของเราไม่มีขีดจำกัด

ความไม่รู้ในเรื่องต่างๆ ทำให้เราอยากเรียนรู้และ

แสวงหาคำตอบ ความสนใจและวิธีคิดนำมาสู่การ

แก้ไขปัญหาซึ่งจะกลายเป็นประสบการณ์ และ

เมื่อเราเข้าใจบริบทของโจทย์ เราจะสามารถวาง

ตำแหน่งของตัวเองกับโจทย์นั้นๆ ได้ เมื่อเรารู้จัก

ตัวเอง เราจะหาสนามที่จะลงเล่นได้เหมาะกับตัว

เรา เมื่อเราเล่นได้อย่างมีความสุข เราจะสามารถ

ทำได้อย่างต่อเนื่อง

will usually be the heart of the house or the

heart of the place.

Why do you open your studio in Chiang Mai?

It is not particularly well understood, especially

about importance of local craftsmen

and materials. The understanding of local

stakeholders about contemporary architecture

need to be continuously improved.

What suggestions or advice do you have for

young architects who are working for a company

now or considering opening their own

in the future?

In the past we could only study in classrooms,

but our learning resources nowadays are limitless.

The things we don’t know should make

us want to study to find answers. When we

understand the context of problems, we will

be able to find the right solutions to those

problems.

ต้องเตรียมตัว/ปรับตัวต่อกระแสความ

เปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วต่างๆ และความท้าทาย

ใหม่ๆ ในยุคสมัยปัจจุบันอย่างไรบ้าง

ด้วยการสร้างเครือข่ายที่จะทำงานร่วมกัน โดย

เราต้องเข้าใจและยืนบนจุดแข็งของตัวเอง แต่ยัง

สามารถทำงานร่วมกับเครือข่ายและพันธมิตร

อื่นๆ ได้

ปัจจุบัน ความเข้าใจต่องานสถาปัตยกรรมและ

การประกอบวิชาชีพ ในวงการก่อสร้าง ช่างพื้น

บ้าน ช่างท้องถิ่น และสังคมทั่วไป เป็นอย่างไร

บ้าง

ยังไม่เป็นที่เข้าใจมากนัก โดยเฉพาะเรื่องความ

สำคัญของช่างฝีมือและวัสดุพื้นถิ่น ต้องการการ

สืบทอดความรู้การยกระดับความรู้ภูมิปัญญาพื้นถิ่น

ที่จะนำมาสู่สถาปัตยกรรมที่มีการผสมผสาน

ความรู้ท้องถิ่นอย่างสมสมัย

Forest Rehabilitation -

SLP Learning Center (2016)

Lampang, Thailand

Because Chiang Mai is the home of the founders

and the contexts of this city, its people

and environment interest us.

Please share with us an impressive project

or story from your past.

Akha Ama Living Factory Project impressed

us as the owner wanted this place to be

used for social activities, to be an ecological

area, and also to showcase the culture of the

Akha people. We chose local materials, such

as bricks and wood, and combined them.

The project provides space where the young

generation can participate in activities and

where Akha people can enjoy a work pleasant

work environment.

How have you adjusted your working method

to deal with the rapid changes and new challenges

of today’s world?

We are prepared to face the rapid changes

through our work network.

62 63


JUTI ARCHITECTS

สถาปัตยกรรมสำหรับผมคือการสร้างสภาวะแวดล้อมซึ ่งมี

ผลต่อการเติบโตของผู้คน มันจึงต้องตอบสนองทั ้งความ

จำเป็นทางการใช้งานพื ้นฐานและเติมเต็มคุณค่าทางจิตใจ

ของผู้คน ซึ ่งนั้นหมายถึงการออกแบบงานสถาปัตยกรรม

จำเป็นต้องมีความคำนึงถึงผู้คนคนอื่นเสมอ และให้ในสิ่ง

ที่เหนือความจำเป็นพื ้นฐานเพื่อยกระดับประสบการณ์ หรือ

การใช้ชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น

Founded in: 2010

Founder: Juti Klipbua

Number of staff: 12

แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

แนวคิดที่ออฟฟิศของเราวางแนวทางไว้คือการสร้าง

สถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายแต่สง่างาม (simplicity

elegance) และมีความสนใจเป็นพิเศษในการนำ

อัตลักษณ์จากสถาปัตยกรรมไทย จิตรกรรมไทย

และงานหัตถกรรมของไทยมานำเสนอในรูปแบบ

ที่ต่างออกไปผ่านงานสถาปัตยกรรม โดยผ่าน

การทำความเข้าใจถึงบริบทของพื้นที่ พื้นถิ่น และ

การสื่อสารกับเจ้าของโครงการอย่างใกล้ชิดเพื่อ

ให้สถาปัตยกรรมที่ออกมาเป็นสิ ่งที่ลงตัวที่สุดใน

บริบทนั้นๆ

จากการทำงานที่ผ่านมา นิยามของสถาปัตยกรรม

คืออะไร หรืออะไรคือหัวใจ/คุณค่าของสถาปัตย-

กรรม

สถาปัตยกรรมสำหรับผมคือการสร้างสภาวะ

แวดล้อมซึ่งมีผลต่อการเติบโตของผู้คน มันจึง

What is the main concept and working principle

of your firm?

‘Simple elegance’ is the concept that sets the

tone of the work we create. We’re particularly

interested in incorporating the identities and

characteristics of Thai architecture, painting

and craftsmanship and reinterpreting and

representing them. The entire process for us

is achieved by understanding the context of

the place, the locality, and through close communication

with the project’s owner.

In your experience, what is the definition and

core value of architecture?

To me, architecture is the act of creating an

environment that affects the way a person

grows, so it has to resonate with the fundamental

functional requirements and be

mentally and emotionally fulfilling to users. It

should offer something beyond the rudimen-

Mary Help of

Christians Church

Surat Thani, Thailand

64

65


ต้องตอบสนองทั้งความจำเป็นทางการใช้งานพื้น

ฐานและเติมเต็มคุณค่าทางจิตใจของผู้คน ซึ่งนั้น

หมายถึงการออกแบบงานสถาปัตยกรรมจำเป็น

ต้องมีความคำนึงถึงผู้คนคนอื่นเสมอ และให้

ในสิ่งที่เหนือความจำเป็นพื้นฐานเพื่อยกระดับ

ประสบการณ์ หรือการใช้ชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น

เหนือไปกว่านั้น สถาปัตยกรรมยังต้องคำนึงถึง

ธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะตัว

สถาปัตยกรรมก็เป็นการดึงทรัพยากรธรรมชาติ

มาใช้เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมใหม่ๆ ดังนั้นคุณค่า

ของงานสถาปัตยกรรมจึงมิได้อยู่ที่ตัวผลงานเพียง

อย่างเดียว แต่รวมถึงผลกระทบระหว่างการสร้าง

และผลกระทบเมื ่อเกิดงานสถาปัตยกรรมนั้นๆ

ขึ้นมาแล้วด้วย

ในการทำงานที่ผ่านมา มีโครงการไหนหรือเรื่อง

อะไรที่ประทับใจ ที่อยากเล่าให้เราฟังบ้าง

ตัวผมเองเป็นคาทอลิคและคิดอยากออกแบบโบสถ์

ซักหลังมาโดยตลอด ฉะนั้น โครงการที่ประทับใจ

ผมที่สุดคือโบสถ์หลังแรกที่ผมได้ออกแบบ นั่นคือ

โบสถ์แม่พระองค์อุปถัมภ์ เฉวง ตั้งแต่เล็กจนโต

การเข้าโบสถ์ในวันอาทิตย์นั้นมีผลต่อความการ

เป็นสถาปนิกของผมมาก ผมได้มีโอกาสนำเสนอ

สิ่งต่างๆ ที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก ลงไปในโบสถ์แห่ง

นี้ โดยผ่านเนื ้อหาที่เกี่ยวข้องกับชื่อของตัวโบสถ์

หลังจากได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ออกแบบและ

พัฒนาแบบก่อสร้างจนเสร็จสิ้น โบสถ์แห่งนี้ก็หยุด

โครงการไปเพื่อระดมทุน หยุดไปนานถึงหกปี จน

ผมคิดว่าทางสังฆมณฑลคงจะไม่สร้างแล้ว แต่แล้ว

วันหนึ่งก็มีโทรศัพท์เข้ามาว่าจะเริ่มด ำเนินการสร้าง

แล้ว ผมดีใจมาก และต้องขอขอบพระคุณทางคณะ

กรรมการ โดยเฉพาะคุณมาโนช สุขใจ สถาปนิกที่

ปรึกษาของสังฆมณฑลที่ไว้วางใจและช่วยนำพาให้

โบสถ์แห่งนี้สำเร็จได้ด้วยดี

tary needs and elevate people’s experience

and way of life. In addition, nature and nature

conservation should be factored in as a part

of architectural creation because architecture

requires natural resources in order for

it to be made. In other words, the value of

architecture lies not only in the physicality of

the work, but also the effects caused by the

process of making it and the impacts resulting

from its existence.

Please share with us the most impressive

project or story from your past.

I’m a Catholic and I’ve always wanted to design

a church, so the most impressive project

is the first church I designed, Mary Help of

Christian Church in Chaweng, Koh Samui. I

grew up going to the church every Sunday,

and the experience really shaped me as an

architect. I had a chance to incorporate my

childhood memories into the design and

content of the work. Parts of it were derived

from the name of the church itself. I was

entrusted to design and develop the project

until it was completed. The project had to be

put on hold for six years to raise more money

for the construction and I thought it would

never be finished. But then one day, I got a call

saying that the construction would resume

and I was so happy. I would like to take this

chance to say thank you to the committee,

particularly Mr. Manoch Sukjai, the diocese’s

architectural consultant, for trusting me and

helping the project come to fruition.

Vanessa Theather

Bangkok, Thailand

Vanessa Theather

Bangkok, Thailand

66 67


LWD

จริงๆ แล้วผู้ออกแบบก็เป็นเหมือนช่างตัดเสื ้อบางครั้งเรา

ต้องตัดเสื ้อให้เข้ากับลูกค้า โดยผสมผสานกระบวนการ

ความคิดและจินตนาการเพิ่มเข้าไปเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่

Founded in: 2014

Founder: Prapan Phuthong

and Niran Duangsuwan

Number of staff: 3

จากการทำงานที่ผ่านมา นิยามของสถาปัตยกรรม

คืออะไร หรืออะไรคือหัวใจ/คุณค่าของสถาปัตย-

กรรม

จริงๆ แล้วผู้ออกแบบก็เป็นเหมือนช่างตัดเสื้อบาง

ครั้งเราต้องตัดเสื้อให้เข้ากับลูกค้า โดยผสมผสาน

กระบวนการความคิดและจินตนาการเพิ่มเข้าไป

เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ครับ

ในการทำงานที่ผ่านมา มีโครงการไหนหรือเรื่อง

อะไรที่ประทับใจ ที่อยากเล่าให้เราฟังบ้าง

น่าจะเป็นงานออกเเบบออฟฟิศของเราเองนะครับ

เป็นงานปรับปรุงตึกเเถวเก่า คือเราต้องเริ่มต้น

กันใหม่ตั้งแต่งานระบบต่างๆ ผมก็จะพยายาม

ออกแบบโดยคำนึงถึงปัญหาต่างๆ ของตึกเเถว

พยายามใช้งานออกแบบเพื่อเเก้ปัญหามัน ผ่าน

ความรู้ที่เรียนรู้มา เราได้ทำ ได้อยู่ ได้ทดลอง ตั้ง

คำถามและหาคำตอบจากงานออกแบบที่เราสร้าง

ขึ้นมา ผ่านมาสองปีเเล้ว เราก็ยังคงทดลองหาคำ

ตอบเเละเรียนรู้มันต่อไปครับ

What is the main concept and working principle

of your firm?

I think an architect is a like a tailor. We make

something that fits the user well, and through

the integration of our thought process and

imagination a new thing is created.

Please share with us the most impressive

project or story from your past.

I would say it’s our own office building, which

is a renovation of an old shop-house. We had

to start from the beginning and redo everything.

All the problems intrinsic to the shophouse

became factors in our design process.

Using my know-how, design was used to create

the most suitable solutions. It’s a project

that I both designed and use. Two years on

and we’re still experimenting, finding new

answers and learning from it.

Clubhouse (2016)

Bangkok, Thailand

68

69


666 Residence (2015)

Bangkok, Thailand

Beyound Condominium

(2015)

Rayong, Thailand

ต้องเตรียมตัว/ปรับตัว ต่อกระแสความ

เปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วต่างๆ และความท้าทาย

ใหม่ๆ ในยุคสมัยปัจจุบันอย่างไรบ้าง

ผมว่ายุคนี้กรอบของงานออกแบบกว้างขึ้นกว่าสมัย

ผมเรียน เดี๋ยวนี้ทุกคนมีอินเตอร์เน็ตใช้ สามารถ

เห็นทุกอย่างบนโลกใบนี้ผ่านจอซึ่งมันเป็นเรื่องที่

ดี เราสามารถทำอะไรได้กว้างขึ้นมากกว่าสมัย

ก่อนครับ

มองว่าสถาปนิกรุ่นใหม่ และวงการปฏิบัติวิชาชีพ

เป็นอย่างไรบ้าง มีความแตกต่างกันไหมเมื่อ 5

หรือ 10 ปีก่อนหรือไม่ อย่างไร หรือมีพัฒนาการ

อย่างไร

ที่ผ่านมาความต่างที่ผมเห็นได้ชัดคือเรื่องเกี่ยว

กับระบบการทำงาน เดี๋ยวนี้มีคอมพิวเตอร์เข้า

มาเกี่ยวข้องมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมันก็ดีเพราะเรา

สามารถทำงานได้ดีเเละรวดเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่

ผมก็พยายามบอกน้องทุกคนว่าจริงๆ แล้วการขีด

เขียนด้วยมือมันสามารถสื่ออะไรหลายอย่างออก

มาได้ไกลเเละบริสุทธิ์กว่า

อยากฝากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรให้

สถาปนิกรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็นพนักงานหรือเป็นเจ้าของออฟฟิศ สิ่ง

หนึ่งที่เราควรคิดอยู่เสมอคือการทำงานให้ดีที่สุด

ซึ่งจริงๆ แล้วสมัยก่อนผมเคยได้ยินคำพูดคำหนึ่ง

“จะคุ้มเหรอ” ผมอยากตอบว่าไม่มีคำว่าคุ้มหรือ

ไม่คุ้ม เพราะทุกครั้งที่เราทำงานหนัก ทำให้ดีเต็ม

ที่ เเม้ว่ามันจะเหนื่อยเเละเครียด แต่สิ่งที่ได้กลับมา

คือประสบการณ์เเละการเรียนรู้ที่ดีครับ

How have you adjusted your working method

to deal with the rapid changes and new challenges

of today’s world?

I think we’re in a time when the boundaries of

design have broadened significantly. Everyone

has access to the internet and we can practically

see everything in this world through a

screen, and it allows us to do much more

diverse things.

What is your opinion of new architects and

professional practices? Are there any differences

from 5-10 years ago?

One of the most distinct differences is in systems

and processes. While computers have

become more important, and new technology

has given us the opportunity to do a better and

faster job, I tell young architects who are

working for me that drawing or sketching

things with your hand allows you to express

things at a much more profound level.

What suggestions or advice do you have for

young architects who are working for a company

now or considering opening their own

in the future?

Whether you’re an employee or an owner, you

always have to do the best job possible. ‘Will

this be worth it?’ was the question people

used to ask me all the time and my answer

then and now is it isn’t about whether what I

do is worth doing or not, because every time

I work, I work hard and do the best that I

can. It’s tiring and stressful but what I get in

return are invaluable experiences and lessons.

70

71


NITAPROW

(นิษฐาพราว)

งานออกแบบที ่เราสนใจคืองานที ่ดูเรียบแต่แฝงไปด้วย

รายละเอียด ไม่ใช่เพียงเพราะเราเห็นความงามในความ

เรียบง่าย แต่เพราะงานที่ดูเรียบง่ายมักจะไม่ใช่งานที่ง่าย

การออกแบบให้เรียบง่ายมีความท้าทายที่จะต้องคิดว่าทำ

อย่างไรงานก่อสร้างจะออกมาได้เรียบร้อยประณีตที่สุด

Founded in: 2017

Founder: Nita Yuvaboon and Prow Puttorngul

Number of staff: 9

www.nitaprow.com

แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

นิษฐาพราวทำงานออกแบบตั้งแต่งานวางผัง

สถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมภายใน และ

นิทรรศการ เราเชื่อในกระบวนการการสร้างสรรค์

งานอย่างประณีต ผ่านการทำงานร่วมกับผู้

เชี่ยวชาญในด้านอื่นๆ ทั้งศิลปิน วิศวกร นักวิจัย

รวมถึงผู้ประกอบการรุ่นใหม่ๆ เพื่อสร้างสรรค์ผล

งานออกแบบที่คำนึงถึงมิติทาง สังคม สิ่งแวดล้อม

และประวัติศาสตร์

หลักการทำงานของออฟฟิศคือมีความสุขกับทุกขั้น

ตอนของการทำงาน งานออกแบบที่เราสนใจคือ

งานที่ดูเรียบแต่แฝงไปด้วยรายละเอียด ไม่ใช่เพียง

เพราะเราเห็นความงามในความเรียบง่าย แต่เพราะ

งานที่ดูเรียบง่ายมักจะไม่ใช่งานที่ง่าย การออกแบบ

ให้เรียบง่ายมีความท้าทายที่จะต้องคิดว่าท ำอย่างไร

งานก่อสร้างจะออกมาได้เรียบร้อยประณีตที่สุด

What is the main concept and working principle

of your firm?

The works of Nittaprow encompass architectural

planning, interior design and exhibition

design. We believe in a neat creation process

and in collaborating with experts in other

fields, such as artists, engineers, researchers

and new entrepreneurs. Our designs display a

concern for social and historic context.

The principle of our office is to be happy

through every stages of the work. The design

that interests us are the one that looks simple

and modest but yet full of details. To create

a simple-look design is very challenging

because we have to think a lot how to make

the finished work be very neat as much as

possible.

Patom Organic Living

(2016)

Bangkok, Thailand

72

73


74

Rufus D. Smith and Chamnan

Yuvapurna Library (2016)

Bangkok, Thailand

Fit for a Queen : Her Majesty

Queen Sirikit’s Creations by

Balmain (2016)

Bangkok, Thailand

จากการทำงานที่ผ่านมา นิยามของสถาปัตยกรรม

ค ื อ อ ะ ไ ร ห ร ื อ อ ะ ไ ร ค ื อ ห ั ว ใ จ / ค ุ ณ ค ่ า ข อ ง ส ถ า ป ั ต ย -

กรรม

เราเห็นคุณค่าของสถาปัตยกรรมที่มันสร้างคุณค่า

ให้กับคนรุ่นหลัง ด้วยความที่งานสถาปัตยกรรม

นั้นส่วนใหญ่มีอายุค่อนข้างยืนยาวเมื่อเทียบกับชีวิต

ของเรา และยังมีผลกระทบกับสภาพแวดล้อมที่ตั้ง

ของมันไปอีกนาน เราจึงสนใจในความสัมพันธ์ของ

งานออกแบบกับสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของ

วัสดุเมื่อกาลเวลาผ่านไป ในเชิงประวัติศาสตร์งาน

สถาปัตยกรรมยังเป็นเสมือน ‘อัตชีวประวัติ’ ที่คน

รุ่นหลังสามารถเรียนรู้ ค้นคว้า และต่อยอดองค์

ความรู้ต่อไปได้ในอนาคต

มองว่าสถาปนิกรุ่นใหม่ และวงการปฏิบัติวิชาชีพ

เป็นอย่างไรบ้าง มีความแตกต่างกันไหมเมื่อ 5

หรือ 10 ปีก่อนหรือไม่ อย่างไร หรือมีพัฒนาการ

อย่างไร

ในยุคนี้สื่อออนไลน์และ social media เป็นข้อได้

เปรียบที่ทำให้เด็กสมัยนี้สามารถค้นคว้าหาความ

รู้และเข้าถึงข้อมูลต่างๆ จากทุกมุมโลกได้อย่าง

สะดวกสบายและรวดเร็วมากขึ้น ทำให้ freelance

ทำได้ง่ายขึ้นเพราะไม่ต้องไปเก็บเกี่ยวข้อมูลจาก

ผู้เชี่ยวชาญในออฟฟิศใหญ่ๆ หากมีความขยันพอที่

จะขวนขวายเอง แต่เพราะยุคนี ้เป็นยุคที่คนให้

ความสำคัญกับภาพสวยมากกว่าแก่นของงานซึ่ง

ทำให้คนให้คุณค่าของงานสถาปัตยกรรมฉาบฉวย

มากขึ้น

อยากฝากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรให้

สถาปนิกรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

อาชีพสถาปนิกเป็นอาชีพที่ต้องมีมากกว่าใจรักและ

ความคิดสร้างสรรค์ ต้องมีความอดทนและความ

ใจเย็นเป็นอย่างสูง เพราะกระบวนการตั้งแต่เริ่ม

ออกแบบไปจนจบสิ้นสุดการก่อสร้างอาจใช้เวลา

เป็นปีหรือหลายปี ซึ่งถ้าเราหมั่นหาแรงบันดาลใจ

จากสิ่งรอบตัวและมีความสุขกับงานที่ทำไม่ว่าจะ

งานเล็กหรืองานใหญ่ เราก็จะสามารถอยู่ในสาย

งานนี้ได้อย่างมีความสุข

75

In your experience, what is the definition and

core value of architecture?

We appreciate architecture because it creates

valuable heritage for the next generation.

Architecture lasts longer than a human lifetime

and also influences the environment of

its location for a long time. So we pay attention

to the relationship between architecture

and environment and the changes that might

happen as time passes. In the field of history,

architecture can function as a form of autobiography

that next future generations can

study.

What is your opinion on new architects and

professional practices? Are there any differences

from 5-10 years earlier?

Nowadays the internet and social media allow

us to search for knowledge and information

from all around the world easier and faster.

That technology makes the works of freelancer

easier because they don’t have to gain all

their information from experts in big offices.

Unfortunately, however, people these days

attach too much importance to physical

beauty rather than the core value of a work.

People view architecture as transitory rather

than permanent.

What suggestions or advice do you have for

young architects who are working for a company

now or considering opening their own

in the future?

Professional architects need more than just

passion and creativity. They need to be patient

and calm because the creative process from

beginning through to the end of construction,

can take a year or more. If you keep looking

for inspiration from things around us and

enjoy your work, regardless of its scale, you

will remain happy in this profession.


OCTANE ARCHITECT & DESIGN

ทำอย่างไรให้งานสถาปัตยกรรมที ่ออกแบบมีเอกลักษณ์

ที่โดดเด่นโดยไม่ซ ้ำกับผลงานในอดีตทั ้งของตัวเองและ

สถาปนิกท่านอื่น ซึ ่งเอกลักษณ์นี้นอกจากจะสร้างความ

ภาคภูมิใจให้แก่เจ้าของโครงการแล้ว ยังต้องสอดคล้อง

กับการใช้งานจริงอีกด้วย

Founded in: 2015

Founder: Thawin Harnboonseth and

Kittichon Phukiatkong

Number of staff: 3

ช่วยเล่าถึงการก่อตั้งหรือจุดเริ่มต้นของออฟฟิศ

OCTANE ARCHITECT & DESIGN ก่อตั้งใน

ปี พ.ศ. 2558 เป้าหมายทางวิชาชีพที่เราต้องการ

คืองานทุกชิ้นที่เราทำ จะเป็นงานที่เราภาคภูมิใจ

จะไม่มีงานที่จำเป็นต้องรับเพื่อเลี้ยงออฟฟิศ และ

เราจะมีเวลามากพอที่จะทำทุกงานอย่างตั้งใจที่สุด

เพื่อมอบให้ลูกค้าที่เชื่อและให้อิสระกับเรา เรา

เชื่อว่าความสำเร็จไม่ได้ชี้วัดจากการเพิ่มจำนวน

สถาปนิกในบริษัท หรือปริมาณงาน นอกจาก

นี้เรามองว่าสิ่งที่ยากและสำคัญคือทำอย่างไรให้

งานสถาปัตยกรรมที่ออกแบบมีเอกลักษณ์ที่โดด

เด่นโดยไม่ซ้ำกับผลงานในอดีตทั้งของตัวเองและ

สถาปนิกท่านอื่น ซึ่งเอกลักษณ์นี้นอกจากจะสร้าง

ความภาคภูมิใจให้แก่เจ้าของโครงการแล้ว ยังต้อง

สอดคล้องกับการใช้งานจริงอีกด้วย อีกสิ่งหนึ่ง

ที่เราให้ความสำคัญคือการควบคุมให้ผลงานเมื่อ

ก่อสร้างแล้วเสร็จต้องมีความงามไม่ต่างจากภาพ

perspective ที่เป็นเหมือนสัญญาที่ให้ไว้กับลูกค้า

Please describe your firm and how it began.

Octane Architect & Design was founded in

2015. Our goal is to make every job we do one

we are proud of. We don’t do any work just for

financial gain and devote our time to clients

who trust us and grant us the freedom to

work. We believe that success is not determined

by the number of architects in our

office or the amount of work we have. The

most challenging and important thing for us is

creating architecture that is unique and different

from our previous work and that of other

designers. Not only does this uniqueness bring

pride to the owners, it also answers their

functional needs. Another important goal for

us is making sure that the finished work is as

beautiful as the perspective drawings – it’s

how we keep our promise to our clients.

HACHI Serviced

Apartment (2018)

Bangkok, Thailand

76

77


W Architect Office (2018)

Thailand

ความยาก ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ที่เจอในการ

ทำออฟฟิศตนเอง และแก้ปัญหาหรือผ่านพ้น

มันมาได้อย่างไร

What problems or obstacles have you had in

running your own office? And how have you

resolved them?

