24.06.2019 Views

01-Annual Report 2018

Create successful ePaper yourself

Turn your PDF publications into a flip-book with our unique Google optimized e-Paper software.

ANNUAL REPORT 2018

ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล

1111


ANNUAL REPORT 2018


สารจากปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรีเป็นหน่วยงำนหลักในกำรบูรณำกำร ขับเคลื่อนนโยบำย

ที่มีควำมส ำคัญของประเทศไทย โดยในปี พ.ศ. 2564 จะพัฒนำหน่วยงำนให้เป็นต้นแบบด้ำนกำรบูรณกำรเพื่อขับเคลื่อนงำน

ของรัฐบำลในมิติด้ำนนโยบำยและกำรบริหำรรำชกำร นอกจำกนี้ยังได้น ำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมำให้บริกำรประชำชนมุ่งมั่น

ที่จะให้บริกำรอย่ำงรวดเร็ว และสร้ำงควำมเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมไทย จะเป็นหน่วยงำนที่พึ่งให้กับประชำชนที่ได้รับ

ควำมเดือดร้อนในปีที่ผ่ำนมำ ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี โดยศูนย์บริกำรประชำชน ได้เพิ่มรูปแบบกำรให้บริกำร

ที่รวดเร็วแก่ประชำชน โดยกำรส่งข้อควำม (SMS) แจ้งรหัสเรื่องร้องทุกข์ให้กับประชำชนใช้ในกำรติดตำมควำมคืบหน้ำของ

กำรแก้ไขปัญหำ รวมทั้ง ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรีได้มอบหมำยให้ผู้ตรวจรำชกำรส ำนักนำยกรัฐมนตรีติดตำม

กำรด ำเนินกำรแก้ไขปัญหำของประชำชนในแต่ละพื้นที่อย่ำงเป็นรูปธรรมร่วมกับหน่วยงำนในท้องที่ โดยใช้รูปแบบของ

กำรท ำ Government Lab เพื่อกำรแก้ไขปัญหำอย่ำงเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรีจะพัฒนำกำรให้บริกำรประชำชนให้ทันสมัย รวดเร็ว

และสร้ำงควำมเป็นธรรม โดยกำรบูรณำกำรฐำนข้อมูลกำรจัดกำรเรื่องร้องทุกข์ระหว่ำงหน่วยงำนภำครัฐ ตลอดจนผลักดัน

เพื่อให้มีผู้น ำกำรบริหำรจัดกำรเรื่องรำวร้องทุกข์ ประจ ำหน่วยงำน (Chief Complaint Executive Officer : CCEO)

0

ซึ่งกลไกเหล่ำนี้จะสร้ำงควำมเชื่อมั่นให้กับประชำชนและอ ำนวยควำมสะดวกในกำรร้องเรียน ติดตำมผลและเสนอควำมคิดเห็น

ต่อรัฐบำล รวมทั้งมั่นใจได้ว่ำจะได้รับกำรติดตำมแก้ไขปัญหำต่ำงๆ อย่ำงต่อเนื่องจำกหน่วยงำน นอกจำกนี้ ส ำนักงำนปลัด

ส ำนักนำยกรัฐมนตรียังเป็นหน่วยงำนส ำคัญในกำรผลักดันให้หน่วยงำนของรัฐพัฒนำกำรให้บริกำรประชำชนเพื่อเข้ำสู่

มำตรฐำนกำรให้บริกำรตำมเกณฑ์มำตรฐำนของ “ศูนย์รำชกำรสะดวก (GECC : Government Easy Contact Center)”

สุดท้ำยนี้ ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรีพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในกำรพัฒนำให้ “ประเทศไทย

มีควำมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนำแล้ว ด้วยกำรพัฒนำตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง” ตำมยุทธศำสตร์ชำติ

20 ปี ( พ.ศ. 2561 – 2580 ) และแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564)

นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์

ปลัดส านักนายกรัฐมนตรี



ANNUAL REPORT 2018

สารจากรองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

ปัจจุบันสภำพแวดล้อมทำงด้ำนสังคม เศรษฐกิจและกำรเมืองมีกำรเปลี่ยนแปลงไปอย่ำงรวดเร็ว รวมทั้งภัยธรรมชำติ

และปัญหำควำมยำกจนและรำษฎรไร้ที่ดินท ำกินต้องบุกรุกหำที่ดินท ำกินเข้ำไปในเขตหวงห้ำม เขตป่ำต้นน้ ำล ำธำร เขตป่ำสงวน เขตป่ำไม้ถำวร

เขตอุทยำนและเขตที่ดินสำธำรณประโยชน์กลำยเป็นปัญหำเกิดขึ้นในวงกว้ำง ซึ่งปัจจัยเหล่ำนี้ล้วนส่งผลกระทบให้สภำพปัญหำ

ควำมเดือดร้อนของประชำชน มีควำมรุนแรง ยุ่งยำก ซับซ้อน ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรีโดยศูนย์บริกำรประชำชนในฐำนะ

ศูนย์รับเรื่องรำวร้องทุกข์ของรัฐบำลมีควำมห่วงใยและตระหนักถึงภำรกิจควำมรับผิดชอบในกำรแก้ไขปัญหำควำมเดือดร้อนของประชำชน

จึงได้มุ่งมั่นประสำนกำรด ำเนินกำรและบูรณำกำรกับทุกภำคส่วน โดยน ำนโยบำยรัฐบำล นโยบำยคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ (คสช.)

มำเป็นแนวทำงในกำรแก้ไขปัญหำ ควำมเดือดร้อนของประชำชน โดยให้ได้รับ กำรดูแลแก้ไขด้วยควำมเป็น ธรรม

ภำยในระยะเวลำที่เหมำะสม อีกทั้งในปัจจุบันเทคโนโลยีมีกำรเปลี่ยนแปลงอย่ำงรวดเร็วและมีบทบำทในชีวิตประจ ำวันของผู้คนทุกกลุ่มในสังคม

โดยจะเห็นได้ว่ำ วิถีกำรด ำเนินชีวิตและกำรสื่อสำรของประชำชนผ่ำนสื่อสังคมออนไลน์มำกขึ้น ประชำชนส่งควำมต้องกำรผ่ำนแอปพลิเคชันต่ำง ๆ

ที่สะดวกรวดเร็ว ดังนั้น จึงมีควำมคำดหวังที่จะได้รับบริกำรที่สะดวกรวดเร็วสำมำรถสนองตอบควำมต้องกำรได้ในทุกมิติ โดยเฉพำะกำรให้บริกำร

ของหน่วยงำนภำครัฐในปีงบประมำณ พ.ศ. 2561 ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี โดยศูนย์บริกำรประชำชนจึงได้ปรับปรุงและพัฒนำกำร

ให้บริกำรผ่ำนระบบออนไลน์กำรรับเรื่องรำวร้องทุกข์ กำรขอควำมช่วยเหลือและกำรรับฟังควำมคิดเห็นผ่ำนระบบออนไลน์ เพื่อให้สอดรับกับ

พฤติกรรมทำงสังคมของประชำชนผู้ใช้บริกำรและเทคโนโลยี โดยในปีงบประมำณ พ.ศ. 2561 ที่ผ่ำนมำประชำชนแจ้งเรื่องร้องทุกข์

ผ่ำนช่องทำงกำรร้องทุกข์ภำยใต้ชื่อ 1111 ของศูนย์บริกำรประชำชน รวมทั้งสิ้น จ ำนวน 148,244 ครั้ง สำมำรถด ำเนินกำรให้มีผลเป็นที่ยุติ

ร้อยละ 89 รวมทั้ง ได้ขับเคลื่อนกำรแก้ไขปัญหำให้กับกลุ่มองค์กรภำคประชำชนที่รวมกลุ่มยื่นข้อเรียกร้องในหลำยประเด็น

ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี โดยศูนย์บริกำรประชำชนได้ยึดประชำชนเป็นศูนย์กลำงโดยมีเป้ำหมำยส ำคัญ

เพื่อ “มุ่งเน้นแก้ไขปัญหำและตอบสนองควำมต้องกำรของประชำชน” โดยให้ควำมส ำคัญในกำรแก้ไขปัญหำควำมเดือดร้อนอย่ำงเร่งด่วน

เป็นกลไกในกำรเร่งรัดติดตำม ประสำนส่งเรื่องให้หน่วยงำนที่มีอ ำนำจหน้ำที่ตำมกฎหมำยด ำเนินกำรแก้ไขและชี้แจงให้ประชำชนทรำบผลอย่ำงรวดเร็ว

ทันเวลำ สุดท้ำยนี้ ผมเชื่อมั่นว่ำ ศูนย์บริกำรประชำชนจะพัฒนำกำรให้บริกำรประชำชนทุกด้ำนอย่ำงต่อเนื่องและจะเป็นหน่วยงำนที่แก้ไขปัญหำ

ควำมเดือดร้อนของประชำชนอย่ำงมีประสิทธิภำพและเต็มควำมสำมำรถ โดยมุ่งหวังว่ำกำรด ำเนินงำนต้องบรรลุเป้ำหมำยไปพร้อมกับกำรสร้ำง

ควำมพึงพอใจสูงสุดในกำรให้บริกำรแก่ประชำชน โดยยึดหลักกำรให้บริกำรประชำชน ดังนี้ : ยิ้มแย้มแจ่มใส เต็มใจช่วยเหลือ ไม่เบื่อค ำถำม

ฟังควำมครบถ้วน รีบด่วนบริกำร อ่อนหวำนน่ำรัก ไม่สักแต่ท ำ น้ ำค ำไพเรำะ เหมำะสมสถำนที่ ไม่มีนอกไม่มีใน

นายสมพาศ นิลพันธ์

รองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี


ANNUAL REPORT 2018


สารผู้อ านวยการศูนย์บริการประชาชน

ศูนย์บริการประชาชน ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี มีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรด ำเนินกำรเรื่องรำวร้อง ทุกข์จำกประชำชน

ที่มีมำถึงนำยกรัฐมนตรี รองนำยกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจ ำส ำนักนำยกรัฐมนตรี โดยผ่ำนช่องทำงกำรรับเรื่องร้องทุกข์ ภำยใต้ชื่อ “1111” รวม 5 ช่องทำง ได้แก่

ช่องทำงไปรษณีย์ เว็บไซต์ สำยด่วน จุดบริกำรประชำชน 1111 ท ำเนียบรัฐบำล และช่องทำง Mobile Application ซึ่งประชำชนสำมำรถร้องทุกข์ ร้องเรียน/แจ้งเหตุ

แจ้งเบำะแส/เสนอควำมคิดเห็นผ่ำนโมบำยแอพพลิเคชั่น “PSC 1111” รวมทั้ง ด ำเนินงำนประสำนงำนอ ำนวยกำรให้แก่ประชำชนกลุ่มองค์กรภำคประชำชนที่เดินทำงมำ

ร้องเรียน เพื่อให้ปัญหำควำมเดือดร้อนเข้ำสู่กระบวนกำรพิจำรณำโดยเร่งด่วน

นอกเหนือจำกภำรกิจหลักข้ำงต้นแล้ว ในปีงบประมำณ พ.ศ. 2561 ศูนย์บริกำรประชำชนได้ผลักดันนโยบำยและภำรกิจที่ส ำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับ

กำรด ำเนินกำรเรื่องร้องทุกข์จนเป็นผลส ำเร็จหลำยประกำร เช่น ปรับปรุงและพัฒนำกำรให้บริกำรประชำชนและกลุ่มมวลชนที่เดินทำงมำร้องทุกข์ ณ จุดบริกำร

ประชำชน 1111 ท ำเนียบรัฐบำล บูรณำกำรกำรรับเรื่องรำวร้องทุกข์ร่วมกับ 24 หน่วยงำนโดยจัดให้มีเจ้ำหน้ำที่รับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหำให้ประชำชนโดยตรง

ณ จุดบริกำรประชำชน 1111 ซึ่งเป็นอีกช่องทำงหนึ่งของศูนย์รับเรื่องรำวร้องทุกข์ของรัฐบำล นอกจำกนี้ ยังพัฒนำระบบกำรด ำเนินกำรเรื่องรำวร้องทุกข์

โดยกำรเชื่อมโยงข้อมูลกำรท ำงำนระหว่ำงระบบกำรจัดกำรเรื่องรำวร้องทุกข์ของศูนย์รับเรื่องรำวร้องทุกข์ของรัฐบำลกับหน่วยงำนภำครัฐ จ ำนวน 317 หน่วยงำน

รวมทั้งขับเคลื่อนภำรกิจศูนย์ราชการสะดวก (Government Easy Contact Center : GECC) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนโดยให้ทุกกระทรวง กรม และจังหวัด

รวมทั้งรัฐวิสำหกิจที่เกี่ยวข้องจัดให้มี “ศูนย์ราชการสะดวก (Government Easy Contact Center : GECC)” เพื่อท ำหน้ำที่ให้ค ำแนะน ำและอ ำนวยควำมสะดวก

แก่ประชำชนให้เกิดกำรให้บริกำรที่มีประสิทธิภำพและสร้ำงควำมเชื่อมั่นให้แก่ประชำชนที่เดินทำงมำติดต่อรำชกำรกับหน่วยงำนของรัฐ เป็นต้น ทั้งนี้ ศูนย์บริกำรประชำชน

มีแนวทำงในกำรพัฒนำประสิทธิภำพกำรให้บริกำรประชำชนอย่ำงต่อเนื่องอีกหลำยประกำร เช่น บูรณำกำรกำรแก้ไขปัญหำเรื่องร้องทุกข์ของประชำชนเชื่อมโยง

กำรท ำงำนกับศูนย์ด ำรงธรรม กระทรวงมหำดไทย และศูนย์ด ำรงธรรมจังหวัดทั่วประเทศเพื่อให้กำรด ำเนินกำรแก้ไขปัญหำควำมเดือดร้อนของประชำชนเป็นไปอย่ำง

ครบวงจรและสำมำรถแก้ไขปัญหำได้อย่ำงรวดเร็ว อีกทั้งได้ก ำหนดแผนและกำรด ำเนินกำรขับเคลื่อนกำรเชื่อมโยงข้อมูลกำรด ำเนินกำรเรื่องร้องทุกข์

และระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศกำรจัดกำรเรื่องรำวร้องทุกข์ให้เป็นมำตรฐำนเดียวกัน นอกจำกนี้ ยังได้บูรณำกำรควำมร่วมมือกับส่วนรำชกำรต่ำง ๆ ตำมมติ

คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 กุมภำพันธ์ 2561 โดยก ำหนดให้มีผู้บริหำรหน่วยงำนเป็นผู้น ำในกำรเชื่อมโยงข้อมูล และกำรด ำเนินกำรเรื่องร้องทุกข์ประจ ำหน่วยงำน

หรือ Chief Complaints Executive Officer : CCEO ซึ่งจะมีบทบำทหน้ำที่และควำมรับผิดชอบในกำรก ำกับดูแลกำรด ำเนินงำนด้ำนกำรจัดกำรเรื่องรำวร้องทุกข์

ทั้งนี้ เพื่อให้กำรด ำเนินโครงกำรพัฒนำและขยำยผลศูนย์รับเรื่องรำวร้องทุกข์ของรัฐบำล รวมถึงกำรแก้ไขปัญหำเรื่องรำวร้องทุกข์ของประ ชำชนขับเคลื่อน

ได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ ประสบควำมส ำเร็จได้อย่ำงรวดเร็วและเป็นรูปธรรม หนังสือรำยงำนประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2561 เล่มนี้ จัดท ำขึ้นโดยได้สรุป

และรวบรวมผลงำน โครงกำร กิจกรรมต่ำง ๆ ของศูนย์บริกำรประชำชน ที่ได้ด ำเนินกำรในปีงบประมำณ พ.ศ. 2561 เพื่อเผยแพร่ประชำสัมพันธ์ผลกำรด ำเนินงำน

ไปสู่ประชำชนและผู้สนใจ ซึ่งผมหวังเป็นอย่ำงยิ่งว่ำข้อมูลเนื้อหำในรำยงำนเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชำชนที่สนใจและหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง

สุดท้ำยนี้ผมขอขอบคุณผู้บริหำรระดับสูง ผู้บังคับบัญชำทั้งในอดีตและปัจจุบัน เจ้ำหน้ำที่ศูนย์บริกำรประชำชน เจ้ำหน้ำที่ทุกหน่วยงำน รวมถึงเจ้ำหน้ำที่

เครือข่ำยที่เกี่ยวข้องที่เป็นกลไกส ำคัญ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อบูรณำกำรกำรแก้ไขปัญหำควำมเดือดร้อนและให้บริกำรประชำชนอย่ำงดียิ่งและขอขอบคุณประชำชน

ผู้รับบริกำรที่ให้ควำมเชื่อมั่นและไว้วำงใจศูนย์บริกำรประชำชนตลอดมำ ซึ่งผมและเจ้ำหน้ำที่ศูนย์บริกำรประชำชนมีควำมมุ่งมั่นที่จะพัฒนำกำรให้บริกำรประชำชน

และกำรด ำเนินงำนของศูนย์บริกำรประชำชนให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

นายอิทธิพล ช่างกลึงดี

ผู้อ านวยการศูนย์บริการประชาชน



ANNUAL REPORT 2018

ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป

1

- อ านาจหน้าที่ 2

- วิสัยทัศน์ (VISION) ศูนย์บริการประชาชน 3

- พันธกิจ (MISSION) ศูนย์บริการประชาชน 4

- ภารกิจของศูนย์บริการประชาชน 5

ส่วนที่ 2 บุคลากร

6

- โครงสร้างศูนย์บริการประชาชน

- อัตราก าลัง

- ผู้บริหารศูนย์บริการประชาชน

- ช่องทางการให้บริการเรื่องราวร้องทุกข์ 1111

- การจัดท าข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA)

- กระบวนงาน (ย่อย) และขั้นตอนการให้บริการ

ส่วนที่ 3 ผลการด าเนินงานประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

- ภารกิจตามนโยบายและข้อสั่งการของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

- ภารกิจด้านการประสานมวลชนและองค์กรประชาชน

- ภารกิจเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน

- ภารกิจตามแผนปฏิบัติการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

- ภารกิจพิเศษ

ส่วนที่ 4 สรุปผลการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์/

เสนอความคิดเห็นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

7

8

9

18

19

21

26

28

32

40

42

64

65


ANNUAL REPORT 2018

1

ส่วนที่

1

ข้อมูลทั่วไป


2

ANNUAL REPORT 2018

ศูนย์บริการประชาชน

ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

ในฐานะ

ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล

อ านาจหน้าที่

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

ด าเนินการเกี่ยวกับการร้องทุกข์ ร้องเรียนขอความเป็นธรรมและการขอความช่วยเหลือที่มีผู้ยื่นค าร้อง

ต่อนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรีรวมทั้งปัญหาความ

เดือดร้อนของประชาชน

ให้ค าแนะน าเกี่ยวกับกฎหมายและการด าเนินคดีแก่ประชาชนที่มาขอความช่วยเหลือและขอค าแนะน า

จากนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรี

ประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาและอ านวยความสะดวกแก่มวลชนที่มาพบหรือชุมนุมร้องเรียนต่อ

นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรี

ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาส าคัญที่เป็นกรณีเร่งด่วน

ด าเนินการให้เป็นไปตามระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

พ.ศ. 2548

ด าเนินการให้เป็นไปตามระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ. 2552

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย


ANNUAL REPORT 2018

3

วิสัยทัศน์

(VISION)

“เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล

ด้วยหลักธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน”


4

ANNUAL REPORT 2018

พันธกิจ

4

3

พันธกิจที่ 4

พัฒนากระบวนการแก้ไขปัญหาความ

เดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นระบบ

พันธกิจที่ 3

เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการแก้ไข

ปัญหาความเดือดร้อน โดยยึดประชาชน

เป็นศูนย์กลาง

2

1

พันธกิจที่ 2

พัฒนาระบบเครือข่ายให้เป็นศูนย์ประสาน

เร่งรัดติดตามและประเมินผลการแก้ไข

ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

พันธกิจที่ 1

พัฒนาช่องทางการร้องทุกข์ในทุก

ช่องทางให้เป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์

ของรัฐบาล


ANNUAL REPORT 2018

5

ภารกิจของศูนย์บริการประชาชน

ประชาชน

ด าเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่มาพบ

หรือชุมนุมร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี

รัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรี และปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

การประชุม

ประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาและอ านวยความสะดวกแก่มวลชนที่มาพบหรือ

ชุมนุมร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีและปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ

คณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการ/คณะท างาน ที่นายกรัฐมนตรี หรือ

รัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาความ

เดือดร้อนของประชาชน

ระเบียบส านักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548

ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมทั้งด าเนินการ

เกี่ยวกับระเบียบส านักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็น

ของประชาชน พ.ศ. 2548

GECC

Government Easy Contact Center

การพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนของหน่วยงานของรัฐ

โดยการสนับสนุนและส่งเสริมให้ ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจจัดให้มี

ศูนย์ราชการสะดวก

1

2

3

4

5

6

7

8

การให้ค าแนะน าเกี่ยวกับกฎหมาย

และการด าเนินคดี

ให้ค าแนะน าเกี่ยวกับกฎหมายและการด าเนินคดีแก่ประชาชนที่มาขอ

ความช่วยเหลือและขอค าแนะน าจากนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี

รัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรี และปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

ลงพื้นที่

ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาส าคัญที่เป็นกรณี

เร่งด่วน

ระเบียบส านักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ. 2552

ด าเนินการเกี่ยวกับการร้องทุกข์ ร้องเรียน แจ้งเบาะแส และเสนอความ

คิดเห็นที่มีผู้ยื่นค าร้องต่อนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี

ประจ าส านักนายกรัฐมนตรี และปลัดส านักนายกรัฐมนตรี รวมทั้ง

ด าเนินการเกี่ยวกับระเบียบส านักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดการ

เรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ. 2552

สถิติ

ประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อเป็นข้อมูล

ประกอบการตัดสินใจในระดับนโยบาย


6

ANNUAL REPORT 2018

ส่วนที่

2

บุคลากร


ANNUAL REPORT 2018

7

โครงสร้างศูนย์บริการประชาชน

ปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

รองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

ผู้อ านวยการศูนย์บริการประชาชน

ผู้เชี่ยวชาญด้านมวลชน

ส่วนด าเนินการ

เรื่องราวร้องทุกข์ ๑

ส่วนด าเนินการ

เรื่องราวร้องทุกข์ ๒

ส่วนนิติการ

ส่วนประสานมวลชน

ส่วนการมีส่วนร่วม

ส่วนแผน

ฝ่ายบริหารทั่วไป

และองค์กรประชาชน

ของประชาชน

และประเมินผล


8

ANNUAL REPORT 2018

อัตราก าลัง

ศูนย์บริการประชาชน มีอัตราก าลังทั้งสิ้น 125 อัตรา ประกอบด้วย ข้าราชการ 48 อัตรา พนักงานราชการ 77 อัตรา

ต าแหน่งประเภทอ านวยการระดับสูง 1 อัตรา

1

อัตรา

ผู้อ านวยการ

ศูนย์บริการประชาชน

1 9 18 13

อัตรา เชี่ยวชาญ

อัตรา อัตรา อัตรา ปฏิบัติการ

ระดับ ระดับ ระดับ ระดับ

ช านาญการพิเศษ

ช านาญการ

ต าแหน่งประเภทวิชาการ 41 อัตรา

5 1

อัตรา

ระดับ

ช านาญการพิเศษ

อัตรา

ระดับ

ต าแหน่งประเภททั่วไป 6 อัตรา

ช านาญการ

วิชาชีพเฉพาะ 3 อัตรา

นักวิชาการคอมพิวเตอร์

3 อัตรา

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน นิติกร

เจ้าพนักงานธุรการ เจ้าหน้าที่ธุรการ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล

44 18 4 1

อัตรา อัตรา อัตรา อัตรา

7 อัตรา

วิชาชีพทั่วไป 74 อัตรา


ANNUAL REPORT 2018

9

นายสมพาศ นิลพันธ์

รองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

นายอิทธิพล ช่างกลึงดี

ผู้อ านวยการศูนย์บริการประชาชน

ผู้บริหารศูนย์บริการประชาชน


10

ANNUAL REPORT 2018

นางมาลินี ภาวิไล

ผู้เชี่ยวชาญด้านมวลชน

นายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงศ์

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนด าเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ 1