ในช่วงเริ่มต้นแรกๆ มีอุปสรรคในการหาโครงการ

ที่ดี เนื่องจากยังไม่มีผลงานนัก เช่น เป็นโครงการ

รีโนเวทต่อเติมขนาดเล็กที่งบประมาณไม่มาก ได้

ค่าบริการทางวิชาชีพน้อย แต่เราก็ตั้งใจทำงาน

อย่างเต็มที่ สะสมผลงานทำให้ลูกค้าในช่วงต่อๆ

มาเชื่อมั่นและได้รับโอกาสที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

มองว่าสถาปนิกรุ่นใหม่ และวงการปฏิบัติวิชาชีพ

เป็นอย่างไรบ้าง มีความแตกต่างกันไหมเมื่อ 5

หรือ 10 ปีก่อนหรือไม่ อย่างไร หรือมีพัฒนาการ

อย่างไร

แตกต่างมาก และมีแนวโน้มที่จะเกิดสำนักงาน

สถาปนิกใหม่ๆ มากขึ้น โดยที่อายุของผู้ก่อตั้งจะลด

ลงและมีพนักงานจำนวนน้อย สำหรับลูกค้าเองก็

ให้คุณค่ากับงานออกแบบมากขึ้นและมีรสนิยมที่ดี

ส่วนสถาปนิกไทยนั้นมีความสามารถสูง หลายท่าน

สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

At the beginning we had trouble finding good

projects because we had not done much work.

There was only small renovation projects with

limited budgets. The fees were minimal, but

we worked hard and diligently to gain the trust

of our clients, and so later on we were given

better opportunities.

What is your opinion on new architects and

professional practices? Are there any differences

from 5-10 years earlier?

I see huge differences and many more architectural

firms emerging. The new generation

of firms require very few staff. Meanwhile, the

clients now pay more attention to the work

and have more sophisticated taste. These

days there are also quite a few very talented

Thai architects who can compete at the international

level.

ลักษณะงานที่เน้น/สนใจ หรือประเภทอาคารที่มี

ความเชี่ยวชาญพิเศษ

โครงการที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับความงาม

ทางสถาปัตยกรรม เช่น บ้านพักอาศัย โรงแรม

รีสอร์ท ทาวน์โฮม สำนักงาน เป็นต้น ซึ่งมักจะ

เป็นโครงการที่มีความสูงไม่เกิน 5 ชั้น

ในการทำงานที่ผ่านมา มีโครงการไหนหรือเรื่อง

อะไรที่ประทับใจ ที่อยากเล่าให้เราฟังบ้าง

ในการสร้างงานสถาปัตยกรรมหนึ่งชิ้นตั้งแต่เริ่ม

ต้นออกแบบจนก่อสร้างแล้วเสร็จใช้เวลายาวนาน

หลายครั้งความสัมพันธ์ของสถาปนิกและเจ้าของ

บ้านก็พัฒนาไปด้วยเช่นกัน เราเริ่มต้นจากการเป็น

ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างตามที่ปรากฏในสัญญา จนมา

เป็นพี่น้องกัลยาณมิตรในชีวิตจริง

What kind of work do you specialize in?

We work with clients who understand the

importance and artistic value of architecture,

such as private residences, hotels, resorts,

townhouses and office buildings that are

mostly not taller than five stories.

Please share with us the most impressive

project or story from your past.

An architecture project takes a long time

from beginning to end. In many cases the

relationship between the architect and the

client evolves as well – it starts out strictly

professional but eventually we become as

close as friends or family.

อยากฝากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรให้

สถาปนิกรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

ต้นทุน สิ่งที่ต้องรับผิดชอบ และโอกาสในชีวิต

ของแต่ละคนไม่เท่ากัน เราเชื่อว่ามีสถาปนิกที่เป็น

พนักงานอยู่ในออฟฟิศหลายๆ ท่านมีความสามารถ

สูงมากกว่าเราด้วยซ้ำแต่ด้วยเงื่อนไขบางอย่าง เช่น

อาจต้องดูแลครอบครัวที่เจ็บป่วย จึงไม่สามารถ

รับความเสี่ยงที่จะออกมาทำออฟฟิศเองได้ ทั้งนี้

การทำออฟฟิศของตัวเองต้องใช้ความทุ่มเทโดย

เฉพาะด้านเวลา จนบางครั้งอาจจะทำให้ไม่มีเวลา

ให้กับครอบครัวได้อย่างเต็มที่ พวกเรามองว่าไม่

ว่าจะเลือกเส้นทางไหนก็ไม่มีผิดไม่มีถูก ไม่มีใคร

ดีกว่าใคร ทั้งหมดเป็นการตัดสินใจเลือกให้เหมาะ

สมกับวิถีชีวิตของท่านเอง

What suggestions or advice do you have for

young architects who are working for a company

now or considering opening their own

in the future?

Each person has different obligations and

opportunities. We have found that many of

our employees have more talent than we do

but that factors such as family responsibilities

have prevented them from taking the risk

of opening their own practices. Running an

office requires total devotion, especially of

time, which can sometimes be difficult for

family life. You should realize that whichever

path you choose, there is no right or wrong.

No one is better than anyone else; it is all

about making the decision that suits you best.

78

79


OPENSPACE

สถาปัตยกรรมก็เหมือนมนุษย์ มันต้องดูแล มันเหมือนมี

เกิดแก่เจ็บตาย การดูแลมันต้องสัมพันธ์กับมนุษย์ตลอด

เพราะฉะนั ้น สิ่งที ่น่าหลงใหลสำหรับเรา ก็ควรเอามนุษย์

หรือกลุ่มมนุษย์ที ่มีส่วนได้ส่วนเสียกับมันมาดูแลมัน มันถึง

จะเป็นสถาปัตยกรรมที่มันเป็นพื้นที่ชีวิตของเราได้

Founded in: 2007

Team: Kasama Yamtree,

Yoswadee Sonthichai, Nausica Castanas,

Chattarin Panyaphuntraku, Prakit Pawaputo,

Kanhatai Punyadee and Kaiwan Yamtree

Number of staff: 7

https://www.openspacebkk.com

ช่วยเล่าถึงการก่อตั้งหรือจุดเริ่มต้นของออฟฟิศ

Openspace เป็นกลุ่มคนที่สนใจเรื ่องการทำงาน

กับชุมชน งานที่ใช้กระบวนการมีส่วนร่วม กษมา

แย้มตรี ทำงานเป็นสถาปนิกชุมชนมาตั้งแต่เรียน

จบและมีความคิดที่ว่าอยากจะทดลองตั้งออฟฟิศ

เล็กๆ ขึ้นมาดู มาจัดระบบใหม่ให้มีทีมกลาง (core

team) ที่ทำงานต่อเนื่อง ทำงานด้านนี้ไปสักพักก็

มีความรู้ที่หลากหลาย และได้มีโอกาสรับงานที่

ต่อเนื่อง

ลักษณะงานที่เน้น/สนใจ หรือประเภทอาคารที่มี

ความเชี่ยวชาญพิเศษ

เราสนใจเรื่องการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการ

สร้างชุมชนยั่งยืน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม

ในการออกแบบ การคุย การคิดร่วมกัน ไม่ว่าจะ

อยู่ในระดับไหน คนกลุ่มไหน สถานการณ์ไหน

เราจะพยายามหาช่องในการทำให้เกิดส่วนร่วมขึ้น

เราเชื่อว่าการที่คนมันรู้ตัวว่าตัวเองมีส่วนในพื้น

ที่นั้นๆ มันช่วยให้เราสร้างสังคมหรือสร้างชุมชน

ที่สมบูรณ์แบบได้มากกว่าเราคิดคนเดียวหรือคิด

เฉพาะกลุ่ม

Please describe your firm and how it began.

Openspace is a group of people whose main

interest lies in a collaborative approach to

architecture that involves bringing together

communities through a participatory process.

I have been working as a community architect

since graduated and came up with the idea of

opening a small office along with other

founding members. Entrusted with a growing

number of projects, Openspace’s expertise

and knowledge is continuously diversifying.

What is the main concept and working principle

of your firm?

We’re interested in forming sustainable communities

through a participatory process that

involves discussion and brainstorming. Regardless

of the scale, people’s backgrounds or

circumstances, we try to facilitate ways for

participation to take place. We believe that

people’s awareness of their roles and participation

in a space can contribute to the

development of a quality society and community

far more than ideas that come from one

person or one specific group of people.

80

81


จากการทำงานที่ผ่านมา นิยามของสถาปัตยกรรม

คืออะไร หรืออะไรคือหัวใจ/คุณค่าของสถาปัตย-

กรรม

สถาปัตยกรรมก็เหมือนมนุษย์ มันต้องดูแล มัน

เหมือนมีเกิดแก่เจ็บตาย การดูแลมันต้องสัมพันธ์

กับมนุษย์ตลอด เพราะฉะนั้น สิ่งที่น่าหลงใหล

สำหรับเรา ก็ควรเอามนุษย์หรือกลุ่มมนุษย์ที่มี

ส่วนได้ส่วนเสียกับมันมาดูแลมัน มันถึงจะเป็น

สถาปัตยกรรมที่มันเป็นพื้นที่ชีวิตของเราได้

In your experience, what is the definition and

core value of architecture?

Architecture is like a human being. It needs

care. It goes through the same cycle of

life: birth, aging, sickness and death. The way

architecture is conceived and nurtured has

always closely resembled the development

of a human. In my mind it is through care and

attention that architecture becomes a space

for people’s lives.

ทีมกลางลงเหลือแค่ 1-2 คน ปรับการทำงานเป็น

แบบ training studio มีน้องเข้ามาฝึกงานโดยให้

ทำงานจริง ส่วนหนึ่งก็จะช่วยลดค่าใช้จ่าย ในขณะ

เดียวกันเราก็มีน้องที่สนใจเรียนรู้จริงๆ ได้เข้ามา

ทำงานจริงและได้ค่าตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ ตาม

การทำงานของเขา

มองว่าสถาปนิกรุ่นใหม่และวงการปฏิบัติวิชาชีพ

เป็นอย่างไร แตกต่างจาก 5 หรือ 10 ปีที่แล้ว

อย่างไรบ้าง หรือเติบโตแค่ไหน

the team now. We’re evolving into a training

studio with interns who get to really work on

projects. It helps reduce our expenses but we

are still interested in finding young people

who are eager to learn and work and we want

them to get paid a reasonable sum of money

for the work they do.

What is your opinion of new architects and

professional practices? Are there any differences

from 5-10 years ago?

ความยาก ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ที่เจอในการ

ทำออฟฟิศตนเอง และแก้ปัญหาหรือผ่านพ้น

มันมาได้อย่างไร

อาจมีอุปสรรคบ้าง การที่เราต้องสื่อสารสังคม

พร้อมกันไปด้วยว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้มันคืออาชีพ แล้ว

เราต้องใช้เงินในการทำอาชีพนี้ให้เกิดขึ้น และการ

สร้างสมดุลเพื่อประคองออฟฟิศเล็กๆ ของเราให้

อยู่อย่างยั่งยืนรวมไปถึงปัญหาอุปสรรคเรื ่องของ

งบประมาณ การนำเสนอโครงการที่ต้องรอการ

อนุมัติในระยะยาวจากทางองค์กรหน่วยงานต่างๆ

ซึ่งมีผลต่อการบริหารออฟฟิศ

ตอนนี้เราปรับวิธีการบริหารออฟฟิศเป็นระบบที่

ไม่ได้เป็นจ่ายเงินเดือนเยอะเท่าเดิม แล้วยังมีทีม

กลางอยู่ ไม่ต้องนั่งอยู่ในออฟฟิศ และลดจำนวน

What problems or obstacles have you had

faced when running your office? And how

have you resolved them?

We have had to communicate with society

that what we’re doing is an occupation. In the

meantime, we need to find enough money for

us to continue doing this for the long term.

There are obstacles concerning budgets or

proposals which mean we need to wait for a

considerable time for approval from certain

organizations, and this can affect the way we

run the office.

At the moment we are adjusting our systems

and how we run the office so that we spend

less on payroll. We still have our core team

but they are not required to sit in the office all

day, and there are only one to two staff on

ในแวดวงเรา มีปริมาณของเด็กที่สนใจทำงานใน

พื้นที่ของสถาปัตยกรรมชุมชน หรืองานออกแบบ

กับชุมชนเยอะขึ้นมาก แต่มันเหมือนมี conflict

นิดหน่อย ตอนนี้เหมือนเศรษฐกิจมันไม่ดี ทำให้

เด็กๆ บางคนเขาเปลี่ยนสายเลย เราก็รู้สึกเสียดาย

ประสบการณ์ที่จริงๆ แล้วเขาเองก็ถ่ายทอดให้รุ่น

หลังได้เหมือนกัน ทั้งๆ ที่เด็กยุคนี้สนใจในงาน

สถาปนิกชุมชนเยอะกว่า 5 ปี 10 ปีที่แล้วเยอะมาก

แต่ว่าอยู่ไม่ค่อยนาน

อยากฝากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรให้

สถาปนิกรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

คิดว่าเตรียมใจให้ดีๆ ต้องอดทนเยอะๆ ไม่ว่า

จะทำออฟฟิศแบบไหนต้องอดทน โดยพื้นฐาน

ของเราไม่ใช่คนทำธุรกิจ คือไม่ใช่คนสนุกกับเงิน

เพราะฉะนั้นก็อยากจะทำงาน อยากจะเห็นการ

เปลี่ยนแปลงมากกว่า แต่การบริหารองค์กรมันมี

เรื่องการเงินที่ต้องจัดการ ถ้าไม่ทำก็เจ๊ง ขอฝาก

น้องๆ ให้คิดดูว่าตัวเองถนัดอะไร ชอบไม่ชอบ

อะไร เมื่อเวลาทำงานจริง เราก็ต้องยอมรับให้ได้

ถ้าทำแล้วมันแก้ปัญหาสังคมด้วย แก้ปัญหาชีวิต

ตัวเองด้วย ก็ทำไป เพราะสำหรับเราการทำงาน

กับสถาปัตยกรรมชุมชนหรืองานชุมชน มันทำให้

เราดีขึ้นเรื่อยๆ ในชีวิตของเราเอง ไม่ใช่ว่าเราไปแก้

ปัญหาให้คนอื่นแล้วเรามีความสุข แต่เรายังได้เรียน

รู้กระบวนการจัดการแบบต่างๆ ภายในตัวเราเอง

เราคุยกับคนหลากหลายมันก็ช่วยไปแก้ไขข้างใน

ตัวเราด้วยในสิ่งที่เรามีปัญหาอยู่ ซึ่งบางทีเราก็

ไม่รู้ตัว

Compared to 5 or 10 years ago there are more

young practitioners today interested in community

architecture. However, after a while

they tend to leave and go do something else.

It’s a shame because they have experiences

that can be very useful for more senior architects.

What suggestions or advice do you have for

young architects who are working for a company

now or considering opening their own

in the future?

Be prepared and patient. No matter what kind

of office you’re going to run, you have to be

patient. I’m not the most business-oriented

person. I don’t enjoy money all that much.

Mainly I just want to work and see changes

happening but running an organization involves

money otherwise you can no longer

sustain it. So my advice is to think carefully

about what you’re good at, what you like and

don’t like so that when you actually start

working, it can be something you can live

with. And if what you do makes society better

while also making your life better, that’s also

great. Keep doing it.

82 83


PHTAA

เราทำงานด้วยความหลงใหล ด้วยความเชื่อมั่นในความ

งามของงานศิลปะ ความเป็นปัจเจก เเละความมีอิสระ

ที่จะเลือกสรรค์ผสมผสานความกำกวมที ่ไม่ชัดเจน เรา

ให้ความสำคัญกับการตั้งคำถามว่าอะไรคืออิทธิพลของ

กระบวนการออกแบบที่มีส่วนพัฒนาคุณภาพการอยู่อาศัย

Founded in: 2015

Founder: Ponwit Ratanatanatevilai,

Harisadhi Leelayuwapan

and Thanawat Patchimasiri

Number of staff: 10

www.phtaa.com

ช่วยเล่าถึงการก่อตั้งหรือจุดเริ่มต้นของออฟฟิศ

Please describe your firm and how it began.

P H T A A L i v i n g D e s i g n ค ื อ ก ล ุ ่ ม ส ถ า ป น ิ ก ม ั ณ ฑ น า ก ร

เเละนักออกเเบบที่ทำงานด้วยความเชื่อว่างาน

สถาปัตยกรรมเป็นเหมือนเครื่องมือที่เชื่อมโยง

ระหว่างวัฒนธรรมเเละความเป็นอยู่ในชีวิตประจำ

วัน ก่อตั้งเมื่อสามปีที่แล้ว เราทำงานด้วยความ

หลงใหล ด้วยความเชื่อมั่นในความงามของงาน

ศิลปะ ความเป็นปัจเจก เเละความมีอิสระที่จะ

เลือกสรรค์ผสมผสานความกำกวมที่ไม่ชัดเจน เรา

ให้ความสำคัญกับการตั้งคำถามว่าอะไรคืออิทธิพล

ของกระบวนการออกแบบที่มีส่วนพัฒนาคุณภาพ

การอยู่อาศัย

จากการทำงานที่ผ่านมา นิยามของสถาปัตยกรรม

คืออะไร หรืออะไรคือหัวใจ/คุณค่าของสถาปัตย-

กรรม

สถาปัตยกรรมเเต่ละชิ้นต้องมีความเป็นปัจเจก

หมายถึงความเหมาะสมของโครงการ ทั้งกับ

เจ้าของอาคาร บริบท ช่วงเวลา เเละปัจจัยต่างๆ

ในช่วงขณะนั้น

PHTAA Living Design is a team of architects,

decorators and designers who believe that

architecture facilitates connections between

cultures and the daily lives of people. We

started three years ago. We believe passionately

in the beauty of arts, in individuality and

in having the freedom to choose and mix influences.

We specialize in asking questions about

the effects that design processes have on

quality of life.

In your experience, what is the definition and

core value of architecture?

There has to be uniqueness in every piece

of architecture. Each work we create corresponds

specifically to the criteria of the

project in terms of the client and timing.

84

85

Keaton Tailor (2016)

Bangkok, Thailand


Watergate Apartment (2018)

Bangkok, Thailand

Jim Thompson (2017)

Bangkok, Thailand

ในการทำงานที่ผ่านมา มีโครงการไหน หรือเรื่อง

อะไรที่ประทับใจ ที่อยากเล่าให้เราฟังบ้าง

โครงการปรับปรุงโชว์รูมให้กับจิม ทอมป์สัน สาขา

สุรวงศ์ นับเป็นโครงการออกเเบบที่เกี่ยวข้องกับ

เรื่องเเบรนดิ้งชิ้นเเรกๆ ของออฟฟิศ ลูกค้าต้องการ

ปรับภาพลักษณ์ของเเบรนด์จากผ้าไทยที่มีกรรมวิธี

การผลิตที่เเนบชิดกับภูมิปัญญาไทย ให้มีความทัน

สมัยเหมาะกับวิถีชีวิตปัจจุบัน โครงการมีความ

กล้าที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์อันเป็นภาพจำของ

เเบรนด์ เป็นการผนวกความเป็นไทยเข้ากับพื้นที่

ว่างที่มีความทันสมัย

ความยาก ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ที่เจอในการ

ทำออฟฟิศตนเอง และ แก้ปัญหา หรือผ่านพ้น

มันมาได้อย่างไร

ความรู้ด้านการบริหารมีความสำคัญไม่เเพ้การ

ออกเเบบ การที่จะทำให้สถาปัตยกรรมสักชิ้นเกิด

ขึ้นต้องประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ ที่นอกเหนือจาก

ความรู้ความสามารถทางวิชาชีพ

อยากฝากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรให้

สถาปนิกรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

ประสบการณ์เป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้โครงการ

ประสบความสำเร็จ สถาปนิกควรมีความอดทน

ในการเรียนรู้ทักษะรอบตัวหลายเเขนง เช่น

ความรู้เเละทักษะทางสถาปัตยกรรม การสังเกต

พฤติกรรมของผู้ใช้ รวมไปถึงทักษะด้านการ

ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

Please share with us an impressive project

or story from your past.

The renovation of Jim Thompson’s Surawong

branch showroom was one of our first projects

that involved a company’s branding. The client

wanted to improve the image of this local

fabric brand, which uses manufacturing techniques

that are closely linked to traditional

Thai weaving methods, so that it matches

modern lifestyles. The project drastically

changed the image of the brand by combining

traditional Thai touches with a modern space.

What problems or obstacles have you had

faced when running your office? And how

have you resolved them?

Knowledge in management is no less important

than knowledge in design. There are many

factors involved in the process of producing

a piece of architecture besides knowledge of

the design profession.

What suggestions or advice do you have for

young architects who are working for a company

now or considering opening their own

in the future?

Experience is an important factor in the success

of a project. Architects need to keep

learning from the things around us, to be

observant and to learn how to coordinate with

everyone you work with.

86

87


POONSOOK ARCHITECTS

สถาปัตยกรรมคือการออกแบบ-สร้าง-กําหนด ‘พื้นที่’ โดย

คุณค่าของสถาปัตยกรรมอยู่ที่การตอบสนองการใช้สอย

ของพื้นที่ที่เกิดขึ้น

Founded in: 2016

Founder: Supat Vongruttana

Number of staff: 4

ช่วยเล่าถึงการก่อตั้งหรือจุดเริ่มต้นของออฟฟิศ

Please tell us how your firm began.

เป็นความตั้งใจของผมตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนอยู่

ในระดับมหาวิทยาลัยแล้วที่จะก่อตั้งสํานักงาน

สถาปนิก เพื่อที่จะได้สามารถผลักดันแนวความ

คิดหรือสิ่งที่สนใจในการออกแบบให้ออกมาเป็น

งานสถาปัตยกรรมได้

แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

งานสถาปัตยกรรมไม่มีถูกหรือผิด ทุกความคิดเป็น

ไปได้ถ้ามีเหตุและผลรองรับ

จากการทำงานที่ผ่านมา นิยามของสถาปัตยกรรม

คืออะไร หรืออะไรคือหัวใจ/คุณค่าของสถาปัตย-

กรรม

คือการออกแบบ-สร้าง-กําหนด ‘พื้นที่’ โดยคุณค่า

ของสถาปัตยกรรมอยู่ที่การตอบสนองการใช้สอย

ของพื้นที่ที่เกิดขึ้น

It had been my intention since I was studying

at university to start an architecture firm,

as I wanted to take my ideas and interest in

design and transform them into architecture.

What is the main concept and working principle

of your firm?

There is no right and wrong in making architecture.

Every idea can be materialized if there

is reason supporting it.

From your experience, what is the definition

and core value of architecture?

Architecture is about designing, constructing

and defining space. The value of architecture

lies in the functionality of each space created.

Sun Plaza (2016)

Bangkok, Thailand

88

89


Symphony Tor (2016)

Nonthaburi, Thailand

ในการทำงานที่ผ่านมา มีโครงการไหนหรือเรื่อง

อะไรที่ประทับใจ ที่อยากเล่าให้เราฟังบ้าง

Please share with us the most impressive

project or story from your past.

โครงการ Sun Plaza 2 ซึ่งเราได้มีโอกาสทํางาน

ร่วมกับ บริษัท Normal Studio เริ่มแรกเราได้รับ

โจทย์จากลูกค้ามาเป็นกระดาษ A4 2 แผ่น เรา

เริ่มต้นโครงการโดยมีกรอบเงื่อนไขของเวลาที่จํา

กัดมาก จากโปรแกรมเดิมที่จะสร้างอาคารขึ้นมา

ใหม่กลายเป็นงานปรับปรุงและเพิ่มพื้นที่ใช้สอย

ท้ายที่สุดเราสามารถทํางานบนข้อจํากัดต่างๆ ได้

ลุล่วง และได้ผลลัพท์ที่เป็นที่พอใจ

Sun Plaza 2 was a project we had the opportunity

to work on with Normal Studio. At

the beginning we were given two A4 pages

outlining the client’s requirements and a very

limited timeframe. Originally we thought we

had to design a new building but it turned out

to be a renovation that required additional

space. We ended up fulfilling all of our tasks

and achieving a satisfactory result.

ความยาก ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ที่เจอในการ

ทำออฟฟิศตนเอง และแก้ปัญหาหรือผ่านพ้น

มันมาได้อย่างไร

What problems or obstacles have you had in

running your own office? And how have you

resolved them?

90

Modus Vibhavadi (2017)

Bangkok, Thailand

พวกเรามีความตั้งใจที่จะทํางานทุกโครงการให้มี

คุณภาพ โดยมิได้คํานึงถึงขนาดของโครงการเป็น

หลัก (ซึ่งแน่นอนว่า สัมพันธ์กับค่าบริการทาง

วิชาชีพที่ได้รับ) ทําให้บางครั้งมีปัญหาในเรื่องการ

บริหารเวลาที่ใช้ในแต่ละโครงการไม่สอดคล้อง

กับรายได้ที่ได้รับ ปัจจุบันเรามีการจัดทําผังและ

วางแผนการรับงานให้สอดคล้องกับจํานวนบุคลากร

ที่มีอยู่

ต้องเตรียมตัว/ปรับตัวต่อกระแสความเปลี่ยนแปลง

ที่รวดเร็วต่างๆ และความท้าทายใหม่ๆ ในยุคสมัย

ปัจจุบันอย่างไรบ้าง

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนคือเรื่องของการ

พัฒนาของ software คอมพิวเตอร์ต่างๆ ซึ่งทาง

เราเห็นว่าเป็นโอกาส ในการเรียนรู้และใช้เป็นตัว

ช่วยในการออกแบบให้ดีขึ้น

อยากฝากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรให้

สถาปนิกรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

สถาปนิกเป็นวิชาชีพที่ดี อยากให้รักและสนุกกับ

สิ่งที่เรากําลังทํา ทั้งนี้ในวิชาชีพเรานั้นปัญหาหรือ

อุปสรรคเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่าย อยากให้มองว่าเป็น

สิ่งที ่จะช่วยผลักดันให้เราพัฒนาตนเอง ที่สําคัญ

‘สถาปัตยกรรมไม่มีถูกหรือผิด’

91

We focus on delivering quality work in every

project regardless of its scale (albeit relative

to the professional fee we receive). Sometimes

a problem is that the time invested in

each project does not match the fees. Nowadays

we have a much better management

plan for each job we take on and a greater

number of staff.

How have you adjusted your working method

to deal with the rapid changes and new challenges

of today’s world?

The biggest noticeable change is in the development

of new computer software. We

consider it as an opportunity to learn and to

use them to support our designs.

What suggestions or advice do you have for

young architects who are working for a company

now or considering opening their own

in the future?

Be passionate and enjoy what you are doing.

Architecture is a profession in which you

regularly face problems and obstacles; try to

view them as forces that push us to become

better. Most importantly, be aware that there

is no right or wrong in architecture.


SEA.MONKEY.COCONUT

(เล ลิง พร้าว)

คุณค่าของสถาปัตยกรรมอยู่ที ่ผู้ใช้งาน หากการออกแบบ

สามารถเพิ ่ม/เติมคุณค่าของพื ้นที่ทั้งทางกายภาพและ

จิตใจแก่ผู้ใช้งานได้ ก็ถือว่างานประสบความสำเร็จ

Founded in: 2012

Founder: Washirasak Maneewattanapruk

Number of staff: 1

แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

What is the main concept and working principle

of your firm?

ใช้เวลาเข้าใจลูกค้า/ผู้ใช้งาน ไม่ติดกับรูปแบบทาง

สถาปัตยกรรม ลงรายละเอียดให้ได้มากที่สุดเพื่อ

ให้ทุกฝ่ายที่ทำงานกับเรามีปัญหาน้อยที่สุด การ

ร่วมงานกับสถาปนิกเป็นลักษณะ project partner

คือทำงานร่วมกันตามขนาดของแต่ละโครงการและ

ความสนใจที่มีร่วมกัน

จากการทำงานที่ผ่านมา นิยามของสถาปัตยกรรม

คืออะไร หรืออะไรคือหัวใจ/คุณค่าของสถาปัตย-

กรรม

We spend a great deal of time trying to understand

the client or user, and we don’t

bind ourselves to any specific architectural

style. We do this so that everyone involved

in the project experiences as few problems

as possible. We collaborate with our project

partners closely according to the scale and

nature of each project.

In your experience, what is the definition and

core value of architecture?

คุณค่าของสถาปัตยกรรมอยู่ที่ผู้ใช้งาน หากการ

ออกแบบสามารถเพิ่ม/เติมคุณค่าของพื้นที่ทั้ง

ทางกายภาพและจิตใจแก่ผู้ใช้งานได้ ก็ถือว่างาน

ประสบความสำเร็จ

The value of architecture is all about the user.

If a design is able to increase the value of a

space and fulfil the user both on a physical

and functional level then it’s successful.

92

93

Nadpob Dental Clinic (2017)

Prachuap Khiri Khan,

Thailand


Tropical Paradise (2018)

Prachuap Khiri Khan,

Thailand

ความยาก ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ที่เจอในการ

ทำออฟฟิศตนเอง และแก้ปัญหาหรือผ่านพ้น

มันมาได้อย่างไร

การทำงานทั้งหมดด้วยสถาปนิก โดยไม่ใช้ระบบ

ออฟฟิศแบบเดิมเป็นเรื่องที่บังคับให้ต้องทำงาน

หรือจัดการในสิ่งที่ไม่คุ้นเคย เช่น เรื่องการทำแบบ

เองทุกขั้นตอน การเงิน การตลาด ซึ่งใช้เวลาไม่

น้อย แต่นั่นก็ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจโครงการ

นั้นๆ ในเชิงลึก และทำงานร่วมกับผู้เกี่ยวข้องใน

งานก่อสร้างได้ดียิ่งขึ้น

ต้องเตรียมตัว/ปรับตัว ต่อกระแสความ

เปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วต่างๆ และความท้าทาย

ใหม่ๆ ในยุคสมัยปัจจุบันอย่างไรบ้าง

พยายามใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ช่วยลดเวลาการ

ทำงานและความผิดพลาดให้ได้เต็มประสิทธิภาพ

ที่สุด เป็นความท้าทายที่ยาก และเรื่องของการที่

จะไม่หลงไปกับกระแสความเปลี่ยนแปลงจนลืม

ความเชื่อในการทำงานของเราเอง

ทำไมถึงมาเปิดออฟฟิศที่ประจวบคีรีขันธ์

หัวหินมีขนาดและความพอดีในความเป็นเมือง

และธรรมชาติ

ปัจจุบัน ความเข้าใจต่องานสถาปัตยกรรม

และการประกอบวิชาชีพ ในวงการก่อสร้าง

ช่างพื้นพื้น ช่างท้องถิ่น และสังคมทั่วไป เป็น

อย่างไรบ้าง

โดยรวมแล้ว ในภาคสังคมทั่วไปก็ดีขึ้น ทั้งใน

เรื่องของความใส่ใจและความตระหนักถึงคุณค่า

แต่ในส่วนของภาครัฐนั้น โดยรวมยังถือว่าน้อย

มากทั้งเรื่องนโยบายและความเข้าใจ

What problems or obstacles have you had in

running your own office? And how have you

resolved them?

As the office is operated entirely by architects,

we are forced to work on things that I’ve never

been familiar with, from the design process

to the financial and marketing aspects of the

business. The good thing is that this allows

us to understand any project we’re doing at

a much deeper level and to work with our

collaborators more efficiently.

How have you adjusted your working method

to deal with the rapid changes and new challenges

of today’s world?

I try to make the best use of the technology we

have to achieve better time management and

minimize mistakes. Not getting lost in time of

many changes, forgetting our beliefs and

where we stand is also a challenge.

Why did you opt to open your office in Prachuap

Khiri Khan

Hua Hin has the right balance for us in terms

of nature and urban spaces.

What is the level of understanding about architecture

among the general public and the

construction industry, including local builders

and artisans?

In general, the perception of architecture

and its importance is better. However, there

has been little progress by the government

in terms of implemented policies or understanding.

94

95


SHER MAKER

โปรแกรมและกระบวนการปฏิบัติงานคือสิ ่งที่ทางสตูดิโอ

ให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยโปรแกรมเป็นสิ่งที่ปูทาง

ให้กระบวนการออกแบบมีทิศทางที่ชัดเจน และเน้นการ

ทำงานร่วมกันแบบสหวิทยาการ

Founded in: 2017

Founder: Patcharada Inplang and

Thongchai Chansamak

Number of staff: 2

www.shermaker.com

ช่วยเล่าถึงการก่อตั้งหรือจุดเริ่มต้นของออฟฟิศ

Please tell us how your firm began.

พวกเราทั้งคู่มีความสนใจด้านงาน craft ภายใน

ทีมมีช่างท้องถิ่นและช่างฝีมือซึ่งทำงานร่วมกันเป็น

เครือข่ายในแต่ละโครงการ

Sher Maker เป็นสตูดิโอออกแบบและปฏิบัติ

งานขนาดเล็ก ตั้งอยู่ที่เชียงใหม่ ประกอบด้วย

ส่วน design studio และ workshop โดยเน้น

กระบวนการการออกแบบและสร้างสรรค์ผลงาน

ในเชิงสหวิทยาการ เน้นเชื่อมโยงศาสตร์ต่างๆ

ทางการออกแบบเข้าด้วยกันและเรียนรู้ พัฒนา

ทักษะร่วมกับช่างท้องถิ่น

ทำไมถึงมาเปิดออฟฟิศที่เชียงใหม่

เป็นคนต่างจังหวัดอยู่แล้วทั้งคู่ เกิดที่จังหวัด

เชียงรายและมีความผูกพันกับจังหวัดเชียงใหม่

อยากเห็นสถาปัตยกรรมดีๆ ที่ไม่กระจุกตัวอยู่

แค่ในเมืองหลวงของประเทศเท่านั้น อยากให้เกิด

ทัศนคติที่ว่างานออกแบบนั้นมีความสำคัญ ช่วย

สนับสนุนภาพลักษณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ

เมืองได้

We are both interested in craftworks. We have

local craftsmen and artisans in our team who

collaborate on each project.

Sher Maker is a small design studio located

in Chiang Mai that consists of a design studio

and a workshop. We specialize in offering an

interdisciplinary design process. Our work

spans various fields of design and is developed

in conjunction with skilled local craftsmen.

Why did you open your firm in Chiang Mai?

We’re both rural people. We were born in Chiang

Rai and have an attachment to Chiang Mai.

We want to see good architecture not only

clumped together in the capital city of Thailand.

In our opinion, design work can help

support the image and drive the economy of

Chiang Mai.

What are the advantages and disadvantages

of being in Chiang Mai rather than Bangkok?

The advantages are that we can pick from

local culture and put it into our designs. The

96

97

Lan Din (2018)

Chiangmai , Thailand


98

Pavilion 330 (2017)

Chiangmai, Thailand

Haus Hostel (2016)

Chiangmai, Thailand

ความได้เปรียบเสียเปรียบต่างกันกับออฟฟิศที่

เปิดที่กรุงเทพฯ อย่างไร

ข้อได้เปรียบคือต่างจังหวัดมีวัฒนธรรมทางเลือก

มากมายให้หยิบมาใช้ ผู้คนอะลุ้มอล่วยให้กับวิถี

ชีวิตมากกว่า ช่างก่อสร้าง ช่างฝีมือ มีวิธีคิดเฉพาะ

ทางอันเป็นแหล่งเรียนรู้ไม่รู้จบ นอกจากนี้คุณภาพ

ชีวิตดีกว่าอยู่กรุงเทพมาก ข้อเสียเปรียบคือความ

หลากหลายของโจทย์งานมีไม่มากนัก และการตี

มูลค่าทางวิชาชีพที่ต่ำ ซึ่งแก้ปัญหาด้วยการไม่มอง

สิ่งเหล่านั้นเป็นปัญหาและรับงานของคนที่เข้าใจ

ลักษณะการทำงานและสนุกไปกับงานก็พอ

แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

โปรแกรมและกระบวนการปฏิบัติงานคือสิ่งที่ทาง

สตูดิโอให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยโปรแกรม

เป็นสิ่งที่ปูทางให้กระบวนการออกแบบมีทิศทาง

ที่ชัดเจน และเน้นการทำงานร่วมกันแบบ

สหวิทยาการ

ลักษณะงานที่เน้น/สนใจ หรือประเภทอาคารที่มี

ความเชี่ยวชาญพิเศษ

อาคารสาธารณะ (เชิงพาณิชย์) ขนาดเล็กไปถึง

ขนาดกลาง พื้นที่สาธารณะ งาน installation และ

งานทดลองเชิงปฏิบัติการ

ในการทำงานที่ผ่านมา มีโครงการไหนหรือเรื่อง

อะไรที่ประทับใจ ที่อยากเล่าให้เราฟังบ้าง

โครงการ LAN DIN ในช่วงแรกเริ่มเจ้าของต้องการ

เพียงร้านกาแฟขนาดเล็ก ที่มีลักษณะธรรมดา

ทั่วไป แต่เนื่องจากพื้นที่ตั้งโครงการมีความร่มรื่น

มากและมีข้อได้เปรียบทางการมองเห็นจากถนน

เราจึงเสนอการออกแบบที ่เจ้าของคาดไม่ถึง และ

ใช้อาคารเป็นแบบฝึกหัดให้กับทีมช่างพื้นเมือง

พัฒนาทักษะงานโครงสร้างเหล็ก หลังจากเปิดใช้

งาน อาคารได้รับความสนใจจากผู้คนเป็นอย่างมาก

ซึ่งเป็นผลดีทางธุรกิจ

99

อยากฝากข้อคิดเห็น หรือ ข้อเสนอแนะ อะไร

ให้สถาปนิกรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

อยากให้คำนึงถึงเรื่อง “งานแรก” ให้มากๆ หากเรา

เริ่มทำงานด้วยทัศนคติที่ถูกต้องในที่ที่ถูกที่ควร ได้

เรียนรู้อย่างเต็มที่ มันจะพาเราไปยังสิ่งแวดล้อมที่

เหมาะสมกับเราจริงๆ ในอนาคต

unique thinking of local craftsmen is an endless

source of inspiration. Besides that, the

quality of life is way better than in Bangkok.

The disadvantages are that there is less

variation in the type of work we do and low

rewards for it. Fortunately, we enjoy working

for clients who understand our work.

What kind of work do you specialize in?

Small- to medium-scale public commercial

buildings, public space design, installation

works, and workshops.

Please share with us the most impressive

project or story from your past.

At the beginning of the LAN DIN project the

owner wanted only a small, regular coffee

shop but we saw that the site is very pleasant

and also had a good visual approach from the

street. So we suggested an unorthodox design

and that we use the building as a workshop

where local technicians can improve their

skills in structural steelwork. The building

got a lot of attention from the public which

is good for the business.

What suggestions or advice do you have for

young architects who are working for a company

now or considering opening their own

in the future?

Pay attention to your first piece of work. If you

start your career with the right attitude, at the

right place, and with a fully open mind, you

will reach the position you want to get to in

the future.


SKARN CHAIYAWAT, RINA SHINDO

AND WITEE WISUTHUMPORN

เป็นการรวมตัวของสถาปนิกที ่มีจุดมุ่งหมายในการ

ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้คนด้วยสถาปัตยกรรม ผ่าน

กระบวนการออกแบบที่ทำความเข้าใจบริบทในแง่มุมต่างๆ

และให้ความสำคัญกับคุณภาพของงานเชิงรูปธรรม ตั ้งแต่

ในภาพใหญ่ไปจนถึงรายละเอียด

Founded in: 2016

Founder: Skarn Chaiyawat,

Rina Shindo and

Witee Wisuthumporn

Number of staff: 3

ช่วยเล่าถึงการก่อตั้งหรือจุดเริ่มต้นของออฟฟิศ

เป็นการรวมตัวของสถาปนิกที่มีจุดมุ่งหมายในการ

ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้คนด้วยสถาปัตยกรรม ผ่าน

กระบวนการออกแบบที่ทำความเข้าใจบริบทในแง่

มุมต่างๆ และให้ความสำคัญกับคุณภาพของงาน

เชิงรูปธรรม ตั้งแต่ในภาพใหญ่ไปจนถึงรายละเอียด

ในปี พ.ศ. 2559 นางอรวรรณ จัยวัฒน์ มี

ความประสงค์ที่จะบริจาคเงินส่วนตัวสร้างหอพัก

สามเณร วัดป่าพุทธนิมต จังหวัดอุดรธานี จึงขอให้

นายสการ จัยวัฒน์ นางสาวรินะ ชินโด และนาย

วิธี วิสุทธิอัมพร ช่วยออกแบบ ซึ่งเป็นการรวมตัว

กันครั้งแรกเพื่อออกแบบโครงการนี้

แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

เราสนใจงานออกแบบที่มีศักยภาพในการพัฒนา

คุณภาพชีวิตของผู้คน เชื่อว่าการทำความเข้าใจ

กลุ่มคนใช้งานจริงมีความสำคัญต่อกระบวนการ

Please briefly describe your firm and how

it began.

We are a collective of architects whose aim is

to improve quality of life through architecture.

Our architectural process tries to understand

all contexts and attaches great importance to

the tangible qualities of each work, from the

overall picture to the small details.

In 2016 Mrs. Orawan Jaiwat wanted to donate

to build a dormitory for novices at Bhuddanimit

Temple in Udon Thani province. So she

asked Mr.Sakarn Jaiwat, Ms. Warina Shindo,

and Mr. Witee Wisuttiumpon to design the

building. That was the first gathering for the

office.

What is the main concept and working principle

of your firm?

We are interested in designing work that has

the potential to elevate the quality of people’s

100

101

Novice Living Quarters,

Buddhanimit

Temple (2016)

Udon Thani, Thailand


ออกแบบ และความเอาใจใส่ในรายละเอียดของ

งานในเชิงรูปธรรมมีความสัมพันธ์โดยตรงต่อวิถี

ชีวิต สภาพจิตใจ และความรู้สึกของผู้คน

ลักษณะงานที่เน้น/สนใจ หรือประเภทอาคารที่มี

ความเชี่ยวชาญพิเศษ

สนใจงานที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของ

คนไปในทางที่ดี ไม่จำกัดประเภทของอาคาร ผู้ว่า-

จ้าง หรืองบประมาณ มีความสนใจการทดลองใช้

ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในแง่การ

ใช้งาน ความคุ้มค่าในการลงทุน และสุนทรียภาพ

จากการทำงานที่ผ่านมา นิยามของสถาปัตยกรรม

คืออะไร หรืออะไรคือหัวใจ/คุณค่าของสถาปัตย-

กรรม

สถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าควรให้ความสบายต่อ

ร่างกายและจิตใจของผู้ใช้งาน บางครั้งอาจทำ

หน้าที่เป็นเพียงฉากหลังของการใช้ชีวิต มากกว่า

วัตถุที่พยายามเรียกร้องความสนใจ

ในการทำงานที่ผ่านมา มีโครงการไหนหรือเรื่อง

อะไรที่ประทับใจ ที่อยากเล่าให้เราฟังบ้าง

โครงการหอพักสามเณรและห้องสมุด วัดป่าพุทธ-

นิมิต จังหวัดอุดรธานี เป็นงานที ่พัฒนาคุณภาพ

ชีวิตของสามเณรที่บวชเรียนอยู่ในวัด หอพัก

สามารถจุสามเณรได้ประมาณ 40 รูป ห้องสมุด

ทำหน้าที่เป็นพื้นที่พักผ่อนแห่งใหม่ที่เหล่าสามเณร

นิยมใช้งาน พระอาจารย์และสามเณรเอาใจใส่ ดูแล

รักษาอาคารเป็นอย่างดี พวกเราปลื้มใจทุกครั้งที่

ได้กลับไปเยี่ยม

อยากฝากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรให้

สถาปนิกรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

งานที่ดีไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่หรืองบประมาณ

สูงเสมอไป ด้วยข้อจำกัดที่มี หากพิจารณาอย่าง

รอบคอบอาจเจอทางออกที่น่าสนใจและน่าสนุก

ได้มากมาย

lives. We believe that understanding the user

is an important factor in the design process.

And we are concern about the tangible details

that directly affect lifestyles, mental health

and the feelings of people.

What kind of work are you most interested in?

We are interested in work that can make

people’s lives better, regardless of the limitations,

customer or budget of each project. We

like to use available materials that yield the

most benefit in terms of usage, investment

and aesthetics.

In your working experience, what is the definition

and core value of architecture?

Valuable architecture is architecture that

comforts people physically and mentally.

Sometimes architecture should offer a background

for living rather than be an attentionseeking

object.

Please share with us the most impressive

project or story from your past.

The dormitory for novices and the library at

Bhuddanimit Temple are projects that elevated

the quality of life of novices who were

ordaining and studying at the temple. The

dormitory houses 40 novices while the library

is now a popular place where they can relax.

The master and novices have taken care of

the building very well, we appreciate it every

time we go back to visit.

What suggestions or advice do you have for

young architects who are working for a company

now and considering opening their own

in the future?

A good work doesn’t always depend on its

scale or high budget. Through limitations, you

can consider your options carefully and find

interesting solutions.

Novice Living Quarters,

Buddhanimit Temple (2016)

Udon Thani, Thailand

Novice Living Quarters,

Buddhanimit Temple (2016)

Udon Thani, Thailand

102 103


S PACE STUDIO

สิ่งที่เราต้องสร้างคือความเชื ่อถือ และเป็นสิ ่งที่ไม่ได้สร้าง

กันง่ายๆ ฉะนั ้นเวลาเราทำอะไรที ่มันผิดพลาด มันก็ไม่ใช่

เรื่องแปลก แต่เราก็ต้องพร้อมที ่จะแก้ไขมันจนเสร็จ รีบ

แก้ไขให้เร็ว เมื ่อมีประสบการณ์มากขึ ้น มันจะสอนเรา ทำให้

เราวางแผนให้รอบคอบขึ ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแบบนั ้นอีก

Founded in: 2014

Founder: Tawichakorn Laochaiyong

Number of staff: 8

แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

What is the main concept and working principle

of your firm?

เราเน้นความพอดี แล้วก็มีจุดศูนย์กลางเป็นลูกค้า

ผมเองให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก แต่ว่าไม่

ได้ยึด character ว่าต้องมีตัวตนเป็นของเรา เรา

สามารถมี character ของเราในแบบที่มันควรจะ

เป็น แต่เราจะให้ความสำคัญกับความต้องการ

ลูกค้าเป็นหลัก ลูกค้าจะต้องมีความต้องการหรือ

รสนิยมที่มันใกล้เคียงกับเรา เพื่อช่วยให้วิธีคิดใน

การทำงานปรับเข้าหากันตรงกัน นอกจากนี้ ผม

ชอบความเป็นพื้นถิ่น ไม่ว่าจะเป็น space หรือ

ว่าการใช้งานในรูปแบบที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้

ความยาก ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ที่เจอในการทำ

ออฟฟิศตนเอง และการแก้ปัญหาหรือผ่านพ้น

มันมาได้อย่างไร

ตัวผมเองเริ่มต้นจากศูนย์เลย ไม่ได้มีเครดิตของ

งานที่เคยทำมาก่อน และไม่เคยมีงานในขอนแก่น

คือเริ่มจากงานชิ้นเล็กมาก งานชิ้นแรกมีค่า

ก่อสร้าง 75,000 บาท เป็นบ้าน knock down

งานชิ้นนี้เป็นงานที่สนุกกับการที่ต้องไปอยู่คุมช่าง

ก่อสร้างทำงาน ฉะนั้นตอนนั้นเราไม่ได้สนใจแล้ว

We focus on sufficiency and put clients at the

center – we don’t impose our own character.

We can put our character in our work but the

requirements of the client come first. Our

clients have taste and understanding that’s

similar to ours, which makes compromise

easier. We also like incorporating local characteristics

in our work through either the space

or form of usage.

What problems or obstacles have you had

faced when running your office? And how

have you resolved them?

I myself started from zero. I had no references

from my past work and I hadn’t worked

in Khon Kaen before. My first piece of work

was a small knockdown house for a budget

of 75,000 baht. It was a very fun project as I

got to work with workmen on the construction

site and ti control the quality of the

work. I didn’t care about how much income I

was making at that moment; I just thought it

104

105

Agro Outlet (2016)

Khonkaen, Thailand


Snap Cafe (2016)

Konkaen, Thailand

Baan Hom Boon (2017)

Thailand

ว่าค่าแบบมันจะราคาเท่าไหร่ เราสนใจว่ามันเป็น

โอกาสที่ดีในการเริ่มต้น เราก็เลยทำ สุดท้ายมันก็

เป็นตัวแรกเริ่มที่ทำให้เราค่อยๆ ขยับขยาย scale

งานขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ราคา 75,000 บาท มาเป็น

หลักล้านและหลายสิบล้านบาท

เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องสร้างคือความเชื่อถือ และ

เป็นสิ่งที่ไม่ได้สร้างกันง่ายๆ ฉะนั้นเวลาเราทำอะไร

ที่มันผิดพลาด มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เราก็ต้อง

พร้อมที่จะแก้ไขมันจนเสร็จ รีบแก้ไขให้เร็ว เมื่อ

มีประสบการณ์มากขึ้น มันจะสอนเรา ทำให้เรา

วางแผนให้รอบคอบขึ้น เพื่อจะไม่ให้เกิดปัญหา

แบบนั้นอีก

ความได้เปรียบเสียเปรียบต่างกันกับออฟฟิศที่

เปิดที่กรุงเทพฯ อย่างไร

ผมว่าต่างกันโดยสิ้นเชิง ต่างกันมาก อย่างใน

ขอนแก่น ต้องเข้าใจว่ามันเป็นเมืองใหญ่ที่เจริญใน

ระดับหนึ่ง แต่คู่แข่งยังไม่เยอะ ฉะนั้นการที่เราทำ

อะไรไปในกลุ่มคนเล็กๆ มันก็ย่อมเป็นผลดีกว่า

ในเรื่องของการกระจายชื่อเสียง แต่เมื่อเทียบกับ

กรุงเทพฯ คือเป็นกลุ่มคนขนาดใหญ่ มีคู่แข่งเยอะ

เราจะต้องแข่งกับบริษัทเหล่านั้น การเป็นที่รับรู้ใน

was a good opportunity for someone starting

out. And since then, the scale of my works

has risen from budgets of 75,000 baht up to

millions of baht.

Something I’ve learnt during this time is that

building trust is not easy to do. And that if we

make a mistake, we have to be ready to fix

it fast. Those mistakes then teach us to plan

more carefully to prevent those same kinds

of problems from happening again.

What are the advantages or disadvantages of

not being based in Bangkok?

I think it is very different. Having an office in

Khon Kaen means there are less competitors.

It is easier for a firm to become famous in a

smaller area. In Bangkok it would be harder

to become well-known. My partner and I think

the reason we have been growing fast for the

last four years is because we chose to open

our office in Khon Kaen. We have become wellknown

very quickly in this province.

106

ผลงานและการทำงานของเราก็เป็นไปได้ยากกว่า

ฉะนั้นผมและทั้ง partner ผมเองมองว่า ที่เราค่อน

ข้างที่จะเติบโตเร็วภายใน 4 ปีมานี้ ส่วนหนึ่งน่าจะ

เป็นเพราะเราเลือกที่จะมาเปิดออฟฟิศที่ขอนแก่น

มันทำให้เรามีกลุ่มลูกค้าที่รู้จักเรามากขึ้นในเวลา

อันรวดเร็ว

ปัจจุบัน ความเข้าใจต่องานสถาปัตยกรรมและ

การประกอบวิชาชีพ ในวงการก่อสร้าง ช่างพื้น

บ้าน ช่างท้องถิ่น และสังคมทั่วไป เป็นอย่างไร

บ้าง

ผมได้ทำงานคลุกคลีกับผู้รับเหมาและช่างก่อสร้าง

ในทุกเกรดมา ซึ่งทุกคนก็มีสิ่งที่น่าประทับใจคล้าย

กันเมื่อทำงานเสร็จ เพราะทุกคนไม่เคยทำงานที่มี

ดีไซน์ คือทำงานก่อสร้างตามแบบทั่วไป ที่เหมือน

บ้านจัดสรรทั่วไป ไม่ได้มีรายละเอียดและดีไซน์

ต่างๆ แต่พอผู้รับเหมาเขาทำงานเราเสร็จ ปรากฏ

ว่าเขามีทัศนคติที่เปลี่ยนไป เขาบอกเราว่าเขา

ไม่อยากจะเชื่อว่าเขายอมทำงานแบบที่ไม่ต้องมี

กำไรเยอะ เพื่อได้ทำงานที่มันมีคุณค่าแบบนี้ และ

เจ้าของบ้านเองก็ชอบด้วย ทำให้งานมี character ที่

ชัดเจน มันส่งผลดีหลายๆ อย่าง และมีผลดีสำหรับ

107

ช่างก่อสร้างเองโดยตรง เขาก็มีโอกาสได้งานเพิ่ม

เพราะว่าเขามีผลงานที่ดี แต่ที่สำคัญคือ คือเขา

เห็นว่าเขาทำงานที่มีคุณค่า ทำให้เขารู้สึกมีคุณค่า

ไปด้วย พอเราฟังแล้วรู้สึกประทับใจ มันเป็นสิ่งที่

ดีมาก เหมือนเราช่วยเพิ่มโอกาสให้เขา

What is the level of understanding about architecture

among the general public and the

construction industry, including local builders

and artisans?