นางประภา วงศ์วิภูษณะ

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนด าเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ 2

นายพันศักดิ์ เจริญ

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน

นายวิสุทธิ์ ฉัตรานุฉัตร

นิติกรช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนนิติการ

นางจุฑามาศ ศิริชัยสุทธิกร

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนแผนและประเมินผล

นางศรีส าอาง โกศาสตร์

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนการมีส่วนร่วมของประชาชน

นางสาวทิพย์ทิวาณพร ลากุล

นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ

หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป

ผู้บริหารศูนย์บริการประชาชน


ANNUAL REPORT 2018

11

นายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงศ์

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำรพิเศษ

ผู้อ ำนวยกำรส่วนด ำเนินกำรเรื่องรำวร้องทุกข์ 1

นำยภำสกร นำเมือง

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำรพิเศษ

นำงสำวทิพสุคนธ์ นีระพจน์

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำร

นำงศิรินทร เดชำภิวุฒิ

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำร

นำยโชคชัย หำญนิมิตกุล

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำร

นำยวิวัฒน์ วิธีเจริญ

เจ้ำพนักงำนธุรกำรช ำนำญงำน

นำงสำวนงนุช สำยัณห์

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำววรำภรณ์ หินอ่อน

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวรสริน กองเกิดสุข

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำววิยะดำ ปัททะทุม

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวจุฑำรัตน์ ธ ำรงธิติทัศ

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำยอภิวัชร์ ศรีสวัสดิ์

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวพรปรียำ สมเพรำะ

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวสุธิดำ บุตรสำธรรม

นิติกร

นำยธรรมฤทธิ์ ศักดิ์ทอง

นิติกร

นำยสักกเดช นฤวรวงศ์

นิติกร

นำยทิวำ จันทร์ศรีงำม

นิติกร

นำงสำวอรนิชำ ผุดเผือก

นิติกร

นำงสำวศรสลัก อ่อนส ำลี

พนักงำนบันทึกข้อมูล

นำงสำวรัชนีกร แสนทวีสุข

พนักงำนบันทึกข้อมูล

ส่วนด าเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ 1


12

ANNUAL REPORT 2018

นางประภา วงศ์วิภูษณะ

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำรพิเศษ

ผู้อ ำนวยกำรส่วนด ำเนินกำรเรื่องรำวร้องทุกข์ 2

นำงสำวฐิติรัตน์ สุวรรณรำช

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำร

นำงสำวสมใจ บุญทวีกุล

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำร

นำงสำววันดี เรืองงำม

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำร

นำงสำวน้อมจิตร ทิพย์มณี

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำร

นำยรังสรรค์ ตั้งใจงำม

เจ้ำพนักงำนธุรกำรช ำนำญงำน

นำงสำวอรชิสำ นิพำกรเมธ

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสุภำภรณ์ กลิ่นขจร

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำยเฉลิมพงษ์ ผิวด ำ

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวอรนุช ปลื้มโต๊ะสะอำด

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงชนำวลัย นิยมผล

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวอัญญำภร จินดำโชติ

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวรัตติยำ สุทธิสติพล

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำยยศพงษ์ งำมรัตนไพบูลย์

นิติกร

นำงสำววำสนำ ธนะกูลบริภัณฑ์

นิติกร

นำงสำวปำริชำติ ทองพันชั่ง

นิติกร

นำยสมหมำย โสพิกุล

นิติกร

นำงสำวแสงรวี ด่ำนเทศ

นิติกร

นำงสำวลดำทิพย์ อุส่ำห์ดี

เจ้ำพนักงำนธุรกำร

นำงหทัยพร เทียนทอง

เจ้ำพนักงำนธุรกำร

ส่วนด าเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ 2


ANNUAL REPORT 2018

13

นายพันศักดิ์ เจริญ

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำรพิเศษ

ผู้อ านวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน

นำยสำธิต สุทธิเสริม

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำรพิเศษ

นำงสำวสุวีรยำ ทองพิทักษ์

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำร

นำงสำวธัญกมล หมำยถิ่นกลำง

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนปฏิบัติกำร

นำงสำวกำญจน์สุดำ กำญจนำภำ

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนปฏิบัติกำร

นำงสำวสุพัตรำ โค้วตระกูล

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนปฏิบัติกำร

นำงสำวเรณู ภูมรำ

เจ้ำพนักงำนธุรกำรปฏิบัติงำน

นำยเทอดศักดิ์ บัวทอง

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวสุทัตตำ สุทัศน์กุล

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำยรังสรรค์ สดสำยทอง

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวสุทธิดำ ปำนสง่ำ

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำยชำย ชื่นชม

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวจิณต์ภัษ กุลธนำนนท์จรัส

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวเพ็ญนภำ ผิวทวี

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำยปัญญำพงษ์ จริโมภำส

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำยอัมฤทธิ์ หวำนหอม

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวโชษิตำ บุษบงษ์

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำววิภำดำ คุณประชำ

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำยอนุพงษ์ เชษฐสิงห์

นิติกร

นำยธีรพงษ์ รูปเล็ก

นิติกร

นำงสำวณฐมน มูลสำร

นิติกร

นำยพงษ์ศักดิ์ พ่วงทรัพย์

พนักงำนบันทึกข้อมูล

นำงสำวอรณี บุษบงษ์

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำยพุทธิพงศ์ โกศัลวัฒน์

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

ส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน


14

ANNUAL REPORT 2018

นายวิสุทธิ์ ฉัตรานุฉัตร

นิติกรช ำนำญกำรพิเศษ

ผู้อ ำนวยกำรส่วนนิติกำร

นำงสำวมีนำ เหล่ำหะเกียรติ

นิติกรช ำนำญกำร

นำยปิติพงศ์ เลิศพิสุทธิ์โสภณ

นิติกรช ำนำญกำร

นำงสำวนฎำพรรณ ภิโสรมย์

นิติกรช ำนำญกำร

นำงผำณิต เตือนวีระเดช

นิติกรช ำนำญกำร

นำยปิยะพงค์ ไทยเสรีกุล

นิติกรปฏิบัติกำร

นำงสำวพัชรำภรณ์ ผลพูนศิริ

นิติกรปฏิบัติกำร

นำงสำวเพ็ญประภำ นิวำศำนนท์

นิติกรปฏิบัติกำร

นำยสุภิญญำ ตำดี

เจ้ำพนักงำนธุรกำรช ำนำญงำน

นำงสำวญำณี อมรขจรเดช

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวสุกัญญำ ไชยวำรี

พนักงำนบันทึกข้อมูล

นำงสำวรวิวรรณ อักษร

นิติกร

นำงสำวธนิตำ ศรีสมบูรณ์

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

ส่วนนิติการ


ANNUAL REPORT 2018

15

นางจุฑามาศ ศิริชัยสุทธิกร

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำรพิเศษ

ผู้อ ำนวยกำรส่วนแผนและประเมินผล

นำงกุลธิดำ มำแจ้ง

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำร

นำงสำวรวีวรรณ บุญศิริธรรมชัย

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำร

นำยสมเจตน์ ทับมำ

นักวิชำกำรคอมพิวเตอร์ปฏิบัติกำร

นำงสำวจันทิมำ ณ นคร

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนปฏิบัติกำร

นำงสำวพัทธนันท์ ว่องธีรโชติวงษ์

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนปฏิบัติกำร

นำยภูเบศ อัศนียวงศ์

นักวิชำกำรคอมพิวเตอร์

นำยภคพล พลธร

นักวิชำกำรคอมพิวเตอร์

นำงสำวชนกำนต์ สุขสวัสดิ์

นักวิชำกำรคอมพิวเตอร์

นำยขจร ป้อมค ำ

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงมนัฐดำ เมฆบริสุทธิ์

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำยพสธร เกริกฤทธิ์

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวอำริยำ เรืองสรรงำมสิริ

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำววิไลรัตน์ สมเพรำะ

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวสุชำดำ เผือกเจริญ

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำยธัญเทพ เบญจมิตร

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวหัทยำ พฤษธิสำริกร

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวศศิณัฏฐ์ แรงเพ็ชร์

พนักงำนบันทึกข้อมูล

นำงสำวภัทรำพร ยอดจันทร์

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

ส่วนแผนและประเมินผล


16

ANNUAL REPORT 2018

นางศรีส าอาง โกศาสตร์

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำรพิเศษ

ผู้อ ำนวยกำรส่วนกำรมีส่วนร่วมของประชำชน

นำงสำวอัญชนำ สำเรือง

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำรพิเศษ

นำงสำวศุภลักษณ์ ทองเดช

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนช ำนำญกำร

นำงสำวธัชธร ปั้นสุวรรณ์

นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนปฏิบัติกำร

นำงสำวศรุดำ นิยมพงษ์

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำยสมชำย พันธุ์สกุล

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำยนิคม ข ำเถื่อน

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวกฤษฎำพร ทองรักษ์

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวกชณิภำ ลำวลงเฆ่

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวกนกอร เกษค ำ

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวสุทธิดำ ค ำมะนำง

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำงสำวกัลยำกร อ่อนน่วม

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

นำยนิทัศน์ ชื่นชม

นิติกร

นำงสำวนันท์นภัส แสงแจ่ม

นิติกร

นำงสำวดำรณี สว่ำงศรี

นิติกร

นำงสำวอัญญำนี ปุจฉำกำญจน์

นิติกร

นำยกันตพงศ์ ศรีประเสริฐ

นิติกร

นำงสำววนิดำ ชูจันทร์

นิติกร

นำงสำวจิรำวรรณ กองส ำรี

พนักงำนบันทึกข้อมูล

นำงสำวมะลิวัลย์ เก็ตหมัด

เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์นโยบำยและแผน

ส่วนการมีส่วนร่วมของประชาชน


ANNUAL REPORT 2018

17

นางสาวทิพย์ทิวาณพร ลากุล

นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ

หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป

นำงวิมลรัตน์ ศรีเพ็ญ

เจ้ำพนักงำนธุรกำรช ำนำญงำน

นำงวรรณรักษ์ ภู่รักษ์

เจ้ำพนักงำนธุรกำรช ำนำญงำน

นำงประนอม กลิ่นหอม

เจ้ำหน้ำที่ธุรกำร

นำยอัษฎำยุธ ว่องวิริยะวงศ์

เจ้ำพนักงำนธุรกำร

นำงสำวปรียำ เชำว์ไว

เจ้ำพนักงำนธุรกำร

นำงสำวพรพรรณ เบญจภัทรำกุล

พนักงำนบันทึกข้อมูล

ฝ่ายบริหารทั่วไป


18

ANNUAL REPORT 2018

ช่องทางการให้บริการเรื่องราวร้องทุกข์ 1111

สายด่วนของรัฐบาล

โทร. 1111

ช่องทาง

ร้องทุกข์

จุดบริการประชาชน 1111

ท าเนียบรัฐบาล

ตู้ ปณ. 1111

ปณ. ท าเนียบรัฐบาล

เว็บไซต์

www.1111.go.th

Mobile Application PSC 1111


การจัดท าข้อตกลงระดับการให้บริการ

(Service Level Agreement : SLA)

ANNUAL REPORT 2018

19

ข้อตกลงระดับการให้บริการ

งานที่ให้บริการ

หน่วยงานที่รับผิดชอบ

การจัดการเรื่องร้องทุกข์

ศูนย์บริการประชาชน ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

ขอบเขตการให้บริการ

ช่องทาง การให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์/สถานที่ ระยะเวลามาตรฐานการให้บริการ

สายด่วนของรัฐบาล

1111

จุดบริการประชาชน 1111

ท าเนียบรัฐบาล

เว็บไซต์

www.1111.go.th

วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์

ตลอด 24 ชั่วโมง

จุดบริการประชาชน 1111 (ส านักงาน ก.พ. เดิม)

ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300

ให้บริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการก าหนด)

ตั้งแต่เวลา 8.30 -16.30 น.

วันจันทร์ถึงวันศุกร์

(ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการก าหนด)

ตลอด 24 ชั่วโมง

2 ชั่วโมง

1.5 วันท าการ

2 วันท าการ

ตู้ ปณ. 1111

ปณ. ท าเนียบรัฐบาลกรุงเทพมหานคร 10302

โมบายแอปพลิเคชัน

PSC 1111

เลขที่ 1 ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300

ให้บริการวันจันทร์ ถึงวันศุกร์

(ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการก าหนด)

ตั้งแต่เวลา 8.30 -16.30 น.

วันจันทร์ถึงวันศุกร์

(ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการก าหนด)

ตลอด 24 ชั่วโมง

8.5 วันท าการ

1 วันท าการ

การจัดท าข้อตกลงระดับการให้บริการ

สืบเนื่องจากการปรับปรุงขั้นตอน วิธีการปฏิบัติงาน ตลอดจนระยะเวลาการให้บริการ

ของกระบวนงานการแก้ไขปัญหาเรื่องราวร้องทุกข์ของศูนย์บริการประชาชนในการนี้ เพื่อให้ประชาชน

ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติงานและมาตรฐานการให้บริการ ศูนย์บริการประชาชนจึงได้ปรับปรุง

ข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement : SLA) ที่ได้ประกาศไว้

เมื่อปี พ.ศ. 2558 ให้มีความเป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง และได้ใช้ประกาศ

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2561


20

ANNUAL REPORT 2018

สถานที่ตั้งศูนย์บริการประชาชน ท าเนียบรัฐบาล

ศบช.

ศบช.

จุดบริการประชาชน 1111

(ส านักงาน ก.พ. เดิม) ถนนพิษณุโลก

แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร


ANNUAL REPORT 2018

21

กระบวนงาน (ย่อย) และขั้นตอนการให้บริการ

กระบวนงาน : การด าเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่ร้องทุกข์ทางโทรศัพท์ (สายด่วนของรัฐบาล 1111)

กรณีปกติ (ไม่ใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงมากและไม่ซับซ้อน)

ช่องทาง การให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์/สถานที่ ระยะเวลามาตรฐานการให้บริการ

สายด่วนของรัฐบาลโทร. 1111

(ให้บริการตลอด 24 ชม. ไม่เสียค่าโทร)

วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์

ตลอด 24 ชั่วโมง

2 ชั่วโมง

ประชาชนร้องทุกข์ผ่าน

สายด่วนของรัฐบาล 1111

ขั้นตอนที่ 1

เจ้าหน้าที่ GCC 1111รับสาย สืบค้น สอบถามรายละเอียดและบันทึก

ข้อมูลเรื่องร้องทุกข์ในระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์

ขั้นตอนที่ 2

เจ้าหน้าที่ GCC 1111 วิเคราะห์ และสรุปประเด็นค าร้องทุกข์

เพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหา

ขั้นตอนที่ 3

แจ้งให้ผู้ร้องทราบการด าเนินการเบื้องต้น

2

ชั่วโมง

ขั้นตอนที่ 4

ประสานส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบันทึก

การด าเนินการในระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์

แจ้งรหัสเรื่องร้องทุกข์ให้ผู้ร้องทราบผ่านข้อความ SMS ส าหรับใช้ในการติดตามผล

การแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ และแจ้งการด าเนินการเป็นเบื้องต้นให้ผู้ร้องทราบ

จบขั้นตอน


22

ANNUAL REPORT 2018

กระบวนงาน : การด าเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่ส่งเรื่องร้องทุกข์ทางไปรษณีย์ (ตู้ ปณ. 1111)

กรณีปกติ (ไม่ใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงมากและไม่ซับซ้อน)

ช่องทาง การให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์/สถานที่ ระยะเวลามาตรฐานการให้บริการ

ตู้ ปณ. 1111

ปณ.ท าเนียบรัฐบาล

กรุงเทพมหานคร 10302

(ไม่ต้องติดแสตมป์)

เลขที่ 1 ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300

ให้บริการวันจันทร์ ถึงวันศุกร์

(ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการก าหนด)

ตั้งแต่เวลา 8.30 -16.30 น.

8.5 วันท าการ

รับเรื่องร้องทุกข์จาก ตู้ ปณ. 1111

ฝ่ายบริหารทั่วไป (ฝบท.)

คัดแยกเรื่องเข้าส่วน/ ฝ่าย

ขั้นตอนที่ 1

รับงานจาก ฝบท.

คัดแยกประเภทเรื่อง

มอบหมายงาน

1 วันท าการ

ขั้นตอนที่ 2

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องร้องทุกข์

1 วันท าการ

ขั้นตอนที่ 3 เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ สรุปประเด็น

บันทึกข้อมูลเรื่องร้องทุกข์ในระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์

2.5 วันท าการ

ขั้นตอนที่ 4

‣ ประสานส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางต่าง ๆ ตามความเหมาะสม

‣ ให้ค าปรึกษาแนะน า

‣ ขอข้อมูลเพิ่มเติม

‣ แจ้งให้ผู้ร้องทุกข์ทราบการด าเนินการเบื้องต้น

‣ บันทึกข้อมูลในการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์

‣ แจ้งรหัสเรื่องร้องทุกข์ให้ผู้ร้องทราบผ่านข้อความ SMS ส าหรับใช้ในการติดตามผล

การแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ และแจ้งการด าเนินการเป็นเบื้องต้นให้ผู้ร้องทราบ

4 วันท าการ

จบขั้นตอน


ANNUAL REPORT 2018

23

กระบวนงาน : การด าเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่เดินทางมาร้องทุกข์ที่ท าเนียบรัฐบาล(จุดบริการประชาชน ๑๑๑๑ กรณีปกติ)

กรณีปกติ (ไม่ใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงมากและไม่ซับซ้อน)

ช่องทาง การให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์/สถานที่ ระยะเวลามาตรฐานการให้บริการ

จุดบริการประชาชน 1111

ท าเนียบรัฐบาล

จุดบริการประชาชน 1111 (ส านักงาน ก.พ. เดิม)

ถนนพิษณุโลกเขตดุสิต กทม. 10300

ให้บริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์

(ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการก าหนด)

ตั้งแต่เวลา 8.30 -16.30 น.

1.5 วันท าการ

ผู้ร้องทุกข์เดินทางมาร้องทุกข์

ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล

จุดบริการประชาชน 1111

ขั้นตอนที่ 1

ให้การต้อนรับ

เจ้ำหน้ำที่ สปน.

ให้ค าปรึกษาแนะน าในการเขียนค าร้องทุกข์

คัดแยกหน่วยงาน

2 ชั่วโมง

ตรวจค าร้องทุกข์

สืบค้นเรื่องในระบบ

ออกใบรับค าร้องทุกข์

ขั้นตอนที่ 2

เจ้ำหน้ำที่ สปน.

วิเคราะห์ สรุปประเด็นค าร้องทุกข์

และบันทึกข้อมูลในระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์

เจ้ำหน้ำที่ 24 หน่วย

วิเคราะห์ สรุปประเด็นค าร้องทุกข์

และบันทึกข้อมูลในระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์

ขั้นตอนที่ 3

เจ้ำหน้ำที่ สปน. เจ้ำหน้ำที่ สปน.

กรณี

กรณี

เรื่องที่สามารถชี้แจง เรื่องที่ต้องด าเนินการ

จนท. 24 หน่วย

กรณี

เรื่องที่สามารถชี้แจง

จนท. 24 หน่วย

กรณี

เรื่องที่ต้องด าเนินการ

1.2

วันท าการ

ท าความเข้าใจ ให้ค าปรึกษา/

ต่อให้ประสานส่งเรื่อง

ท าความเข้าใจ ให้ค าปรึกษา/

ต่อให้ประสานส่งเรื่อง

แนะน า กับผู้ร้องทุกข์ ให้บันทึก

การปฏิบัติงาน เพื่อยุติเรื่อง

ในระบบ

การจัดการเรื่องราวร้องทุกข์

ให้ส่วน/ฝ่าย ผ่านระบบฯ

และแจ้งรหัสเรื่องร้องทุกข์

ให้ผู้ร้องทุกข์ทราบ

แนะน า กับผู้ร้องทุกข์ ให้บันทึก

การปฏิบัติงาน เพื่อยุติเรื่อง

ในระบบ

การจัดการเรื่องราวร้องทุกข์

ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(ภายในสังกัด) ผ่าน

ระบบฯ และแจ้งรหัส

เรื่องร้องทุกข์ให้ผู้ร้อง

ทุกข์ทราบ

แจ้งรหัสเรื่องร้องทุกข์ให้ผู้ร้องทราบผ่าน

ข้อความ SMS ส าหรับใช้ในการติดตาม

ผลการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ และแจ้ง

การด าเนินการเป็นเบื้องต้นให้ผู้ร้องทราบ

แจ้งรหัสเรื่องร้องทุกข์ให้ผู้ร้องทราบผ่าน

ข้อความ SMS ส าหรับใช้ในการติดตาม

ผลการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ และแจ้ง

การด าเนินการเป็นเบื้องต้นให้ผู้ร้องทราบ

จบขั้นตอน จบขั้นตอน


24

ANNUAL REPORT 2018

กระบวนงาน : การด าเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่ส่งเรื่องร้องทุกข์ทาง เว็บไซต์ (เว็บไซต์ www.1111.go.th)

กรณีปกติ (ไม่ใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงมากและไม่ซับซ้อน)

ช่องทาง การให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์/สถานที่ ระยะเวลามาตรฐานการให้บริการ

เว็บไซต์

www.1111.go.th

วันจันทร์ถึงวันศุกร์

(ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการก าหนด)

ตลอด 24 ชั่วโมง

2 วันท าการ

ผู้ร้องส่งเรื่องร้องทุกข์ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์

ผ่านเว็บไซต์ www.1111.go.th / e-mail

ขั้นตอนที่ 1

เจ้าหน้าที่ GCC 1111 เปิดรับเรื่อง วิเคราะห์ สรุปประเด็น และบันทึก

ข้อมูลเรื่องร้องทุกข์ในระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์

คัดแยกประเภทเรื่อง

0.5

วันท าการ

ขั้นตอนที่ 2

GCC ด าเนินการประเภทเรื่องสังคม

และสวัสดิการ

ส่ง สปน. ทุกประเภทเรื่อง ยกเว้น

ประเภทเรื่องสังคมและสวัสดิการ

ขั้นตอนที่ 3

สปน. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ

เรื่องร้องทุกข์โดยพิจารณาประเด็นเรื่อง

และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

0.5

วันท าการ

ขั้นตอนที่ 4

แจ้งให้ผู้ร้องทุกข์ทราบการด าเนินการเบื้องต้น

และบันทึกการด าเนินการ

ในระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์

• ประสานส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางต่าง ๆ

ตามความเหมาะสม

• ให้ค าปรึกษา แนะน า

• ขอข้อมูลเพิ่มเติม

1

วันท าการ

• บันทึกข้อมูลในระบบฯ

จบขั้นตอน


ANNUAL REPORT 2018

25

กระบวนงาน : การด าเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่ส่งเรื่องร้องทุกข์ทาง Mobile Application (PSC 1111)

กรณีปกติ (ไม่ใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงมากและไม่ซับซ้อน)

ช่องทาง การให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์/สถานที่ ระยะเวลามาตรฐานการให้บริการ

โมบายแอปพลิเคชัน

PSC 1111

วันจันทร์ถึงวันศุกร์

(ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการก าหนด)