I have worked closely with all levels of contractors

and workmen, and everyone is impressed

when the work is finished. None of

them had ever worked on designing buildings

with a lot of details before but all of them have

changed their attitude since they finished jobs

with us. They have told us that before they

never considered working for less money and

focusing on producing quality work that can

please the house owners, and that now they

have learnt that creating good quality work

can make them proud of themselves. We were

so happy to hear that because it has given

them the chance to get more jobs.


STUDIO PHASARN

คุณค่าของสถาปัตยกรรม คือ ตอบสนองความต้องการ

ใช้งานอย่างเหมาะสมและสามารถถ่ายทอดความคิดของ

สถาปนิก ไปสู่การรับรู้ในมิติต่างๆ ด้วยประสาทสัมผัสที ่มี

จนประทับลงสู่ใจของผู้ใช้งาน

Founder: Teerachai Leesuraplanon

Number of staff: 1

แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

จากหลักคิดที่ว่า “ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้สมบูรณ์

ดีพร้อมไปทุกอย่าง หรือย่ำแย่ไปเสียหมด”

นำมาซึ่งหลักการทำงานที่จะวิเคราะห์ข้อดีของ

แต่ละสิ่งมาผสมผสานและถ่วงสมดุลซึ่งกันและกัน

อาทิเช่น การผสานกันระหว่างความเก่ากับความ

ใหม่เสน่ห์ในรูปทรงของงานในอดีตกับความเรียบ

ง่ายและเทคโนโลยีในปัจจุบัน สถาปัตยกรรมไทย

และพื้นถิ่นกับความทันสมัย รวมถึงการเลือกใช้

วัสดุก่อสร้างที่เป็นวัสดุพื้นฐาน แต่นำมาจัดเรียง

ด้วยองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่เรียบง่าย

แต่มีพลัง

จากการทำงานที่ผ่านมา นิยามของสถาปัตยกรรม

คืออะไร หรืออะไรคือหัวใจ/คุณค่าของสถาปัตย-

กรรม

คุณค่าของสถาปัตยกรรม คือการตอบสนอง

ความต้องการใช้งานอย่างเหมาะสมและสามารถ

ถ่ายทอดความคิดของสถาปนิก ไปสู่การรับรู้ใน

มิติต่างๆ ด้วยประสาทสัมผัสที่มี จนประทับลงสู่

ใจของผู้ใช้งาน

What is the main concept and working principle

of your firm?

We believe that ‘nothing in this world is entirely

good or bad’ and employ a work philosophy

and methodology that analyzes factors to

attain and maintain the right balance in our

projects. Studio Phasarn’s body of work is all

about creative integrations between old and

new architectural forms, the simplicity of the

past with advanced technology, vernacular

architecture and modernity, and the combination

of basic construction materials with

simple yet powerful architectural elements.

In your experience, what is the definition and

core value of architecture?

The value of architecture rests in its ability

to suitably and satisfyingly fulfill functional

requirements and convey an architect’s ideas

for rendering spaces. Good architecture allows

the user to perceive and experience

through their physical and mental senses,

and ultimately creates a positive impression

for them.

108

109

Ing-Kai House (2018)

Ang Thong, Thailand


Memorial Hall (2013)

Ang Thong, Thailand

ภายนอกสวยงามแล้ว อย่าลืมใส่ใจรายละเอียดใน

การออกแบบ และการใช้งานที่เหมาะสม ซึ่งตรง

นี้อยู่ที่ประสบการณ์ ความช่างสังเกต และการ

ขวนขวายหาความรู้

in mind that, in addition to beautiful appearances,

there are functional details and other

aspects of design to be considered. It’s essential

to gain experience, to make observations

and to acquire new knowledge.

ในการทำงานที่ผ่านมา มีโครงการไหนหรือเรื่อง

อะไรที่ประทับใจ ที่อยากเล่าให้เราฟังบ้าง

งานออกแบบที่เพิ่งเสร็จไปล่าสุดคือบ้านอิงกาย

ที่จังหวัดอ่างทอง นับเป็นการกลับมาออกแบบ

บ้านพักอาศัยอีกครั้งหลังจากการออกแบบงาน

สาธารณะมาหลายงาน ทำให้มีความ “หมายมั่น

ปั้นมือ” เป็นพิเศษ เนื่องจากมี “ของ” ที่สะสมไว้

มาก ทั้งแรงบันดาลใจ ความประทับใจ และองค์

ความรู้ทางสถาปัตยกรรมอันได้จากการลงภาค

สนาม ไปทัศนศึกษาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นหลาย

แห่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับระหว่าง

การทำงาน เจ้าของบ้านให้อิสระและความไว้วางใจ

ในการออกแบบอย่างเต็มที่ อีกทั้งได้ผู้รับเหมาที่รู้

มือกัน ทำให้สถาปนิกทำงานอย่างเต็มแรงใจ ทำให้

ได้เห็นว่าองค์ประกอบสามส่วนที่สำคัญ เมื่อลงตัว

แล้วงานมักจะออกมาดี

มองว่าสถาปนิกรุ่นใหม่ และวงการปฏิบัติวิชาชีพ

เป็นอย่างไรบ้าง มีความแตกต่างกันไหมเมื่อ 5

หรือ 10 ปีก่อนหรือไม่ อย่างไร หรือมีพัฒนาการ

อย่างไร

Please share with us the most impressive

project or story from your past.

I have just finished a project called Baan

Ing-Gai, which is a return to residential architecture

after several public projects. We were

really focused on it because we have been

getting a lot of inspiration and architectural

knowledge from our fieldwork and surveys of

vernacular architecture at different places in

the past few years. Fortunately, the

owner gave us full creative control and trusted

us while the contractor is someone we’ve

been working with for a long time, so our

dedication to the project was complemented

by their support. With these three important

elements all working together like clockwork,

the final outcome was good.

What is your opinion on new architects and

professional practices? Are there any differences

from 5-10 years earlier?

The young architects we meet are talented

and are able to come up with visually distinc-

ส่วนวงการปฏิบัติวิชาชีพ มองเห็นว่าไม่ใช่เพียง

แค่วงการสถาปนิกเท่านั้น แต่ในทุกวงการกำลัง

เปลี่ยนไปจากระบบเดิม ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่

และด้วยการเกิดขึ้นของอินเตอร์เน็ต ที่ส่งผลให้ทุก

คนมีความเท่าเทียมกันมากขึ้น คนสมัยใหม่มีอิสระ

มากขึ้น ทุกอย่างง่ายขึ้น ทุกคนทำงานที่ไหนก็ได้

สามารถส่งงานจากที่ไหนก็ได้ คนเปลี่ยนงานบ่อย

ขึ้น มีช่องทางทำงานที่กว้างขึ้น องค์กรไม่จำเป็น

ต้องเทอะทะอีกต่อไป ส่งผลให้มีการทำงานร่วม

กันแบบเป็นโปรเจ็กต์ๆ ไปมากขึ้น ออฟฟิศจึงไม่

ต้องมาแบกรับต้นทุนที่มากมาย และเชื่อว่าจะมี

การทำงานร่วมกันในรูปแบบใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น

ต่อไปจากนี้

As for the industry as a whole, everyone,

not just architects, is transitioning from the

old system to something new as a result of

modern technology and the evolution of the

internet. We are more equal now. Today, individuals

have more freedom, and everything is

easier. People can work practically anywhere.

Communication is much easier as well. People

change jobs more often, there are more

diverse channels in the way we can work, and

an organization doesn’t have to be big and

bloated anymore. We see more collaborative

projects so offices do not have to overburden

themselves with expenses or require a large

amount of capital to operate. I think we will

continue seeing new and interesting modes

of collaboration in the future.

สถาปนิกรุ่นใหม่ สามารถออกแบบงานที่มีความ

โดดเด่น ทันสมัย น่าสนใจ แม้จะเพิ่งเรียนจบได้ไม่

กี่ปี อาจด้วยเพราะข้อมูลข่าวสารและงานตัวอย่าง

ที่หาข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย แต่ในข้อดี

นี้ ก็มีข้อควรระวัง เพราะความสามารถในการเข้า

ถึงข้อมูลของทุกคนมีเท่าเทียมกัน จนบางครั้งงาน

ที่ออกแบบมาหน้าตาคล้ายคลึงกันไปหมด และเมื่อ

tive, relevant and interesting designs even

though they have only been working for only

a few years. But perhaps because of the easy

access to news and information that today’s

technology provides, we need to be cautious,

as everyone now possessing the same access

to information is making it more likely that

people are going to end up doing works that

look the same. Young architects need to bear

King Mongkut

Memorial Park (2014)

Phetchaburi, Thailand

Ing-Kai House (2018)

Ang Thong, Thailand

110

111


SUBPER

SUBPER เป็นบริษัทสถาปนิกที ่เน้นทำงานออกแบบงาน

ที่มีขนาดเล็กๆ แต่ตั้งใจให้งานมีรูปแบบที่ชัดเจน สะท้อน

character ของลูกค้า

Founded in: 2011

Founder: Rachit Radenahmad

Number of staff: 8

ช่วยเล่าถึงการก่อตั้งหรือจุดเริ่มต้นของออฟฟิศ

SUBPER เป็นบริษัทสถาปนิกที ่เน้นทำงาน

ออกแบบงานที่มีขนาดเล็กๆ แต่ตั้งใจให้งานมีรูป

แบบที่ชัดเจน สะท้อน character ของลูกค้า ตาม

แนวคิดของ SUBPER ที่มาจากคำว่า “supersub”

หมายถึงนักกีฬาหรือผู้เล่นตัวสำรองที่ลงมาแทน

แล้วเปลี่ยนให้เกมส์กลับมาชนะได้

ทำไมถึงมาเปิดออฟฟิศที่สงขลา

เริ่มตั้งแต่ตอนเรียนปริญญาตรีแล้วว่าไม่อยากขึ้น

กรุงเทพฯ เพราะเราเชื่อว่าถ้าเราตั้งใจจริงแล้ว การ

อยู่ต่างจังหวัดก็สามารถหาความรู้ได้เท่าๆ กับคนที่

เรียนอยู่กรุงเทพฯ จบมาเลยตั้งใจที่จะอยู่หาดใหญ่

เพราะชอบกลับบ้านที่ยะลา ไม่ชอบที่จะต้องเหนื่อย

กับการเดินทางในกรุงเทพฯ

ความได้เปรียบเสียเปรียบต่างกันกับออฟฟิศที่

เปิดที่กรุงเทพฯ อย่างไร

Please briefly describe your firm and how

it began.

SUBPER is small architecture firm that strives

to create projects which reflect the character

of its clients. The name SUBPER is inspired by

“supersub,” the name for a substitute football

player who helps a team win.

Why did you open your office in Songkhla?

Even when I was studying for a bachelor’s

degree I knew I wanted to avoid Bangkok. I

believe we can learn as much in the country

as we can in Bangkok. So I decided to open

the office in Had Yai because it is easy to go

back home to Yala for me. I also don’t like the

traffic in Bangkok.

What are the advantages or disadvantages of

having an office in the provinces?

It takes us about one and a half hours to go

to Bangkok by plane, and that’s faster than

commuting home from work in Bangkok. I

spend about the same amount of time travelling

home to Yala as well. Also, I prefer the

เรานั่งเครื่องบินไปกรุงเทพฯ ใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง

เร็วกว่าการนั่งรถกลับบ้านช่วงเวลาเลิกงานใน

กรุงเทพฯ เราถือว่าถ้ามีงานกิจกรรมดีๆ ที่

กรุงเทพฯ เราสามารถไปได้ง่าย และถ้าเราอยาก

กลับบ้านที่ยะลา เราก็ใช้เวลาชั่วโมงครึ่งเช่นกัน

เราชอบบรรยากาศแบบนี้มากกว่า ต่อให้งานที่นี่

จะเล็กน้อยกว่ากรุงเทพฯ ก็ตาม 112

113

Chia Colorlab (2018)

Songkhla, Thailand


ลักษณะงานที่เน้น/สนใจ หรือประเภทอาคารที่มี

ความเชี่ยวชาญพิเศษ

Oxygen Real Estate

Office (2018)

Songkhla, Thailand

Dr.Anuchit House (2018)

Songkhla, Thailand

ในการทำงานที่ผ่านมา มีโครงการไหนหรือเรื่อง

อะไรที่ประทับใจ ที่อยากเล่าให้เราฟังบ้าง

โครงการมัสยิดหลังเล็กๆ ที่ปัตตานี เป็นโครงการ

ที่ประทับใจที่ได้ออกแบบอาคารทางศาสนาที่เรา

นับถือ ซึ่งถือว่าเราได้ผลบุญในการออกแบบครั้งนี้

และเรื่องการออกแบบเนื่องจากเป็นที่ดินเดิมของ

ทางตระกูลเรา เราเห็นตรงกันว่าจะออกแบบ

อาคารให้อิงบ้านทรงพื้นถิ่นภาคใต้ตอนล่าง อาคาร

ละหมาดเลยไม่มีโดมตามรูปแบบมัสยิดทั่วไป ช่วง

ออกแบบจะโดนตำหนิจากคนบางกลุ่มเรื่องมัสยิด

เราไม่มีโดม จนถึงขั้นโดนเขวี้ยงโมเดลทิ้ง แต่

สุดท้ายก็สร้างตามแบบที่เราออกแบบไว้ จนเมื่อ

สร้างเสร็จ เริ่มมีคนชื่นชมและแวะเวียนมามัสยิด

หลังนี้บ่อย เสียงตำหนิต่างๆ ก็หายไป

ปัจจุบัน ความเข้าใจต่องานสถาปัตยกรรมและ

การประกอบวิชาชีพ ในวงการก่อสร้าง ช่างพื้น

บ้าน ช่างท้องถิ่น และสังคมทั่วไป เป็นอย่างไร

บ้าง

ถือว่าเริ่มมีช่างก่อสร้างที่เข้าใจงานออกแบบมากขึ้น

แต่ก่อนนี่แทบจะทะเลาะกันทั้งเรื่องวัสดุ เรื่องดีเทล

ต่างๆ ที่ช่างเลือกที ่จะไม่เชื่อก่อนที่จะทดลองทำ

เพราะด้วยความที่มีวัยวุฒิมากกว่าเรา แต่ถ้าลอง

ทำตามที่เราเสนอ จะทำให้สุดท้ายช่างเข้าใจว่าเรา

กำลังคิดอะไรอยู่ และช่างเองก็ได้รับสิ่งใหม่กลับไป

เช่นกัน (ก็ไม่ใช่ทุกคนเสมอไปนะครับ)

We like mixing old and modern styles to create

something contemporary. We try to combine

old styles with a modern look.

In your experience, what is the definition and

core value of architecture?

Good architecture satisfies users and also

looks up to date. The value of architecture

lies in its existing proudly and in harmony with

the context of the neighborhood.

Please share with us an impressive project

or story from your past.

A small mosque in Patani gave us the chance

to make merit by designing a religious building.

The site is on land that belongs to our

family, so we designed the building to match

the form of local houses in the south. And

the Muslim prayer building in our project

doesn’t have a dome like ordinary mosques.

Initially some people complained about a

prayer building without a dome but in the

end it was built as planned. And when it was

finished, people started to appreciate it and

the complaining soon subsided.

What is the level of understanding about architecture

among the general public and the

construction industry, including local builders

and artisans?

เราชอบความร่วมสมัยระหว่างงานเก่าและงานใหม่

การคลี่คลายงานเก่าให้ออกมาดูทันสมัยเป็นสิ่ง

ที่เราต้องการสื่อสารออกมา ความสนุกอยู่ที่การ

ค้นหาความหมายของรูปแบบหรือสัดส่วนต่างๆ

เพื่อพัฒนาต่อให้งานดูน่าสนใจ

จากการทำงานที่ผ่านมา นิยามของสถาปัตยกรรม

คืออะไร หรืออะไรคือหัวใจ/คุณค่าของสถาปัตย-

กรรม

สถาปัตยกรรมที่ดีคืองานที่ผู้ใช้มีความสุขและมี

ความร่วมสมัยได้อย่างไม่เคอะเขิน คุณค่าของงาน

สถาปัตยกรรมคือการมีตัวตนได้อย่างสง่าผ่าเผย

เข้ากับบริบทของพื้นที่

อยากฝากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรให้

สถาปนิกรุ่นใหม่

การจะเป็นสถาปนิกนั้นเหมือนการวิ่งมาราธอน ทุก

คนเหนื่อยได้ แต่ห้ามถอดใจกลางคัน เพราะระยะ

ทางที่จะถึงเส้นชัยมันยาวและสุดท้ายคือเราไม่ได้

สู้เพื่อชนะเลิศ แต่เราแค่ต้องการให้ถึงเส้นชัยตาม

เป้าที่เราวางไว้คือการเป็นสถาปนิกที่ดีให้ได้

atmosphere of the country, even though there

might be less jobs here.

What kind of work do you specialize in?

Workmen tend to understand architecture

better now. In the past there were lots of arguments

about materials and details of buildings

because workmen didn’t believe our advice,

as they thought they were more senior. But

now they understand what we are thinking

and are open to new methods.

What suggestions or advice do you have for

young architects?

Being an architect is like running a marathon.

We get tired but can’t give up because the

finish line is a long way off. We don’t fight to

win first prize but just to reach our goal – to

be a good architect.

114

115


SUTE ARCHITECT

กล้าที่ออกจะมาลุยทำตามความฝันของตัวเอง แต่ต้องมี

ความอดทนต่อความลำบากให้ได้ด้วยได้

Founded in: 2010

Founder: Sittiphol Komolvechakul and

Sutthinon Thawaisin

Number of staff: 6

จากการทำงานที่ผ่านมา นิยามของสถาปัตยกรรม

คืออะไร หรืออะไรคือหัวใจ/คุณค่าของสถาปัตย-

กรรม

สถาปัตยกรรมคือการสร้างกรอบที่ตอบโจทย์พื้นที่

ของการใช้ชีวิตของมนุษย์ในทุกมิติ

ทำไมถึงมาเปิดออฟฟิศที่อุบลราชธานี

เพราะเป็นเมืองใหญ่ที่กำลังพัฒนาและอยู่ใกล้กับ

ประเทศเพื่อนบ้าน

ความได้เปรียบเสียเปรียบต่างกันกับออฟฟิศที่

เปิดที่กรุงเทพฯ อย่างไร

เมื่อมีอินเตอร์เน็ตและการนำเทคโนโลยีเข้ามาใน

การทำงานในปัจจุบัน อาจจะทำให้ไม่ต่างกันมาก

กับการทำงานในกรุงเทพฯ แต่เรื่องคุณภาพชีวิต

ที่ต่างจังหวัดบางเรื่องอาจจะดีกว่าในกรุงเทพ เช่น

การเดินทาง เป็นต้น

In your experience, what is the definition and

core value of architecture?

Architecture is the creation of a framework

that answers every aspect of human living.

Why did you choose to open an office in Ubon

Ratchathani?

Ubon Ratchathani is a big city and is continuously

developing. It also borders one of our

neighboring countries.

What are the upsides and downsides of having

an office in Ubon Ratchathani rather than

in Bangkok?

Thanks to the internet and new technology,

working here isn’t really that much different

from opening an office in Bangkok, but there

are certain things about the quality of life

here that are better than Bangkok, such as

the traffic and the daily commute.

Honda Bigwing

Ubonratchathani

Ubonratchathani, Thailand

116

117


Por House

ปัจจุบัน ความเข้าใจต่องานสถาปัตยกรรมและ

การประกอบวิชาชีพ ในวงการก่อสร้าง ช่างพื้น

บ้าน ช่างท้องถิ่น และสังคมทั่วไป เป็นอย่างไร

บ้าง

What is the level of understanding about

architecture among the general public and

the construction industry, including local

builders and artisans?

118

Pok House

ปัจจุบันผู้ลงทุนรุ่นใหม่ในต่างจังหวัดเริ่มที ่จะ

ต้องการว่าจ้างสถาปนิกมากขึ้น เนื่องจากเคยมี

ประสบการณ์ในรุ่นก่อนๆ ที่มีการก่อสร้างโดยที่

ไม่ได้มีการออกแบบไว้แต่แรก ทำให้โครงการเหล่า

นั้นเกิดปัญหาตามมามากมาย และไม่ตอบโจทย์

ต่อการใช้งานจริง

ต้องเตรียมตัว/ปรับตัว ต่อกระแสความเปลี่ยนแปลง

ที่รวดเร็วต่างๆ และความท้าทายใหม่ๆ ในยุคสมัย

ปัจจุบันอย่างไรบ้าง

การปรับตัวในปัจจุบันคงเป็นเรื่องเทคโนโลยีที่เข้า

มาทำให้เรา-ผู้ออกแบบสามารถที่จะถ่ายทอดแนว

ความคิดออกมาเป็นภาพจริงให้เห็นได้ง่ายขึ้นกว่า

สมัยก่อน ทำให้เราต้องปรับตัวและพร้อมที่จะเรียน

รู้เทคโนโลยีการออกแบบใหม่ๆ ตลอดเวลา

อยากฝากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรให้

สถาปนิกรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

กล้าที่ออกจะมาลุยทำตามความฝันของตัวเอง แต่

ต้องมีความอดทนต่อความลำบากให้ได้ด้วย

119

Young generation investors are more interested

in hiring architects now. They realize that a

construction that is carried out without the

development of a proper design can encounter

a lot of problems, and that the work can also

fail to fulfill the required function.

How have you adjusted your working method

to deal with the rapid changes and new challenges

of today’s world?

New technology allows us, architects and designers,

to transform a concept into reality in a

much easier way than before. So to stay relevant

we have to always be ready to learn new

design technologies.

What suggestions or advice do you have for

young architects who are working for a company

now or considering opening their own

in the future?

Dare to go out there and pursue your dreams.

Work hard and be patient when trying to

overcome obstacles.


TIDTANG STUDIO

เป็นสนามเด็กเล่นสำหรับทดลองความเชื ่อในสายงาน

ออกแบบสถาปัตยกรรม ให้นักออกแบบในสตูดิโอได้แสดง

ความสามารถอย่างเต็มที่โดยไม่ปิดกั้น

Founded in: 2012

Founder: Pattakorn Thanasanaksorn,

Suppat Pornputtkul and

Karawee Kharawavoottigoon

Number of staff: 20

www.tidtangstudio.com

ช่วยเล่าถึงการก่อตั้งหรือจุดเริ่มต้นของออฟฟิศ

เป็นสนามเด็กเล่นสำหรับทดลองความเชื่อในสาย

งานออกแบบสถาปัตยกรรม ให้นักออกแบบใน

สตูดิโอได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่โดยไม่

ปิดกั้น

ในส่วนของการตั้งชื่อสตูดิโอนั้น พวกเราอยากให้

ผลงานแต่ละชิ้นมีความแตกต่าง ประกอบกับอยาก

ให้ชื่อของสตูดิโอมีความเป็นไทย เผื่อว่าสักวันหนึ่ง

มีโอกาสนำเสนอผลงานสู่สากล ชื่อของสตูดิโอจาก

ประเทศไทย จะได้เป็นที่รู้จักกันได้อย่างกว้างขวาง

มากยิ่งขึ้น

Tell us about the founding or beginning of

your office.

A playground where architectural beliefs are

challenged and where the members of our

design team can express their creativity and

abilities freely. The name of the studio reflects

the distinctiveness of the work that we do.

We wanted it to be a Thai name so that if our

work becomes more recognized in the global

arena, then the world will know we are a Thai

architecture studio.

What is the main concept and working principle

of your firm?

We’re very keen to preserve the Thai identity,

which we think can be expressed not

only in the form of traditional patterns and

architectural elements, but also in so many

unconventional ways. Such expression goes

Busaba Ayutthaya

Design Hotel (2016-2018)

Ayutthaya, Thailand

120

121


แนวคิด/สิ่งที่สนใจหลักในการออกแบบ และหลัก

การทำงานของออฟฟิศ

สตูดิโอแห่งนี้มีความคิดในเรื่องของการรักษาตัว

ตนความเป็นไทย โดยความเป็นไทยไม่จำเป็นต้อง

แสดงออกผ่านการเขียนลายไทยหรือสถาปัตยกรรม

ไทยดั้งเดิมเท่านั้น แต่สามารถแสดงออกผ่านทาง

งานออกแบบสถาปัตยกรรมที ่ถูกประยุกต์จาก

พื้นฐานความเป็นไทยได้เช่นกันและไม่ต้องจำกัด

เพียงแต่ลักษณะทางกายภาพเท่านั้นแต่อาจหมาย

ถึงการนำพฤติกรรมของคนไทยมาเป็นหัวใจในการ

ออกแบบได้อีกด้วย

ในการทำงานที่ผ่านมา มีโครงการไหนหรือเรื่อง

อะไรที่ประทับใจ ที่อยากเล่าให้เราฟังบ้าง

Busaba Ayutthaya เป็นการนำเรือนไทยอายุ

กว่า 50 ปีมาปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็นโรงแรม

ขนาดเล็กที่สามารถสื่อถึงพฤติกรรมของการใช้

งานเรือนไทยดั้งเดิมเอาไว้ โครงการเปรียบได้กับ

ประตูบานแรกที่ทำให้งานออกแบบของทิศทาง

สตูดิโอได้แสดงความเชื่อออกมาได้มากที่สุดชิ้น

หนึ่ง โดยเจ้าของโครงการมีส่วนในการช่วยผลัก

ดันงานออกแบบชิ้นนี้อยู่มากทีเดียว

ความยาก ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ที่เจอในการ

ทำออฟฟิศตนเอง และแก้ปัญหาหรือผ่านพ้น

มันมาได้อย่างไร

beyond the physicality of a built structure –

also instilled in the essence of our designs

are people’s behavior and way of life.