ตลอด 24 ชั่วโมง

1 วันท าการ

ผู้ร้องส่งเรื่องร้องทุกข์

ทาง Mobile Application PSC 1111

ขั้นตอนที่ 1

เจ้าหน้าที่ GCC 1111 เปิดรับเรื่อง วิเคราะห์ สรุปประเด็น และบันทึก

ข้อมูลเรื่องร้องทุกข์ในระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์

คัดแยกประเภทเรื่อง

0.5

วันท าการ

ขั้นตอนที่ 2

GCC ด าเนินการประเภทเรื่องสังคม

และสวัสดิการ

ส่ง สปน. ทุกประเภทเรื่อง ยกเว้น

ประเภทเรื่องสังคมและสวัสดิการ

ขั้นตอนที่ 3

สปน. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ

เรื่องร้องทุกข์โดยพิจารณาประเด็นเรื่อง

และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนที่ 4

แจ้งให้ผู้ร้องทุกข์ทราบการด าเนินการเบื้องต้น

และบันทึกการด าเนินการ

ในระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์

• ประสานส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางต่าง ๆ

ตามความเหมาะสม

• ให้ค าปรึกษา แนะน า

• ขอข้อมูลเพิ่มเติม

0.5

วันท าการ

• บันทึกข้อมูลในระบบฯ

จบขั้นตอน


26

ANNUAL REPORT 2018

ส่วนที่

3

ผลการด าเนินงาน

ประจ าปีงบประมาณ

พ.ศ. 2561


ANNUAL REPORT 2018

ผลกำรด ำเนินงำน

ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2561

27

ศูนย์บริการประชาชน ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี ได้ด ำเนินงำนภำยใต้แผนยุทธศำสตร์ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี

ระยะที่ 4 (พ.ศ. 2559 - 2562) และแผนปฏิบัติรำชกำรประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2561 รวมทั้ง ได้น ำนโยบำยและข้อสั่งกำร

ของรัฐบำล และคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ (คสช.) มำเป็นแนวทำงในกำรปฏิบัติงำน โดยสำมำรถสรุปกรอบภำรกิจที่ได้

ด ำเนินกำรใน 5 ด้ำน ดังนี้

1

ภารกิจตามนโยบายและข้อสั่งการของรัฐบาล

และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

2

ภารกิจด้านการประสานมวลชน

และองค์กรประชาชน

1111

3

ภารกิจเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม

ของประชาชน

4

ภารกิจตามแผนปฏิบัติการ

ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

5

ภารกิจพิเศษ


28

ANNUAL REPORT 2018

1 และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ภารกิจตามนโยบายและข้อสั่งการของรัฐบาล

นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ได้ให้ความส าคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ได้มอบหมายให้ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี โดยศูนย์บริการประชาชน เป็นกลไกในการบริหารจัดการ

เรื่องร้องทุกข์ พร้อมทั้งได้มอบนโยบายและข้อสั่งการที่เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวหลายประการ เช่น เมื่อวันที่ 26

ตุลาคม 2557 ได้ให้ทุกกระทรวงจัดเจ้าหน้าที่มารับเรื่องร้องทุกข์และแก้ไขปัญหาขั้นต้นโดยตรง ณ จุดบริการ

ประชาชน 1111 และเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2557 นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้ส านักงานปลัด

ส านักนายกรัฐมนตรีเชื่อมโยงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศวางระบบฐานข้อมูลร่วมกับศูนย์ด ารงธรรมให้เป็น

มาตรฐานเดียวกัน ในการนี้ ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรีจึงได้จัดท าโครงการพัฒนาและขยายผล

ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล (Integrated Complaint Management System) ขึ้น เพื่อพัฒนา

ระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ให้เป็น “ระบบกลาง” ให้ทุกส่วนราชการสามารถด าเนินการเรื่องร้องทุกข์

ผ่านระบบกลางที่ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรีพัฒนาขึ้น ซึ่งข้อมูลเรื่องร้องทุกข์จากทั่วประเทศจะถูกจัดเก็บ

ภายใต้ฐานข้อมูลเดียว สามารถตรวจสอบความซ้ าซ้อนของเรื่องร้องทุกข์ได้ และสามารถประมวลผลข้อมูล

เรื่องร้องทุกข์จากระบบการจัดการเรื่องร้องทุกข์เพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง

ได้ด าเนินการจัดประชุมส่วนราชการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการด าเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ โดยมีผู้แทน

ส่วนราชการ/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาร่างแนวทางการปฏิบัติและคุณสมบัติของ

ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงาน (Chief Complaint Executive Officer : CCEO) กับร่างบันทึกข้อตกลง

ความร่วมมือการด าเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ระหว่างหน่วยงานเพื่อรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงาน

“ให้ทุกกระทรวงจัดเจ้าหน้าที่ มารับเรื่องราวร้องทุกข์และ

แก้ปัญหาขั้นต้นโดยตรงให้แก่ประชาชนที่เดินทางมาร้องทุกข์

ด้วยตนเอง ณ จุดบริการประชาชน 1111”


ANNUAL REPORT 2018

29

1.1 ขับเคลื่อนการด าเนินการเรื่องราวร้องทุกข์และการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลเรื่องร้องทุกข์ตามนโยบายรัฐบาล

ศูนย์บริการประชาชนได้ด ำเนินกำรฝึกอบรมกำรใช้งำนระบบกำรจัดกำรเรื่องรำวร้องทุกข์ ภำยใต้โครงกำรเชื่อมโยงระบบฐำนข้อมูลเรื่องร้องทุกข์

ตำมนโยบำยของรัฐบำล (ก ำหนดด ำเนินกำรในระหว่ำงเดือนกันยำยน – พฤศจิกำยน 2560) โดยมีกลุ่มเป้ำหมำยเป็นผู้ปฏิบัติงำนเรื่องร้องทุกข์

จำกส่วนรำชกำรทั่วประเทศ จ ำนวนประมำณ 700 คน รวม 12 รุ่น โดยในเดือนตุลำคม 2560 ได้มีกำรด ำเนินกำร ดังนี้

1.1.1

1.1.2

1.1.3

1.1.4

1.1.5

รุ่นที่ 2 เมื่อวันที่ 2 - 3 ตุลำคม 2560 ณ โรงแรมใบหยกสกำย

กรุงเทพมหำนคร ซึ่งกลุ่มเป้ำหมำยเป็นผู้ปฏิบัติงำนเรื่องร้องทุกข์

ของศูนย์บริกำรประชำชน และบริษัท ทีโอที จ ำกัด (มหำชน)

รุ่นที่ 3 เมื่อวันที่ 5 - 6 ตุลำคม 2560 ณ โรงแรมโบ๊ทลำกูน

รีสอร์ท จังหวัดภูเก็ตซึ่งกลุ่มเป้ำหมำยเป็นผู้ปฏิบัติงำนเรื่องร้อง

ทุกข์จำกส่วนรำชกำรในพื้นที่จังหวัดภำคใต้

รุ่นที่ 4 เมื่อวันที่ 9 - 10 ตุลำคม 2560 ณ โรงแรมใบหยกสกำย

กรุงเทพมหำนครซึ่งกลุ่มเป้ำหมำยเป็นผู้ปฏิบัติงำนเรื่องร้องทุกข์

จำกส่วนรำชกำรในระดับกระทรวง ได้แก่ ส ำนักนำยกรัฐมนตรี

กระทรวงสำธำรณสุข กระทรวงวิทยำศำสตร์ และเทคโนโลยี

กระทรวงกำรท่องเที่ยวและกีฬำ และกระทรวงศึกษำธิกำร

รุ่นที่ 5 เมื่อวันที่ 11 - 12 ตุลำคม 2560 ณ โรงแรมใบหยกสกำย

กรุงเทพมหำนครซึ่งกลุ่มเป้ำหมำยเป็นผู้ปฏิบัติงำนเรื่องร้องทุกข์

จำกส่วนรำชกำรในระดับกระทรวง ได้แก่ กระทรวงมหำดไทย

กระทรวงคมนำคม ศูนย์อ ำนวยกำรบริหำรจังหวัดชำยแดนภำคใต้

และส่วนรำชกำรในพื้นที่จังหวัดภำคกลำง

รุ่นที่ 6 เมื่อวันที่ 30 - 31 ตุลำคม 2560 ณ โรงแรมใบหยกสกำย

กรุงเทพมหำนครซึ่งกลุ่มเป้ำหมำยเป็นผู้ปฏิบัติงำนเรื่องร้องทุกข์

จำกส่วนรำชกำรในระดับกระทรวง ได้แก่ หน่วยงำนอิสระ

กระทรวงกำรต่ำงประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ

และสังคม กระทรวงพลังงำน และกระทรวงอุตสำหกรรม


30

ANNUAL REPORT 2018

1.2 การรับฟังความคิดเห็นต่อค าถามของนายกรัฐมนตรี 4 ค าถาม ผ่านช่องทางสายด่วน 1111 และจุดบริการประชาชน 1111

ในรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”

นายกรัฐมนตรีได้กล่ำวในรำยกำร “ศำสตร์พระรำชำสู่กำรพัฒนำอย่ำงยั่งยืน” เมื่อวันที่ 26 พฤษภำคม 2560 โดยมีค ำถำม 4 ข้อ เพื่อให้ประชำชน

ตอบและแสดงควำมคิดเห็นผ่ำนศูนย์ด ำรงธรรมจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งต่อมำได้ขยำยช่องทำงกำรรับฟังโดยให้ผ่ำนสำยด่วนของรัฐบำล 1111

และจุดบริกำรประชำชน 1111 ซึ่งประกอบด้วยค ำถำม 4 ข้อ ดังนี้

1)

2)

3)

4)

นายกรัฐมนตรี

ท่านคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะได้รัฐบาล

ที่มีธรรมาภิบาลหรือไม่ ?

หากไม่ได้จะท าอย่างไร ?

การเลือกตั้งเป็นส่วนส าคัญส่วนหนึ่งของ

ประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งอย่างเดียว

ไ ม่ ค า นึ ง ถึ ง อ น า ค ต ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ เ ช่ น

ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปนั้น ถูกต้อง

หรือไม่ ?

ท่านคิดว่ากลุ่มนักการเมือง ที่มีพฤติกรรม

ไม่เหมาะสม ควรจะมีโอกาสเข้ามาสู่การ

เลือกตั้งอีกหรือไม่ หากเข้ามาได้แล้วจะให้ใคร

แก้ไข และแก้ไขด้วยวิธีอะไร ?

ศูนย์บริกำรประชำชนได้รับผิดชอบกำรแสดงควำมคิดเห็นต่อค ำถำมของนำยกรัฐมนตรีผ่ำนช่องทำงสำยด่วนของรัฐบำล 1111 และจุดบริกำร

ประชำชน 1111 ท ำเนียบรัฐบำล โดยมีประชำชนแสดงควำมคิดเห็นผ่ำนช่องทำงสำยด่วน 1111 (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลำคม 2560)

สรุปภำพรวมกำรด ำเนินกำร ดังนี้

มีผู้เสนอความคิดเห็น

ช่องทางการรับฟัง

สายด่วนของรัฐบาล 1111

จ านวน 1,326 คน

ตั้งแต่

วันที่ 27 พฤษภาคม – 31 ตุลาคม 2560

รวมทั้งหมด

จ านวน 1,908 คน

จุดบริการประชาชน 1111

จ ำนวน 530 คน

ตู้ ปณ. 1111

จ ำนวน 52 คน


ANNUAL REPORT 2018

31

1.3 กิจกรรม “1111 สัญจร รับเรื่องร้องทุกข์เทศกาลปีใหม่”

นโยบำยให้ทุกกระทรวงเตรียมของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชำชน ซึ่งศูนย์บริกำร

ประชำชนได้เปิดให้บริกำรรับเรื่องร้องทุกข์สัญจร ในระหว่ำง วันที่ 29 ธันวาคม

2560 – 3 มกราคม 2561 ในบริเวณสถำนีขนส่งผู้โดยสำรกรุงเทพ (หมอชิต

และถนนบรมรำชชนนี) กับสถำนีรถไฟกรุงเทพ (หัวล ำโพง) ตำมช่วงเวลำ ดังนี้

29-1

ธันวาคม 2560 มกราคม 2561

เวลา 08.00 – 21.00 น.

2

มกราคม 2561

เวลา 04.00 – 21.00 น.

3

มกราคม 2561

เวลา 04.00 – 09.00 น.

ทั้งนี้ จำกกำรให้บริกำรในภำพรวมทั้ง 3 จุด ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวำคม 2560 – 3 มกรำคม 2561 พบว่ำ มีประชำชนมำใช้บริกำรรวมทั้งสิ้น

71 รำย โดยเป็นกำรแจ้งเหตุ/ฉุกเฉิน/ขอควำมช่วยเหลือ มำกที่สุด จ ำนวน 51 เรื่อง และจำกกำรวิเครำะห์ข้อมูลที่ประชำชนได้ใช้บริกำรพบว่ำ

3 ล ำดับแรกที่ประชำชนร้องทุกข์มำกที่สุด ได้แก่ ข้อพิพำทเกี่ยวกับสิทธิที่ดิน คิดเป็นร้อยละ 25 รองลงมำคือ กำรบริกำรรถสำธำรณะ

คิดเป็นร้อยละ 18.75 และกรณีได้รับควำมเดือดร้อนเกี่ยวกับทรัพย์สิน เช่น ไม่ได้รับเงินจำกสหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นต้น คิดเป็นร้อยละ

12.5 ตำมล ำดับ โดยในส่วนของกำรแจ้งเหตุ/ฉุกเฉิน/ขอควำมช่วยเหลือ ประชำชนได้แจ้งขอควำมอนุเครำะห์ตั๋วโดยสำรให้ได้กลับภูมิล ำเนำ

มำกที่สุด คิดเป็นร้อยละ 29.27 รองลงมำคือ กำรให้ควำมช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชำวต่ำงประเทศ คิดเป็นร้อยละ 24.39 และขอควำมช่วยเหลือ

กรณีทรัพย์สิน/เอกสำรสูญหำย คิดเป็นร้อยละ 21.95 ส ำหรับข้อเสนอแนะ พบว่ำประชำชนเสนอขอให้เพิ่มจ ำนวนรถโดยสำรสำธำรณะ

และเสนอควำมคิดเห็นเกี่ยวกับขบวนกำรค้ำยำเสพติด

ส าหรับประเด็นการแจ้งเหตุฉุกเฉินที่ศูนย์บริการประชาชนสามารถประสานงานให้ความช่วยเหลือได้ทันที (One Stop Service) เช่น

1) การให้ความช่วยเหลือเนื่องจากไม่มีที่พักในระหว่างการรอ

คอยรถโดยสารหรือนัดพบญาติ

2) การให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้พิการไม่

สามารถเดินได้สะดวก

3) การให้ความช่วยเหลือตามหาบุตรที่พลัดหลงจากผู้ปกครอง

4) การให้ความช่วยเหลือเพื่อค้นหากระเป๋าเงินและสัมภาระตก

หล่นบนรถโดยสาร

5) การให้ค าปรึกษาและแนะน าเกี่ยวกับเส้นทางจราจรระหว่าง

จุดโดยสารสาธารณะ และแหล่งท่องเที่ยว


32

ANNUAL REPORT 2018

1.4 ประมวลภาพ/กิจกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและข้อสั่งการของรัฐบาล

จัดนิทรรศการโครงการ “ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรียุคดิจิทัล” (Digital OPM)

เมื่อวันที่ 31 มกรำคม 2561 ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรีจัดแสดงนิทรรศกำรให้

ควำมรู้และน ำเสนอกำรให้บริกำรของภำครัฐด้วยดิจิทัล เพื่อเสริมศักยภำพกำรให้บริกำร

ประชำชนและขำนรับนโยบำย Thailand 4.0 ของรัฐบำล ที่มีนโยบำยให้ส่วนรำชกำรต่ำง ๆ

พัฒนำระบบกำรท ำงำนไปสู่ รัฐบำลดิจิทัล เพื่อปรับเปลี่ยนกำรด ำเนินงำนให้มีควำมสะดวก

รวดเร็ว มีควำมโปร่งใส และตรวจสอบได้ จึงได้มีกำรจัดแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลที่น ำมำใช้

เพื่อเพิ่มพูนศักยภำพในกำรให้บริกำรที่เกี่ยวข้องกับประชำชน ในเรื่องต่ำง ๆ ณ บริเวณห้อง

ประชุม 109 โดยรองปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี (นำงประภำศรี บุญวิเศษ) เป็นประธำนในพิธีเปิด

โครงกำร และมีผู้บริหำรและเจ้ำหน้ำที่ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี เข้ำร่วมชม นิทรรศกำร

ด้วยในกำรนี้ ศูนย์บริกำรประชำชนได้ร่วมจัดนิทรรศกำรให้ควำมรู้เกี่ยวกับกำรร้องทุกข์

และแนะน ำช่องทำงกำรร้องทุกข์ ช่องทำงใหม่ PSC 1111 Mobile Appilcation

จัดนิทรรศการ โครงการสัมมนาทางวิชาการ “2 ทศวรรษแห่ง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการฯ สร้างความโปร่งใสสู่ประชารัฐ”

เมื่อวันที่ 13 กันยำยน 2561 ศูนย์บริกำรประชำชน ได้ร่วมจัดนิทรรศกำร

เผยแพร่ให้ควำมรู้เกี่ยวกับกำรร้องทุกข์แนะน ำกำรร้องทุกข์ ผ่ำนช่องทำง Mobile

Application “PSC 1111” ใน โครงกำรสัมมนำทำงวิชำกำร “2 ทศวรรษแห่ง

พ.ร.บ. ข้อมูลข่ำวสำรของรำชกำรฯ สร้ำงควำมโปร่งใสสู่ประชำรัฐ”

ในกำรนี้ รองปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี (นำยสมพำศ นิลพันธ์) ได้น ำท่ำน

รองนำยกรัฐมนตรี (นำยวิษณุ เครืองำม) และผู้เข้ำร่วมสัมมนำเยี่ยมชมนิทรรศกำร

ให้ค ำแนะน ำกำรด ำเนินกำรเรื่องร้องทุกข์


ANNUAL REPORT 2018

33

1.4 ประมวลภาพ/กิจกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและข้อสั่งการของรัฐบาล

จัดนิทรรศการ งานแถลงข่าวเปิดตัว “สายตรงไทยนิยม”

เมื่อวันที่ 3 เมษำยน 2561 ศูนย์บริกำรประชำชน ได้ร่วมจัดนิทรรศกำรเผยแพร่ให้ควำมรู้เกี่ยวกับกำรร้องทุกข์และแนะน ำช่องทำง

กำรร้องทุกข์ ช่องทำงใหม่ ผ่ำนช่องทำง Mobile Application “PSC 1111” ในงำนแถลงข่ำวเปิดตัว “สำยตรงไทยนิยม” จัดตั้งขึ้นเพื่อรับเรื่อง

ร้องเรียนและข้อคิดเห็นจำกประชำชนถึงนำยกรัฐมนตรีโดยตรง ผ่ำนช่องทำงกำรสื่อสำรข้อมูลและเชื่อมควำมเข้ำใจและข้อเสนอแนะระหว่ำงประชำชน

กับนำยกรัฐมนตรี ผ่ำนทำงเฟซบุ๊ก สำยตรงไทยนิยม เว็บไซต์ www.HotlinePM.go.th และโมบำยแอปพลิเคชัน HotlinePM ณ ตึกสันติไมตรี

ท ำเนียบรัฐบำล

ในกำรนี้ รองปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี (นำยสมพำศ นิลพันธ์) ได้น ำท่ำนนำยกรัฐมนตรี และผู้เข้ำร่วมสัมมนำเยี่ยมชมนิทรรศกำร

ให้ค ำแนะน ำกำรด ำเนินกำรเรื่องร้องทุกข์


34

ANNUAL REPORT 2018

2 และองค์กรประชาชน

ภารกิจด้านการประสานมวลชน

ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี โดย ศูนย์บริการประชาชน

ได้ด าเนินการภารกิจด้านการประสานมวลชนและองค์กรประชาชนใน 3 แนวทาง ได้แก่

2.1 สรุปการด าเนินการรับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนที่เดินทางมายื่นเรื่องที่ท าเนียบรัฐบาล

1) การให้การต้อนรับ อ านวยความสะดวกและรับเรื่องร้องทุกข์จากกลุ่มมวลชน

และองค์กรประชาชน ที่เดินทางมายื่นข้อเรียกร้องที่ท าเนียบรัฐบาล

2) ท าหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการในการประสานงานและจัดประชุมคณะกรรมการ

/คณะอนุกรรมการ และคณะท างาน ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

3) รับเรื่องร้องทุกข์จากกลุ่มเครือข่ายองค์กรประชาชนและประชาชนทั่วไปที่เดินทางมา

ยื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมคณะรัฐมนตรี

นอกสถานที่ รวมทั้ง ประสานหน่วยงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ

ประชาชน

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ศูนย์บริการประชาชนได้ให้การต้อนรับ อ านวยความสะดวกและรับเรื่องร้องทุกข์จากกลุ่มมวลชนและองค์กร

ประชาชนที่เดินทางมายื่นเรื่องร้องทุกข์ที่ท าเนียบรัฐบาล รวมทั้งสิ้น 297 ครั้ง ซึ่งมีกลุ่มประชาชนได้ยื่นเรื่องร้องเรียนในหลากหลายประเด็น

ปัญหาอาทิ เช่น

เครือข่ายประชาชนปฏิรูปต ารวจ

ขอให้พิจำรณำเร่งรัดกำรปฏิรูปต ำรวจ โดยกำรปรับโครงสร้ำงต ำรวจ และแยกงำนสอบสวนออกจำก

กำรก ำกับดูแลของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ รวมทั้งกำรโอนหน่วยงำนภำยใต้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ

ทั้ง 11 หน่วย ไปสังกัดกระทรวงที่มีอ ำนำจหน้ำที่ตำมกฎหมำย

กลุ่มศึกษาพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก

เสนอควำมคิดเห็นเกี่ยวกับโครงกำรกำรพัฒนำและร่ำงพระรำชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภำค

ตะวันออก (EEC) โดยขอให้หน่วยงำนรัฐบริหำรจัดกำรและแก้ไขปัญหำที่เกิดขึ้นจำกแผนกำรพัฒนำ

พื้นที่บริเวณชำยฝั่งทะเลตะวันออก (ESB) อย่ำงเป็นรูปธรรม

กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านโป่งมะค่า จังหวัดอุทัยธานี

ขอให้พิจำรณำเร่งรัดกำรด ำเนินกำรแก้ปัญหำหนี้สินให้แก่เกษตรกรสมำชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนำ

เกษตรกร ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ ำประกัน เกษตรกรผู้สูงอำยุ และเกษตรกรที่ใช้เอกสำรสิทธิ ส.ป.ก. เป็น

หลักทรัพย์ค้ ำประกัน เนื่องจำกสมำชิกกองทุนฯ ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร (หนี้) ไว้กับส ำนักงำน

กองทุนฯ หำกแต่ยังไม่ได้รับกำรช่วยเหลือฯ แต่อย่ำงใดส่งผลให้ไม่มีที่ดินท ำกินและที่อยู่อำศัย

ประกอบกับเกษตรกรบำงรำยถูกด ำเนินคดีและยึดทรัพย์สินขำยทอดตลำด

เครือข่ายประชาชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ขอให้พิจำรณำกรณีร่ำงพระรำชบัญญัติส่งเสริมและรักษำคุณภำพสิ่งแวดล้อมแห่งชำติ พ.ศ. ....

มิได้ผ่ำนกำรจัดท ำตำมมำตรำ 77 และไม่เป็นไป ตำมมำตรำ 58 ของรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย

พุทธศักรำช 2560 และขอให้ยุติไว้เพื่อแต่งตั้งคณะท ำงำนเพื่อยกร่ำงพระรำชบัญญัติฯ ดังกล่ำว

ขึ้นมำใหม่ โดยให้ภำคประชำชนเข้ำมำมีส่วนร่วมในกำร ยกร่ำงพระรำชบัญญัติฯ ในสัดส่วน

ที่เท่ำเทียมกัน


ANNUAL REPORT 2018

35

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน

เสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกำรปรับอัตรำค่ำจ้ำงแรงงำนประจ ำปี พ.ศ. 2561 ซึ่งคณะกรรมกำรร่วมฯ เห็น

ว่ำกำรปรับอัตรำค่ำจ้ำงฯ ดังกล่ำว ต้องไม่เท่ำกันทั้งประเทศและไม่สูงเกินไป รวมทั้งควรเป็นไปตำม

ควำมสำมำรถฝีมือแรงงำน ประสบกำรณ์และทักษะของแรงงำน โดยยึดหลักในกำรปรับค่ำแรงงำน

ประจ ำปีที่เป็นมำตรฐำนสำกล

เครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ

ขอให้เปิดเวทีรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชนเกี่ยวกับกำรสัมปทำนปิโตรเลียม และชะลอกำรให้

สัมปทำนออกไป พร้อมทั้งก ำหนดจัดเวทีรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชนภำยใน 1 สัปดำห์ โดยขอให้

มีสื่อมวลชนร่วมด้วย เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข้อเท็จจริงสู่สำธำรณะ

กลุ่มผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะสาย 1269 1270 และ 1516

ขอให้พิจำรณำตรวจสอบกำรด ำเนินงำนของกรมกำรขนส่งทำงบกในกำรออกใบอนุญำตให้บริษัท

ลำดกระบัง วิ่งรถทับเส้นทำงกับรถโดยสำรประจ ำทำงในพื้นที่เดิม ซึ่งเป็นกำรพิจำรณำอย่ำงเป็นธรรม

ตำมหลักกำรและมีกำรเอื้อประโยชน์ ให้ผู้ประกอบกำรเอกชนหรือไม่

กลุ่มผู้ค้าตลาดนัดสวนจตุจักร และสมาชิกสหกรณ์ผู้ค้าตลาดนัดสวนจตุจักร จ ากัด

กลุ่มผู้ค้ำตลำดนัดสวนจตุจักร และสมำชิกสหกรณ์ผู้ค้ำตลำดนัดสวนจตุจักร จ ำกัด ได้เดินทำงที่ศูนย์รับ

เรื่องรำวร้องทุกข์ของรัฐบำล จุดบริกำรประชำชน 1111 เพื่อขอให้ผู้บริหำรประเทศเยี่ยมเยียน และ

พบปะผู้ค้ำรำยย่อยตลำดนัดจตุจักร กรุงเทพมหำนคร เพื่อเป็นขวัญก ำลังใจให้กับผู้ค้ำฯ

เครือข่ายปกป้องสิทธิชุมชนคนกระบี่ และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กฟผ.

เครือข่ำยปกป้องสิทธิชุมชนคนกระบี่และสหภำพแรงงำนรัฐวิสำหกิจกำรไฟฟ้ำ ฝ่ำยผลิตแห่งประเทศ

ไทย ได้เดินทำงมำที่ศูนย์รับเรื่องรำวร้องทุกข์ของรัฐบำล จุดบริกำรประชำชน 1111 เพื่อขอให้

พิจำรณำแต่งตั้งคณะกรรมกำรกำรจัดท ำกำรประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศำสตร์ โดยแต่งตั้ง จำก

กรรมกำรที่มีควำมเป็นกลำง

สมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย

สมำพันธ์ต่อต้ำนแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย จ ำนวน 100 คน ได้เดินทำงมำที่ศูนย์รับเรื่องรำวร้องทุกข์

ของรัฐบำล จุดบริกำรประชำชน 1111 เพื่อขอให้พิจำรณำเร่งด ำเนินกำรแก้ไขปัญหำคดีแชร์ลูกโซ่โดย

ด่วน เพื่อเป็นกำรช่วยเหลือผู้เสียหำย


36

ANNUAL REPORT 2018

2.2 สรุปการด าเนินงานด้านการประชุมคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการ/คณะท างาน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในรูปแบบของการแต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการและคณะท างานเป็นกลไกหนึ่งที่

ส าคัญในการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้หลายภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดันปัญหาให้ได้รับการแก้ไขอย่างเป็น

รูปธรรม ซึ่งศูนย์บริการประชาชนได้มีส่วนเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเครือข่ายภาค

ประชาชนและรวมถึงคณะกรรมการที่ก าหนดแนวทางเกี่ยวกับระเบียบ กฎหมายต่าง ๆ ที่ส าคัญๆ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

ศูนย์บริการประชาชนจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการชุดต่าง ๆ มากกว่า 20 คณะ เช่น

คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของ

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

คณะกรรมกำรแก้ไขปัญหำของขบวนกำรประชำชนเพื่อสังคม

ที่เป็นธรรม ซึ่งท ำหน้ำที่ก ำหนดนโยบำย มำตรกำรและงบประมำณ

ติดตำมผลกำรด ำเนินกำรของส่วนรำชกำรและหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง

เพื่อแก้ไขปัญหำของเครือข่ำย ประชำชน ที่ได้รับควำมเดือดร้อน

นำยสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจ ำส ำนักนำยกรัฐมนตรี

เป็นประธำนกำรประชุมคณะกรรมกำรฯ เพื่อพิจำรณำกำรแก้ไขปัญหำ

ของขบวนกำรประชำชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม โดยมีข้อพิจำรณำ ดังนี้

1) กำรด ำเนินโครงกำรน ำร่องธนำคำรที่ดิน

2) แนวทำงกำรก ำหนดมำตรกำรให้ควำมคุ้มครอง 486 ชุมชน ที่มีกำรขอด ำเนินงำนโฉนดชุมชน และกรณีกำรด ำเนินกำรจัด

ที่ดินในรูปแบบแปลงรวม

3) กรณีนำงเรียง คงทุ่ม อดีตผู้ร่วมพัฒนำชำติไทย และบุตรหลำนจ ำนวน 24 รำยขอให้พิจำรณำจัดสรรที่ดินท ำกินตำม

นโยบำยกำรจัดที่ดินของคณะกรรมกำรนโยบำยที่ดินแห่งชำติ (คทช.)

4) ติดตำมผลกำรด ำเนินกำรคณะอนุกรรมกำร จ ำนวน 8 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมกำรแก้ไขปัญหำที่ดินที่อยู่ในควำม

รับผิดชอบของกระทรวงทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม คณะอนุกรรมกำรแก้ไขปัญหำที่สำธำรณประโยชน์ และที่ดิน

เอกชนปล่อยทิ้งร้ำง คณะอนุกรรมกำรศึกษำและแก้ไขปัญหำเกี่ยวกับสถำนะและสิทธิของบุคคล คณะอนุกรรมกำรแก้ไข

ปัญหำที่อยู่อำศัยและสินเชื่อ คณะอนุกรรมกำรแก้ไขปัญหำด้ำนที่ดินที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนำคม คณะอนุกรรมกำร

ศึกษำและแก้ไขปัญหำด้ำนคดีควำม กฎหมำย และกระบวนกำรยุติธรรม คณะอนุกรรมกำรแก้ไขปัญหำที่ดินในพื้นที่เขต

ปฏิรูปที่ดิน และปัญหำที่ดินที่อยู่ในควำมรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะอนุกรรมกำรแก้ไขปัญหำควำม

มั่นคงในที่อยู่อำศัย พื้นที่ท ำกิน และพื้นที่ทำงจิตวิญญำณของกลุ่มชำติพันธุ์ชำวเลและชำวกะเหรี่ยง เป็นต้น


ANNUAL REPORT 2018

37

คณะกรรมการการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันและก าจัดศัตรูพืชที่มีความเสียงสูง

คณะกรรมกำรกำรแก้ไขปัญหำกำรใช้สำรเคมีป้องกันและก ำจัดศัตรูพืชที่มีควำมเสียงสูง โดยมีนำยสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจ ำ

ส ำนักนำยกรัฐมนตรี เป็นประธำน และรองปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี (นำยสุรศักดิ์ เรียงเครือ) เป็นรองประธำน มีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรรวบรวม

วิเครำะห์ และสรุปข้อมูลทำงวิชำกำรชุดใหม่ที่มีหลักฐำนน่ำเชื่อถือทำงวิทยำศำสตร์เกี่ยวกับสำรพำรำควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเฟต

เพื่อเสนอต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในกำรก ำหนดแนวทำงกำรบริหำรจัดกำรทั้ง 3 สำร ในทำงเกษตร ในประเทศไทย โดยจะได้ประมวลผลและพิจำรณำ

น ำเสนอในระดับนโยบำยต่อไป ซึ่งผลกำรด ำเนินงำน ของคณะกรรมกำรฯ ได้จัดประชุมเมื่อวันที่ 22 สิงหำคม 2561 และพิจำรณำข้อมูลต่ำงๆ

แล้ว ขอควำมอนุเครำะห์ให้ส ำนักงำนคณะกรรมกำรวิจัยแห่งชำติ (วช.) สรุปข้อมูลและเอกสำรงำนวิจัยทำงวิชำกำรเกี่ยวกับสำรเคมีก ำจัดศัตรูพืช

ที่มีควำมเสี่ยงสูง ทั้ง 3 สำร ทั้งนี้ วช. ได้จัดส่งสรุปข้อมูลทำงวิชำกำรเกี่ยวกับกำรใช้สำรเคมีป้องกันก ำจัดศัตรูพืช ที่มีควำมเสี่ยงสูง แล้ว

และ นำยสุวพันธุ์ฯ รัฐมนตรีประจ ำส ำนักนำยกรัฐมนตรี มีข้อสั่งกำรให้หนังสือจัดส่งข้อมูลและเอกสำรงำนวิจัยข้อมูลสถำนกำรณ์และข้อเสนอ

เชิงนโยบำยส ำหรับกำรใช้ และลด ละ เลิก สำรเคมีก ำจัดศัตรูพืชที่มีควำมเสี่ยงสูงให้กรรมกำรทรำบ


38

ANNUAL REPORT 2018

คณะกรรมการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาของราษฎรกลุ่มคนเลี้ยงช้าง

คณะกรรมกำรศึกษำแนวทำงกำรแก้ไขปัญหำของรำษฎรกลุ่มคนเลี้ยงช้ำง ซึ่งมีหน้ำที่ศึกษำแนวทำงและเสนอแนะในกำรก ำหนดนโยบำย

มำตรกำร และงบประมำณเพื่อแก้ไขปัญหำของช้ำงได้มีกำรประชุมเพื่อหำแนวทำงแก้ไขปัญหำช้ำงเลี้ยงอย่ำงยั่งยืน โดยมีรัฐมนตรีประจ ำส ำนัก

นำยกรัฐมนตรี (นำยสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ) เป็นประธำนกรรมกำร ซึ่งที่ประชุม ได้อภิปรำยและมีควำมเห็นร่วมกัน ดังนี้

1)

2)

3)

4)

เห็นชอบในหลักกำรแผนแม่บทกำรอนุรักษ์ช้ำงแห่งชำติ พ.ศ. 2561 - 2580 โดยมอบหมำยฝ่ำยเลขำนุกำร ด ำเนินกำรปรับปรุงข้อมูล

ให้สอดคล้องกับแนวทำงกำรเสนอแผนเข้ำสู่กำรพิจำรณำของคณะรัฐมนตรี ตำมมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ธันวำคม 2560 ให้เป็นไป

ตำมแผนระดับ 3 “แผนปฏิบัติกำร...” โดยเชิญผู้แทนกระทรวงกำรคลัง ส ำนักงบประมำณ กรมบัญชีกลำง ส ำนักงำนคณะกรรมกำร

กฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ รศ.ปำนเทพ รัตนำกร และผู้แทนกลุ่มคนเลี้ยงช้ำง ร่วมให้

ข้อมูลในกำรปรับปรุงแผนปฏิบัติกำรดังกล่ำว และน ำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมกำรฯ ครั้งถัดไป เดือนสิงหำคม 2561

เห็นชอบให้รับควำมคิดเห็นและข้อเสนอแนะของนำยกสมำคมเพื่อสวนสัตว์ไทยเกี่ยวกับแผนแม่บทกำรอนุรักษ์ช้ำงแห่งชำติ

เพื่อเป็นข้อมูลในกำรพิจำรณำปรับปรุงร่ำงแผนแม่บทฯ ต่อไป

กรณีปัญหำด้ำนคดีควำมที่มีกำรร้องฟ้องสมำชิกกลุ่มคนเลี้ยงช้ำง มอบหมำยให้ผู้แทนกลุ่มคนเลี้ยงช้ำงรวบรวมข้อมูลน ำเรียนรัฐมนตรี

ประจ ำส ำนักนำยกรัฐมนตรี ผ่ำน ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี เพื่อพิจำรณำมีหนังสือกรำบเรียนอัยกำรสูงสุดเพื่อขอให้พิจำรณำ

แนวทำงกำรช่วยเหลือตำมสมควรแก่กรณีต่อไป

ธนำคำรเพื่อกำรเกษตรและสหกรณ์กำรเกษตร มีแนวทำงในกำรปล่อยสินเชื่อให้กับรำษฎรกลุ่มคนเลี้ยงช้ำงครอบคลุม ทั้งกระบวนกำร

โดยมอบหมำย ร.ศ.ปำนเทพฯ และผู้แทนกลุ่มคนเลี้ยงช้ำง จัดท ำหลักเกณฑ์หรือแนวทำงกำรประเมินคุณลักษณะช้ำง เพื่อเป็นข้อมูล

ประกอบกำรพิจำรณำหลักประกันกำรปล่อยสินเชื่อของ ธกส.


ANNUAL REPORT 2018

39

คณะกรรมการติดตามการแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่

คณะกรรมกำรติดตำมกำรแก้ไขปัญหำแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมีหน้ำที่ติดตำมและประเมินผลกำรด ำเนินกำรของส่วนรำชกำร รวมทั้งหน่วยงำน ที่เกี่ยวข้อง

ในกำรแก้ไขปัญหำแชร์ลูกโซ่ตำมข้อสั่งกำรของนำยกรัฐมนตรี เพื่อกรำบเรียนนำยกรัฐมนตรี ทรำบเป็นระยะอย่ำงต่อเนื่อง โดยมีรัฐมนตรีประจ ำ

ส ำนักนำยกรัฐมนตรี (นำยสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ) เป็นประธำนกรรมกำร ซึ่งที่ประชุมได้อภิปรำยและมีควำมเห็นร่วมกัน ดังนี้

1)

2)

เห็นชอบให้มีกำรแต่งตั้งคณะอนุกรรมกำรติดตำมกำรแก้ไขปัญหำแชร์ลูกโซ่ เพื่อติดตำมควำมก้ำวหน้ำในมำตรกำรเร่งรัดกำรด ำเนินคดี

มำตรกำรเยียวยำ และมำตรกำรป้องกันแล้วน ำเสนอให้คณะกรรมกำรติดตำมกำรแก้ไขปัญหำแชร์ลูกโซ่พิจำรณำโดยให้มีกำรประชุม

เดือนละ 1 ครั้ง

กำรจัดท ำฐำนข้อมูลแชร์ลูกโซ่โดยให้ทุกหน่วยงำนที่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแชร์ลูกโซ่ ไปบันทึกให้เป็นปัจจุบันโดยให้สำมำรถ

แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ และให้กระทรวงกำรคลังเป็นเจ้ำภำพหลักในกำรรวบรวมข้อมูลแชร์ลูกโซ่ เพื่อจัดท ำเป็นภำพรวมต่อไป

คณะอนุกรรมการติดตามการแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่

คณะอนุกรรมกำรติดตำมกำรแก้ไขปัญหำแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมีหน้ำที่ติดตำมควำมก้ำวหน้ำในมำตรกำรเร่งรัดกำรด ำเนินคดีมำตรกำรเยียวยำ

และมำตรกำรป้องกัน โดยมี พ.ต.ท. พงศ์อินทร์ อินทรขำว ผต.พิเศษประจ ำส ำนักนำยกรัฐมนตรี เป็นประธำน ซึ่งที่ประชุมได้อภิปรำย

และมีควำมเห็นร่วมกัน ดังนี้

1) ขอควำมร่วมมือให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติกำรร่วมโดยมีผู้บังคับบัญชำระดับสูงเป็นผู้บัญชำกำรศูนย์ เพื่อบูรณำกำร

กำรสืบสวนสอบสวนตำมแนวทำงกำรแก้ไขปัญหำที่นำยกรัฐมนตรีเห็นชอบ

2) ขอควำมร่วมมือกระทรวงมหำดไทยก ำชับให้คณะอนุกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมธุรกิจกำรเงินนอกระบบในส่วนภูมิภำคในระดับ

จังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด ประชุมคณะอนุกรรมกำรฯ อย่ำงต่อเนื่อง

3) เห็นชอบให้จังหวัดนครรำชสีมำเป็นจังหวัดน ำร่องในกำรด ำเนินมำตรกำรป้องปรำม โดยมอบหมำยให้ฝ่ำยเลขำนุกำรจัดท ำโครงกำร

เพื่อขอรับกำรสนับสนุนงบประมำณจำกกองทุนป้องกัน และปรำบปรำมกำรฟอกเงินต่อไป

4) เห็นชอบรำยงำนผลกำรด ำเนินกำรแก้ไขปัญหำแชร์ลูกโซ่ของคณะอนุกรรมกำร เพื่อใช้เป็นข้อมูลในกำรประชุมคณะอนุกรรมกำร

เพื่อน ำเสนอต่อคณะกรรมกำรครั้งต่อไป ตำมที่ฝ่ำยเลขำนุกำรเสนอ


40

ANNUAL REPORT 2018

3

ภารกิจเพื่อส่งเสริม

การมีส่วนร่วมของประชาชน

ระเบียบส านักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

พ.ศ. 2548

ได้มีผลบังคับให้หน่วยงำนของรัฐต้องปฏิบัติและด ำเนินกำรตำมระเบียบ

ตั้งแต่วันที่ 25 กันยำยน 2548 โดยระเบียบดังกล่ำวได้ก ำหนดให้หน่วยงำน

ของรัฐ ได้แก่ รำชกำรส่วนกลำง รำชกำรส่วนภูมิภำค รำชกำรส่วนท้องถิ่น

หน่วยงำนอื่นใดของรัฐและรัฐวิสำหกิจ ต้องเผยแพร่ข้อมูล และ/หรือรับฟัง

ควำมคิดเห็นของประชำชนเกี่ยวกับโครงกำรของรัฐ รวมทั้งก ำหนดให้

ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรีมีหน้ำที่ ดังต่อไปนี้

1)

2)

3)

4)

ก ำกับดูแล ส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ และแนะน ำ

หน่วยงำนของรัฐในกำรด ำเนินกำรตำมระเบียบ

จัดท ำและเผยแพร่แนวทำงกำรเผยแพร่ข้อมูลและกำรรับฟัง

ควำมคิดเห็นของประชำชนให้หน่วยงำนของรัฐทรำบ โดยจะ

จัดให้มีกำรสัมมนำหรือฝึกอบรมเป็นครั้งครำวก็ได้

ศึกษำหรือวิจัยเพื่อประโยชน์ในกำรปรับปรุงและพัฒนำวิธีกำร

ให้ข้อมูล และกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชน

จัดท ำและพัฒนำฐำนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และระบบเครือข่ำย

สำรสนเทศ เพื่อประโยชน์ในกำรประกำศ รวบรวม และ

ให้บริกำรข้อมูลที่เผยแพร่แก่ประชำชนและข้อมูลเกี่ยวกับ

กำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชนตำมระเบียบ


ANNUAL REPORT 2018

41

2018

2561

ในปีงบประมำณ พ.ศ. 2561 ศูนย์บริกำรประชำชนได้จัดกำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรเพื่อส่งเสริมกำรมีส่วนร่วม

ของประชำชน ตำมระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชน พ.ศ. 2548

ได้จัดกำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรเพื่อพัฒนำกลไกกำรมีส่วนร่วมของประชำชน จ ำนวน 2 ครั้ง สรุปได้ ดังนี้

3.1 การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมจ านวน 2 ครั้ง ได้แก่

ส ำนักงำนปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี โดยศูนย์บริกำรประชำชนจึงได้จัดท ำโครงกำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรเพื่อพัฒนำ กลไก

กำรมีส่วนร่วมของประชำชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้ำงควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับหลักกำร แนวคิด เทคนิคและวิธีกำรกำรมีส่วนร่วม

ของประชำชน ขั้นตอนวิธีกำรด ำเนินกำรตำมระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชน พ.ศ. 2548 รวมทั้ง

เป็นเวทีส ำหรับแลกเปลี่ยนควำมรู้ ประสบกำรณ์ ระหว่ำงภำครัฐและหน่วยงำน/องค์กรที่เกี่ยวข้องกับกำรมีส่วนร่วมของประชำชน

ซึ่งมีควำมส ำคัญต่อกำรพัฒนำกระบวนกำรและกลไกกำรมีส่วนร่วมของประชำชนในกำรบริหำรงำนภำครัฐ โดยในปีงบประมำณ พ.ศ. 2561

จะมีกำรจัดกำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรฯ รวมจ ำนวน 2 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 19 ธันวำคม 2560 รองปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี

(นำยสมพำศ นิลพันธ์) เป็นประธำนเปิดกำรประชุมฯ ณ โรงแรมกำร์เด้นคลิฟ รีสอร์ท แอนด์ สปำ พัทยำ อ ำเภอบำงละมุง จังหวัดชลบุรี

โดยมีผู้อ ำนวยกำรศูนย์บริกำรประชำชน (นำยอิทธิพล ช่ำงกลึงดี) เป็นผู้กล่ำวรำยงำน และนำยสุพจน์ ภูติเกียรติขจร ผู้อ ำนวยกำรกลุ่มงำน

บริหำรทรัพยำกรบุคคล เป็นผู้กล่ำวต้อนรับ โดยมีผู้เข้ำร่วมประชุมจำกจังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดฉะเชิงเทรำ และจังหวัดจันทบุรี

จ ำนวน 200 คน มีผู้เข้ำร่วมกำรประชุมประกอบด้วย เจ้ำหน้ำที่ของรัฐ ผู้บริหำรส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ 4 จังหวัด (จังหวัดชลบุรี จังหวัดจันทบุรี

จังหวัดระยอง และจังหวัดฉะเชิงเทรำ) รวมจ ำนวน 200 คน โดยเจ้ำหน้ำที่ของรัฐ ที่ตอบแบบทดสอบจ ำนวนรวม 140 คน คิดเป็นร้อยละ 70

ของจ ำนวนผู้เข้ำร่วมประชุมทั้งหมด ได้ผ่ำนเกณฑ์กำรประเมินที่ระดับร้อยละ 60


42

ANNUAL REPORT 2018

ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 1 กุมภำพันธ์ 2561 รองปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี (นำยสมพำศ นิลพันธ์) เป็นประธำนเปิดกำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรเพื่อ

พัฒนำกลไกกำรมีส่วนร่วมของประชำชน ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 2 ณ โรงแรมโพธิ์วดล รีสอร์ท แอนด์ สปำ อ ำเภอเมือง

เชียงรำย จังหวัดเชียงรำย มีผู้เข้ำร่วมประชุมจำกจังหวัดเชียงรำย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดล ำปำง และจังหวัดพะเยำ จ ำนวน 200 คน มี

ผู้เข้ำร่วมกำรประชุมประกอบด้วย เจ้ำหน้ำที่ของรัฐ ผู้บริหำรส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ 4 จังหวัด (จังหวัดเชียงรำย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพะเยำ

และจังหวัดล ำปำง) รวมจ ำนวน 200 คน โดยเจ้ำหน้ำที่ของรัฐที่ตอบแบบทดสอบ จ ำนวนรวม 79 คน คิดเป็นร้อยละ 39.50 ของจ ำนวน

ผู้เข้ำร่วมประชุมทั้งหมด ได้ผ่ำนเกณฑ์กำรประเมินที่ระดับร้อยละ 60 (ตอบถูกตั้งแต่ 12 ข้อขึ้นไป จำก 20 ข้อ) จ ำนวน 79 คน คิดเป็นร้อยละ

100 ซึ่งมีกำรอภิปรำยเรื่อง “กำรมีส่วนร่วมของประชำชนในกำรด ำเนินโครงกำรของรัฐกับกำรมีส่วนร่วมของประชำชนในกระบวนกำรนโยบำย

สำธำรณะ” และแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อตอบข้อซักถำมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และระดมควำมคิดเห็นในประเด็นร่ำงพระรำชบัญญัติกำรมีส่วนร่วมของ

ประชำชนในกระบวนกำรนโยบำยสำธำรณะ พ.ศ. ...

สรุปผลกำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรเพื่อพัฒนำกลไกกำรมีส่วนร่วมของประชำชน เจ้ำหน้ำที่ของรัฐส่วนใหญ่มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับแนวคิด

หลักกำรและกระบวนกำรมีส่วนร่วมของประชำชนและระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชน พ.ศ. 2548

แต่ยังมีควำมเข้ำใจที่คลำดเคลื่อนในบำงประเด็น ดังนั้นเพื่อให้กำรด ำเนินกำรด้ำนกำรมีส่วนร่วมของประชำชน และกำรปฏิบัติตำมระเบียบ

ส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชน พ.ศ. 2548 เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่ำงแท้จริง และมีประสิทธิภำพ จึงมีควำม

จ ำเป็นต้องสร้ำงองค์ควำมรู้ให้กับผู้บริหำรและเจ้ำหน้ำที่ผู้ปฏิบัติงำนให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรรับ

ฟังควำมคิดเห็นของประชำชน พ.ศ. 2548 อย่ำงต่อเนื่อง


ANNUAL REPORT 2018

43

3.2 การเผยแพร่ข้อมูลโครงการของรัฐและข้อมูลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผ่านเว็บไซต์การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

ศูนย์บริการประชาชนได้ด ำเนินกำรตรวจสอบกำรด ำเนินกำรเผยแพร่ข้อมูลโครงกำรของรัฐและข้อมูลกำรรับฟังควำมคิดเห็น

ของประชำชน ผ่ำนเว็บไซต์กำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชน ที่ www.publicconsultation.opm.go.th พบว่ำในปีงบประมำณ พ.ศ. 2561

หน่วยงำนของรัฐได้เผยแพร่ข้อมูลโครงกำรต่ำง ๆ จ ำนวน 2,683 โครงกำร และได้รับกำรตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว จ ำนวน 2,683 โครงกำรคิดเป็น

ร้อยละ 100 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยำยน 2561) โดยเป็นโครงกำรของรัฐตำมระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรีฯ จ ำนวน 2,532 โครงกำร ในจ ำนวนนี้

เป็นโครงกำรที่หน่วยงำนของรัฐได้จัดให้มีกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชน จ ำนวน 1,326 โครงกำร จ ำแนกเป็นโครงกำร ที่หน่วยงำนของรัฐได้

ด ำเนินกำรสรุปผลกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชนได้อย่ำงถูกต้องครบถ้วนตำมระเบียบฯ จ ำนวน 295 โครงกำรเป็นโครงกำรที่หน่วยงำนของ

รัฐมิได้ด ำเนินกำรสรุปผลกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชนให้ถูกต้องครบถ้วนตำมระเบียบฯ จ ำนวน 182 โครงกำร และเป็นโครงกำรที่อยู่

ระหว่ำงกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชน จ ำนวน 849 โครงกำร

นอกจำกนั้นยังมีกำรให้ค ำปรึกษำ แนะน ำหน่วยงำนของรัฐในกำรด ำเนินกำรตำมระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรี ว่ำด้วยกำรรับฟัง

ควำมคิดเห็นของประชำชน พ.ศ. 2548 ผ่ำนช่องทำงต่ำง ๆ ดังนี้

3.1.1 ให้ค ำปรึกษำแก่หน่วยงำนของรัฐทำงโทรศัพท์ จ ำนวน 91 ครั้ง โดยมีรำยละเอียด ดังนี้

1) ให้ค ำปรึกษำข้อหำรือเกี่ยวกับกำรพิจำรณำควำมเป็น “โครงกำรของรัฐ” ที่จะต้องมีกำรเผยแพร่และกำรก ำหนดให้มีกำรรับฟัง

ควำมคิดเห็นตำมระเบียบฯ จ ำนวน 21 หน่วยงำน

2) ให้ค ำปรึกษำข้อหำรือเกี่ยวกับกำรด ำเนินกำรเผยแพร่ข้อมูลโครงกำรของรัฐ และข้อมูลกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชน

ผ่ำนเว็บไซต์กำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชน ที่www.publicconsultation.opm.go.th ได้แก่ กำรขอรหัสผู้ใช้งำน กำรตรวจสอบรหัสผู้ใช้งำน

กำรกรอกข้อมูลโครงกำรของรัฐ (กำรลงข้อมูลแยกโครงกำร กำรแนบเอกสำรโครงกำร กำรลงเวลำเริ่มต้นโครงกำร และ

กำรตรวจสอบโครงกำรว่ำได้มีกำรเผยแพร่ข้อมูลโครงกำรแล้วหรือไม่) จ ำนวน 70 รำยกำร

3.1.2 ให้ค ำปรึกษำกำรพิจำรณำกำรด ำเนินกำรตำมระเบียบฯ ทำงหนังสือ จ ำนวน 2 กรณี

1) กรณีรำษฎรจำกจังหวัดชลบุรี ได้มีหนังสือขอให้ตรวจสอบกำรเผยแพร่และประกำศข้อมูลเกี่ยวกับกำรรับฟังควำมคิดเห็น

ของประชำชนโครงกำรก่อสร้ำงทำงกลับรถต่ำงระดับบนทำงหลวงหมำยเลข ๔๐๒ เมื่อปี พ.ศ. 2558 และโครงกำรก่อสร้ำงสะพำนกลับรถ

ต่ำงระดับ บนทำงหลวงหมำยเลข 402 เมื่อปี พ.ศ. 2559 ของแขวงทำงหลวงภูเก็ต กรมทำงหลวง เนื่องจำกเห็นว่ำกระบวนกำรกำรรับฟัง

ควำมคิดเห็นของประชำชนไม่ถูกต้อง ไม่โปร่งใส และประชำชนผู้ได้รับผลกระทบและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง ไม่ได้รับรู้ข้อมูล และไม่ได้ไปรับฟัง

ควำมคิดเห็น

2) กรณีจังหวัดพิจิตรได้มีหนังสือขอหำรือ กรณีกำรติดตั้งเสำสัญญำณโทรศัพท์ที่ยังไม่มีกำรติดตั้งอุปกรณ์แพร่กระจำยโทรศัพท์จะต้อง

จัดให้มีกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชนตำมระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรีว่ำด้วยกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชน พ.ศ. 2548 ก่อนเริ่ม

ด ำเนินโครงกำรหรือไม่ เนื่องจำกได้รับข้อร้องเรียนให้รื้อถอนเสำส่งสัญญำณโทรศัพท์ และร้องเรียนว่ำเทศบำลเมืองตะพำนหินไม่ท ำประชำพิจำรณ์

ก่อนกำรอนุมัติให้ติดตั้งเสำสัญญำณโทรศัพท์เพื่อน ำข้อมูลมำประกอบ กำรพิจำรณำแก้ไขปัญหำตำมข้อร้องเรียน

ทั้งนี้ ในปีงบประมำณ พ.ศ. 2561 มีหน่วยงำนของรัฐได้น ำโครงกำรของรัฐมำเผยแพร่ในระบบฐำนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และเครือข่ำย

สำรสนเทศกำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชนทั้งสิ้น จ ำนวน 2,683 โครงกำร และได้รับกำรตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว จ ำนวน 2,683 โครงกำร คิด

เป็นร้อยละ 100 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยำยน 2561)


44

ANNUAL REPORT 2018

4 งบประมาณ พ.ศ. 2561

ภารกิจตามแผนปฏิบัติการประจ าปี

4.1 โครงการอ านวยการศูนย์ราชการสะดวก (Government Easy Contact Center : GECC)

Government Easy Contact Center

นายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา)ได้มีนโยบำย

ในครำวกำรประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 กันยำยน 2558

ให้ทุกกระทรวง กรม จังหวัด และรัฐวิสำหกิจ ด ำเนินกำร จัด

ให้มีศูนย์รำชกำรสะดวก หรือ Government Easy Contact

Center ชื่อย่อว่ำ “GECC” เพื่อท ำหน้ำที่ให้ค ำแนะน ำและ

อ ำนวยควำมสะดวกแก่ประชำชน ที่มำขอรับบริกำรอย่ำงมี

ประสิทธิภำพและสร้ำงควำมเชื่อมั่นแก่ประชำชน ต่อกำร

ให้บริกำรจำกหน่วยงำนของรัฐ โดยนำยกรัฐมนตรีได้มีค ำสั่ง

แต่งตั้งคณะกรรมกำรอ ำนวยกำรศูนย์รำชกำรสะดวกขึ้น โดย

เมื่อวันที่ 1 เมษำยน 2559 ในวันข้ำรำชกำรพลเรือนได้

มอบหมำยให้รองนำยกรัฐมนตรี (นำยวิษณุ เครืองำม) เป็น

ประธำนในพิธีเปิดตรำศูนย์รำชกำรสะดวก โดยในปี พ.ศ.

2561 มีหน่วยงำนของรัฐที่สมัครขอรับ กำรรับรองมำตรฐำน

กำรให้บริกำรของศูนย์รำชกำรสะดวก จ ำนวนทั้งสิ้น 541

ศูนย์ และผ่ำนกำรคัดกรองเอกสำรเบื้องต้น จ ำนวนทั้งสิ้น

498 ศูนย์ ในกำรนี้ รองนำยกรัฐมนตรี (นำยวิษณุ เครืองำม)

ประธำนกรรมกำรได้มีค ำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมกำร ตรวจ

ประเมินมำตรฐำนศูนย์รำชกำรสะดวก จ ำนวน 15 คณะ ท ำ

หน้ำที่ตรวจประเมินมำตรฐำนหน่วยงำน ที่สมัครขอรับกำร

รับรองมำตรฐำนกำรให้บริกำรศูนย์รำชกำรสะดวก รวมถึง

กำรตรวจประเมินกำรรักษำมำตรฐำนของหน่วยงำนที่ได้รับ

กำรรับรองมำตรฐำนกำรให้บริกำรของศูนย์รำชกำรสะดวก

ตำมหลักเกณฑ์ และวิธีกำรประเมินที่คณะกรรมกำร

อ ำนวยกำรศูนย์รำชกำรสะดวกก ำหนด และในครำวกำร

ประชุมคณะกรรมกำรฯ ครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 16

สิงหำคม 2561 ที่ประชุมได้มีมติให้กำรรับรองมำตรฐำน กำร

ให้บริกำรของศูนย์รำชกำรสะดวก จ ำนวน 385 ศูนย์ ซึ่งกำร

รับรองมำตรฐำนนี้ให้มีระยะเวลำ 3 ปี ทั้งนี้ มีหน่วยงำนที่

ได้รับกำรรับรองมำตรฐำนจ ำแนกได้ตำมประเภทของ

หน่วยงำน ดังนี้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี


ANNUAL REPORT 2018

45

ในกำรนี้ รองนำยกรัฐมนตรี (นำยวิษณุ เครืองำม) ได้เป็นประธำนในพิธีมอบโล่และตรำรับรองมำตรฐำนกำรให้บริกำรของ

ศูนย์รำชกำรสะดวก (GECC) ประจ ำปี พ.ศ. 2561 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 กันยำยน 2561 ณ ห้องประชุมวำยุภักษ์ 3 และ 4 โรงแรมเซ็นทำรำ

บำยเซ็นทำรำศูนย์รำชกำรและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ ให้แก่หน่วยงำนที่ผ่ำนกำรรับรองมำตรฐำนศูนย์รำชกำรสะดวกประจ ำปี พ.ศ.

2561 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงกำรให้บริกำรประชำชนของหน่วยงำนของรัฐที่มีกำรให้บริกำรด้วยควำม “สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย”

ตำมนโยบำยของนำยกรัฐมนตรี

ที่

ประเภทของหน่วยงาน

ศูนย์

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 166

การประปาส่วนภูมิภาค 51

ศูนย์สาธารณสุข กรุงเทพมหานคร 26

ส านักงานขนส่งจังหวัด 47

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 25

โรงพยาบาล 10

ส านักงานที่ดิน 12

ศูนย์ด ารงธรรมจังหวัด 4

ส านักงานสรรพสามิต 11

ส านักงานพาณิชย์จังหวัด 7

หน่วยงานส่วนกลางที่ตั้งในภูมิภาค 3

เทศบาลนคร 1

ส านักงานเขตกรุงเทพมหานคร 9

สถานีรถไฟ 8

อ าเภอ 1

กระทรวง/กรม 3

อื่นๆ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) 1

รวม 385

ปัจจุบันมีหน่วยงำนที่ได้รับกำรรับรองมำตรฐำนกำรให้บริกำรของศูนย์รำชกำรสะดวกและได้มอบโล่พร้อมตรำสัญลักษณ์

ศูนย์รำชกำรสะดวก จ ำนวน 668 ศูนย์ ทั้งนี้ คณะกรรมกำรฯ จะได้มีกำรก ำกับและติดตำมกำรท ำงำนของหน่วยงำนให้สำมำรถรักษำ

มำตรฐำนกำรให้บริกำรได้อย่ำงต่อเนื่องต่อไป


46

ANNUAL REPORT 2018

4.2 โครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์เครือข่ายผู้ปฏิบัติงานเรื่องราวร้องทุกข์ (Contact Point)

Contact Point

เครือข่ายผู้ประสานงานเรื่องราวร้องทุกข์

ศูนย์บริการประชาชน ได้รับอนุมัติให้ด ำเนินโครงกำรเสริมสร้ำงควำมสัมพันธ์เครือข่ำยผู้ปฏิบัติงำนเรื่องรำวร้องทุกข์ (Contact Point)

ปีงบประมำณ พ.ศ. 2561 จ ำนวน 2 ครั้ง ซึ่งก ำหนดด ำเนินกำรในระหว่ำงเดือนตุลำคม 2560 –มีนำคม 2561 ในพื้นที่กรุงเทพมหำนคร และ

พื้นที่ต่ำงจังหวัด โดยกลุ่มเป้ำหมำย เป็นเครือข่ำยผู้ปฏิบัติงำนเรื่องรำวร้องทุกข์จำกส่วนรำชกำรระดับกระทรวง กรม จังหวัด รัฐวิสำหกิจ และ

หน่วยงำนอิสระทั่วประเทศ และผู้ปฏิบัติงำนเรื่องรำวร้องทุกข์ของศูนย์บริกำรประชำชน จ ำนวนประมำณ 200 คน (ครั้งละประมำณ 100 คน)

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณำกำรกำรด ำเนินกำรเรื่องรำวร้องทุกข์และสร้ำงควำมสัมพันธ์อันดีระหว่ำงส่วนรำชกำรผู้ร่วมเป็นเครือข่ำยในกำร

ด ำเนินกำรเรื่องรำวร้องทุกข์ (Contact Point) ทั้งนี้ เพื่อให้สำมำรถด ำเนินกำรแก้ไขปัญหำควำมเดือดร้อนของประชำชนได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ

4.2.1 ศูนย์บริการประชาชนได้ด าเนินโครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์

เครือข่ายผู้ปฏิบัติงานเรื่องราวร้องทุกข์ (Contact Point) จ านวน 2 ครั้ง

เรียบร้อยแล้ว โดยครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 20 – 22 ธันวาคม 2560 ณ โรงแรม

ดี วารี ดีว่า นาน่า แก่งกระจาน อ าเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 14 – 16 กุมภาพันธ์ 2561 ณ โรงแรม ไอธารา รีสอร์ท

แอนด์ สปา อ าเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมี

ผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งที่ 1 จ านวนทั้งสิ้น 123 คน และครั้งที่ 2 จ านวน

ทั้งสิ้น 121 คน ประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีกิจกรรมส าคัญ ดังนี้

ครั้งที่ 1

ครั้งที่ 2

Contact Point 2561 Contact Point 2561

โรงแรม ดี วำรี ดีว่ำ นำน่ำ แก่งกระจำน

อ ำเภอแก่งกระจำน จังหวัดเพชรบุรี

โรงแรม ไอธำรำ รีสอร์ท แอนด์ สปำ

อ ำเภอบ้ำนแหลม จังหวัดเพชรบุรี

รองปลัดส ำนักนำยกรัฐมนตรี (นำยสมพำศ นิลพันธ์) เป็นประธำนเปิดโครงกำรฯ พร้อมมอบแนวทำงกำรด ำเนินกำรเรื่องรำวร้องทุกข์ ดังนี้

จิตบริกำร 10 ประกำร

1. ยิ้มแย้มแจ่มใส

2. เต็มใจช่วยเหลือ

3. ไม่เบื่อค ำถำม

4. ฟังควำมครบถ้วน

5. รีบด่วนบริกำร

6.

7.

8.

9.

10.

อ่อนหวำนน่ำรัก

ไม่สักแต่ท ำ

น้ ำค ำไพเรำะ

เหมำะสมสถำนที่

ไม่มีนอก ไม่มีใน

ระดับ 1

ระดับ 2

ระดับ 3

ระดับ 4

เรื่อง "กำรสร้ำงแรงบันดำลใจในกำรรับเรื่องรำวร้องทุกข์"

น ำเสนอควำมช ำนำญงำนต่อลูกค้ำ/ผู้รับบริกำร มีองค์ควำมรู้ชี้แจงให้

ผู้ร้องทุกข์เข้ำใจในขั้นตอนกำรแก้ไขปัญหำ

กำรมีจิตใจให้บริกำรประชำชน (Service Mind) เอำประชำชนเป็น

ศูนย์กลำงในกำรท ำงำน

กำรสร้ำงควำมสัมพันธ์/ภำคีเครือข่ำย (Relationship) กับหน่วยงำน

ทั้งภำยในและภำยนอก

มีจิตใจช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ อยำกช่วยแก้ไขปัญหำให้แก่ประชำชน

ซึ่งหลักในกำรสร้ำงแรงบันดำลใจนี้ จะท ำให้มีควำมสุขในกำรท ำงำน

และงำนเกิดควำมรำบรื่น


ANNUAL REPORT 2018

47

เรื่อง “การท างานที่รวดเร็วตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560”

ความล่าช้าคือความอยุติธรรม ท าอย่างไรให้ความรวดเร็ว เป็นรูปธรรม” ประกอบด้วย ดังนี้

1.

2.

3.

ต้องก ำหนดมำตรฐำนกำรท ำงำน (กำรประกันคุณภำพกำรบริกำร

ประชำชน/ กำรก ำหนดเวลำในกำรท ำงำน)

ต้องพัฒนำระบบกำรท ำงำน (กำรเชื่อมโยงระบบกำรท ำงำน/ข้อมูล/

ศูนย์บริกำรร่วม/เว็บกลำง/ฯลฯ)

ต้องสร้ำงวัฒนธรรมองค์กำรในกำรให้บริกำร

หลักการให้บริการ

1.

2.

3.

4.

Easier ให้มีขั้นตอนที่ง่ำยสะดวกต่อประชำชน

Faster ระยะเวลำบริกำรที่รวดเร็ว หรือต้องก ำหนด

ระยะเวลำแล้วแจ้งให้ประชำชนทรำบอย่ำงชัดเจน

Cheaper ไม่มีค่ำใช้จ่ำย หรือค่ำใช้จ่ำยน้อย

Smarter ต้องพัฒนำหรือรูปแบบกำรให้บริกำร

ที่ทันสมัยอย่ำงต่อเนื่อง

หลักคุณธรรม 4 ประกำรที่พึงประสงค์ตำมมติ คณะรัฐมนตรี

1.

2.

3.

4.

พอเพียง : พอประมำณ พอดี พอควร

วินัย : ควำมรับผิดชอบต่อหน้ำที่ปฏิบัติ

สุจริต : ชื่อตรง ยึดมั่น ควำมถูกต้อง

จิตอำสำ : จิตใจเสียสละท ำเพื่อส่วนรวม ไม่ดูดำย


48

ANNUAL REPORT 2018

4.2.2 การบรรยายให้ความรู้ประกอบด้วย หัวข้อ “จิตวิทยาในการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์”โดยนายปรัชญา ปิยะมโนธรรม วิทยากร

จากมหาวิทยาลัยรามค าแหง และการบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “เทคนิคการเจรจาไกล่เกลี่ย” โดยนายชลัท ประเทืองรัตนา วิทยากร

จากสถาบันพระปกเกล้า

4.2.3 กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ หลักสูตร “การประสานความร่วมมือและสานสร้างสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานเรื่องราวร้องทุกข์”

ณ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีวิทยากรน าโดย นายอุดม วงศ์หอม และคณะ และจากกิจกรรมดังกล่าว สามารถสร้างความร่วมมือ

และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานเรื่องราวร้องทุกข์ (Contact Point) อันเป็นการบรรลุเป้าหมายประการหนึ่ง

ของโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ANNUAL REPORT 2018

49

4.2.4 การรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์จากเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานเรื่องราวร้องทุกข์ของหน่วยงานต่าง ๆ

ได้แสดงความคิดเห็น และสะท้อนถึงปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้

ถึงปัญหาและความต้องการของผู้รับบริการกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อน ามาปรับปรุงพัฒนาด าเนินการเรื่องร้องทุกข์ของแต่ละหน่วยงาน

ให้มีประสิทธิภาพ เช่น จัดท าคู่มือปฏิบัติงานเรื่องร้องทุกข์ รวมทั้งข้อมูลขอบเขตความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน ตรวจสอบอ านาจ

หน้าที่/ภารกิจของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ก าหนดระยะเวลาในการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์และการรายงานผล ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงาน

ที่เกี่ยวข้อง เพื่อก ากับติดตามเรื่องร้องทุกข์และร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้หน่วยงานก าหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์

ในการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์และรายงานผล เป็นต้น

4.2.5 ศึกษาดูงานโครงการชั่งหัวมันตามพระราชด าริ อ าเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ตั้งอยู่ในอ าเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เกิดขึ้นจาก

ความเอาพระทัยใส่ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรง มีต่อเกษตรกรในการที่จะพัฒนาส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม

ให้ประสบความส าเร็จ และสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืนและโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย

อันเนื่องมาจากพระราชด าริ ตามทฤษฎีการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9


50

ANNUAL REPORT 2018

4.2.6 การประเมินโครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์เครือข่ายผู้ปฏิบัติงานเรื่องราวร้องทุกข์ (Contact Point) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

จากผู้เข้าร่วมโครงการ ตามเกณฑ์การประเมินของส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี ทั้ง 2 ครั้ง มีผู้ตอบแบบสอบถาม รวมจ านวน

170 ราย พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์เครือข่ายผู้ปฏิบัติงานเรื่องราวร้องทุกข์ (Contact Point) มีความพึงพอใจ

อยู่ในระดับมาก โดยรวมเฉลี่ย 4.45 คะแนน (คะแนนเต็ม 5 คะแนน) หรือคิดเป็นร้อยละ 89.00 โดยประเด็นที่ได้รับคะแนนความพึงพอใจ

สูงสุด ได้แก่ ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการฯ รองลงมา คือ ประเด็นการประสานงานของเจ้าหน้าที่ผู้จัดโครงการ และประเด็นวิทยากร

ที่เข้าร่วมโครงการฯ ตามล าดับ นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการอบรมได้แสดงความคิดเห็นให้มีการจัดการอบรมในหลักสูตรที่เกี่ยวกับการจัดการ

รับเรื่องร้องทุกข์/การสื่อสารกับผู้ร้องมากที่สุด รองลงมาได้แก่ หลักสูตรด้านจิตวิทยาในการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์

และหลักสูตรความรู้ด้านกฎหมายระเบียบและนโยบายที่เกี่ยวกับการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์ ในการนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการได้เสนอให้ขยาย

ระยะเวลาการด าเนินโครงการเพิ่มขึ้น และขยายกลุ่มเป้าหมายโครงการเป็นระดับผู้บริหารของหน่วยงานด้วย


ANNUAL REPORT 2018

51

4.3 โครงการสร้างความสัมพันธ์กับผู้รับบริการ (ศูนย์บริการประชาชนพบประชาชน)

ศูนย์บริการประชาชนได้ด าเนินโครงการสร้างความสัมพันธ์กับผู้รับบริการ (ศูนย์บริการประชาชนพบประชาชน) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม

2561 ณ อ าเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี มีผู้เข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 212 คน ณ อ าเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี

รองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี (นายสมพาศ นิลพันธ์) เป็นประธานในการเปิดโครงการ และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “แนวทางการแก้ไขปัญหา