Please share with us an impressive project

or story from your past.

Busaba Ayutthaya entailed the refurbishment

of a 50-year old traditional Thai house into a

small hotel. The work’s spatial design derived

from the way the house’s spaces were originally

used and experienced. While the owner

had a great deal of participation in the work,

we think this project is the one that best

epitomizes our architectural beliefs.

What problems or obstacles have you had

faced when running your office? And how

have you resolved them?

The new generation of architects and designers

are more impatient and always seem to

compare their earnings to other practitioners

in the same generation or even to their colleagues.

The solution is to set a system that

will help measure their performances, and

hopefully get them to be more committed to

their works and responsibilities.

What is your opinion of new architects and

professional practices? Are there any differences

from 5-10 years ago?

Once Again Hostel (2016)

Bangkok, Thailand

Baan Panya (2015-2017)

Bangkok, Thailand

การอุบัติขึ้นของ Pinterest ทำให้เปลี่ยนวิธีคิดงาน

ออกแบบต่างออกไปโดยสิ้นเชิง คนทั่วไปค้นหารูป

ต่างที่ๆ ต้องการและสามารถส่งต่อให้ช่างรับเหมา

ทำตามโดยไม่ต้องผ่านนักออกแบบ สำหรับแง่มุม

ของนักออกแบบเองนั้น Pinterest เปรียบได้กับ

ดาบสองคมหากนักออกแบบใช้อย่างสร้างสรรค์

และถูกนำมาวิเคราะห์อย่างถูกต้องคงไม่เกิดปัญหา

แต่นักออกแบบบางคนกลับใช้เป็นเครื่องมือใน

การคิดงานออกแบบ ทำให้ผลงานที่เกิดขึ้นนั้น

ไม่มีจิตวิญญาณและไม่สามารถอธิบายได้ว่างาน

สถาปัตยกรรมชิ้นนั้นมีคุณค่าอย่างไร

อยากฝากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรให้

สถาปนิกรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานอยู่ใน

ออฟฟิศต่างๆ หรือทั้งกลุ่มที่อยากจะเปิดออฟฟิศ

เป็นของตัวเอง

ประเทศไทยยังเป็นประเทศที่งานออกแบบ

ถูกลดลำดับความสำคัญลง คงจะดีมากถ้านัก

ออกแบบทุกคนช่วยกันยกระดับความคิดของคน

ไทยทั้งประเทศ ให้หันมามองว่างานออกแบบ

สถาปัตยกรรมไม่ใช่กระดาษเพียงกี่แผ่น แต่งาน

ออกแบบสถาปัตยกรรมคือการสร้างที่ว่างสำหรับ

พฤติกรรมมนุษย์ที่ถูกส่งผ่านจากความคิดลงสู่

กระดาษเหล่านั้นนั่นเอง

นักออกแบบรุ่นใหม่มีความอดทนต่อการทำงานได้

น้อยลงและคอยแต่จะเปรียบเทียบผลตอบแทนที่ได้

รับกับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันหรือแม้แต่เปรียบเทียบ

กันเองในที่ทำงานเดียวกัน วิธีการแก้ปัญหาในข้อ

นี้คงเป็นการตั้งระบบในการทำงานที่จะช่วยตรวจ

สอบและช่วยทำให้แต่ละคนต้องหันกลับมาสนใจ

หน้าที่ที่แต่ละคนได้รับมากยิ่งขึ้น

มองว่าสถาปนิกรุ่นใหม่ และวงการปฏิบัติวิชาชีพ

เป็นอย่างไรบ้าง มีความแตกต่างกันไหมเมื่อ 5

หรือ 10 ปีก่อนหรือไม่ อย่างไร หรือมีพัฒนาการ

อย่างไร

The birth of Pinterest has transformed the way

design works. Most people look for the image

they want for a work and pass that on to a

contractor and they don’t feel the need to

hire an architect or a designer. For architects

and designers, there are both upsides and

downsides to a platform like Pinterest. If used

creatively and constructively, it’s perfectly

useful. But there are people who use Pinterest

as the main tool and source of creativity.

It can take the spirit away from their works

and they can’t really explain the value of the

architecture they create anymore.

A Path in the Forest (2011)

Bangkok, Thailand

What are your opinions or suggestions for

young architects, both the ones working in

firms and those who want to open their own

offices?

Thailand is still a country where design is

being undervalued. It would be good if every

designer and architect helped to create better

understanding among public. They should

make people see that architectural design is

not just drawing on pieces of paper, but the

thoughtful creation of spaces so that they

resonate with human behavior.

122 123


The 6 th International Exhibition on Architecture/Interior Building Materials,

Interior Design, Furniture & Decor in Myanmar

PRESENTING

“ Urbanization and

Smart Building”

The 4 th International Exhibition Building Materials, Architecture,

Interior Design, Furniture & Decor in Cambodia

PRESENTING

“ Design for Better

Workplace and Living”

25 Architectural

Offices:

Key Facts and

Visualizations

Information complied by: ASA CREW

Infographic by: Kanokporn Laorvilai

3-5 October 2019

Venue : Myanmar Expo, Yangon

6-8 June 2019

Venue : Diamond Island Convention & Exhibition Center

Koh Pich, Phnom Penh

Officially supported by

Jointly organized by

Officially supported by

WWW.MYANMARBUILDDECOR.COM

WWW.CAMBODIAARCHITECTDECOR.COM

The unique trade exhibition provide

Unbeatable Business Opportunities and Linkage

for Cambodia and Myanmar’s

Building, Architecture, Interior design and Construction industry

ORGANIZED BY

ICVeX Company Limited

Contact : Ms. Treechada (Sales Manager)

Tel : +66 2713 3033 ext.865

Mobile : +66 83 989 6807

Email : treechada@icvex.com, icvex.sales1@gmail.com

Address : 545 Soi Pridi Bhanomyong 42, Sukhumvit 71 Rd.

North Prakanong,Wattana, Bangkok 10110 Thailand

Supporting media


25 Architectural Offices: Key Facts and Visualizations

4.9

years

● Average years of

working experience

before setting up office

28.6

34

years

years

● Average age of

● Average age of

the founders then

the architectural

when setting up office

office founders now

● Average number of

employee now

3 people 8 people

● Average area

of the smallest

project

95

sq.m.

8,275

sq.m.

● Average number of

employee when started

(with an area of 6 sq.m.

as the smallest one)

● Average area

of the largest

project

(with an area of 50,000 sq.m.

as the largest one)

● Average

office space

area

● Types of

office space

● Average monthly overhead expenses

256,785

Thai Baht

(14 respondents

out of 25 offices)

114.3

sq.m.

126 127


25 Architectural Offices: Key Facts and Visualizations

The number of built projects in various locations.

In Thailand

Other countries

2

Chiang Rai

1

Loei

3

16

Chiang Mai

Phetchabun

5

Ang Thong

1

Suphan Buri

1

Nakhon Pathom

3

2

Phetchaburi

Kanchanaburi

Pathum Thani

10

Prachuap Khiri Khan

1

Krabi

6

Lampang

3

Phra Nakhon

Si Ayutthaya

2

2

Ratchaburi

11

Surat Thani

1

Phuket

1

Satun

12

Nakhon

Ratchasima

Sakon Nakhon

Chanthaburi

11

Chonburi

15

Songkhla

18

Udon Thani

2

7

Yala

1

Khon Kaen

Roi Et

Ubon Ratchathani

1

Saraburi

149

Bangkok

Chachoengsao

2

Samut Prakan

2

Pattani

2

5

Amnat Charoen

1

1

10

5

Rayong

7

Nonthaburi

Residential

Public

Commercial

Interior design

Others

● Average number of

built projects done

since setting up office

● Building types of built projects

13.6 %

2.7 %

1.4 %

1

Myanmar

2

Cambodia

16.8projects

42.8 %

39.5 %

11

China

128

129


Roundtable Talk

ล้อมวงคุย

กับสถาปนิกรุ่นใหม่

Roundtable talk

with the young

generation architects.

ภูมิภัทร เมฆมัลลิกา

สถาปนิก

สัมภาษณ์โดย

ผศ.ดร.สุพิชชา โตวิวิชญ์

อาจารย์ประจำหลักสูตร

ระดับป.โท-ป.เอก สาขา

สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยศิลปากร

ASA CREW ได้มานั ่งพูดคุยกับกลุ่มสถาปนิกน้องใหม่ที่เคยได้รับรางวัล

Thesis of the Year Award ในปีต่างๆ จากหลากหลายสถาบัน ว่าด้วย

การทำงานจริงในช่วงเริ่มต้นของการเป็นสถาปนิก

อยากให้แต่ละคนช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่า ตั้งแต่

เรียนจบไปทำอะไรกันมาบ้าง แล้วตอนนี้ทำอะไร

กันอยู่คะ

ชนากานต์: เพิ่งเรียนจบเมื่อกลางปีที่แล้ว ตอน

แรกตั้งใจว่าจะกลับไปอยู่บ้านสักปีหนึ ่งแล้วก็ค่อย

มาทำงาน แต่บังเอิญว่าตอนที่กลับไปนั้น ที่บ้าน

กำลังจะรีโนเวทตึกแถวพอดี ก็เลยกลายเป็นงาน

แรกในชีวิตที่ได้เข้าไปทำอย่างเต็มตัว ทั้งเขียนแบบ

หาวัสดุ และติดต่อผู้รับเหมาเอง ถึงตอนนั้นเลย

ได้รู้ว่าจริงๆ แล้วตัวเองยังขาดความรู้อีกเยอะมาก

เลยตัดสินใจกลับมาสมัครงานในกรุงเทพฯ แล้ว

ก็ได้ทำงานเป็นสถาปนิกที่บริษัท DMO Architects

จนถึงทุกวันนี้ค่ะ

นันทพจน์: ตั้งแต่จบมาก็ได้เข้าทำงานที่บริษัท

สถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม อาศรมศิลป์ เป็น

ที่แรกเลย และตอนนี้ก็ยังเป็นที่เดียวอยู่ครบหนึ่งปี

เต็มที่ทำงานที่ออฟฟิศนี้ครับ

สฤษดิ์ : หลังเรียนจบก็เข้าทำงานที่บริษัท Mspace

เป็นบริษัทแรกครับ และทำจนถึงทุกวันนี้ อยู่

สถาปนิกฝ่ายออกแบบ ทำหน้าที่ออกแบบตั้งแต่

คอนเซ็ปต์ พรีเซนเทชั่น จนถึงเขียนแบบ

เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ พอเป็นฟรีแลนซ์มาได้

สักพักก็สมัครทำงานที่ออฟฟิศ งานส่วนใหญ่เป็น

งานโรงแรม รีสอร์ต คอนโดมิเนียม พอทำได้ปีหนึ่ง

จึงลาออกมาเรียนต่อปริญญาโทด้านคอมพิวเตอร์

ในงานสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ตอน

นี้กำลังจะเข้าทำงานอีกที่ครับ

ตอนเรียนกับตอนทำงาน เหมือนหรือต่างกัน

อย่างไรบ้างคะ

ชนากานต์: ค่อนข้างแตกต่างมากค่ะ ตอนเรียน

เรามุ่งมั่นที่จะดีไซน์สเปซออกมาให้มันสวย ตอบ

โจทย์ฟังก์ชั่นที่อาจารย์ให้มา แต่ว่าเราไม่ได้เจอลูก

ค้าจริงๆ ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์จริง พอมาทำงาน

มีองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งลูกค้า เจ้าของโครง

การ ผู้รับเหมา รวมถึง cost ต่างๆ ที่จำกัด ไม่ใช่

แค่เรื่องสวยอย่างเดียวแล้ว แต่ต้องมีทั้งความคุ้ม

ค่า และความเป็นไปได้จริง

นันทพจน์: ตอนเรียนแยกเป็นวิชา เหมือนทุกอย่าง

แยกกันอยู่เป็นส่วนๆ แล้วเราก็ค่อยๆ ทำความ

เข้าใจไป แต่พอถึงเวลาทำงานจริง ทุกอย่างอยู่รวม

กันหมดในเวลาเดียวกัน ถ้าเป็นงานเชิงพาณิชย์ก็

ต้องคิดถึงจุดขาย ให้งานออกมาขายได้ด้วย

กรณ์ คุณาลังการ

สถาปนิก

บริษัท MOCO(Method of

Composition Office)

Text: ASA CREW

Translation: นิศาชล บุญช่วยคุ้ม / Nisachon Boonchuaykum

Photo: เรืองศักดิ์ บุณยยาตรา / Ruangsak Boonyayatra

ชนากานต์ ทิพย์แสง

สถาปนิก

บริษัท DMO Architects

130

สฤษดิ์ รุ่งตระกูลชัย

สถาปนิก

บริษัท Mspace

นันทพจน์ จันทร์วลัยพร

สถาปนิก

บริษัท สถาปนิกชุมชนและ

สิ่งแวดล้อม อาศรมศิลป์

กรณ์: ตั้งแต่ผมเรียนปริญญาตรีอยู่ก็มีรับงาน

ทำงานกับเพื่อนอยู่แล้ว เป็นงานออกแบบร้าน

ค้าเล็กๆ บ้าง นิทรรศการบ้าง เมื่อเรียนจบป.โท

จากเนเธอร์แลนด์จึงกลับมาทำงาน เป็นฟรีแลนซ์

ประมาณ 3 ปี จึงเปิดบริษัทของตัวเอง ชื่อ MOCO

รับงานออกแบบบ้าน ร้านอาหาร บูติคโฮเท็ล

และงานอินทีเรียร์ ผมจบสถาปัตย์ก็จริง แต่ฝึกทำ

อินทีเรียร์ไปด้วยก็เลยทำได้ทั้งสองอย่าง

ภูมิภัทร: ผมเรียนจบมาก็เป็นฟรีแลนซ์ครับ รับงาน

ทำ 3D แล้วก็หาเวลาว่างดูโปรแกรมที่ตัวเองสนใจ

โดยพื้นฐานแล้วผมเป็นคนที่สนใจทางด้าน

131

กรณ์: พอทำงานจริงเราก็แค่เปลี่ยนจากความ

ท้าทายที่นำเสนองานให้อาจารย์ มาเป็นลูกค้า แต่

เราต้องมีวิธีการสื่อสารว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้า

เข้าใจไอเดียงานเรา

ในฐานะของคนรุ่นใหม่มองว่าแวดวงสถาปัตย-

กรรมในเมืองไทยในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง หลัง

จากมีสถาปนิกไทยไปคว้ารางวัลระดับโลกมา

มากมาย

สฤษดิ์: ผมมองว่ามีทิศทางและแนวโน้มที่ดีขึ้น

เนื่องด้วยปัจจุบันสังคมภายนอกเข้าใจบทบาท


หน้าที่ของสถาปนิกมากขึ ้นและเปิดรับความคิด

สร้างสรรค์ ทำให้วิชาชีพเราเริ่มมีอิสระทางความ

คิดและการแสดงออกทำให้ผลงานใหม่ๆ ที่น่าสนใจ

กรณ์: แต่ผมรู้สึกว่าความเข้าใจของคนทั่วไปต่อ

บทบาทของสถาปนิกยังมีน้อยมาก หลายคนเข้าใจ

ว่าทำเองได้ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ พอพวกเขาต้องดีลกับ

ผู้รับเหมาเอง หลายคนมักจะถอดใจ เพราะว่ามัน

ไม่มีแบบ ไม่มีสื่อกลาง ไม่มีสถาปนิก

นันทพจน์: จากที่ดูผลงานของประเทศไทยและผล

งานของต่างประเทศที่ได้รับรางวัล มันมีความแตก

ต่างกัน ในส่วนของต่างประเทศผู้ที่ได้รับรางวัลส่วน

ใหญ่จะเป็นหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานขององค์กร

ต่างๆ หรือทางทีมมหาวิทยาลัยที่เขามีออฟฟิศ

ของมหาวิทยาลัยเอง งานเป็นลักษณะเพื่อสังคม

และเพื่อสาธารณะ ถ้าเปรียบเทียบกับบ้านเราจะ

เป็นเอกชนเสียส่วนใหญ่ ผมว่าในอนาคตถ้ามีการ

ทำงานร่วมกัน หรือการบูรณาการหลายๆ ภาคส่วน

มากกว่านี้คงเป็นเรื่องที่ดี

ตั้งแต่ทำงานจริง อะไรที่ทำให้เรามีความสุขมาก

ที่สุด

ภูมิภัทร: ก็น่าจะเป็นเวลาที่งานที่เราทำมาตลอด

มันได้เป็นรูปเป็นร่างจริงๆ เป็นความน่าภูมิใจ

ชนากานต์: มีที่ผ่านมาล่าสุดค่ะ ได้ออกแบบบ้าน

แล้วเจ้าของบ้านเขาชอบมากๆ นั่นเป็นความดีใจ

ที่สุด

สฤษดิ์: ส่วนผมชอบเบื้องหลังในการทำงาน เวลาที่

เราได้คิด ได้พัฒนาความคิดไปเรื่อยๆ มันเริ่มรู้สึก

สนุก พอเรานำไป present แล้วลูกค้าชอบ และ

เข้าใจงานของเรา ถือเป็นผลตอบรับที่ดี มันก็แฮปปี้

แล้วความทุกข์ล่ะ ไม่ต้องถึงขั้นทรมานเหมือน

ตอนเรียนก็ได้ คิดว่ามันมีอะไรหนักหนาบ้าง

กรณ์: ความทุกข์ที่สุดในการทำอาชีพนี้ ไม่ใช่การ

ทำงานหนักแน่นอน เพราะคือสิ่งที่เราต้องเจออยู่

แล้ว ความทุกข์คือเมื่อเราไม่สามารถสร้างความ

เข้าใจกับลูกค้าได้ หรือเมื่อเราไม่สามารถอ่านลูกค้า

ได้ขาดว่าเขาต้องการอะไร

นันทพจน์: ของผมจะเป็นช่วงแรกที่ได้รับโจทย์

มา มันอาจจะไม่เชิงทุกข์ แต่จะเป็นความเครียด

มากกว่า ว่าจะคิดยังไงให้มันตอบโจทย์มากที่สุด

ภูมิภัทร: น่าจะเป็นเวลาที่คิดงานไม่ออก หรือเรา

รู้สึกว่ายังไม่พอใจกับงานที่เราทำอยู่ อยากทำให้

มันดีกว่านี้

ชนากานต์: การเขียนแบบค่ะ เพราะว่า

ประสบการณ์ยังน้อย บางทีคิดว่าจะออกแบบอย่าง

นี้ แต่ยังไม่รู้ว่าวัสดุจริงจะเป็นอย่างไร ทำให้เครียด

ต้องคอยถามรุ่นพี่ตลอด

ถ้าย้อนกลับไป คิดว่าอะไรที่โรงเรียนสอนแล้วมี

ประโยชน์ หรืออะไรที ่ไม่ได้สอนแต่จริงๆ แล้วก็

มีความสำคัญเหมือนกัน

ภูมิภัทร: สิ่งที่โรงเรียนสอนแล้วดีมากเลย คือ

นอกจากจะมีอาจารย์เป็นคนสอนแล้ว เรายังมี

เพื่อนแต่ละคนที่ทำงานออกมาไม่เหมือนกัน ทำให้

เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากเพื่อนๆ ด้วยตอนตรวจ

แบบ ส่วนสิ่งที่โรงเรียนหาโอกาสสอนได้ยาก น่าจะ

เป็นทักษะการพูดคุยกับคนในสายอาชีพอื่น บางที

เราใช้คำว่า space ลูกค้าไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร

ถ้ามีวิชาให้คนนอกเข้ามาคุยกับนักศึกษาได้น่าจะ

เป็นเรื่องที่ดี

กรณ์: ผมได้มีโอกาสไปเป็นอาจารย์พิเศษด้วย ที่

มหาวิทยาลัยที่ตัวเองเรียน ก็เลยได้เห็นสองมุม

มองสำหรับคำถามนี้ คือสิ่งที่โรงเรียนสอนมันก็

ค่อนข้างได้ใช้ แต่บอกว่าเป็นความรู้จากโรงเรียน

ทั้งหมดเลยมันก็ไม่ใช่ ผมมองว่ามันขึ ้นกับความ

ขวนขวายของตัวเด็กด้วย

นันทพจน์: สิ่งที่มหาวิทยาลัยน่าจะสอนแต่ไม่ได้

สอน คือการพาออกไปข้างนอก เพื่อให้เกิดการ

เรียนรู้ที่มากกว่าแค่อยู่ในห้องเรียนหรือในประเทศ

การได้ไปดูตัวอย่างงานจริงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่ดู

รูปแต่จากหนังสือ

อย่างตึกที่เราสร้างอย่างน้อยก็ต้องคงอยู่ไปอีก

ประมาณ 30 ปี ถ้าเราออกแบบดี คนที

่เดินผ่าน

ไปผ่านมา เขาก็จะเห็นภาพของตึกไปอีกนาน

เมื่อได้ลองเรียนและทำงานจริงแล้ว เมื่อได้ลองเรียนและทางานจริงแล้ว ยังรู้สึก

ว่าการเป็นสถาปนิก “เท่” อยู่ไหม

นันทพจน์: ตอนแรกก็คิดว่ามันเท่นะครับ แต่พอ

เรียนไปแล้วมันเหนื่อยจนไม่มีเวลาคิดเรื่องนั้น เลย

คิดแค่ว่าจะทำงานออกมายังไงให้ดีได้เรื่อยๆ คิดแค่ว่าจะทางานออกมายังไงให้ดีได้เรื่อยๆ แค่นั้น

ชนากานต์: ก็เท่นะคะ เพราะคิดว่ายังไงอาชีพ

สถาปนิกก็มีความสำคัญกับโลก สถาปนิกก็มีความสาคัญกับโลก อย่างตึกที่เรา ่เรา

สร้างอย่างน้อยก็ต้องคงอยู่ไปอีกประมาณ 30 ปี

ถ้าเราออกแบบดี คนที่เดินผ่านไปผ่านมา เขา

ก็จะเห็นภาพของตึกไปอีกนาน สถาปนิกจึงเป็น

อาชีพที่สำคัญ อาชีพที่สาคัญ

ในฐานะที่เราก็เป็นกลุ่มคนทำงานที่ได้รับการ

่เราก็เป็นกลุ่มคนทางานที่ได้รับการ

ยอมรับ ผ่านงานมาหลายอย่าง เรามองว่าจริงๆ

แล้ว สถาปัตยกรรมมันคืออะไร

กรณ์: ผมมองว่าปัจจุบันนี้สถาปัตยกรรมคือการ

ออกแบบบรรยากาศ

สฤษดิ์: น่าจะคือการออกแบบการใช้ชีวิต เพื่อให้

เจ้าของโครงการได้ตามความต้องการ

ชนากานต์: สถาปัตยกรรมคือสิ่งที่เกิดจาก

พฤติกรรมของมนุษย์ สถาปัตยกรรมจะพัฒนา

ได้หากมีองค์ประกอบ 3 อย่างที่สำคัญมาก อย่างที่สาคัญมาก คือ

เจ้าของโครงการ ผู้รับเหมา และสถาปนิก จึงควร

พัฒนา 3 สิ่งนี้ควบคู่ไปกับสถาปัตยกรรมด้วยค่ะ

132

133


Roundtable

talk with

the young

generation

architects.

Interviewer

Assistant Professor

Supitcha Tovivich A faculty

member of the MA and PhD

in Vernacular Architecture

Program at Silpakorn

University.

ASA CREW has been talking with the

new generation architects from various

schools - who have won the Thesis of

the Year Award, about their early stage

of the architectural profession.

Could you please tell us what have you done

since your graduation, and also what are you

doing now?

Chanagarn: I graduated last year. At first, I

thought I’d go back home and live there for

about a year before I started working. But

when I went back, my family was about to

renovate a commercial building, so that was

my first job. I worked on all the processes,

such as making drawings, choosing materials,

finding the contractor by myself. It made me

realize that I still needed to learn more, so

I came back to find a job in Bangkok. I have

been working as an architect at DMO Architects

until now.

Nantapoj: I have been working at Arsom Silp

Architects for a full year now, since I graduated.

Sarit: Mspace was the first company I joined

after graduated, and I’m still working there

now. I am an architect in the design department

and work on design starting from the

conceptual stage to presentation and working

drawings.

Korn: I had worked at some small shops

and some exhibitions with my friends while

I was studying. When I graduated from The

Netherlands, I worked as a freelancer for

about three years and then opened my own

company, MOCO. My company’s specialties are

residential buildings, restaurants, boutique

hotels, and interior designs. I graduated in

architecture but have practiced the interior

design, so I can do both.

Pumipat: I worked as a freelancer after I

graduated, worked on 3D presentations and

spent my free time studying the computer

software I was interested in. I was a freelancer

for a while and then I applied and worked in

a company for about a year. Most jobs and

designs I did at that time were hotels, resorts,

and condominiums. After I quit that job, I

applied for a master degree in Computer in

Architecture at Silpakorn University. Now I am

going to work for another company.

How different is working to studying?

Chanagarn: It is quite different. When I was

studying, I intended to design spaces that are

beautiful and functional. But when I began

working, I discovered that there are many factors

involved, such as clients, project owners,

contractors and budgets. It is not only about

beauty; you also have to consider the value

and possibilities of building something.