เรื่องราวร้องทุกข์ตามหลักธรรมาภิบาล” พร้อมทั้งการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติงานเรื่องราวร้องทุกข์

ภายใต้บริบทการด าเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ และได้สร้างความสัมพันธ์อันดี

ต่อกันผ่านกิจกรรมสาธารณประโยชน์ “การจัดท าแนวกันไฟ” ณ ป่าชุมชนบ้านศรีสรรเพชญ์ อ าเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 200 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ ประกอบด้วยผู้ปฏิบัติงานเรื่องร้อง

ทุกข์ของส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตัวแทนประชาชนใน 4 อ าเภอ คืออ าเภออู่ทอง อ าเภอสองพี่น้อง อ าเภอบางปลาม้า

และอ าเภอเมืองสุพรรณบุรี ซึ่งมีกิจกรรมสรุปได้ดังนี้

4.3.1 รองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี (นายสมพาศ นิลพันธ์) เป็นประธานในการเปิดโครงการ และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “แนวทาง

การแก้ไขปัญหาเรื่องราวร้องทุกข์ตามหลักธรรมาภิบาล” พร้อมทั้งการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติงาน

เรื่องราวร้องทุกข์ ภายใต้บริบทการด าเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ

และได้สร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันผ่านกิจกรรมสาธารณประโยชน์ “การจัดท าแนวกันไฟ” ณ ป่าชุมชนบ้านศรีสรรเพชญ์ อ าเภออู่ทอง

จังหวัดสุพรรณบุรี สรุปสาระส าคัญได้ ดังนี้


52

ANNUAL REPORT 2018

แนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องราวร้องทุกข์ตามหลักธรรมาภิบาล นายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายและมอบหมายให้ ส านักงานปลัด

ส านักนายกรัฐมนตรีบูรณาการร่วมกับศูนย์ด ารงธรรม กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน

ที่มีมาถึง นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการประสานงานเพื่อให้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

เข้าสู่กระบวนการพิจารณาแก้ไขปัญหาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพประกอบกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

ได้ให้ความส าคัญกับภารกิจการบูรณาการการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ยุ่งยากซับซ้อนให้สามารถยุติปัญหาได้

อย่างรวดเร็วและมีความพึงพอใจ ส าหรับภารกิจในการสร้างธรรมาภิบาลของการบริหารงานภาครัฐ ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

ยังมีหน่วยงานในสังกัดซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การสนับสนุนการด าเนินงานของ คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด

ซึ่งมีผู้ตรวจราชการเป็นประธานในการสอดส่องการปฏิบัติงานของหน่วยงานภายในจังหวัด และให้ข้อเสนอแนะการปฏิบัติงานให้เป็นไปตาม

หลักธรรมาภิบาล และการสร้างความโปร่งใสตามสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนตามภารกิจของส านักงานคณะกรรมการข้อมูล

ข่าวสารของราชการด้วย

การด าเนินการตามภารกิจของส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี นั้น ปลัดส านักนายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายให้ยึดหลักคุณธรรม

4 ประการ ของ นายกรัฐมนตรีส าหรับการปฏิบัติงาน ได้แก่ ความพอเพียง มีวินัย สุจริต และจิตอาสา ดังนั้น เพื่อให้การจัดกิจกรรม

สร้างความสัมพันธ์ฯ บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักในการสร้างความเข้าใจอันดีเกี่ยวกับบทบาทอ านาจหน้าที่ตามกฎหมาย

แนวทางการปฏิบัติงานเรื่องร้องทุกข์ของส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี รวมทั้งแนวทางการปฏิบัติงานเรื่องร้องทุกข์ในระดับจังหวัด

และท้องถิ่น เพื่อบูรณาการการท างานร่วมกัน พร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันผ่านกิจกรรมสาธารณประโยชน์ “การจัดท า

แนวกันไฟ” ณ ป่าชุมชนบ้านศรีสรรเพชญ์ อ าเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการฯ จ านวนประมาณ 200 คน

ประกอบด้วย ผู้แทนศูนย์ด ารงธรรมจังหวัด ยุติธรรมจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ รวมทั้งตัวแทนประชาชน

จังหวัดสุพรรณบุรี และผู้ปฏิบัติงานเรื่องร้องทุกข์ของส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี


ANNUAL REPORT 2018

53

4.3.2 การอภิปราย เรื่อง “แนวทางการปฏิบัติงานเรื่องราวร้องทุกข์ ภายใต้บริบทการด าเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเข้าใจ

เข้าถึง พัฒนาให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ” โดย นายอิทธิพล ช่างกลึงดี ผู้อ านวยการศูนย์บริการประชาชน ผู้แทนส านักงาน

คณะกรรมการการกระจายอ านาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้แทน ศูนย์ด ารงธรรม จังหวัดสุพรรณบุรี สรุปได้ ดังนี้

ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาลจะด าเนินการเรื่องร้องทุกข์ที่มีผู้ยื่นค าร้องต่อ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี

รัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงของประเทศ โดยกระบวนการท างานของศูนย์ฯ เมื่อรับเรื่องร้องเรียนแล้ว

ก็จะด าเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด าเนินการ หรือให้ค าแนะน าเกี่ยวกับ

กฎหมายและการด าเนินคดี ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ แก้ไขปัญหา/อ านวยความสะดวกแก่มวลชนที่มาชุมนุมร้องเรียน และด าเนินการ

ตามระเบียบส านักนายกรัฐมนตรี ได้แก่ ระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ. 2552 และระเบียบส านัก

นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 ปัจจุบันประชาชนสามารถร้องเรียนร้องทุกข์ผ่านช่องทาง

การรับเรื่องราวร้องทุกข์ 5 ช่องทาง ภายใต้ชื่อ 1111 นอกจากนี้ ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ส านักงานปลัดส านัก

นายกรัฐมนตรี ก็ได้จัดจุดรับเรื่องร้องทุกข์ส่วนหน้าเพื่อให้บริการแก่ประชาชนด้วย

ส าหรับแนวทางในการจัดบริการรับเรื่องร้องทุกข์ของส านักงานคณะกรรมการการกระจายอ านาจให้แก่องค์กรปกครอง

ส่วนท้องถิ่น เมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับค าร้องทุกข์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะพิจารณาค าร้องทุกข์ ถ้าอยู่ในอ านาจหน้าที่

ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะด าเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนโดยเร็ว แต่ถ้าไม่อยู่ในอ านาจหน้าที่ของ องค์กร

ปกครองส่วนท้องถิ่น จะด าเนินการส่งค าร้องทุกข์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อด าเนินการต่อไป โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

อ านวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนตามสมควร และติดตามผลการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจนกว่า

จะได้ข้อยุติ

แนวทางการแก้ไขปัญหาของศูนย์ด ารงธรรมจังหวัด จะด าเนินการเกี่ยวกับการรับเรื่องร้องทุกข์ ประสานงาน

โดยปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์บริการประชาชนและศูนย์ด ารงธรรมท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหาและอ านวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้รับ

ความเดือดร้อน ตลอดจนติดตามและประเมินผลการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่และท้องถิ่น


54

ANNUAL REPORT 2018

4.3.3 กิจกรรมและการบรรยายเรื่อง “ขั้นตอนปฏิบัติในการจัดท าแนวกันไฟ ก่อนป่าไม้จะหมดไปกับอัคคีภัย” โดย นายประเสริฐ

ม่วงอยู่ ป่าไม้ จังหวัดสุพรรณบุรี และท ากิจกรรมสาธารณะคืนประโยชน์สู่ชุมชนร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐและประชาชน

ในพื้นที่ ด้วยการ “จัดท าแนวกันไฟ” ณ ป่าชุมชนบ้านศรีสรรเพชญ์ อ าเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

4.3.4 ผลการส ารวจความพึงพอใจเกี่ยวกับการด าเนินโครงการฯ จากการส ารวจความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการฯ จ านวน

200 คน มีผู้ตอบแบบส ารวจความพึงพอใจ จ านวนรวมทั้งสิ้น 147 คน คิดเป็นร้อยละ 73.50 ของผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งหมด พบว่า

ความพึงพอใจต่อกระบวนการ/ขั้นตอนการให้บริการ ความพึงพอใจต่อเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการ และความพึงพอใจต่อผลของการให้บริการ

ในภาพรวม มีความพึงพอใจในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 62.60 รวมทั้ง ผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมสร้าง

ความสัมพันธ์กับผู้รับบริการ (ศูนย์บริการประชาชนพบประชาชน) โดยรวมคิดเป็นร้อยละ 85.70 ซึ่งการด าเนินโครงการฯ ได้รับผลส าเร็จ

ตามที่คาดหวัง กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเรื่องราวร้องทุกข์ของส่วนราชการต่าง ๆ มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน และผู้รับบริการได้รับ

ทราบข้อมูลที่ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อการให้บริการของภาครัฐในกระบวนการแก้ไขปัญหาเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนมากขึ้น


ANNUAL REPORT 2018

55

4.4 โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารราชการ

ศูนย์บริการประชาชนได้คัดเลือกประเด็นเรื่องที่จะน ามาด าเนินการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม กรณีราษฎรในพื้นที่หมู่ที่ 8

บ้านแม่กุ ต าบลแม่กุ อ าเภอแม่สอด จังหวัดตาก ขอให้แก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นควัน เสียงดังรบกวน และน้ าเน่าเสีย ซึ่งเกิด จาก

การประกอบการเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าของ บริษัท จีเนียส เอ็นเนอร์จี้ จ ากัด มาด าเนินโครงการฯ เนื่องจากกรณีดังกล่าวก่อให้เกิด

ผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่และสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง รวมทั้งกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 24 - 26 ธันวาคม 2560 ศูนย์บริการประชาชนได้ลงพื้นที่อ าเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อรวบรวมข้อมูล/ข้อเท็จจริง

ประกอบการวิเคราะห์ประเด็นปัญหา ก าหนดผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและช่องทางในการให้ข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นของผู้ได้รับผลกระทบ

และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ในการนี้ รองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี (นายสมพาศ นิลพันธ์) ได้เห็นชอบหลักการให้ศูนย์บริการประชาชนด าเนินโครงการส่งเสริม

การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารราชการ กรณีการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรชุมชนแม่กุ ต าบลแม่กุ อ าเภอแม่สอด

จังหวัดตาก ที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าขยะฯ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 ศูนย์บริการประชาชนได้รวบรวมรายชื่อตัวแทน

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้แทนส่วนราชการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง มาเป็นข้อมูลเสนอผู้บังคับบัญชาให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ/คณะท างาน

เพื่อก าหนดแนวทางในการด าเนินการแก้ไขปัญหา/ก าหนดช่องทาง/กระบวนการรับฟังความคิดเห็น

ปลัดส านักนายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในค าสั่งส านักนายกรัฐมนตรี ที่ 135/2561 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 และค าสั่ง ที่ 171/2561

ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 แต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารราชการ กรณีการแก้ไขปัญหา

ความเดือดร้อนของราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ชุมชนแม่กุ ต าบลแม่กุ อ าเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยปลัดส านัก

นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี (นายสมพาศ นิลพันธ์) เป็นประธานกรรมการ มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก

(นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์) เป็นรองประธานกรรมการ มีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ผู้แทนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ผู้แทนผู้ประกอบการ ร่วมเป็นกรรมการ และมีผู้อ านวยการศูนย์บริการประชาชนเป็นกรรมการและเลขานุการ

ศูนย์บริการประชาชนในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ ได้ด าเนินการตามแผนปฏิบัติการของคณะกรรมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน

ในการบริหารราชการฯ สรุปได้ดังนี้

4.4.1 การลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง รวบรวมข้อมูล จัดท าสรุปข้อมูลข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไข

ปัญหาจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย (ภาคประชาชน/ผู้ประกอบการ/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง) จ านวน 2 ครั้ง ได้แก่

- การตรวจสอบข้อเท็จจริง รวบรวมข้อมูล และจัดท าสรุปข้อมูลข้อเท็จจริง กับข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา โดยในส่วน

ของภาคประชาชนใช้วิธีการสุ่มสัมภาษณ์เป็นครัวเรือน ภาคผู้ประกอบการใช้วิธีการตอบแบบสอบถาม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้วิธีการ

หารืออย่างไม่เป็นทางการและตอบแบบสอบถาม เมื่อวันที่ 14 - 15 มิถุนายน 2561

- การจัดท าร่างข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยได้จัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ของภาคประชาชน

และภาคผู้ประกอบการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาของภาคประชาชน

และภาคผู้ประกอบการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่

ชุมชนแม่กุ อ าเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2561


56

ANNUAL REPORT 2018

4.4.2 รวบรวมข้อคิดเห็นจากการลงพื้นที่ตามข้อ 4.3.1 มาจัดท าข้อเสนอให้คณะกรรมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ

บริหารราชการฯ พิจารณา ในคราวประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2561 โดยมีรองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

(นายสมพาศ นิลพันธ์) เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรที่ได้รับผลกระทบ

จากโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ชุมชนแม่กุ และมีมติ ดังนี้

- ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัท จีเนียส เอ็นเนอร์จี้ จ ากัด ก ากับ ติดตาม และตรวจสอบการประกอบกิจการ

ของโรงไฟฟ้าขยะฯ ให้เป็นไปตามข้อสัญญาอย่างเคร่งครัด

- ขอความร่วมมือส านักงานคณะกรรมการก ากับกิจการพลังงานเร่งตอบข้อหารือของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ภายใน 2 สัปดาห์

กรณีผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กใช้ชีวมวลเป็นพลังงานเสริม ไม่เกินร้อยละ 25

- ให้บริษัท จีเนียส เอ็นเนอร์จี้ จ ากัด จัดส่งข้อมูลหรือเอกสารตามความเห็นของกรรมการผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ให้ส านักงาน

ปลัดส านักนายกรัฐมนตรีในฐานะฝ่ายเลขานุการทราบ ภายในวันที่ 25 กันยายน 2561 เพื่อเป็นข้อมูลให้ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบการพิจารณาก ากับ ติดตาม ตรวจสอบ และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหา

ผลกระทบให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชุมชนแม่กุ

- กรณีปัญหาข้าวแห้งตายในพื้นที่ใกล้เคียงโรงไฟฟ้าแม่กุ จ านวนประมาณ 500 ไร่ เห็นควรขอความอนุเคราะห์ให้กรมควบคุม

มลพิษตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่นาข้าวโดยรอบโรงไฟฟ้าขยะแม่กุ

ในการนี้ ศูนย์บริการประชาชนได้ด าเนินการตามมติที่ประชุมคณะกรรมการฯ โดยได้มีหนังสือแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1) บริษัท จีเนียส เอ็นเนอร์จี้ จ ากัด เพื่อขอความร่วมมือให้จัดท าข้อมูลหรือน าส่งเอกสารตามความเห็นของกรรมการผู้แทน

หน่วยงานต่าง ๆ

2) กรมควบคุมมลพิษ เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่นาข้าวโดยรอบโรงไฟฟ้าขยะ จ านวนประมาณ

500 ไร่

3) จังหวัดตาก ในฐานะหน่วยงานในพื้นที่เพื่อทราบการด าเนินการ

ทั้งนี้ เมื่อบริษัท จีเนียส เอ็นเนอร์จี้ จ ากัด ได้น าส่งข้อมูลหรือน าส่งเอกสารตามความเห็นของกรรมการผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ

ให้ศูนย์บริการประชาชนทราบแล้ว จะได้น าส่งข้อมูลให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อก ากับ ติดตาม ตรวจสอบ และเสริมสร้างการมีส่วนร่วม

ของประชาชนในการแก้ไขปัญหาผลกระทบให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชุมชนแม่กุต่อไป


ANNUAL REPORT 2018

57

ทั้งนี้ ศูนย์บริการประชาชนได้ด าเนินการประชาสัมพันธ์การด าเนินการกรณีการแก้ไขปัญหาผลกระทบให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชุมชนแม่กุ

ผ่านช่องทาง Facebook ศูนย์บริการประชาชน ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี และช่องทางเว็บไซต์ส านักงาน ปลัด

ส านักนายกรัฐมนตรี www.opm.go.th และได้น าเรียนปลัดส านักนายกรัฐมนตรีเพื่อโปรดทราบสรุปความคืบหน้าผลการด าเนินการ

ของคณะกรรมการฯ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2561

4.5 โครงการส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายด้านการประสานมวลชนและการข่าว

การสร้างเครือข่ายด้านการประสานมวลชน จะท าให้ทราบถึงความเคลื่อนไหวของมวลชนและองค์กรประชาชน ในทุกพื้นที่

ทั่วประเทศด้วยการประสานงานเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น จึงได้จัดท าโครงการส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายด้านการ

ประสานมวลชนและการข่าวขึ้น โดยจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อก าหนดรูปแบบการรายงานข่าวให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเป็นการเปิด

โอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานด้านการประสานมวลชนและองค์กรประชาชน ได้พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์แสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะ

เพื่อสร้างแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practices) ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและองค์กรประชาชนที่เดินทางมา

ร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี ณ ท าเนียบรัฐบาล

รองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี (นายสมพาศ นิลพันธ์) ได้อนุมัติให้ศูนย์บริการประชาชน ด าเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนา

เครือข่ายด้านการประสานมวลชนและการข่าว โดยด าเนินการระหว่างวันที่ 23 – 25 กุมภาพันธ์ 2561 ณ ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

และโรงแรมเทวัญดารา บีช วิลลา กุยบุรี ต าบลบ่อนอก อ าเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ศูนย์บริการประชาชน ได้ด าเนิน

โครงการส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายด้านการประสานมวลชนและการข่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการจ านวนทั้งสิ้น 99 คน

ในการนี้ มีผลการด าเนินโครงการฯ สรุปได้ดังนี้

4.5.1 เมื่อวันที่ 23 – 25 กุมภาพันธ์ 2561 ศูนย์บริการประชาชนได้ด าเนินโครงการส่งเสริม

และพัฒนาเครือข่ายด้านการประสานมวลชนและการข่าว ณ โรงแรมเทวัญดารา บีช วิลลา กุยบุรี ต าบลบ่อนอก อ าเภอเมือง

ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีรองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี (นายสมพาศ นิลพันธ์) ได้กล่าวเปิดโครงการฯ และมอบ

แนวทางการด าเนินงานด้านการประสานมวลชนและการข่าว พร้อมกับบรรยายหลักการท างานที่ส าคัญ ดังนี้

1) การด าเนินงานอย่างรวดเร็วตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และเข้าใจสิทธิ

ของประชาชนและชุมชนตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ตามมาตรา 41 43 68 และ 76 ในเรื่องการรับเรื่องร้องเรียน และแจ้งผล

การพิจารณาอย่างรวดเร็ว รวมทั้งสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ

และได้รับความสะดวกในการให้บริการจากภาครัฐ

2) การพัฒนาระบบการท างานแบบเชื่อมโยงกัน

3) การสร้างวัฒนธรรมองค์กรในการให้บริการประชาชนโดยยึดหลักความสะดวก 4 ข้อ ได้แก่

3.1) Easier กระบวนการต้องออกแบบให้ประชาชนผู้รับบริการสามารถเข้าใจได้ง่าย

3.2) Faster การให้บริการประชาชนอย่างรวดเร็วหรือแจ้งระยะเวลาที่ชัดเจนให้ประชาชนทราบ

3.3) Cheaper ไม่มีค่าใช้จ่ายสูง หรือสร้างภาระแก่ประชาชน

3.4) Smarter พัฒนาระบบการท างานให้ทันสมัย

4) ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน ตัดสินใจ ด าเนินการและรับทราบ

ผลการปฏิบัติงาน

5) ข้อคิดกระบวนการท างานด้วยหลัก 3 P ได้แก่ Purpose : วัตถุประสงค์ในการท างานต้องชัดเจน Process :

กระบวนการท างานต้องจัดล าดับความส าคัญการท างาน โดยมีแผนงาน Public : การท างานต้องได้รับความเห็นชอบจากภาค

ประชาสังคม


58

ANNUAL REPORT 2018

4.5.2 การบรรยายหัวข้อเรื่อง “การดูแลกลุ่มมวลชนตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558” โดย พ.ต.ท. สถิตย์

วิชัยกุล รองผู้ก ากับการ กลุ่มงานความมั่นคง ส านักงานยุทธศาสตร์ต ารวจ ดังนี้

(1) น าเสนอหลักวิชาการ แนวคิด ความเป็นมาของการชุมนุมสาธารณะ

(2) เปรียบเทียบกฎหมายการชุมนุมสาธารณะในต่างประเทศ และวิธีการจัดการชุมนุมสาธารณะ

(3) อธิบายสาระส าคัญของพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558

4.5.3 การบรรยายหัวข้อเรื่อง“การจัดการความขัดแย้ง” โดย พล.ต.ต. ศรกฤษณ์ แก้วผลึก รองผู้บัญชาการศึกษา 3

กองบัญชาการศึกษา ส านักงานต ารวจแห่งชาติ สรุปได้ดังนี้

อธิบายทฤษฎีด้านจิตวิทยาความขัดแย้งกลยุทธ์การจัดการความขัดแย้ง กรณีการชุมนุมประท้วง น าเสนอประสบการณ์จริง

ในการจัดการความขัดแย้งกรณีการชุมนุมประท้วงที่ประสบความส าเร็จ และล้มเหลว รวมทั้งแนะน าแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ผู้มี

ส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ได้ให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และฝึกปฏิบัติในการจัดการความขัดแย้งในกรณีที่มีเหตุทะเลาะเบาะ

แว้งโดยสมมุติสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจ าวัน

4.5.4 การสัมมนาการสร้างเครือข่ายสายข่าวเพื่อรองรับการท างานของศูนย์บริการประชาชนในอนาคต สรุปได้ดังนี้

1) การบรรยายการท างานของศูนย์บริการประชาชน ในปัจจุบัน โดยผู้เชี่ยวชาญด้านมวลชน(นางมาลินี ภาวิไล)

- กล่าวถึงอ านาจหน้าที่ของศูนย์บริการประชาชนช่องทางการรับเรื่องร้องทุกข์ และขั้นตอน การให้บริการรวมทั้ง

การประมวลผลการรับเรื่องร้องทุกข์และการรายงานผลกราบเรียนนายกรัฐมนตรี น าเสนอ คณะรัฐมนตรี ตลอดจนการขอความร่วมมือ

จากผู้แทนหน่วยงานที่มาร่วมให้บริการ ณ จุดบริการประชาชน 1111 ตระหนักถึงอ านาจหน้าที่ และความรับผิดชอบต่องานการให้บริการ

ประชาชน เพื่อให้ประชาชนผู้มารับบริการมีความพึงพอใจ


ANNUAL REPORT 2018

59

2) การบรรยายทิศทางอนาคตความคาดหวังต่อการให้บริการที่เป็นเลิศของศูนย์บริการประชาชน โดยผู้อ านวยการศูนย์บริการประชาชน

(นายอิทธิพล ช่างกลึงดี)

- กล่าวถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ให้ผู้แทนทุกกระทรวงมาร่วมให้บริการในลักษณะจุดบริการเบ็ดเสร็จ

(One Stop Service) และพัฒนากระบวนการท างานใน 4 มิติ ได้แก่

(1) การปรับปรุงระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ. 2552

(2) กระบวนการท างานและวิธีการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐาน

(3) การพัฒนาระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์เพื่อรวมฐานข้อมูลเรื่องร้องทุกข์ทั้งประเทศและพัฒนาการให้บริการ

ประชาชนตามหลักเกณฑ์ของศูนย์ราชการสะดวก (Government Easy Contact Center : GECC)

(4) การพัฒนาคนร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรีและผู้แทนกระทรวงที่มาให้บริการ

ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาลในการนี้ ในอนาคตศูนย์บริการประชาชน จะพัฒนาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน 3 ลักษณะ ได้แก่

รูปแบบแรก บูรณาการทั้งภายใน และภายนอกหน่วยงาน เพื่อให้การจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ได้รับการด าเนินการโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชน

ได้รับประโยชน์มากที่สุด รูปแบบที่สอง เร่งรัดด าเนินการของหน่วยงานที่ได้มีการประสานส่งเรื่องไปแล้ว รูปแบบที่สาม รายงานแจ้งความ

คืบหน้าให้ประชาชนทราบอย่างรวดเร็ว และรายงานผลให้ผู้บังคับบัญชาทราบอย่างต่อเนื่อง

4.5.5 ศึกษาดูงาน ณ โครงการชั่งหัวมันตามพระราชด าริ ต าบลเขากระปุก อ าเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ผู้เข้าร่วมการสัมมนา

เข้ารับฟังการบรรยายเรียนรู้กระบวนการผลิตผลผลิตทางการเกษตรแบบปลอดสารพิษตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งโครงการฯ

เกิดจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงซื้อที่ดินจากราษฎร พื้นที่ประมาณ 120 ไร่ ณ บริเวณอ่างเก็บน้ าหนองเสือ

บ้านหนองคอไก่ หมู่ที่ 5 ต าบลเขากระปุก อ าเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ต่อมาปีพ.ศ. 2552 ทรงซื้อที่ดินแปลงติดกันเพิ่มอีก

จ านวน 130 ไร่ รวมพื้นที่ทั้งหมด 250 ไร่ และทรงมีด าริให้ท าเป็นโครงการตัวอย่างด้านการเกษตร รวบรวมพันธุ์พืชเศรษฐกิจในพื้นที่

จังหวัดเพชรบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงมาปลูกไว้ที่นี่ เช่น พืชผักสวนครัว นาข้าวสวนไม้ดอกผล ยางพารา มะพร้าว สับปะรด พืชไร่ ฯลฯ

4.6 โครงการพัฒนาขีดสมรรถนะของเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ศูนย์บริการประชาชนได้ด าเนินโครงการพัฒนาขีดสมรรถนะของเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน พ.ศ.

2561 ประกอบด้วยหัวข้อการอบรม ดังนี้

4.6.1 หลักสูตร : การแก้ไขปัญหาที่ดินในมิติของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) เมื่อวันที่ 19 มกราคม

2561 ได้จัดอบรมโดยเชิญวิทยากรจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาบรรยายให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการ

ประชาชนเกี่ยวกับประสบการณ์ในงานที่หลากหลาย โดยเฉพาะมาตรการของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ

เรื่องการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ และเรื่อง ขั้นตอนและวิธีการด าเนินงานของคณะอนุกรรมการ

อ่านภาพถ่ายทางอากาศ เป็นต้น


60

ANNUAL REPORT 2018

4.6.2 หลักสูตร : แนวทางการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์กรณีโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าขยะ

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 ได้จัดอบรมโดยเชิญวิทยากรจากส านักงานคณะกรรมการก ากับกิจการพลังงาน มาบรรยายให้

ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน เกี่ยวกับแนวทางการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์ กรณีโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้า ขยะ

เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ซึ่งมีแนวโน้มที่ประชาชนจะยื่นเรื่องร้องทุกข์

ในกรณีดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น

4.6.3 หลักสูตร : เทคนิคการร่างหนังสือราชการ

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2561 ได้จัดอบรมโดยเชิญวิทยากรจากส านักกฎหมาย ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี มาบรรยายให้

ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชนเกี่ยวกับการเขียนหนังสือราชการ การศึกษาเรื่อง การจับประเด็นของเรื่อง การย่อเรื่อง เป็นต้น

เพื่อให้สามารถใช้ภาษาในการเขียนหนังสือราชการได้อย่างถูกต้อง กระชับ และสามารถร่างเอกสารได้อย่างมีหลักเกณฑ์

4.6.4 หลักสูตร : เทคนิคและจิตวิทยาในการรับผู้ร้อง

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2561 ได้จัดอบรมโดยเชิญวิทยากรจากกองบัญชาการศึกษา ส านักงานต ารวจแห่งชาติ มาบรรยายให้

ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชนเกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้ง กลยุทธ์การจัดการ การแก้ไขปัญหาการชุมนุมประท้วง เป็นต้น

เพื่อให้มีทักษะ และวิธีการในการรับและเจรจากับผู้ร้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขสถานการณ์ในระหว่างการเจรจา

กับผู้ร้องได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที


ANNUAL REPORT 2018

61

4.6.5 หลักสูตร : โครงการพัฒนาขีดสมรรถนะของเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

เมื่อวันที่ 6 –9 กันยายน 2561 ได้จัดโครงการพัฒนาขีดสมรรถนะของเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน ประจ าปีงบประมาณ

พ.ศ. 2561 ณ จังหวัดเชียงราย โดยได้เชิญรองปลัดส านักนายกรัฐมนตรี (นายสมพาศ นิลพันธ์) เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการฯ

และมอบแนวทางการปฏิบัติงานของศูนย์บริการประชาชนให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และจัดให้มีการบรรยายหัวข้อ “มาตรฐาน

การให้บริการของศูนย์ราชการสะดวก (Government Easy Contact Center : GECC)” โดยผู้อ านวยการศูนย์บริการประชาชน

เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่การประเมินมาตรฐานศูนย์ราชการสะดวก (GECC) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 รวมทั้งได้ศึกษาดูงาน

ณ ส านักงานขนส่งจังหวัดตาก และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าริ ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จากการประเมินความรู้ความเข้าใจของผู้เข้ารับการอบรม พบว่า มีผู้เข้ารับการอบรมผ่านการทดสอบ

ความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาการอบรมฯ ในแต่ละหลักสูตร ดังนี้

1. หลักสูตร : การแก้ไขปัญหาที่ดินในมิติของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) มีผู้ผ่านการทดสอบ จ านวน

43 คน จาก 43 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 100

2. หลักสูตร “แนวทางการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์กรณีโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าขยะ” มีผู้ผ่านการทดสอบ จ านวน 42 คน

จาก 42 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 100

3. หลักสูตร : เทคนิคการร่างหนังสือราชการ มีผู้ผ่านการทดสอบ จ านวน 41 คน จาก 41 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 100

4. หลักสูตร : เทคนิคและจิตวิทยาในการรับผู้ร้อง มีผู้ผ่านการทดสอบจ านวน 17 คน จาก 20 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 70


62

ANNUAL REPORT 2018

4.7 โครงการส ารวจความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อการประสานงานแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์

การส ารวจความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของผู้รับริการและผู้มีส่วนได้

ส่วนเสียที่มีต่อการประสานงานแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ของศูนย์บริการประชาชน

ศูนย์บริการประชาชนจัดท าแผนงานการส ารวจความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของผู้รับริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อการ

ประสานงานแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ของศูนย์บริการประชาชน ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

และได้ออกแบบเครื่องมือส ารวจความพึงพอใจและได้เริ่มทอดแบบสอบถาม ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 - 31 มีนาคม 2561

และจากการด าเนินการส ารวจความพึงพอใจและความเชื่อมั่นต่อการให้บริการของศูนย์บริการประชาชน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

มีผลการส ารวจ ดังนี้

4.7.1 สรุปผลการส ารวจความพึงพอใจและไม่พึงพอใจ ความเชื่อมั่นและไม่เชื่อมั่นของผู้รับบริการผ่านช่องทางจุดบริการประชาชน

1111 และตู้ ปณ. 1111/ไปรษณีย์/โทรสาร มีความพึงพอใจเฉลี่ยต่อการให้บริการของศูนย์บริการประชาชน ร้อยละ 70.20

และความเชื่อมั่น ร้อยละ 70.00

ตารางแสดงความพึงพอใจและความเชื่อมั่น

ผลการส ารวจ (ปีงบประมาณ)

ช่องทาง

ประเด็น

ปีงบประมาณ พ.ศ.

2561

คะแนน

(เต็ม 5)

ร้อยละ

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560

คะแนน

(เต็ม 5)

ร้อยละ

ผลต่าง

คะแนน

เพิ่ม/(ลด)

- จุดบริการประชาชน

1111

- ตู้ ปณ. 1111/

ไปรษณีย์/โทรสาร

ค่าเฉลี่ยรวม

2 ช่องทาง

ความพึงพอใจ 3.39 67.80 3.48 69.60 (0.09)

ความเชื่อมั่น 3.33 66.60 3.30 66.00 0.03

ความพึงพอใจ 3.62 72.40 3.63 72.60 (0.01)

ความเชื่อมั่น 3.67 73.40 3.39 67.80 0.28

ความพึงพอใจ 3.51 70.20 3.55 71.00 (0.04)

ความเชื่อมั่น 3.50 70.00 3.34 66.80 0.16


ANNUAL REPORT 2018

63

4.7.2 สรุปผลการส ารวจความพึงพอใจของผู้รับบริการช่องทางโทรศัพท์สายด่วนของรัฐบาล 1111 (ส ารวจโดย บมจ. ทีโอที)

ซึ่งมีความพึงพอใจต่อการให้บริการ คิดเป็นร้อยละ 95.40

ตารางแสดงความพึงพอใจและความเชื่อมั่น

ช่องทาง

ช่องทาง

ผลการส ารวจ (ปีงบประมาณ)

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560

คะแนน (เต็ม

5)

ร้อยละ คะแนน (เต็ม 5) ร้อยละ

ตารางแสดงความพึงพอใจและความเชื่อมั่น

ผลการส ารวจ (ปีงบประมาณ)

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560

คะแนน (เต็ม 5) ร้อยละ คะแนน (เต็ม 5) ร้อยละ

ผลต่าง

คะแนน

เพิ่ม/(ลด)

1. การให้บริการของ 4.75 95.00 4.74 94.88 0.01

พนักงานรับสาย

2. ความสะดวกในการใช้ 4.78 95.60 4.80 95.90 (0.02)

บริการ

ค่าเฉลี่ยรวม 4.77 95.40 4.77 95.39 (0.00)

4.7.3 สรุปผลการส ารวจความพึงพอใจของผู้รับบริการช่องทางเว็บไซต์ www.1111.go.th และโมบายแอปพลิเคชัน PSC 1111

ศบช. ได้ส ารวจความพึงพอใจต่อการใช้บริการเรื่องร้องทุกข์ช่องทาง ดังกล่าว ในรูปแบบอัตโนมัติ โดยแบ่งเป็นการส ารวจหลังรับบริการ

ในคราวแรก และการส ารวจเมื่อเรื่องร้องทุกข์ปรากฏผลการด าเนินการ ดังนี้

1) การส ารวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการหลังการรับบริการในคราวแรก จ านวน 958 ราย พบว่า ผู้รับบริการมีความ

พึงพอใจในประเด็นช่องทางการให้บริการร้องทุกข์ใช้งานง่าย และสะดวกมากที่สุด จ านวน 807 ราย คิดเป็นร้อยละ 84.24

2) การส ารวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการเมื่อเรื่องร้องทุกข์ปรากฏผลการด าเนินการ จ านวน 612 ราย พบว่า ผู้รับบริการ

มีความพึงพอใจในการใช้บริการโดยรวม มากที่สุด จ านวน 387 ราย คิดเป็นร้อยละ 63.24

4.7.4 สรุปผลการส ารวจความพึงพอใจและไม่พึงพอใจ ความเชื่อมั่นและไม่เชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการประสานงาน

และการให้บริการของศูนย์บริการประชาชนพบว่า มีความพึงพอใจ ร้อยละ 75.80 และความเชื่อมั่น ร้อยละ 76.60

ผลต่าง

คะแนน

เพิ่ม/(ลด)

ความพึงพอใจ 3.79 75.80 3.87 77.40 (0.08)

ความเชื่อมั่น 3.83 76.60 3.94 78.80 (0.11)


64

ANNUAL REPORT 2018

5 ภารกิจพิเศษ

ได้ก าหนดให้จัดกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา ประจ าปีพุทธศักราช 2561 โดยก าหนดให้มีการจัด

กิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ กิจกรรมถวายพระพรชัยมงคล กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ

และเชิดชูสดุดีและกิจกรรมถวายพระราชกุศล โดยศูนย์บริการประชาชน ส านักงานปลัด

ส านักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ได้รับมอบหมายให้ด าเนินการจัด

กิจกรรม รณรงค์และปฏิบัติการจิตอาสา

ในส่วนกลาง

พื้นที่กรุงเทพมหานคร ในวันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม 2561 เวลา 09.00 น.

โดยมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ร่วมกับข้าราชการ มหาวิทยาลัย และประชาชน

ในบริเวณใกล้เคียงท าเนียบรัฐบาล ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ริมคลองเปรมประชากร

(ตั้งแต่ริมคลองเปรมประชากร หน้าท าเนียบรัฐบาล สะพานอรทัย ถึง สะพานศรีอยุธยา

บริเวณวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร) และริมคลองผดุงกรุงเกษม

(ตั้งแต่เทเวศร์ ถึง คลองมหานาค ตลาดโบ๊เบ๊) โดยมีกิจกรรม ดังนี้ ท าความสะอาด

ปรับภูมิทัศน์เขื่อนและคลองตัดแต่งกิ่งไม้และปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ท าความสะอาด

ทางเท้าและถนนนครปฐม ทาสีสะพานและขอบทางจัดระเบียบสายไฟและสายสื่อสาร

ทาสีเสาไฟฟ้าส่องสว่างและเปลี่ยนหลอดไฟที่ช ารุด เก็บขยะมูลฝอย เศษวัสดุเหลือใช้

และซ่อมแซมทางเท้า

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี


ANNUAL REPORT 2018

65

ส่วนที่

4

สรุปผลการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561


สรุปผลการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น

ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑


สรุปผลการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น

ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑

ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ประชาชนได้แจ้งเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นต่อนายกรัฐมนตรี

รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจ าส านักนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงของประเทศ ผ่านช่องทางต่าง ๆ

สรุปประเด็นส าคัญได้ ดังนี้

๑. สถิติการแจ้งเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นจากประชาชน จ าแนกตามช่องทางการร้องทุกข์ ๑๑๑๑

และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ล าดับที่ ช่องทางการติดต่อ จ านวนการติดต่อ (ครั้ง) ร้อยละ

๑ สายด่วนของรัฐบาล ๑๑๑๑ ๑๒๔,๐๖๒ 8๓.๖๙

๒ ตู้ ปณ. ๑๑๑๑/ไปรษณีย์/โทรสาร ๑๐,๔๕๑ 7.๐๕

๓ เว็บไซต์ (www.1111.go.th) ๕,๗๗๔ ๓.๙๐

๔ จุดบริการประชาชน ๑๑๑๑ ๔,๒๖๐ ๒.๘๗

๕ โมบายแอปพลิเคชัน PSC 1111 ๑,๖๖๔ ๑.๑๒

๖ ตู้ ปณ. ๔๔๔ ๑,๔๘๙ ๑.๐๐

๗ สายตรงไทยนิยม ๕๓๑ 0.๓๖

๘ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ๑3 0.01

รวมทั้งสิ้น ๑๔๘,๒๔๔ ๑๐๐.๐๐

จากตารางแสดงสถิติการแจ้งเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นดังกล่าวข้างต้นพบว่า ในปีงบประมาณ

พ.ศ. ๒๕๖๑ ประชาชนแจ้งเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น ๑๔๘,๒๔๔ ครั้ง

โดยผ่านช่องทางสายด่วนของรัฐบาล ๑๑๑๑ มากที่สุด รองลงมา คือ ช่องทางตู้ ปณ. ๑๑๑๑/ไปรษณีย์/โทรสาร

ช่องทางเว็บไซต์ (www.1111.go.th) ช่องทางจุดบริการประชาชน ๑๑๑๑ โมบายแอปพลิเคชัน PSC 1111 ตู้ ปณ. ๔๔๔

สายตรงไทยนิยม และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามล าดับ

๒. สถิติ...


- ๒ -

๒. สถิติเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น เรียงตามล าดับประเภทเรื่องหลักที่มีการร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น

มากที่สุด

(จ านวนเรื่อง)

สังคมและ

สวัสดิการ

การร้องเรียน

กล่าวโทษ

เจ้าหน้าที่

ของรัฐ

เศรษฐกิจ

การเมือง

การปกครอง

กฎหมาย

ทรัพยากร พ.ร.บ.

ธรรมชาติและ อ านวย

สิ่งแวดล้อม ความสะดวก

(ประเภทเรื่อง)

ล าดับที่ ประเภทเรื่อง จ านวนเรื่อง ร้องทุกข์

เสนอความ

คิดเห็น

๑ สังคมและสวัสดิการ 49,574 41,680 7,894

๒ การร้องเรียนกล่าวโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐ 9,214 8,862 352

๓ เศรษฐกิจ 8,704 6,425 2,279

๔ การเมือง-การปกครอง 8,164 2,369 5,795

๕ กฎหมาย 5,464 2,928 2,536

๖ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2,983 2,360 623

๗ พ.ร.บ. อ านวยความสะดวก 167 106 61

รวมทั้งสิ้น 84,270 64,730 19,540

ร้อยละ ๑๐๐ 7๖.๘๑ ๒๓.๑๙

หมายเหตุ : ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ได้ขอใช้ช่องทาง ๑๑๑๑ ในการรับเรื่องร้องทุกข์

จากประชาชนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานบริการภาครัฐตามพระราชบัญญัติการอ านวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต

ของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยได้ก าหนดประเภทเรื่องนี้ขึ้นใหม่ เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘

๓ ผลการ...


- ๓ -

๓. ผลการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น

จากแผนภาพข้างต้น แสดงผลการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑

จากจ านวนเรื่องทั้งหมด ๘๔,๒๗๐ เรื่อง ด าเนินการจนได้ข้อยุติ จ านวน ๗๕,๗๖๓ เรื่อง คิดเป็นร้อยละ ๘๙.๙๑

และอยู่ระหว่างการด าเนินการของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จ านวน ๘,๕๐๗ เรื่อง คิดเป็นร้อยละ ๑๐.๐๙

๔. ประเภทเรื่องที่ประชาชนร้องทุกข์/แสดงความคิดเห็นมากที่สุด ๑๐ ล าดับแรก

ล าดับ

ที่

ประเภทเรื่อง ประเภทเรื่อง

(โดยส่วนใหญ่เป็นกรณี ดังนี้)

1 เหตุเดือดร้อนร าคาญ - ขอให้แก้ไขปัญหาเหตุเดือดร้อนร าคาญ

จากมลภาวะทางเสียง กลิ่นเหม็น จากสถาน

ประกอบการ สถานบันเทิง ร้านอาหาร

บ้านเรือน วัยรุ่นมั่วสุม รวมกลุ่มแข่งขัน

รถจักรยานยนต์ส่งเสียงดังรบกวน แรงงานต่างด้าว

และสุนัขจรจัด

- ขอให้จัดระเบียบและแก้ไขปัญหาการจอด

รถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ รถบรรทุก

รถยนต์รับจ้างสาธารณะ (แท็กซี่) รถบัส รถตู้

โดยสารปรับอากาศร่วมบริการกีดขวางการจราจร

- ขอให้แก้ไขปัญหาการจ าหน่ายสินค้าและตั้ง

/วางสิ่งของกีดขวางการจราจร

- ขอให้แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด

2 การเสนอความคิดเห็น

เกี่ยวกับนโยบาย

และโครงการของรัฐ

- ขอให้เร่งติดตั้งและเปิดใช้บริการอุปกรณ์

รับช าระบัตรอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ (EDC)

ส าหรับใช้รูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบนรถโดยสาร

ประจ าทางสาธารณะ และในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ

หรือร้านค้าชุมชนอื่น ๆ ในการช าระค่าเดินทาง

และซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค ตามโครงการ

ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเป็นการ

ลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน

จ านวนเรื่อง ด าเนินการ

จนได้ข้อยุติ

อยู่ระหว่าง

ด าเนินการ

12,438 12,180 258

5,374 4,880 494

- ขอให้...


- ๔ -

ล าดับ

ที่

ประเภทเรื่อง ประเภทเรื่อง

(โดยส่วนใหญ่เป็นกรณี ดังนี้)

- ขอให้เร่งจ่ายเงินตามโครงการส่งเสริมการ

ปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง ปี 2560 ไร่ละ

2,000 บาท และโครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว

ประจ าปี 2561 ไร่ละ 1,500 บาท

- ขอให้ตรวจสอบการจ าหน่ายสินค้าเกินราคา

ของร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านค้าชุมชนอื่น ๆ

ที่เข้าร่วมในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการ

แห่งรัฐ ประจ าปี 2560

3 ไฟฟ้า - ขอให้แก้ไขปัญหากระแสไฟฟ้าขัดข้อง

- ขอให้ซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่างริมทาง หม้อแปลง

ไฟฟ้า สายไฟฟ้า และเสาไฟฟ้า

- ขอให้ขยายเขตการให้บริการไฟฟ้า

- ขอให้ปรับปรุงการให้บริการของเจ้าหน้าที่ประจ า

ส านักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

4 บ่อนการพนัน แจ้งเบาะแสการลักลอบเปิดบ่อน และเล่นการพนัน

ประเภทไพ่ ไฮโล ตู้ม้า ตู้สล็อต บาคาร่า ถั่ว ไก่ชน

โต๊ะสนุ๊กเกอร์ พนันทายผลฟุตบอล หวยจับยี่กี

และสลากกินรวบ

5 ยาเสพติด แจ้งเบาะแสการลักลอบจ าหน่าย และเสพยาเสพติด

ประเภทยาบ้า ยาไอซ์ กัญชา และใบกระท่อม

6 หนี้สินนอกระบบ - แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบ

โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายก าหนด

และถูกเจ้าหนี้ข่มขู่

- ขอความช่วยเหลือน าหนี้สินนอกระบบเข้าสู่

ระบบของธนาคาร

- ขอความช่วยเหลือจัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ย

ต่ าเพื่อน าไปช าระหนี้สินนอกระบบและเป็นทุน

ประกอบอาชีพ

7 ถนน - ขอให้ปรับปรุงซ่อมแซม/ก่อสร้างถนน พื้นผิว

ถนน สะพานกลับรถ บาทวิถี ตีเส้นแบ่งช่อง

การจราจร ขยายช่องทางจราจร ไฟฟ้าส่องสว่าง

ริมทาง และติดตั้งป้ายสัญลักษณ์จราจร

8 โทรศัพท์ - ขอให้ปรับปรุงระบบการให้บริการทางโทรศัพท์

ของส านักงานสรรพากรพื้นที่ ส านักงานขนส่ง

จังหวัด ส านักงานที่ดินจังหวัด และหมายเลข

สายด่วน 1506 ของส านักงานประกันสังคม

- ขอชมเชยการให้บริการของพนักงานศูนย์บริการ

ข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน หมายเลขสายด่วน

1111 กด 2 และหมายเลขสายด่วน 1111 กด 0

จ านวนเรื่อง ด าเนินการ

จนได้ข้อยุติ

อยู่ระหว่าง

ด าเนินการ

3,927 3,789 138

3,285 3,204 81

3,096 3,033 63

2,819 2,536 283

2,480 2,324 156

2,286 2,252 34

- ขอให้...