Nantapoj: When studying, things are classified

into different subjects and we can study each

subject at a time. But when doing real work,

everything has to be considered at once. If

it’s a commercial project, we need to think

carefully about the selling point too.

Korn: The challenge is presenting the work to

clients instead of teachers. We have to find

a way to communicate so the clients can

understand our idea.

As one of the new generation of architects,

what is your opinion about the architectural

professional now that Thai architects have

won several international awards?

Sarit: I think things are better. Because now

the public understand the role of architects

better and are more open minded about

creativity. That has given our profession more

freedom to think and to express ideas, which

leads to interesting new designs.

Korn: I think the public don’t fully realize

the role of the architect. Many people think

they can do the architects’ job themselves.

But then they suffer when they come to deal

with contractors without working drawings,

an intermediary, or architects.

Nantapoj: There are some differences between

Thai and foreign awards winners. Most

foreign award winners are government agencies,

organizations or teams from a university

that has its own architectural office. The

awards they won were mostly projects for

society or public use. But most Thai winners

are in the private sector. It will be better if

there is more collaboration or integration

between different organizations in the future.

What is the most enjoyable aspect of your

work?

Pumipat: It is when the work I have done becomes

tangible. That’s my proudest moment.

134

Chahagarn Tipsang

Architect, DMO Architects

Natapoj Janwilai

Architect, Arsom Silp

Architects

Sarit Roongtrakulchai

Architect, Mspace

Chanagarn: My latest work. I designed a

house and the owner really appreciated it. I

was so happy.

Sarit: I like while working. It is fun to think

and develop those ideas. And when clients

appreciate and understand my work, it is

very happy.

Which part is the most stressful?

Korn: Working hard comes with this job and

we have to deal with it. The hardest part is

when you can’t figure out what the client

really wants.

Nantapoj: Mine is when receiving the first

brief from the client. It isn’t a problem but

I do find designing something to match the

client’s requirements is stressful.

Pumipat: It is when we can’t think through

a problem or when we are not satisfied with

the work we are doing. I always want to do

things better and better.

Chanagarn: To make working drawings is the

most stressful part of the process because

I don’t have much experience. Sometimes I

have a design in my head but I don’t know

what it will look like in reality, so often I find

myself having to consult the senior architects.

Looking back on your days at school, what

was the most useful thing you were taught?

And what important things didn’t they teach?

Pumipat: The best part in school was not

only being taught by teachers – there were

also many different lessons to be learnt from

friends. The skill which is hard to teach is

communications. Sometimes we use the word

“space” but the client doesn’t understand

what that means. So I think it would be good

if students were given a class so that they

can practice communicating with the layman.

Korn: I had a chance to be a teaching assistant

at the university where I studied, so I see both

points of view for this question. The subjects

covered in the curriculum are good, but

knowledge can’t only come from a school. It

also depends on a students’ efforts too.

Nantapoj: One thing that universities should

offer is field trips that expand our field of

learning beyond just a classroom. To see real

architecture is important; you need to look

at more than pictures in books.

135

Now that you have studied and worked as

an architect, do you still consider it a “cool”

career?

Nantapoj: At first I thought it was cool, but all

the hard studying I had to do soon left me too

exhausted to think about it. Now I just think

about how to create good work.

Chanagarn: It is still a fantastic career because

the architectural profession is important.

The buildings we build should last at

least 30 years. If we design a building well,

people should see it for a long time. That

makes architects important.

As you are all practicing architects and have

a lot of experiences, what is your definition

of architecture?

Korn: Architecture is about designing the

atmosphere.

Sarit: It’s about designing a way of living that

satisfies the project owners.

Chanagarn: Architecture is created through

human behavior. It can only be developed and

improved if the three most important stakeholders

– project owners, builders or contractors

and architects work closely together.

Korn Kunalungarn

Architect, MOCO (Method

of Composition Office)

Pumipat Mekmalliga

Architect


Studio Visit

Stu/D/O

Architects

Text: ยินดี พุฒศิรยากร / Yindee Phuttasirayakorn

Photo: เรืองศักดิ์ บุณยยาตรา / Ruangsak Boonyayatra

http://www.stu-d-o.com

ปีที่ก่อตั้ง: พ.ศ. 2553

ผู้ก่อตั ้ง: อภิชาต ศรีโรจนภิญโญ และ ชนาสิต ชลศึกษ์

จำนวนพนักงาน: 17 คน

อภิชาต ศรีโรจนภิญโญ

และชนาสิต ชลศึกษ์

สถาปนิก/ ผู้ก่อตั้ง

“เราเชื่อว่าลักษณะการทำงานด้วยกันใน

สตูดิโอเหมือนตอนสมัยที ่เราเรียนมันคือ

การที ่ทุกคนได้ระดมสมองกันหาคำตอบใน

การออกแบบที่ดีที ่สุด มันจะได้งานออกแบบ

หรือวิธีการแก้ปัญหาในโปรเจ็กต์นั้นๆ ที่ดี

ขึ้นมา..”

Stu/D/O Architects (สตูดิโอ อาร์คิเทคส์) ตั้ง

อยู่ชั้น 5 อาคาร Prime Hotel Central Station

Bangkok เป็นสำนักงานสถาปนิกเจ้าของผล

งาน บ้านเปา รางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น (Gold

Medal Award) ประเภทบ้านเดี่ยวพักอาศัย

ประจำปี พ.ศ. 2559 จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ

รางวัล World Architecture Festival Award

(WAF) 2017 ผลงาน ในป่า อาร์ตคอมเพล็กซ์

(Naiipa Art Complex) และผลงาน Inter

Crop Group Headquarter Bangkok เข้ารอบ

สุดท้าย World Architecture Festival Award

(WAF) 2018 in Completed Project (Office

Buildings category)

จุดเริ่มต้นของการก่อตั้ง Stu/D/O Architects

จุดเริ่มต้นจากการความเป็นเพื่อนกันที่คณะ

สถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ของคุณอภิชาต ศรีโรจนภิญโญ - โอ๋ (Mr. Apichart

Srirojanapinyo) และคุณชนาสิต ชลศึกษ์ - ดิว (Mr.-

Chanasit Cholasuek) หลังจากนั้นทั้งสองคนก็แยก

ย้ายกันไปทำงานและศึกษาต่อในต่างประเทศ โดย

คุณโอ๋ศึกษาต่อที่ MIT (Massachusetts Institute

of Technology) ด้าน Urbarism คุณดิวศึกษาต่อ

ที่ AA (Architectural Association School of

Architecture) ด้าน Sustainable Design ก่อนที่

คุณโอ๋จะกลับมาเปิดออฟฟิศ ปี ค.ศ. 2010 (พ.ศ.

2553) ก่อนล่วงหน้าครึ่งปีจากนั้นคุณดิวเรียน

จบก็กลับมาทำงานร่วมกันภายใต้ชื่อ Stu/D/O

Architects (สตูดิโอ อาร์คิเตค) โดยชื่อของสตูดิ-

โอนี้ (สตู / ดี / โอ) ก็เป็นการเล่นคำที่มาจากชื่อ

เล่นของทั้งสองคน

การออกแบบพื้นที่สตูดิโอ

สตูดิโอในปัจจุบันเป็นการรีโนเวทพื้นที่เดิมจากลาน

จอดรถเก่าของบริษัท ซีตรอง ด้วยความประทับใจ

ในโครงสร้างที่โล่งกว้างและช่องเปิดหน้าต่างทรง

โค้งกว้างขนาดใหญ่ คุณโอ๋และคุณดิวจึงเลือกที่นี่

เป็นที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่ ในปีที่ 6 ของการก่อ

ตั้ง Stu/D/O Architects (ปี ค.ศ. 2016) แทนที่

เดิมที่ค่อนข้างคับแคบไม่สอดคล้องกับจำนวน

บุคลากรที่เพิ่มขึ้นในสำนักงาน การออกแบบพื้นที่

ภายในที่เป็นสเปซสี่เหลี่ยมผืนผ้าก็ทำอย่างเรียบ

ง่ายโดยแทบจะไม่ได้ออกแบบพื้นที่อะไรใหม่ วัสดุ

ที่ใช้ก็ใช้วัสดุจริงใช้เหล็กแบบไม่ปรุงแต่งแบบสีดำ

แบบธรรมชาติ มีสนิมขึ้นก็จะปล่อยให้เป็นไปตาม

สัจจะวัสดุ ใช้ไม้จริง ฝ้าเพดานที่เป็นโครงสร้าง

เก่าเดิมก็แค่ทำความสะอาดแล้วก็เคลือบผิวมันไม่

ให้มีฝุ่น ไม่มีการทาสีตกแต่งแต่อย่างใด ส่วนของ

เฟอร์นิเจอร์ก็ออกแบบให้เป็นลอยตัว เพื่อที่จะให้

ทีมงานทุกคนไม่จำเป็นต้องมีที่นั่งที่เป็นที่นั่งประจ ำ

ทำโต๊ะทำงานเพื่อที่ทุกคนจะสามารถทำงานบน

แล็ปท็อปได้โดยไม่จำกัดขอบเขตของพื้นที่ทำงาน

สามารถนั่งทำงานเป็นทีมอยู่ที่โต๊ะใหญ่ก็ได้ หรือ

จะไปนั่งตัดโมเดลอยู่ที่พื้นตรงที่เป็นที่นั่งบีนแบ็กก็

ได้ ทำให้ทีมงานทุกคนสามารถใช้พื้นที่ได้อย่าง

อิสระ โดยไอเดียในการออกแบบพื้นที่นี้มาจากการ

จำลองการทำงานด้วยกันในสตูดิโอแบบสมัยเรียน

สถาปัตย์เพื่อที่ทีมงานทุกคนจะได้ระดมสมองร่วม

กันในการออกแบบโปรเจ็กต์ต่าง ๆ เป็นการจัดวาง

ออฟฟิศให้แบบพื้นที่เปิดโล่งเพื่อที่ทุกคนสามารถ

มานั่งทำงานกันเป็นกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

กันได้ตลอดเวลา

การบริหารจัดการงานและบุคลากรในออฟฟิศ

การทำงานของเราจะทำงานในขั้นตอนการระดม

สมองร่วมกันเป็นทีมใหญ่ก่อนในขั้นต้น โดยคุณ

โอ๋และคุณดิวจะทำงานร่วมกันกับทีมงานทุกคน

ในขั้นตอนของการระดมสมองนี้จะร่วมกันเพื่อหา

ข้อสรุปเกี่ยวกับโปรเจ็กต์ต่างๆ ที่เข้ามาว่าแต่ละ

โปรเจ็กต์นั้นมีแนวคิดที่จะทำงานและออกแบบ

สร้างสรรค์อย่างไร มีความพิเศษตรงไหน ให้คุณค่า

136

137


“ออฟฟิศไม่ได้แบ่งชัดเจนว่า

ใครจะต้องทำงานสถาปัตย-

กรรม ใครต้องทำอินทีเรีย

เพราะฉะนั ้นทุกคน เรามอง

ภาพว่าทั้งข้างในข้างนอก

คือการออกแบบที ่ควรจะเป็น

ไปในทิศทางเดียวกัน เรื ่อง

เดียวกัน เพราะฉะนั้นก็จะ

พยายามให้น้องๆ ทุกคนได้

ทำทั้งสองพาร์ท และก็ทำใน

กระบวนการที่ต่างกันไปครับ”

กับการอะไรบ้าง หลังจากได้ข้อสรุปนำไปสู่แนวคิด

ในการออกแบบแล้วก็จะแบ่งทีมทำงานในขั้นตอน

การออกแบบและพัฒนาแบบต่อไป ส่วนใครจะ

ลงรายละเอียดกับโปรเจ็กต์ไหน ก็ขึ้นอยู่กับหลาย

ปัจจัยทั้งความสนิทสนมกับลูกค้า ความสะดวกใน

การเดินทางเพื่อดูแลโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ส่วนทีมงาน

ที่ทำงานส่วนใหญ่ทั้งหมดจะเป็นสถาปนิก โดย

แต่ละคนจะรับผิดชอบโปรเจ็กต์คนละประมาณ 3

โปรเจ็กต์ที่มีลักษณะต่างกัน เช่น งาน residential

งาน commercial และดูแลงานไซต์งาน และแต่ละ

คนก็มีหน้าที่ในการบริหารเวลาทำงานส่วนต่างๆ

ของตน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดแนวความคิดที่หลากหลาย

ด้วยรูปแบบการทำงานไม่เหมือนกัน ไม่ติดอยู่กับ

งานชิ้นใดชิ้นหนึ่งนานจนเกินไป ที่สำคัญอีกอย่าง

คือ ทุกโปรเจ็กต์ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือขนาด

ใหญ่ จะต้องมีทีมงานอีกอย่างน้อย 2 คน ทำงาน

ด้วยกัน เพื่อว่างานจะสามารถดำเนินการต่อไปได้

แม้ว่าคุณโอ๋หรือคุณดิวไม่ว่างหรือติดงานอื่นๆ อยู่

และทีมงานที่รับผิดชอบโปรเจ็กต์นั้นๆ จะไม่รู้สึก

ว่าตัวเองทำงานคนเดียวอยู่ในทีม โดยในขั้นตอน

ทำงานไม่มีการแบ่งหน้าที่เฉพาะเจาะจงว่าใคร

ดูแลเรื ่องสถาปัตยกรรม ใครดูแลงานออกแบบ

ภายใน ทีมงานทุกคนจะได้ทำทุกอย่างเองหมด

ทั้งการก่อสร้าง การนำเสนอ รวมไปถึงทำโมเดล

จำลองแบบ หากมีช่วงที่โปรเจ็กต์จำนวนมากหรือ

โครงการขนาดใหญ่ทีมงานไม่เพียงพอ ก็จะมีการ

ส่งงานร่วมกันทำกับออฟฟิศอื่นๆ ที่เคยทำงานด้วย

หรือรุ่นพี่รุ่นน้องที่สนิทสนมเพื่อช่วยกันทำงานโปร

เจ็กต์เหล่านั้น รวมไปจนถึงงานโครงการประกวด

แบบต่างๆ ด้วยเช่นกัน

การออกแบบระยะเวลาการทำงาน

ระยะเวลาในการทำงานจะถูกกำหนดร่วมกันกับ

นักออกแบบและลูกค้า โดยแต่ละโปรเจ็กต์มีการ

กำหนดเวลาทำงานไว้ 3 อาทิตย์จะมีการพรีเซนต์

งานกับลูกค้า 1 ครั้ง โดยกระบวนการทำงานตั้งแต่

ออกแบบไปจนถึงการพัฒนาแบบในส่วนของงาน

ออกแบบทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 5-6 เดือน

ศุภชาติ บุญแต่ง

Senior Architect

หน้าที่โดยตำแหน่งทำอะไร

ช่วยเหลือพี่โอ๋พี่ดิวดูในเรื่องการออกแบบ

สถาปัตยกรรมเป็นหลัก ดูแลภาพรวมรายละเอียด

ให้ถูกต้อง ให้เป็นไปตามกระบวนการออกแบบครับ

เครื่องมือ

นอกจากเครื่องมืออุปกรณ์มาตรฐานที่ใช้ทำงานใน

สำนักงานสถาปนิกต่างๆ แล้ว Stu/D/O Architects

ให้ความสำคัญกับการจัดการเรื่องเวลาทำงานของ

ทีมงานมากเป็นพิเศษ จะเห็นได้จากมีการใช้เม็ด

แม่เหล็กแปะติดกับตารางทำงานของแต่ละคน โดย

มีการประชุมจัดสรรเวลาแต่ละสัปดาห์แทนด้วย

จำนวนเม็ดแม่เหล็ก 10 เม็ดของแต่ละคนในเช้าวัน

จันทร์ จะมีการคุยกันก่อนครึ่งชั่วโมงว่า ให้ทุกคน

มาปรับแม่เหล็กแทนเวลาทำงานของแต่ละคนโดย

แทนเป็นเปอร์เซ็นต์ 10 เม็ด หมายถึงแต่ละคนมี

เวลา 100 เปอร์เซนต์ต่อสัปดาห์ จะมีการวางแผน

ว่าแต่ละสัปดาห์จะทำโปรเจ็กต์ไหนใช้เวลากี่เม็ด

เช่นทำโปรเจ็กต์นี้ 5 เม็ด เพราะจะมีพรีเซนต์

งานช่วงปลายสัปดาห์ หรือไปไซต์งานอีกเม็ดนึง

เวลาที่แทนด้วยเม็ดแม่เหล็กที่เหลือก็ใช้แบ่งสรร

สำหรับงานอย่างอื่นๆ หรือเผื่อไว้ฉุกเฉินสำหรับ

ช่วยเหลืองานคนอื่นๆ ที่เวลาไม่พอ โดยการ

ออกแบบเม็ดแม่เหล็กนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการ

ทำงานของทีมงานอย่างมาก เพราะนอกจากจะต้อง

ทำงานออกแบบให้สำเร็จตามกำหนดแล้ว ยังต้อง

ออกแบบเวลาทำงานของตนเอง และยังสามารถได้

วางแผนเวลาร่วมกับคนอื่น ๆ ในทีมงานได้อีกด้วย

ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการทำงานที่ทับซ้อนหรือเกิด

ช่องว่างของงานในทีมงาน นอกจากทีมงานแล้ว

น้องฝึกงานยังได้รับเม็ดแม่เหล็กสำหรับจัดสรร

เวลาไปช่วยงานพี่ๆ ในทีมงานด้วย แต่สำหรับคุณ

โอ๋และคุณดิวจะกล่าวติดตลกว่า สำหรับตนแล้วมี

กี่เม็ดก็ไม่พอ

วันนี้ทำอะไรบ้าง

วันนี้จะมีพรีเซนต์หน้าตาของอาคาร ผมจะทำรูปแบบของอาคาร 2-3 ทาง

เลือกในเรื่องของหน้าตาอาคารเตรียมพรีเซนต์ดูความถูกต้องต่างๆ รวมถึงแบ่ง

งานให้น้องทำ ผมก็ช่วยทำการตรวจสอบความถูกต้องก่อนไปพรีเซนต์งานครับ

บรรยากาศการทำงานในออฟฟิศเป็นอย่างไรบ้าง

ค่อนข้างผ่อนคลายครับ เราเหมือนอยู่กันเป็นครอบครัว มันไม่ได้มีความเป็น

ออฟฟิศเต็มรูปแบบเหมือนออฟฟิศอื่นๆ น่ะครับ เหมือนบางทีเราปรึกษาพี่ๆ

และเราก็มีน้องๆ มาช่วยก็ดูเป็นครอบครัว บรรยากาศมันก็ดูผ่อนคลายขึ้น

มันจะไม่เหมือนออฟฟิศเต็มรูปแบบเหมือนที่เราเคยทำงานมา สบายๆ ครับ

138

139


ภาคย์ เลิศจรรยากุล

Senior Architect

ณัฐพัชร์ ธนปุณยนันท์

Architect

วิธีสร้างแนวความคิดการออกแบบ

Stu/D/O Architects ไม่ได้มองว่าสถาปัตยกรรม

เป็นแค่ตึกเป็นแค่อาคารแค่นั้น แต่เชื ่อว่าการ

ออกแบบหรือว่าการดีไซน์สามารถสร้าง

ประสบการณ์บางอย่างให้กับผู้ใช้ ปรับปรุงคุณภาพ

ชีวิตการทำงานของคนที่ทำงานได้ ยังรวมไปถึงการ

สร้างคุณค่าบางอย่างแก่สังคมหรือชุมชนที่ตั้งของ

สถาปัตยกรรมนั้นๆ อีกด้วย จึงไม่ได้มีแนวคิดใน

การกำหนดรูปแบบแนวทางงานออกแบบหรือสไตล์

งานที่ชัดเจนของตนไว้ล่วงหน้า แต่จะใช้วิธีการ

วิเคราะห์โครงสร้างของโปรเจ็กต์ต่างๆ ทั้งรูปแบบ

การใช้งาน ผู้ใช้งาน รวมทั้งบริบทเรื่องภูมิประเทศ

ภูมิอากาศ สภาพแวดล้อมของแต่ละโปรเจ็กต์ต่างๆ

มาทำการคิดวิเคราะห์ จนได้ข้อสรุปออกมาแนวคิด

ในการสร้างงานออกแบบเพื่อให้ได้รูปแบบที่เฉพาะ

และเหมาะสมสำหรับโปรเจ็กต์นั้นๆ เรียกโดยรวม

ว่าแนวคิดในการทำงานของเรา คือการออกแบบ

พื้นที่ร่วมกับธรรมชาติ

นิยามความหมายของ Stu/D/O Architects

Stu/D/O Architects ให้นิยามความหมายของตัวเอง

ว่า คือนักวิเคราะห์ทดลองเพื่อหาคำตอบ เพื่อให้

ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นสถาปัตยกรรมที่ตอบสนอง

ต่อสถานที่ตั้งนั้นๆ ไม่เพียงแต่จะตอบโจทย์ความ

ต้องการของลูกค้าเท่านั้น ยังพยายามออกแบบ

ให้มากกว่าสิ่งที่ลูกค้าต้องการอีกด้วย ไม่เพียงแต่

สถาปัตยกรรมนั้นจะใช้งานได้แล้ว ยังคิดถึงการ

สร้างคุณค่าต่อสังคมและชุมชนแวดล้อมด้วย

“..เราไม่ได้มองสถาปัตยกรรมเป็นแค่ตึกเป็นแค่อาคารอย่างเดียว

แต่เราเชื ่อว่าการออกแบบหรือว่าการดีไซน์ของเรา มันสามารถสร้าง

ประสบการณ์บางอย่างให้กับผู้ใช้ มันสามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิต

การทำงาน ยกตัวอย่างอาคารสำนักงาน มันให้คุณค่าอะไรกับพื้นที่

โดยรอบตรงนั ้น นั ่นคือ character ที ่ทำให้เราสนใจในเรื ่องของ

การออกแบบสเปซ ออกแบบพื้นที่ร่วมกับธรรมชาติ ร่วมกับต้นไม้นะ

ครับ มันก็เลยกลายเป็นเหมือนกับ character หนึ่งของออฟฟิศ..”

140

ความรับผิดชอบในโปรเจ็กต์

แต่ละโปรเจ็กต์จะดูในเรื่องของดีไซน์จนไปถึงไซต์

ผมคุยงานตรงกับพี่โอ๋พี่ดิว ทั้งคุยกับลูกค้าด้วย

และถ่ายทอดให้น้องๆ

บรรยากาศการทำงานเป็นอย่างไร

ค่อนข้างเป็นกันเองครับ เหมือนเป็นพี่น้องกัน

มากกว่า เวลามีอะไรก็ปรึกษาพี่โอ๋พี่ดิว เหมือน

ออฟฟิศเราค่อนข้างเล็ก ไม่ต้องรอจังหวะเวลา

ประชุมกัน มีอะไรก็ถามกันเองโดยตรง หลังๆ พอ

งานเยอะขึ้นพี่โอ๋พี่ดิวมีงานเยอะขึ้น ผมก็อาจจะไป

ไซต์เองด้วยความที่เป็น senior architect

ในการทำงานอะไรยากที่สุด

ยากที่สุดในการทำงานคือคนครับ ไม่ว่าจะส่วนไหน

ก็ตาม แม้จะเป็นคนนอกออฟฟิศ ลูกค้า หรือว่า

ผู้รับเหมา กระทั่งคนในออฟฟิศด้วยกันเอง การที่

จะคุยกันให้รู้เรื่องเข้าใจตรงกันไม่ใช่เรื่องง่าย บางที

จุดมุ่งหมายไม่ตรงกันก็เลยทำให้คิดไม่เหมือนกัน

แต่ก็เชื่อว่าทุกคนก็อยากให้งานดีนะครับ อาจจะไม่

ได้ใช้วิธีเดียวกันก็เลยต้องปรับจูนกันหน่อย

ฐนิตพัฒน์ ธนาวุฒิมนัส

Designer

เล่ากระบวนการทำงานในแต่ละโปรเจ็กต์ให้ฟังหน่อย

เริ่มตั้งแต่รับโจทย์ลูกค้ามา ออฟฟิศจะให้เวลากับการศึกษาและดีไซน์ค่อนข้าง

เยอะ ฉะนั้นในช่วงแรกการเอางานไปนำเสนอลูกค้าอาจจะเป็นหนึ่งเดือน หรือ

หนึ่งเดือนกว่าๆ ก็จะเป็นการวิจัยและทดลองหาไอเดียใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ ควบคู่

ไปกับไอเดียที่คิดว่าจะทำให้ลูกค้าสบายใจมากที่สุด หลังจบกระบวนการของ

การดีไซน์ก็จะเป็นการพัฒนาแบบ จนกระทั้งเขียนแบบประเมินราคาตามแบบ

ฉบับของบริษัทสถาปัตยกรรมปกติค่ะ

ปฐมพงศ์ สงค์ประชา

Designer

ในแต่ละสัปดาห์ วันไหนยุ่งที่สุด

สำหรับผมแล้วแต่วันครับ ไม่ได้มีวันชัดเจนในการทำงานแต่ละสัปดาห์ มันจะ

มีกระบวนการที่มันไม่เท่ากัน อยู่ที่ว่าช่วงไหนพีคจะต้องส่งงานภายในอาทิตย์

นี้ก็จะมีช่วงนั้นที่จะต้องเร่ง แล้วก็ในการทำงานมันจะมีเวลาการทำงานที่

ค่อนข้างจำกัด มันก็เลยจะมีบางทีที่ทำให้งานไม่ตรงตามตารางงาน ก็เลยไม่

สามารถกำหนดวันตายตัวได้ว่าวันไหน แต่ว่าก็จะต้องทำงานให้ตรงตามระยะ

เวลาที่กำหนดครับ

หน้าที่ความรับผิดชอบทำอะไรบ้าง

รับโจทย์จากพี่โอ๋พี่ดิว แล้วเอามาส่งต่อคุยกับน้องๆ อีกทีหนึ่ง จริงๆ แล้วลักษณะการทำงานในออฟฟิศ

มันจะไม่ได้แบ่งว่าใครโตใครเด็กครับ แต่จะทำงานร่วมกันมากกว่าครับ จะเป็นน้องหรือพี่ก็ท ำงานลักษณะ

คล้ายๆ กันครับ ช่วยเหลือกัน

บรรยากาศการทำงานเป็นอย่างไรบ้าง

เน้นความสนุกสนานมากกว่าครับ ทุกคนจะมาทำงานกันอย่างมีความสุข เน้นความรับผิดชอบมากกว่า

ไม่ได้กำหนดว่าคนนั้นคนนี้จะต้องทำแบบนั้นแบบนี้ ส่วนก็จะเป็นว่าคุณได้รับมอบหมายอะไรไปก็ไป

จัดสรรให้มันทำได้ตามกำหนดเวลาไม่ได้มีเป็นพิเศษว่า คนนั้นต้องทำแบบนั้นคนนี้ต้องทำแบบนี้ ไม่ได้

มีวิธีการที่เข้มงวดแน่นอน ก็ปรับเปลี่ยนไปตามลักษณะของใครสะดวกทำงานแบบไหน ให้ออกมาได้

ตามตารางงานที่วางไว้

141




ความประทับใจในประสบการณ์ปัญหาการทำงาน

ประสบการณ์การทำงานทำให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ

เพิ่มขึ้นอยู่เสมอ อย่างเช่น โปรเจ็กต์ ในป่า (Naiipa

Art Complex) ก็ต้องทำงานร่วมกับสภาพ

แวดล้อมที่เป็นต้นไม้ธรรมชาติจำนวนมาก การ

ออกแบบต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อที่จะเก็บรักษา

ต้นไม้เหล่านั้นเอาไว้ในสภาพเดิมให้ได้มากที่สุด จึง

ไม่เพียงแต่การออกแบบที่ดีในสตูดิโอเท่านั้น งาน

ออกแบบนั้นยังต้องพร้อมปรับเปลี่ยนไปตามสภาพ

แวดล้อมในการสร้างจริงด้วย แม้อาจจะต้องแลกมา

กับการทำงานที่ต้องใช้เวลามากขึ้น แต่สุดท้ายก็จะ

ได้ผลงานที่น่าประทับใจ

เปรียบออฟฟิศเหมือนบ้าน

หากเปรียบเทียบกับบ้าน คุณโอ๋และคุณดิวบอกว่า

สเปซตรงนี้เหมือนห้องนั่งเล่นที่รวมกับห้องทาน

ข้าวและห้องแพนทรี่เข้าไว้ด้วยกัน เป็นพื้นที่เปิด

ของห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ เพราะเข้าใจวิถีชีวิตของ

คนทำงานว่าใช้เวลาพอๆ กับการอยู่บ้านหรือบางที

อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำไป จึงออกแบบให้พื้นที่สตู-

ดิโอนี้ ให้มีความผ่อนคลายมากพอที่จะทำงานได้

อย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมให้มีการสื่อสาร

เชื่อมโยงกันระหว่างทีมงาน ได้คุยกัน ได้ร่วมกัน

ระดมสมองกันมากเท่าๆ การพยายามผลิตงานนั้น

ออกมา และเหมือนอยู่บ้าน อบอุ่นอยู่กันเป็นพี่น้อง

ในห้องนั่งเล่นของบ้านที่ชื่อ Stu/D/O Architects

อาจมีบรรยากาศอาจดูคร่ำเคร่งกับการทำงาน แต่

ไม่เคยขาดเสียงพูดคุยปรึกษาหารือกันของพี่ๆ

น้องๆ เสียงหัวเราะ ความสนุกสนานในการแข่งขัน

ตีปิงปอง และเสียงกีตาร์จากคุณดิวบ้างในบางวัน

อาจเป็นเพราะสตูดิโอแห่งนี้เกิดจากการทำความ

วิเคราะห์ทดลองมาแล้วว่า ที่ทำงานได้ดีที่สุดอาจ

จะไม่ใช่ออฟฟิศสำนักงาน แต่น่าจะเป็นห้องนั่งเล่น

ในบ้านที่อบอุ่นมากกว่า

สุวพัชร รอดประเสริฐ

Architect

ในหนึ่งโปรเจ็กต์ทำอะไรบ้าง

เมื่อเราได้รับโจทย์ว่าโจทย์มันเป็นอะไรก็เริ่มจาก

วิจัยว่าโปรแกรมนั้นมันต้องการอะไรบ้าง วิจัยถึง

ตัวผู้ใช้ วิจัยถึงการวิเคราะห์ไซต์ค่ะ จากนั้นในทีม

เราก็แบ่งกันช่วยกันทำแบบร่างมาก่อนเลือกกันใน

ออฟฟิศก่อนจากนั้นก็คัดกรองออกมา สมมุติรอบ

นี้เราจะส่งสามแบบร่างจากนั้นก็นำไปเสนอลูกค้า

พอผ่าน preliminary design ไปแล้วเราก็จะเลือก

กัน ค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ จากนั้นพอผ่านช่วงนี้

ไปก็เขียนแบบก่อสร้าง ก็ประมาณนี้ พอเริ่มสร้าง

ก็มีการไปตรวจไซต์ต่างๆ

กระบวนการที่ยากที่สุด

กระบวนการยากที่สุดในแต่ละโปรเจ็กต์คือ

พาร์ทแรกเลยค่ะ ที่เราตัดสินกันว่าจะทำกี่แบบ

ร่างไปส่งลูกค้า หรือว่าเราจะออกแบบไปในทิศทาง

ไหน หรือจะเน้นอะไร เป็นช่วงที่ทุกคนจะเครียดสุด

ว่าเราจะพาโปรเจ็กต์นี้ไปสู่จุดไหน

อรพิม พงษ์ศิริเวศน์

Junior Architect

บรรยากาศในการทำงานเป็นอย่างไรบ้าง

บรรยากาศในการทำงานค่อนข้างผ่อนคลาย สนิทกันมาก ใช้เวลาด้วยกัน

เยอะ ก็เลยมีความคุ้นเคยพูดคุยอะไรก็คุยงานง่าย แต่ทุกคนก็มีความจริงจัง

ด้วยในบางเวลา สมดุลดี

เล่าถึงบรรยากาศในการระดมสมองแต่ละโปรเจ็กต์ให้ฟังหน่อย

แต่ละคนมาจากหลายที่ ทุกคนก็จะมีกระบวนการการคิดงานหรือการ

ออกแบบไม่เหมือนกันแต่ที่ดีคือทุกคนจะมาร่วมคุยกันระดมสมองด้วยกัน เรา

ไม่มีการกำหนดตายตัวไว่การทำงานระดมสมองจะออกมาเป็นแบบนี้เป็นแบบ

ร่างนี้ การระดมสมองก็เลยหลากหลายมาก มีไอเดียหลายไอเดียมาลองคัด

เลือกกัน สนุกค่ะ แต่ก็เหนื่อย ออร่าเองไม่ค่อยเครียดค่ะ

วินย์ โรจนเสถียร

Junior Architect

การทำงานของ junior architect กับ senoir

architect ต่างกันยังไง

senior architect จะคุมเรื่องการตัดสินใจหลักๆ

แล้วก็คุยกับลูกค้าโดยตรง บริหารทีมโดยตรง

junior architect ก็จะเสริมงานของ senior architect

ง่ายขึ้น

กระบวนการไหนสนุกที่สุด

สนุกที่สุดตอนมันสร้าง ตอนที่เห็นมันเกิดขึ้นมา

จริงๆ แล้วมันต่างจากคอมพิวเตอร์มันต่างจากที

เราคิดขนาดไหนครับ

ถิรายุ ปรีชาวิบูลย์

Designer

ปานฝัน ลักษณะหุต

Architect

ชาลิสา พสุภา

Administrative Staff

ดีไซน์เนอร์ทำอะไรบ้าง

ในกระบวนการทำงานมีหลายอย่าง มีทั้งงานบู๊

งานบุ๋นเลยครับ ในหนึ่งคนก็เริ่มตั้งแต่คุยกับลูกค้า

หาความต้องการของลูกค้าตีโจทย์ให้แตกแล้วก็

หาคำตอบมาตอบลูกค้าให้ถูกใจ ทั้งถูกใจลูกค้า

และงานมันไปได้ไกลกว่าที่เราคิดไว้ด้วย ตำแหน่ง

ดีไซเนอร์มันมีทั้งการตอบสนองลูกค้าและสำรวจ

สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นได้ ให้มันมีรูปแบบงานที่สนุก

มากขึ้นครับ ในท้ายที่สุดก็คือต้องควบคุมให้งาน

การทำงานในโปรเจ็กต์ต่างๆ เป็นอย่างไรบ้าง

การทำงานแต่ละชิ ้นงาน เริ่มตั้งแต่รับโจทย์จาก

ลูกค้าเอามาดีไซน์ พัฒนาแบบจากลูกค้าให้เป็น 3

มิติ แบบก่อสร้าง ประเมินราคา และคุมหน้างาน

แก้ปัญหาหน้าไซต์จนจบงาน แต่ละโปรเจ็กต์จะมี

กระบวนการที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา

Administrative Staff ในบริษัทสถาปนิกท ำอะไรบ้าง

จะยุ่งกับงานเอกสาร บัญชี และงานฝ่ายบุคคลด้วย

หลักๆ ก็เป็นเรื่องเอกสาร และดูแลคนอีกสิบกว่า

ชีวิต ดูแลทั้งหมด เช่น การลา การเบิก รวมถึง

เป็นเลขาคอยช่วยเหลือพี่โอ๋พี่ดิว”

สร้างได้ตามที่เราต้องการตามที่เราคุยกันไว้ให้

พอใจทั้งสองฝ่ายครับ

ประสบการณ์คุยงานกับลูกค้า

ขึ้นอยู่กับลูกค้าแต่ละคนครับ บางคนก็คุยง่าย

บางคนก็คุยยาก แต่ผมมองว่าการที่ลูกค้ามาหา

ดีไซเนอร์ก็ย่อมมีความเปิดใจ มองหาสิ่งใหม่ๆ ผม

มองว่าลูกค้ามาหาสถาปนิกแล้วก็ไม่ยากเกินไปที

เราจะทำงานด้วยครับ

กระบวนการไหนปวดหัวที่สุด

หน้าไซต์งานค่ะ เราต้องจัดการกับหลายๆฝ่าย ทั้ง

ลูกค้าเอง ผู้รับเหมา ซับพลายเออร์ เรื่องราคา

เรื่องเวลา แต่ก็สนุกดี และก็เป็นกระบวนการช่วง

เดียวกัน ที่สนุกที่สุดค่ะ ได้แก้ปัญหาได้เจอข้อจำ

กัดเยอะๆ พอผ่านไปก็สนุกดี

ช่วยทำงานอื่นๆ ด้วยมั้ย

ตัดโมเดลก็มีบ้างนะคะ เวลาที่เค้างานยุ่งๆ กันเรา

ก็กระโดดลงไปช่วย เพราะว่ารู้สึกเห็นใจ(หัวเราะ)

บรรยากาศการทำงาน

สนุกดีค่ะ เป็นออฟฟิศที่ค่อนข้างทำงานสบายๆ มีเปิดเพลงทำงานไปก็ผ่อนคลายดี

142

143


Stu/D/O

Architects

Organization

Diagram

อภิชาต ศรีโรจนภิญโญ

สถาปนิก/ ผู้ก่อตั้ง

ชนาสิต ชลศึกษ์

สถาปนิก/ ผู้ก่อตั้ง

ศุภชาติ บุญแต่ง

Senior Architect

ภาคย์ เลิศจรรยากุล

Senior Architect

ทำไมน้องๆ ถึงเลือกมาฝึกงานที่นี่

ชาคริต: เห็นจากในเว็บครับ เห็นว่ามีงานใหม่ๆไอ

เดียมีความหลากหลาย ไม่ได้จำกัดรูปแบบใดรูป

แบบหนึ่ง ปรับตัวเข้ากับโปรเจ็กต์ต่างๆ ได้ และ

ก็การประกวดแบบต่างๆ มีความน่าสนใจก็เลย

สมัครมาครับ

ณิชา: มีรุ่นพี่มหาวิทยาลัยที่เคยฝึกงานที่นี่ไปแชร์

ประสบการณ์ และงานก็น่าสนใจดีค่ะ

อารยา: ตอนเรียนอยู่เคยไปดูของที่นี่ เห็นว่า

แนวงานเค้ามีแนวความคิดน่าสนใจก็เลยอยากมา

ฝึกงานค่ะ

ธันยพร: ติดตามงานพี่ๆ เค้าทางเฟซบุ๊คและงาน

สถาปนิก สนใจลักษณะการทำงานของที่นี่และ มี

รุ่นพี่แนะนำว่าการทำงานที่นี่มีความยืดหยุ่นเรื่อง

การทำงานค่อนข้างสูง

ณัฐชนน: ออฟฟิศใกล้บ้านครับ แต่ที่ส ำคัญที่สุดคือ

ผมชอบตัวงานของบริษัท ที่มีหลากหลายรูปแบบ

และมีงานประกวดด้วยก็เลยสนใจครับ

บรรยากาศการทำงานเป็นอย่างไรบ้าง

ชาคริต: พี่ๆ ทุกคนน่ารักมากครับ เวลาผมอยาก

ถามอะไรให้ช่วยอะไร พี่ๆ ก็ยินดีช่วยตลอด พี่ๆ

ทุกคนมีความจริงจังกับการทำงานมากแต่ในความ

จริงจังก็ยังมีความสนุกสนานเฮฮาร่าเริง เชื่อว่าทุก

คนก็แฮปปี้

ณัฐพัชร์ ธนปุณยนันท์

Architect

สุวพัชร รอดประเสริฐ

Architect

ปานฝัน ลักษณะหุต

Architect

ปฐมพงศ์ สงค์ประชา

Designer

ฐนิตพัฒน์ ธนาวุฒิมนัส

Designer

ถิรายุ ปรีชาวิบูลย์

Designer

ชาคริต สุวรรณบริบูรณ์

Internship

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

อารยา ศรขณรมย์

Internship

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี

พระจอมเกล้าธนบุรี

ณิชา นาควัชระ

Internship

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ธันยพร ไพบูลย์กิจเจริญ

Internship

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ณัฐชนน โลหะวัฒนวาสี

Internship

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี

พระจอมเกล้าธนบุรี

อรพิม พงษ์ศิริเวศน์

Junior Architect

ชาลิสา พสุภา

Administrative Staff

วินย์ โรจนเสถียร

Junior Architect

144 145


What Architect Think?

ศูนย์สร้างสรรค์

งานออกแบบ

Thailand Creative &

Design Center (TCDC)

Text: ASA CREW

Photo: Department of ARCHITECTURE

TCDC ที่ที่ใครก็เข้าถึงได้

เมื่อ TCDC (Thailand Creative & Design

Center) ย้ายบ้านใหม่มาสักพัก ดูเหมือนว่าย่าน

เก่าอย่างบางรัก และเจริญกรุงก็คึกคักสมกับเป็น

Creative District ตามไปด้วย TCDC ตั้งอยู่ ณ

ไปรษณีย์กลางบางรักบนถนนเจริญกรุง อันเป็น

หนึ่งในถนนโมเดิร์นยุคแรกๆ ของไทย รายล้อม

ด้วยอาคารเก่าแก่ พื้นที่ชุมชนโดยรอบมีร่องรอย

ของประวัติศาสตร์มากมาย และยังยืนเคียงข้าง

กับความร่วมสมัยที่เกิดขึ้นในย่านนี้ ตั้งแต่แกลเลอรี่

คาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านค้าสมัยใหม่ โฮสเทล ไป

จนถึงโรงแรมห้าดาว

แม้วิสัยทัศน์ในการให้บริการและพัฒนาสังคมด้าน

ความคิดสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่เปลี่ยนแปลง

แต่โจทย์ใหม่และวิสัยทัศน์ใหม่ในบ้านหลังใหม่นี้

คือการสร้างองค์รวมของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่ง

ไม่ได้จำกัดแค่ในกลุ่มนักออกแบบเท่านั้น แต่ยัง

รวมถึงผู้ประกอบการ นักเรียน นักศึกษา กลุ่ม

ชาวบ้านที่ผลิตงาน OTOP รวมถึงผู้ให้ทุนและภาค

รัฐ ดังนั้น TCDC แห่งใหม่ ต้องตอบโจทย์ที่กว้าง

ขึ้น เพื่อ creative citizen คือประชาชนทุกๆ คน

ที่สนใจงานสร้างสรรค์ต่างๆ นั่นเอง

Twitee Vajrabhaya,

Amata Luphaiboon

Department of

ARCHITECTURE Co.

“creative space คือพื ้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คน

ได้ ความคิดสร้างสรรค์คือสิ ่งที่เปลี ่ยนแปลงตลอดเวลา

ดังนั ้นสถานที่จะต้องสามารถรองรับสิ ่งที่เกิดขึ ้นในอนาคต

และพร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เช่น กิจกรรมต่างๆ ที่

TCDC จะจัดขึ ้น ดังนั ้นพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมจะต้องปรับ

เปลี่ยน (adaptable) และยืดหยุ่น (flexible) ได้ ดังจะ

เห็นได้ว่าพื้นที่ของเราไม่ตายตัว (fix)”

146

147

ASA CREW มีโอกาสพูดคุยกับบริษัทสถาปนิก

ตัวแทนจากบริษัท Department of ARCHITEC-

TURE ทีมที ่ชนะการประกวดแบบ ได้เล่าถึงการ

แปลงโฉม TCDC ในบ้านหลังใหม่นี้ กับภารกิจที่

พวกเขาเรียกว่า ‘ภารกิจผ่าตัดตึก’

“หลังจาก TCDC ศึกษาข้อมูลมานานนับปี ก็ได้ให้

โจทย์กับพวกเราโดยมีแนวทางตั้งแต่เรื่องของย่าน

เก่า เมื่อ TCDC ย้ายมาอยู่ตรงนี้ จะเกิดอะไรขึ้น

กับย่านนี้ได้บ้าง โดยต้องคำนึงถึงผู้คนที่อยู่รอบๆ

พื้นที่ใหม่ตรงนี้ต้องสามารถรองรับคนได้ทุกคน

เป็นพื้นที่ที่เข้าถึงง่าย ซึ่งเราได้รับโจทย์ในการออก

แบบหลักๆ 3 เรื่อง


1. Creative space : แท้จริงคืออะไร

Creative space คืออะไร เราสร้างสถาปัตยกรรม

ที่เป็นอย่างไร คนอาจจะนึกถึง space ที่แปลก

ประหลาด แตกต่าง แต่ในความล้ำประหลาดนั้น

จะสร้างความตื่นเต้นให้คนได้นานเท่าไรกัน อาจ

จะ 1-2 ปี แล้วก็หมดไป แต่เราก็คิดว่า จริงๆ แล้ว

creative space คือพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คน

ได้ ความคิดสร้างสรรค์คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตลอด

เวลา ดังนั้นสถานที่จะต้องสามารถรองรับสิ่งที่เกิด

ขึ้นในอนาคต และพร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

เช่น กิจกรรมต่างๆ ที่ TCDC จะจัดขึ้น ดังนั้นพื้นที่

ทางสถาปัตยกรรมจะต้องปรับเปลี่ยน (adaptable)

และยืดหยุ่น (flexible) ได้ ดังจะเห็นได้ว่าพื้นที่ของ

เราไม่ตายตัว (fix) เช่น การออกแบบระบบของไฟ

ส่องสว่าง และเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวต่างๆ

2. อาคารอนุรักษ์ : รักษาความเก่า ก้าวคู่ไปกับ

ความใหม่

3. ข้อจำกัดเรื่องพื้นที่เช่า : เราต้องผ่าตัดตึก

นับเป็นความยากระดับ 10 เนื่องจากพื้นที่เช่า

กระจายอยู่ทั่วอาคารโดยไม่ต่อเนื่องกัน เราได้

พื้นที่เช่าลักษณะตึกรูปตัว T โดยมีปีกทางซ้ายและ

บริเวณชั้น 2 เป็นออฟฟิศของ TCDC ส่วนหางตัว

T ข้างหลังซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใหญ่กว่าคือ public space

แต่สองพื้นที่นี้ไม่เชื่อมโยงกัน จุดเดียวที่เชื่อมถึงกัน

คือชั้น 5 ซึ่งเคยเป็นดาดฟ้า เราแก้ปัญหาโดย

‘ผ่าตัดตึก’ ครอบดาดฟ้าชั้น 5 เพื่อเชื่อมข้างหน้า

กับข้างหลังเข้าด้วยกัน ทางเข้าหลักจะเริ่มขึ้นเมื่อ

กดลิฟท์ขึ้นมาจากชั้น 1 ไปยังชั้น 5 ที่หางตัว T

ด้านหลัง เราดึงคนไปชั้นบนสุดก่อน จะพบกับพื้นที่

ส่วนรวมอย่าง co-working space และห้องสมุด

จากนั้นเรากำลังผ่าตัดอาคาร แล้วหย่อนบันได

เลื่อนลงไปเพื่อพาคนผ่านลงไปทุกๆ ชั้น แต่ละชั้น

ที่เคลื่อนผ่านนั้น เราเปิด space ให้เป็นกระจกผืน

ใหญ่ทั้งหมด เพื่อให้คนได้เห็นทุกๆ กิจกรรมที่อยู่

ด้านหลัง ตรงนี้เป็นหัวใจสำคัญ เมื่อผ่าตัดตึกให้

ทุกคนผ่าน ก็จะเกิดการมองเห็นกันและกัน เห็น

กิจกรรม นิทรรศการ และบริการต่างๆ ของ TCDC

จนเกิดแรงบันดาลใจ และนำไปสู่การตอบคำถาม

ในข้อแรกว่า creative space คืออะไร ทรรศนะ

จากภารกิจ ‘ผ่าตัดตึก’ ของสถาปนิก ได้พาเรา

เดินทาง มองเห็นการใช้งานของอาคารได้หลากแง่

มุม เราได้มีโอกาสเหลือบมองผู้ใช้จริง สำรวจวัสดุ

ไปจนถึงเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของกิจกรรมที่

สถาปนิกออกแบบอย่างสอดคล้องกับการใช้พื้นที่

และ TCDC ในบ้านหลังใหม่นี้ ได้หลอมรวมความ

ใหม่ ความเก่าความคิดสร้างสรรค์ และความ ‘จริง’

ในการใช้พื้นที่ได้อย่างลงตัว

เมื่อโจทย์หลักข้อหนึ่งคือการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง

ของอาคารอนุรักษ์ที่มีคุณค่าในอดีต ในขณะที่

อาคารไปรษณีย์กลางบางรักมีความเก่า แต่ TCDC

นั้นมีเนื้อหาที่ต่างไปคือความใหม่ การก้าวไปใน

อนาคต ซึ่งสิ่งนี้ท้าทายเราว่า เราจะออกแบบความ

ใหม่ท่ามกลางอาคารอนุรักษ์อย่างไร เราจะต้อง

รักษาคุณค่า และให้ความสำคัญ (appreciate)

คุณค่าของอาคารที่มีอยู่ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้อง

พา space ไปในอนาคตด้วย เราเลือกที่จะคงพื้น

ผิว ผนังของอาคารเดิมไว้ เปิดให้เห็นคาน เห็น

เสาที่เดิม หรือริ้วบัวที่ไม่เหมือนลักษณะเสา คาน

ในโครงสร้างยุคปัจจุบัน ความเก่าคืออาคารที่เป็น

คอนกรีต ปูน สีเทาเข้มของอาคารเดิมซึ่งมีความ

หนักแน่น ดังนั้นสิ่งที่เราเสริมไปใหม่คืออะคริลิค

ซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่ได้มีใช้ในอดีต แต่มีคุณลักษณะที่

บาง เบา โปร่ง เรืองแสง เราเลือกใช้อะคริลิคตาม

ชั้นหนังสือ และในขณะเดียวกันความโปร่งใสก็เผย

ให้เราเห็นเปลือกของอาคารเดิมอยู่โดยไม่ปกปิด

และบางจังหวะเราก็จะเห็นสองสิ่งนี้พร้อมๆ กัน

เป็นการเสนอความ contrast ระหว่างความเก่า

และใหม่ที่ส่งเสริมกัน

148

149


Users’ opinion

ฟังความคิดเห็น

ผู้ใช้งานจริง ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ

Thailand Creative & Design Center

(TCDC)

วิจักษ์ พิรักษา

นักออกแบบด้านนิทรรศการ

“ย่านเจริญกรุงมีของดีเยอะ อย่างร้านอาหารเก่าแก่ อาคารดั ้งเดิมที่

สวยแปลกตา รวมถึงอาคารไปรษณีย์กลางที่เคยนั่งรถผ่านตอนเด็ก

แล้วรู้สึกว่าขลังมาก ดีใจที ่ปรับปรุงแล้วยังคงหน้าตาของอาคารด้าน

หน้าไว้แล้วไปต่อเติมส่วนหลังแทน ตอนแรกไม่รู้จัก TCDC เลย จน

น้องชวนมานั ่งทำงานที ่ห้องสมุด มาครั ้งแรกก็สมัครสมาชิกเลย รู้สึก

โอเคไปหมด ไม่ซีเรียสเหมือนนั ่งห้องสมุดเพราะมองจากด้านหน้าคิดว่า

ด้านในจะเคร่งขรึมกว่านี้ แต่เข้ามาแล้วก็มีหลายมุมให้เลือกนั่ง แสง

สว่างดีมาก วันไหนแสงมากเกินไปเจ้าหน้าที่ก็ปิดม่านให้”

ปิยกฤตา เครือหิรัญ

นิสิตปริญญาเอกและนักวิจัยอิสระ

“บรรยากาศที ่นี่ดูตึงเครียดและสบายๆ ไปพร้อมๆ กัน รู้สึกว่าเป็น

สำนักงานสวยๆ มากกว่าศูนย์การเรียนรู้ เรามองว่าการออกแบบที ่นี่

คือบทเรียนที ่ดีสำหรับนักออกแบบ เพราะพื ้นที่อาคารที่ไม่เชื ่อมโยงกัน

แต่ก็สามารถแก้ปัญหาด้วยการสร้างพื ้นที่บนดาดฟ้าหรือการใช้พื ้นที่

แนวตั้ง แต่ห้องฟังบรรยายของ TCDC หายากไปนิดและเล็กไปหน่อย

อยากให้ห้องใหญ่กว่านี้ เสียดายเวลาที่ TCDC หาวิทยากรเก่งๆ มา

แชร์ประสบการณ์จะได้รองรับผู้ฟังได้เยอะๆ เพราะบ้านเราไกลจาก

ที่นี่เลยไม่ค่อยได้ใช้ห้องสมุด แต่เวลาที ่มีนิทรรศการ กิจกรรม หรือ

งานบรรยายที ่เราสนใจ ก็ไม่ลังเลที ่จะมาที่นี่เลย เพราะมันได้ประยุกต์

ใช้ในการออกแบบเราของจริงๆ”

Text and Photo: กชพันธุ์ สังขนิยม / Kodchaphan Sangkhaniyom

150

“มา TCDC เดือนละครั้งถึงสองครั้ง เพราะที ่นี่กว้างขวาง มีมุมค่อนข้างเยอะ

มาบ่อยๆ ก็จะคุ้นกับพื้นที่ว่าตรงไหนเหมาะกับเราในแต่ละวัน เช่น เวลาทำงาน

ใช้ความคิดก็จะหามุมเงียบๆ ส่วนตัวที ่ห้องสมุดชั ้น 4 แต่ถ้าอยากเปลี ่ยน

บรรยากาศต้องการความหลากหลายจากผู้คนก็จะเลือกโซนที ่คนพลุกพล่าน

อย่างชั้น 5 เราเน้นหาที ่นั่งทำงานแบบเต็มที่ เมื ่อก่อนจะทำงานตามร้านกาแฟ

แต่ก็นั่งได้ไม่นานเพราะรู้สึกว่าคนมากินดื ่มแล้วก็ไปมากกว่า พอได้ลองมาที ่นี่

ความกดดันก็น้อยลง เพราะทุกคนก็ต่างมาทำงาน อ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรม

ที่คล้ายๆกัน”

โบราณี ธนโกเศศ

นักออกแบบ

“ภาพรวมของตัวอาคารด้านหน้ายังคงรูปลักษณ์หรือภาพลักษณ์ของ

อาคารเดิม ทำให้ไม่รู้สึกแปลกแยกจากบรรยากาศของเจริญกรุง แต่

การออกแบบและเลือกใช้วัสดุของอาคารส่วนหลังก็ทำให้รู้ว่าส่วนไหน

คือส่วนที่ต่อเติมใหม่ แต่ก็ยังอยากให้เล่นกับการดีไซน์มากกว่านี ้ โดย

เฉพาะส่วนด้านหลังที ่ติดแม่น ้ำ คิดว่าน่าจะมีการออกแบบให้ดูเป็นแลนด์

มาร์กมากกว่านี้ ถ้านั่งเรือผ่านไปมาก็จะเห็นที่นี่ได้อย่างชัดเจน เรา

อยากเห็นอาคารเก่าหรืออาคารอนุรักษ์ในไทยที ่ออกแบบให้หลุดจากการ

อนุรักษ์ ที ่ต้องคงสภาพเดิมไว้ให้มากที ่สุด เพราะบางอย่างมันเปลี ่ยนได้

เพื่อให้เข้ากับการใช้งานหรือบริบทรอบข้าง ณ ปัจจุบัน”

อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์

อาร์ตไดเร็กเตอร์

151

“ชอบ Rooftop Garden ชั้น 5 เพราะเป็นพื้นที่ที่อยู่สูงสุดของอาคารและ

เปิดโล่ง ทำให้เห็นบรรยากาศของกรุงเทพฯ ย่านบางรัก ที่หลังจากเลิก

ทำงานก็นั ่งพักสายตาได้ มาที ่นี่ที่เดียวแต่ได้ทำหลายอย่าง นอกจากพื้นที่นั่ง

ทำงานแล้ว TCDC ยังมีทั ้งนิทรรศการ เมกกิ ้ง สเปซ งานบรรยายหรือเวิร์ค

ช็อปด้วย ในช่วงแรกอาจจะรู้สึกสับสนกับพื้นที่ใช้งานส่วนต่างๆ ที่แยกฝั ่ ง

กัน แต่พี่ๆ เจ้าหน้าที่ก็น่ารักพร้อมให้คำแนะนำอยู่เสมอ หลังจากเข้าการเข้า

มาใช้งานบ่อยครั้ง ก็เริ่มคุ้นชิน ไม่สับสนแล้ว”

สุชัญญา ทวีวัน

นักศึกษาปริญญาโท


One day with an architect

คายัค ทรหด อดทน สมาธิ

ปิตุพงษ์ เชาวกุล

Pitupong Chaowakul

สถาปนิกและผู้ก่อตั้ง

Supermachine Studio

พาหนะอะไรเอ่ยเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแค่ 3-4

กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดูเหมือนช้า อ้อยอิ่ง แต่เมื่อ

ไหร่ที่ได้หลวมตัวเข้าไปสัมผัส คุณจะหลงใหล

ในความช้าและทรหดของสิ่งๆ นั้น และนี ่คือ

กิจกรรมเรือคายัค กิจกรรมสุดโปรดที่ ปิตุพงษ์

เชาวกุล สถาปนิกและผู้ก่อตั้ง Supermachine

Studio หลงใหลในตอนนี้

เริ่มได้อย่างไร

Text : วีรภา ดำสนิท / Weerapa Dumsanit

Photo : ปิตุพงษ์ เชาวกุล / Pitupong Chaowakul

ตามเพื่อนไปฮะ เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งเพื่อนรักผม

ตั้งแต่สมัยเรียนโทรมาเซ้าซี้ว่าให้ไปพายเรือด้วย

กัน เขาเพิ่งซื้อเรือพับได้มาใหม่ ซึ่งพอดีเราเคยซื้อ

เรือมาตอนน้ำท่วมอยู่แล้ว วางทิ้งไว้ไม่ได้ใช้ก็เลย

ใจอ่อน ลองไปพายด้วย...ซวยเลย... ติดใจ...ตอน

นี้มีเรือ 2 ลำแล้ว ซึ่งเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วเพื่อนคน

เดียวกันนี่แหละชวนปั่นจักรยานทางไกล ก็หมกมุ่น

พากันไปปั่น 700-800 กิโลเมตร ข้ามวันข้ามคืน

สรุปคือ ตามเพื่อน

152

153


ให้เวลากับสิ่งนี้มากแค่ไหน

จริงๆ กิจกรรม (ที่ไม่ใช่การทำงาน) ของผมจะ

ค่อนข้างเยอะ มีทั้งปั่นจักรยาน วิ่ง ปีนเขา ท่อง

เที่ยว และพายเรือคายัคนับเป็นหนึ่งในนั้น ผมมัก

จะผนวกการพายเรือคายัคไปพร้อมกับการเดินทาง

แคมปิ้ง 3 วัน 2 คืน แบกเต็นท์ แบกอาหารไป

ตั้งแคมป์กลางป่า เช่น แม่น้ำแควที่เมืองกาญจน์

ป่าโกงกางที่ปัตตานี แม่น้ำจันทบุรี ทะเลก็เคยเอา

เรือไปพายนะ เคยไปพายรอบเกาะสมุย กางเต็นท์

อยู่ 3 วัน เคยพายจากฝั่งไปเกาะมันนอกด้วย

แต่ที่ชอบที่สุดคือตอนไปที่เขื่อนศรีนครินทร์ เป็น

ทริป 3 วัน 2 คืน ทรหดดีต้องขับรถออฟโร้ดเข้าไป

ตรงจุดปล่อยเรือลง พายไปคืนแรก ค้างที่เรือนแพ

ชาวประมง คืนที่สองกางเต็นท์ทำอาหารกินกันเอง

ความเจ๋งของมันคือแถวนั้นมันไม่ค่อยมีคนเลย มัน

เงียบสงบมาก น้ำก็นิ่งสนิท เย็นเจี๊ยบ เวลาไปก็จะ

ไปกับวิชญ์ เพื่อนรักที่เป็นคนชวนมาพายนั่นแหละ

ไปกับน้องๆ ที่ออฟฟิศ (ตอนนี้ที่ออฟฟิศมีเรือ 3

ลำ) มีเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้องสถาปัตย์ที่สนิทๆ กัน ก็

หลอกมาร่วมกิจกรรมได้จากการชักชวนของเพื่อน

ผมนั่นแหละครับ

รู้สึกอย่างไร

พายเรือคายัคจริงๆ ก็คล้ายกับการปั่นจักรยาน

นิดๆ มันเป็นการเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ (ไม่เหมือน

ขับรถ) เพราะเราใช้กำลังของเราเองในการเดิน

ทาง ผมชอบตรงนี้ เราอยากไปเร็วกว่านี้ก็ต้องใช้

กำลังของเราเองให้มากขึ้น ผมชอบมากเพราะมัน

ทำให้ผมมีสมาธิ ผมเป็นคนสมาธิสั้นครับ ต้องฝึก

ดังนั้นการพายเรือเหมือนไปทำสมาธิ มีความสุข

มาก อีกอย่างที่ชอบคือมีคนชอบพูดว่าคนไทยมี

ชีวิตผูกพันกับน้ำมาตั้งแต่อดีตกาล แล้วก็ฟูมฟาย

กันไปมากมายเกี่ยวกับแม่น้ำ ตอนที่เราพายเรือ

เราได้เห็นจริงๆ ว่าคลองและแม่น้ำคือหลังบ้านที่

คนส่วนใหญ่ไม่สนใจ ส่วนใหญ่ในที่ที่เราพายเรือ

ไป ก็จะเงียบมากๆ ได้ตากแดด ลมโชย ดูนก ดู

เหยี่ยว ปู รากไม้โกงกางไปเรื่อย มันเพลินมากครับ

ทริปที่ลืมไม่ลง

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แก๊งเราพากันนั่ง

เครื่องบินไปพายเรือกันที่หมู่เกาะอ่างทอง จังหวัด

สุราษฏร์ธานี ช่วงนั้นพายุเข้าพอดี เราพายเรือ

กำลังจะถึงจุดหมายของเราที่เกาะอยู่แล้ว แต่

ปรากฏว่าอยู่ดีๆ ลมก็พัดแรงมาก ฝนตกลงมาอย่าง

หนัก จนมองเพื่อนที่พายด้วยกันมาใกล้ๆ ก็ยังไม่

เห็น ตอนนั้นนึกว่าจะโดนลมพัดคว่ำ ต้องลอยไป

ขึ้นโขดหินข้างๆ ซะแล้ว ในที่สุดก็ตัดสินใจหันหลัง

กลับแล้วพายย้อนไปขึ ้นหาดทรายที่ผ่านมา แล้ว

รอจนกว่าลมจะเบาลง…รอดมาได้ เป็นการพาย

เรือที่ทำคู่กับการสวดมนต์ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย ผม

ชอบทำอะไรทรหดๆ พายเรือคายัค มันไม่เหนื่อย

มากหรอกแต่มันทรหด เพราะมันช้า...ช้ามาก...

พาหนะที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วแค่ 3-4 กิโลเมตร

ต่อชั่วโมง...อีกอย่างผมชอบเดินทางแบบพึ่งพาตัว

เอง เวลาพายเรือก็แค่โยนเสื้อผ้า เต็นท์ หยิบหม้อ

ชามใส่เรือไปเตรียมทำอาหาร กว่า 3-4 วันที่จะถึง

จุดหมาย มันเป็นการเดินทางที่เราต้องพึ่งพาตัวเอง

สองแขน สองขา และสมาธิ ค่อยๆ ไปช้าๆ จนถึง

จุดหมายของเรา มันสนุกดีนะ

154

155



Book Review

MIES IN LONDON

Jack Self,

Yulia Rudenko (eds.)

Text: ปภพ เกิดทรัพย์ / Paphop Kerdsup

Mies in London

Jack Self, Yulia Rudenko (eds.)

REAL, 2018

Hardcover, 160 pages, 22.5 x 30 cm

ISBN 978-0-9935474-7-8

Photo: courtesy of REAL Foundation

ย้อนกลับไปช่วงฤดูร้อนในปี ค.ศ. 1962 นักธุรกิจ

และนักสะสมงานศิลปะ Lord Peter Palumbo

ในวัย 27 ปีเศษ เดินทางจากกรุงลอนดอนไปยัง

เมืองชิคาโก เพื่อเข้าพบกับหนึ่งในสถาปนิกที่ทรง

อิทธิพลที่สุดของโลกสถาปัตยกรรมโมเดิร์นคือ

Mies van der Rohe (มีส ฝาน แดร์ โรห์) ด้วย

การหมายมั่นที่จะให้สถาปนิกอาวุโสในวัย 75 ปี

ณ ขณะนั้น ออกแบบอาคารหลังหนึ่งให้บนพื้นที่

ติดกับ Mansion House ใจกลางกรุงลอนดอน

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวเรื่องนี้ ที่ดูเผินๆ แล้วก็อาจ

จะไม่ได้แตกต่างไปจากโปรเจ็กต์ที่ผ่านๆ มาตลอด

ช่วงชีวิตของมีสสักเท่าไร กลับกลายเป็นมหากาพย์

ที่กินระยะเวลายาวนานกว่าสองทศวรรษ และ

จุดเปลี่ยนสำคัญทางคิดของสาธารณะชนที่มีต่อ

สถาปัตยกรรมโมเดิร์น จนในท้ายที่สุด หลังการ

คัดค้านโดยรัฐบาลในสมัยของนางมาร์กาเรต แทต-

เชอร์ และคำวิพากษ์วิจารณ์จากเจ้าชายชาร์ลส์

(เจ้าชายแห่งเวลส์) อาคารสำนักงานสูง 19 ชั้น

Mansion House Square ที่จะประกอบสร้างขึ้น

ด้วยวัสดุก่อสร้างอย่างคอนกรีต เหล็ก กระจกสี

ทองแดง รวมถึงการเปิดลานสาธารณะบริเวณด้าน

หน้าของอาคาร (ในลักษณะที่คล้ายกันกับอาคาร

Seagram ที่มีสออกเคยแบบไว้ในนครนิวยอร์ก)

ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผลงานชิ้นเดียวของสถาปนิกใน

ลอนดอน ก็กลายเป็นเพียงความฝันที่ถูกทิ้งค้างไว้

บนหน้ากระดาษ และถูกแทนที่ด้วยอาคาร No 1

Poultry สถาปัตยกรรมโพสต์โมเดิร์น ที่ออกแบบ

โดย James Stirling (งานมาสเตอร์พีซชิ้นนี้ถือว่า

เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของสถาปนิกรางวัลพริตซ์

เกอร์คนนี้)

“ในตอนหนึ ่งของบทสนทนาระหว่าง Self

กับ Lord Palumbo ในนิตยสาร REAL

Review ฉบับแรก Lord Palumbo

เล่าย้อนให้ฟังว่าหลังจากที ่เขาไปขอให้

สถาปนิกอาวุโสช่วยออกแบบผลงานที ่ตัว

เองจะไม่ได้เห็นมันแล้วเสร็จนั้น มีสถาม

ขึ้นมา “ถ้าอย่างนั้น คุณต้องการอะไร?

สเก็ตช์สักอันหลังซองจดหมายอย่างนั้น

หรือ?” ก่อนที่เขาจะตอบกลับไปในเวลานั้น

ว่า “ผมต้องการทุกๆ อย่าง ตั ้งแต่ลูกฟัก

ของหน้าต่าง ยันมือจับประตู และที ่เขี่ยบุหรี

ผมอยากให้คุณเตรียมทั้งผังแบบละเอียด

งานวิศวกรรม วัสดุต่างๆ หรือแม้แต่ช่อง

ส่งจดหมายเลย”

156

กว่า 40 ปีที่หลักฐานเกือบทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ

การเกิดขึ้นของ Mansion House Square ถูกเก็บไว้

ไม่ได้รับการเผยแพร่และเข้าถึงภายในคอลเล็กชั่น

ส่วนตัวของ Lord Peter Palumbo จนกระทั้งเมื่อไม่

นานมานี้ ภายใต้การริเริ่มโดย Royal Institute of

British Architects (RIBA) โปรเจ็กต์ย้อนสำรวจ

ผลงานของมีสในลอนดอนชิ้นนี้ก็เกิดขึ้น ทั้งในรูป

ของนิทรรศการ ‘Mies van der Rohe + James

Stirling: Circling the Square’ โดยสองภัณฑารักษ์

Marie Bak Mortensen และ Vicky Wilson ในปี

ค.ศ. 2017 และหนังสือ Mies in London ที่ RIBA

ร่วมกับ REAL Foundation ซึ่งนำโดยสถาปนิกและ

ภัณฑารักษ์ Jack Self เปิดระดมทุนใน Kickstarter

ปลายปี ค.ศ. 2016 และมาตีพิมพ์แล้วเสร็จเมื่อต้น

ปี 2018 ที่ผ่านมา ความน่าสนใจของหนังสือความ

หนา 160 หน้า ที่ออกแบบโดยกราฟิกสตูดิโอชื่อ

ดังของลอนดอน OK-RM เล่มนี้ คือการเผยแพร่สิ่ง

ที่เราไม่เคยได้เห็นมาก่อนของผลงานชิ้นนี้ ตั้งแต่

timeline ในการทำงาน แบบทางสถาปัตยกรรม

ต่างๆ ไปจนถึงโมเดลและสเก็ตช์ที่สถาปนิกวาด

ขึ้นในช่วงบั้นปลายชีวิต ซึ่งต่างก็สะท้อนให้เราเห็น

ได้เป็นอย่างดีถึงภาพฝัน (ที่น่าเสียดาย) ของวิสัย-

ทัศน์ที่อาจเปลี่ยนเนื้อเมืองใจกลางกรุงลอนดอน

ไปตลอดกาล

169

ในตอนหนึ ่งของบทสนทนาระหว่าง Self กับ

Lord Palumbo ในนิตยสาร REAL Review ฉบับ

แรก Lord Palumbo เล่าย้อนให้ฟังว่าหลังจากที่

เขาไปขอให้สถาปนิกอาวุโสช่วยออกแบบผลงาน

ที่ตัวเองจะไม่ได้เห็นมันแล้วเสร็จนั้น มีสถามขึ้น

มา “ถ้าอย่างนั้น คุณต้องการอะไร? สเก็ตช์สัก

อันหลังซองจดหมายอย่างนั้นหรือ?” ก่อนที่เขา

จะตอบกลับไปในเวลานั้นว่า “ผมต้องการทุกๆ

อย่าง ตั้งแต่ลูกฟักของหน้าต่าง ยันมือจับประตู

และที่เขี่ยบุหรี่ ผมอยากให้คุณเตรียมทั้งผังแบบ

ละเอียด งานวิศวกรรม วัสดุต่างๆ หรือแม้แต่ช่อง

ส่งจดหมายเลย” ซึ่งแม้จะไม่ได้ตกปากรับคำอะไร

ชัดเจน แต่ไม่กี่เดือนให้หลังจากการเจอกันครั้งนั้น

Lord Palumbo ก็ได้รับกล่องพัสดุขนาดยักษ์ที่มา

พร้อมกับทุกอย่างที่เขาขอไป พร้อมกับข้อความ

สั้นๆ ว่า “นี่คือสิ่งที่คุณคิดไว้หรือเปล่า?” ไม่แน่ใจ

ว่าเพราะเรื่องราวตรงนี้หรือเปล่า ที่เมื่อถึงเวลาที่

หนังสือ Mies in London ตีพิมพ์ Self ถึงตัดสิน

ใจทำซ้ำทั้งมือจับประตูทองและที่เขี่ยบุหรี่ตามแบบ

ที่ว่านั้นออกมาขายเป็นของ สะสมแบบ limited

edition ขึ้นมาจริงๆ ซึ่งนอกจากมันจะช่วยส่งเสริม

ตัวหนังสือเองแล้ว ยังถือเป็นการเล่นกับข้อมูลที่ตัว

เองมีอยู่ได้อย่างน่าสนใจทีเดียว


Visual Essay

มุมมองที่ซ้อนทับกันของอาคารยุคโมเดิร์น เป็นการนำภาพถ่ายอาคารยุคสมัยใหม่ที่โดดเด่นในเรื่องวัสดุ และโครงสร้างคอนกรีต ซ้อน

ทับจนเกิดมิติที่มีความเคลื่อนไหวมากขึ้น อาคารในภาพคือ อาคารเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ และอาคารฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกแบบโดย อมร ศรีวงศ์

158

Text/ Photo: Beer Singnoi

159


10

สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์

248/1 ซอยศูนย์วิจัย 4 ถนนพระรามที่ 9 แขวงบางกะปิ

เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

The Association of Siamese Architects Under Royal Patronage

248/1 Soi Soonvijai 4, Rama IX Rd., Bangkapi,

Huaykwang, Bangkok, 10310 Thailand

Tel: 0-2319-6555 Fax: 0-2319-6555 press 120 or 0-2319-6419

www.asa.co.th / Facebook : asacrew / Email: asacrewmag@gmail.com

บรรณาธิการบริหาร

Managing Editor

ผศ.ดร.กมล จิราพงษ์

Asst.Prof.Kamon Jirapong, Ph.D.

บรรณาธิการ

Editor

กฤษณะพล วัฒนวันยู

Kisnaphol Wattanawanyoo

บรรณาธิการด้านเนื้อหาสถาปัตยกรรม

Architectural Feature Editor

ผศ.ดร.สุพิชชา โตวิวิชญ์

Asst.Prof.Supitcha Tovivich, Ph.D.

บรรณาธิการภาษาอังกฤษ

English Editor

แม็กซ์ ครอสบี้-โจนส์

Max Crosbie-Jones

Art Director

วิชิต หอยิ่งสวัสดิ์

Wiciht Horyingsawad

Graphic Design

กนกพร ลออวิไล

Kanokporn Laorvilai

หัวหน้าฝ่ายศิลป์สื่อดิจิทัล

Digital Media Design Director

วีรพล เจียมวิสุทธิ์

Werapon Chiemvisudhi

หัวหน้ากองบรรณาธิการ

Head of Editorial team

รติรัตน์ นิมิตรบรรณสาร

Ratirat Nimitrabannasarn

กองบรรณาธิการ

Editorial Staff

ยินดี พุฒศิรยากร

Yindee Phuttasirayakorn

วีรภา ดำสนิท

Weerapa Dumsanit

Proofreader

ชญานี ขุนกัน

Chayanee Khunkan

กองบรรณาธิการสื่อดิจิทัล

Digital Media Staff

พิมพ์ชนก ดำสนิท

Pimchanok Dumsanit

ช่างภาพ

Photographer

เรืองศักดิ์ บุญยยาตรา

Ruangsak Boonyayatra

นักเขียนรับเชิญ

Contributors

ปองขวัญ ลาซูส

Pongkwan Lassus

ณัฐวดี สัตนนท์

Nuttawadee Suttanan

ถิรวัฒน์ พิมเวิน

Tirawat Pimwern

จักรสิน น้อยไร่ภูมิ

Jaksin Noyraiphoom

ปภพ เกิดทรัพย์

Paphob Kerdsub

วีระพล สิงห์น้อย

Weerapon Singnoi

นักแปล

Translator

นิศาชล บุญช่วยคุ้ม

Nisachon Boonchuaykum

ธนว์กัญญา แจ้งใจธรรม

Tanakanya Changchaitum

การตลาด

Marketing

พิมพ์วิมล วงศ์สมุทร

Pimwimol Wongsamut

พิมพ์โดย

Printed by

เค.ซี.เพรส

K.C.PRESS

รายนาม

คณะกรรมการบริหาร

สมาคมสถาปนิกสยาม

ในพระบรมราชูปถัมภ์

ประจำปี 2561-2563

ASA Executive Committee

2018-2020

นายกสมาคม

President

นายอัชชพล ดุสิตนานนท์

Ajaphol Dusitnanond

อุปนายก

Vice President

นายเมธี รัศมีวิจิตรไพศาล

Metee Rasameevijitpisal

อุปนายก

Vice President

ผศ.ดร.ธนะ จีระพิวัฒน์

Asst.Prof.Thana Chirapiwat, Ph.D.

อุปนายก

Vice President

ดร.พินัย สิริเกียรติกุล

Pinai Sirikiatikul, Ph.D.

อุปนายก

Vice President

นายทรงพจน์ สายสืบ

Songpot Saiseub

เลขาธิการ

Secretary General

นายปรีชา นวประภากุล

เลขาธิการ

Preecha Navaprapakul

นายทะเบียน

Honorary Registrar

พ.ต.อ.สักรินทร์ เขียวเซ็น

Pol.Col.Sakarin Khiewsen

เหรัญญิก

Honorary Treasurer

นางภิรวดี ชูประวัติ

Pirawadee Chooprawat

ปฏิคม

Social Event Director

นายสมชาย เปรมประภาพงษ์

Somchai Premprapapong

ประชาสัมพันธ์

Public Relations Director

ผศ.ดร.กมล จิราพงษ์

Asst.Prof.Kamon Jirapong, Ph.D.

กรรมการกลาง

Executive Committee

นายเทียนทอง กีระนันทน์

Thienthong Kiranandana

กรรมการกลาง

Executive Committee

ดร.รัฐพงศ์ อังกสิทธิ์

Rattapong Angkasith, Ph.D.

กรรมการกลาง

Executive Committee

นายชายแดน เสถียร

Chaidan Satian

กรรมการกลาง

Executive Committee

นายรุ่งโรจน์ อ่วมแก้ว

Rungroth Aumkaew

ประธานกรรมาธิการสถาปนิกล้านนา

Chairman of Northern Region (Lanna)

นายอิศรา อารีรอบ

Issara Areerob

ประธานกรรมาธิการสถาปนิกอีสาน

Chairman of Northeastern Region (Esan)

นายธนาคม วิมลวัตรเวที

Tanakom Wimolvatvetee

ประธานกรรมาธิการสถาปนิกทักษิณ

Chairman of Southern Region (Taksin)

นายนิพนธ์ หัสดีวิจิตร

Nipon Hatsadeevijit

Hooray! Your file is uploaded and ready to be published.

Saved successfully!

Ooh no, something went wrong!