ล าดับ

ที่

ประเภทเรื่อง ประเภทเรื่อง

(โดยส่วนใหญ่เป็นกรณี ดังนี้)

- ๕ -

- ขอให้ระบบการให้บริการสอบถามหมายเลข

โทรศัพท์ของบริษัท ทีโอที จ ากัด (มหาชน)

หมายเลขสายด่วน 1133 เปิดให้บริการ เนื่องจาก

ขณะนี้อยู่ระหว่างการปิดปรับปรุง

9 น้ าประปา - ขอให้แก้ไขปัญหาน้ าประปาไม่ไหล ไหลอ่อน

- ขอให้แก้ไขปัญหาน้ าประปาไม่มีคุณภาพ

มีลักษณะเป็นสีขุ่น

- ขอให้ขยายเขตการให้บริการน้ าประปา

- ขอให้ซ่อมแซมท่อน้ าประปา

10 การเสนอและตรา

กฎหมาย

ล าดับ

ที่

ขอคัดค้านเกี่ยวกับการจัดตั้งศาลอิสลาม

ในประเทศไทย โดยประชาชนไม่เห็นด้วย

เกี่ยวกับการจัดตั้งศาลดังกล่าว เนื่องจาก

กฎหมายอิสลามไม่จ าเป็นต้องน ามาใช้

ในประเทศไทย เพราะประเทศไทยมีกฎหมาย

และมีศาลท าหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีความ

อยู่แล้ว

จ านวนเรื่อง ด าเนินการ

จนได้ข้อยุติ

อยู่ระหว่าง

ด าเนินการ

2,148 2,079 69

1,941 1,879 62

จากตารางข้างต้นประชาชนร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น ในประเภทเรื่องต่าง ๆ มากที่สุด ได้แก่

เหตุเดือดร้อนร าคาญ รองลงมาคือ การเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายและโครงการของรัฐ ไฟฟ้า บ่อนการพนัน

และยาเสพติด ตามล าดับ

๕. สถิติเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นและผลการด าเนินการของหน่วยงาน (ไม่รวมองค์กรปกครอง

ส่วนท้องถิ่นและจังหวัด) เรียงตามล าดับหน่วยงานที่ได้รับการประสานงานเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น

มากที่สุด (ข้อมูล ณ วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๑)

กรม/ส านักงาน

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์การประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

1 กระทรวง 17,832 49.91 14,470 81.15 11,440 64.15 6,392 35.85

1.1 กระทรวงการคลัง 2,977 8.33 2,638 88.61 2,082 69.94 895 30.06

1.2 กระทรวงคมนาคม 2,230 6.24 2,050 91.93 1,930 86.55 300 13.45

1.3 กระทรวงมหาดไทย 2,113 5.92 1,183 55.99 809 38.29 1,304 61.71

(หมายเหตุ : เฉพาะในส่วน

ของกรมส่งเสริม

การปกครองท้องถิ่น

มีจ านวน ๔๕๖ เรื่อง)

1.4 กระทรวงแรงงาน 1,764 4.94 1,672 94.78 1,405 79.65 359 20.35

1.5 กระทรวงสาธารณสุข 1,315 3.68 1,154 87.76 1,039 79.01 276 20.99

1.6 กระทรวงศึกษาธิการ 1,224 3.42 922 75.33 742 60.62 482 39.38

1.7 กระทรวงเกษตร

และสหกรณ์

1,183 3.31 816 68.98 497 42.01 686 57.99

ร้อยละ

๑.8 กระทรวง...


- ๖ -

ล าดับ

ที่

กรม/ส านักงาน

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์การประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

1.8 กระทรวงพาณิชย์ 1,147 3.21 1,130 98.52 915 79.77 232 20.23

1.9 กระทรวงยุติธรรม 738 2.065 367 49.73 202 27.37 536 72.63

1.10 กระทรวงการพัฒนาสังคม 685 1.92 577 84.23 409 59.71 276 40.29

และความมั่นคงของมนุษย์

1.11 ส านักนายกรัฐมนตรี 609 1.70 533 87.52 367 60.26 242 39.74

1.12 กระทรวงทรัพยากร 535 1.50 312 58.32 192 35.89 343 64.11

ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

1.13 กระทรวงกลาโหม 484 1.354 412 85.12 311 64.26 173 35.74

1.14 กระทรวงพลังงาน 213 0.60 187 87.79 159 74.65 54 25.35

1.15 กระทรวงอุตสาหกรรม 174 0.487 131 75.29 68 39.08 106 60.92

1.16 กระทรวงดิจิทัล

173 0.484 160 92.49 146 84.39 27 15.61

เพื่อเศรษฐกิจและสังคม

1.17 กระทรวงวัฒนธรรม 106 0.297 100 94.34 81 76.42 25 23.58

1.18 กระทรวงการต่างประเทศ 83 0.232 66 79.52 45 54.22 38 45.78

1.19 กระทรวงการท่องเที่ยว 68 0.19 53 77.94 37 54.41 31 45.59

และกีฬา

1.20 กระทรวงวิทยาศาสตร์ 11 0.031 7 63.64 4 36.36 7 63.64

และเทคโนโลยี

2 หน่วยงานอื่น 10,589 29.64 9,621 90.86 9,106 85.99 1,483 14.01

2.1 ส านักงานต ารวจแห่งชาติ 9,245 25.875 8,490 91.83 8,253 89.27 992 10.73

2.2 ส านักงานคณะกรรมการ 275 0.77 272 98.91 196 71.27 79 28.73

กิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคม

แห่งชาติ

2.3 ส านักงานพระพุทธศาสนา 258 0.722 210 81.40 164 63.57 94 36.43

แห่งชาติ

2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทย 232 0.65 227 97.84 164 70.69 68 29.31

2.5 ส านักงานคณะกรรมการ 69 0.193 31 44.93 26 37.68 43 62.32

ป้องกันและปราบปราม

การทุจริตในภาครัฐ

2.6 ส านักงานคณะกรรมการ 59 0.165 44 74.58 19 32.20 40 67.80

ก ากับและส่งเสริมการ

ประกอบธุรกิจประกันภัย

2.7 สภาทนายความ

53 0.15 25 47.17 14 26.42 39 73.58

ในพระบรมราชูปถัมภ์

2.8 ส านักงานเลขาธิการ 52 0.146 52 100.00 48 92.31 4 7.69

สภาผู้แทนราษฎร

2.9 ส านักงานคณะกรรมการ 46 0.13 45 97.83 44 95.65 2 4.35

การเลือกตั้ง

2.10 ส านักเลขาธิการวุฒิสภา

ปฏิบัติหน้าที่ส านักงาน

เลขาธิการสภานิติบัญญัติ

แห่งชาติ

40 0.11 37 92.50 35 87.50 5 12.50

2.๑1 ส านักงาน...


- ๗ -

ล าดับ

ที่

กรม/ส านักงาน

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์การประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

2.11 ส านักงานศาลยุติธรรม 33 0.092 29 87.88 22 66.67 11 33.33

2.12 ส านักงานอัยการสูงสุด 31 0.087 25 80.65 23 74.19 8 25.81

2.13 ส านักงานคณะกรรมการ 30 0.084 29 96.67 24 80.00 6 20.00

ป้องกันและปราบปราม

การทุจริตแห่งชาติ

2.14 คณะรักษาความสงบ 24 0.067 16 66.67 13 54.17 11 45.83

แห่งชาติ

2.15 ส านักงานกองทุนฟื้นฟู 19 0.053 8 42.11 2 10.53 17 89.47

และพัฒนาเกษตรกร

2.16 ส านักงานป้องกันและ 14 0.039 7 50.00 6 42.86 8 57.14

ปราบปรามการฟอกเงิน

2.17 ส านักงานการบินพลเรือน 14 0.039 7 50.00 6 42.86 8 57.14

แห่งประเทศไทย

2.18 ส านักงานคณะกรรมการ 14 0.039 8 57.14 4 28.57 10 71.43

ก ากับหลักทรัพย์

และตลาดหลักทรัพย์

2.19 กองอ านวยการรักษา 9 0.025 4 44.44 2 22.22 7 77.78

ความมั่นคงภายใน

ราชอาณาจักร

2.20 ศูนย์อ านวยการบริหาร 8 0.022 6 75.00 3 37.50 5 62.50

จังหวัดชายแดนภาคใต้

2.21 ส านักงานทรัพย์สิน 8 0.022 8 100.00 4 50.00 4 50.00

ส่วนพระมหากษัตริย์

๒.๒๒ ส านักงานคณะกรรมการ 7 0.02 2 28.57 0 0.00 7 100.00

ก ากับกิจการพลังงาน

2.23 ส านักงานคณะกรรมการ 7 0.02 5 71.43 5 71.43 2 28.57

พิเศษเพื่อประสานงาน

โครงการอันเนื่องมาจาก

พระราชด าริ

๒.๒๔ ส านักพระราชวัง 7 0.02 7 100.00 6 85.71 1 14.29

๒.๒๕ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 4 0.011 4 100.00 3 75.00 1 25.00

๒.๒๖ ส านักงานคณะกรรมการ 4 0.011 4 100.00 4 100.00 0 0

สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

๒.๒๗ ส านักงานผู้ตรวจการ 4 0.011 4 100.00 3 75.00 1 25.00

แผ่นดิน

๒.๒๘ แพทยสภา 3 0.008 3 100.00 2 66.67 1 33.33

2.29 ส านักงานการตรวจเงิน 3 0.008 2 66.67 2 66.67 1 33.33

แผ่นดิน

2.30 บริษัท ระบบขนส่งมวลชน 2 0.006 1 50.00 1 50.00 1 50.00

กรุงเทพ จ ากัด (มหาชน)

2.31 ส านักงานสภาเกษตรกร

แห่งชาติ

2 0.006 0 0.00 0 0.00 2 100.00

2.32 ส านักงานราชบัณฑิตยสภา 2 0.006 2 100.00 2 100.00 0 0

2.33 ส านักงานศาลปกครอง 2 0.006 1 50.00 0 0.00 2 100.00

2.34 องค์การ...


- ๘ -

ล าดับ

ที่

กรม/ส านักงาน

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์การประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

2.34 องค์การกระจายเสียง 1 0.003 0 0.00 0 0.00 1 100.00

และแพร่ภาพสาธารณะ

แห่งประเทศไทย

2.35 สภาหอการค้า

1 0.003 1 100.00 1 100.00 0 0

แห่งประเทศไทย

2.36 ธนาคารกรุงเทพ จ ากัด 1 0.003 1 100.00 1 100.00 0 0

(มหาชน)

2.37 ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา 1 0.003 1 100.00 1 100.00 0 0

จ ากัด (มหาชน)

2.38 ธนาคาร ไทยพาณิชย์ 1 0.003 1 100.00 1 100.00 0 0

จ ากัด (มหาชน)

2.39 สภากาชาดไทย 1 0.003 1 100.00 1 100.00 0 0

2.40 สภาวิชาชีพบัญชี

1 0.003 0 0.00 0 0.00 1 100.00

ในพระบรมราชูปถัมภ์

2.41 ศาลอาญา 1 0.003 1 100.00 1 100.00 0 0

2.42 ส านักงานคณะกรรมการ 1 0.003 0 0.00 0 0.00 1 100.00

กลางอิสลามแห่งประเทศไทย

3 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 7,308 20.45 7,083 96.92 5,446 74.52 1,862 25.48

ในก ากับกระทรวง

3.1 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 2,069 5.791 2,025 97.87 1,080 52.20 989 47.80

ในก ากับกระทรวงการคลัง

3.1.1 ส านักงานสลากกิน 721 2.018 721 100.00 676 93.76 45 6.24

แบ่งรัฐบาล

3.1.2 ธนาคารออมสิน 562 1.573 551 98.04 142 25.27 420 74.73

3.1.3 ธนาคาร กรุงไทย จ ากัด 313 0.876 313 100.00 82 26.20 231 73.80

(มหาชน)

3.1.4 ธนาคารเพื่อการเกษตร 258 0.722 237 91.86 70 27.13 188 72.87

และสหกรณ์การเกษตร

3.1.5 กองทุนเงินให้กู้ยืม 98 0.274 95 96.94 55 56.12 43 43.88

เพื่อการศึกษา

3.1.6 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 44 0.123 38 86.36 21 47.73 23 52.27

3.1.7 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ 39 0.110 39 100.00 11 28.21 28 71.79

ขนาดกลางและขนาดย่อม

แห่งประเทศไทย

3.1.8 กองทุนบ าเหน็จบ านาญ 11 0.031 11 100.00 9 81.82 2 18.18

ข้าราชการ

3.1.9 กองทุนการออมแห่งชาติ 5 0.014 4 80.00 4 80.00 1 20.00

3.1.10 ธนาคารอิสลาม

5 0.014 4 80.00 2 40.00 3 60.00

แห่งประเทศไทย

3.1.11 โรงงานยาสูบ 5 0.014 5 100.00 5 100.00 0 0.00

3.1.12 บรรษัทประกันสินเชื่อ 4 0.011 3 75.00 1 25.00 3 75.00

อุตสาหกรรมขนาดย่อม

3.1.13 บริษัทบริหารสินทรัพย์

กรุงเทพพาณิชย์ จ ากัด

(มหาชน)

3 0.008 3 100.00 1 33.33 2 66.67

3.๑.๑๔ สถาบัน...


- ๙ -

ล าดับ

ที่

กรม/ส านักงาน

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์การประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

3.1.14 สถาบันคุ้มครองเงินฝาก 1 0.003 1 100.00 1 100.00 0 0.00

3.2 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 1,321 3.697 1,301 98.49 1,062 80.39 259 19.61

ในก ากับกระทรวงมหาดไทย

3.2.1 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 495 1.385 482 97.37 364 73.54 131 26.46

3.2.2 การประปาส่วนภูมิภาค 409 1.145 409 100.00 345 84.35 64 15.65

3.2.3 การไฟฟ้านครหลวง 237 0.663 231 97.47 199 83.97 38 16.03

3.2.4 การประปานครหลวง 180 0.504 179 99.44 154 85.56 26 14.44

3.3 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 1,181 3.305 1,131 95.77 1,084 91.79 97 8.21

ในก ากับกระทรวงคมนาคม

3.3.1 องค์การขนส่งมวลชน 667 1.87 664 99.55 650 97.45 17 2.55

กรุงเทพ

3.3.2 การรถไฟแห่งประเทศไทย 238 0.67 212 89.08 207 86.97 31 13.03

3.3.3 บริษัท ขนส่ง จ ากัด 112 0.31 109 97.32 100 89.29 12 10.71

3.3.4 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน 57 0.16 54 94.74 49 85.96 8 14.04

แห่งประเทศไทย

3.3.5 การทางพิเศษ

45 0.126 44 97.78 40 88.89 5 11.11

แห่งประเทศไทย

3.3.6 บริษัท ท่าอากาศยานไทย 41 0.110 31 75.61 28 68.29 13 31.71

จ ากัด (มหาชน)

3.3.7 การท่าเรือแห่งประเทศไทย 16 0.045 14 87.50 9 56.25 7 43.75

3.3.8 บริษัท การบินไทย จ ากัด 4 0.011 2 50.00 0 0.00 4 100.00

(มหาชน)

3.3.9 บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. 1 0.003 1 100.00 1 100.00 0 0.00

จ ากัด

3.4 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 1,109 3.10 1,108 99.91 1,102 99.37 7 0.63

ในก ากับกระทรวงยุติธรรม

3.4.1 ส านักงานคณะกรรมการ 1,109 3.10 1,108 99.91 1,102 99.37 7 0.63

ป้องกันและปราบปราม

ยาเสพติด

3.5 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 722 2.02 698 96.68 505 69.94 217 30.06

ในก ากับกระทรวงดิจิทัล

เพื่อเศรษฐกิจและสังคม

3.5.1 บริษัท ทีโอที จ ากัด (มหาชน) 378 1.058 374 98.94 209 55.29 169 44.71

3.5.2 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จ ากัด 329 0.92 309 93.92 285 86.63 44 13.37

3.5.3 บริษัท กสท โทรคมนาคม 13 0.036 13 100.00 10 76.92 3 23.08

จ ากัด (มหาชน)

3.5.4 ส านักงานพัฒนารัฐบาล 1 0.003 1 100.00 0 0.00 1 100.00

ดิจิทัล (องค์การมหาชน)

3.5.5 ส านักงานพัฒนาธุรกรรม 1 0.003 1 100.00 1 100.00 0 0.00

ทางอิเล็กทรอนิกส์

(องค์การมหาชน)

3.6 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 486 1.36 471 96.91 391 80.45 95 19.55

ในก ากับกระทรวงแรงงาน

3.6.1 ส านักงานประกันสังคม 486 1.36 471 96.91 391 80.45 95 19.55

3.๗ รัฐวิสาหกิจ…


- ๑๐ -

ล าดับ

ที่

กรม/ส านักงาน

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์การประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

3.7 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 123 0.344 112 91.06 73 59.35 50 40.65

ในก ากับกระทรวงการ

พัฒนาสังคม

และความมั่นคงของมนุษย์

3.7.1 การเคหะแห่งชาติ 119 0.333 111 93.28 73 61.34 46 38.66

3.7.2 สถาบันพัฒนาองค์กร 4 0.011 1 25.00 0 0.00 4 100.00

ชุมชน (องค์การมหาชน)

3.๘ รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 111 0.311 85 76.58 49 44.14 62 55.86

ในก ากับส านักนายก

รัฐมนตรี

3.๘.1 ส านักงานส่งเสริมวิสาหกิจ 81 0.227 62 76.54 32 39.51 49 60.49

ขนาดกลางและขนาดย่อม

3.๘.2 ส านักงานกองทุนหมู่บ้าน 9 0.025 3 33.33 2 22.22 7 77.78

และชุมชนเมืองแห่งชาติ

3.๘.3 ส านักงานคณะกรรมการ 9 0.025 9 100.00 7 77.78 2 22.22

ส่งเสริมการลงทุน

3.๘.4 สถาบันบริหารจัดการ 5 0.014 4 80.00 2 40.00 3 60.00

ธนาคารที่ดิน

(องค์การมหาชน)

3.๘.5 ส านักงานกองทุน

3 0.008 3 100.00 3 100.00 0 0.00

สนับสนุนการสร้างเสริม

สุขภาพ (องค์การมหาชน)

3.๘.6 บริษัท อสมท จ ากัด 2 0.006 2 100.00 1 50.00 1 50.00

(มหาชน)

3.๘.7 ส านักงานคณะกรรมการ 1 0.003 1 100.00 1 100.00 0 0.00

สุขภาพแห่งชาติ

3.๘.8 ส านักงานรับรอง

1 0.003 1 100.00 1 100.00 0 0.00

มาตรฐานและประเมิน

คุณภาพการศึกษา

(องค์การมหาชน)

3.๙ รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 50 0.14 50 100.00 31 62.00 19 38.00

ในก ากับกระทรวง

สาธารณสุข

3.๙.1 ส านักงานหลักประกัน 50 0.14 50 100.00 31 62.00 19 38.00

สุขภาพแห่งชาติ

3.10 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 44 0.123 36 81.82 23 52.27 21 47.73

ในก ากับกระทรวงพลังงาน

3.10.1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิต 38 0.106 30 78.95 17 44.74 21 55.26

แห่งประเทศไทย

3.10.2 บริษัท ปตท. จ ากัด

(มหาชน)

6 0.017 6 100.00 6 100.00 0 0.00

3.11 รัฐวิสาหกิจ...


- ๑๑ -

ล าดับ

ที่

กรม/ส านักงาน

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์การประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

3.11 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 26 0.073 21 80.77 13 50.00 13 50.00

ในก ากับกระทรวงกลาโหม

3.11.๑ องค์การสงเคราะห์ 26 0.073 21 80.77 13 50.00 13 50.00

ทหารผ่านศึกในพระบรม

ราชูปถัมภ์

3.12 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 22 0.062 20 90.91 18 81.82 4 18.18

ในก ากับกระทรวงการ

ท่องเที่ยวและกีฬา

3.12.๑ การท่องเที่ยว

15 0.042 15 100.00 13 86.67 2 13.33

แห่งประเทศไทย

3.12.2 การกีฬาแห่งประเทศไทย 7 0.020 5 71.43 5 71.43 2 28.57

3.13 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 21 0.059 11 52.38 6 28.57 15 71.43

ในก ากับ

กระทรวงศึกษาธิการ

3.13.๑ ส านักงานคณะกรรมการ 17 0.048 7 41.18 4 23.53 13 76.47

ส่งเสริมสวัสดิการ

และสวัสดิภาพครู

และบุคลากรทางการศึกษา

3.13.2 ส านักงานเลขาธิการ 3 0.008 3 100.00 1 33.33 2 66.67

คุรุสภา

3.13.3 สถาบันส่งเสริม

1 0.003 1 100.00 1 100.00 0 0.00

การสอนวิทยาศาสตร์

และเทคโนโลยี

3.14 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 9 0.025 6 66.67 6 66.67 3 33.33

ในก ากับกระทรวงเกษตร

และสหกรณ์

3.14.๑ องค์การตลาด

4 0.011 3 75.00 3 75.00 1 25.00

เพื่อเกษตรกร

3.14.2 การยางแห่งประเทศไทย 4 0.011 3 75.00 3 75.00 1 25.00

3.14.3 องค์การสะพานปลา 1 0.003 0 0.00 0 0.00 1 100.00

3.๑5 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 7 0.020 4 57.14 2 28.57 5 71.43

ในก ากับกระทรวงพาณิชย์

3.๑5.๑ องค์การคลังสินค้า 7 0.020 4 57.14 2 28.57 5 71.43

3.๑6 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 5 0.014 3 60.00 0 0.00 5 100.00

ในก ากับกระทรวง

ทรัพยากรธรรมชาติ

และสิ่งแวดล้อม

3.๑6.1 องค์การอุตสาหกรรม 3 0.008 2 66.67 0 0.00 3 100.00

ป่าไม้

3.๑6.2 องค์การสวนสัตว์

ในพระบรมราชูปถัมภ์

2 0.006 1 50.00 0 0.00 2 100.00

3.17 รัฐวิสาหกิจ...


- 12 -

ล าดับ

ที่

กรม/ส านักงาน

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์การประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

3.๑7 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 1 0.003 1 100.00 1 100.00 0 0.00

ในก ากับกระทรวง

อุตสาหกรรม

3.๑7.๑ การนิคมอุตสาหกรรม 1 0.003 1 100.00 1 100.00 0 0.00

แห่งประเทศไทย

3.18 รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงาน 1 0.003 0 0.00 0 0.00 1 100.00

ในก ากับ

กระทรวงวิทยาศาสตร์

และเทคโนโลยี

3.18.๑ ส านักงานพัฒนา

1 0.003 0 0.00 0 0.00 1 100.00

เทคโนโลยีอวกาศ

และภูมิสารสนเทศ

(องค์การมหาชน)

รวมทั้งสิ้น 35,729 100.00 31,174 87.25 25,992 72.75 9,737 27.25

แผนภาพแสดงหน่วยงานที่ได้รับการประสานงานเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นมากที่สุด (๕ ล าดับแรก)

(จ านวนเรื่อง)

๙,๒๔๕

๒,๙๗๗ ๒,๒๓๐ ๒,๑๑๓

๑,๗๖๔

ส านักงาน

ต ารวจแห่งชาติ

กระทรวง

การคลัง

กระทรวง

คมนาคม

กระทรวง

มหาดไทย

กระทรวง

แรงงาน

(หน่วยงาน)

จากตารางแสดงสถิติเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นและแผนภาพข้างต้นพบว่า ในปีงบประมาณ

พ.ศ. ๒๕๖๑ หน่วยงานต่าง ๆ ได้รับการประสานงานเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น รวมทั้งสิ้น ๓๕,๗๒๙ เรื่อง

โดยเรียงตามล าดับจากหน่วยงานที่ได้รับการประสานงานมากที่สุด ได้แก่ ส านักงานต ารวจแห่งชาติ รองลงมา คือ

กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงแรงงาน ตามล าดับ

แผนภาพ…


- ๑๓ -

แผนภาพแสดงหน่วยงานประเภทรัฐวิสาหกิจที่ได้รับการประสานงานเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น

มากที่สุด (๕ ล าดับแรก)

(จ านวนเรื่อง)

๗๒๑

๖๖๗

๕๖๒

๔๙๕ ๔๐๙

ส านักงานสลาก

กินแบ่งรัฐบาล

องค์การขนส่ง

มวลชนกรุงเทพ

ธนาคาร

ออมสิน

การไฟฟ้า

ส่วนภูมิภาค

การประปา

ส่วนภูมิภาค

(หน่วยงาน)

.

จากตารางแสดงสถิติเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นและแผนภาพข้างต้นพบว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑

รัฐวิสาหกิจที่ได้รับการประสานงานเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นมากที่สุด ได้แก่ ส านักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

รองลงมา คือ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ธนาคารออมสิน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการประปาส่วนภูมิภาค

ตามล าดับ

๖. ประเด็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นของหน่วยงานที่ได้รับการประสานงานเรื่องร้องทุกข์/

เสนอความคิดเห็นมากที่สุด ๕ ล าดับแรก (แสดงเฉพาะประเด็นเรื่องที่มีการร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น

มากที่สุด)

ล าดับ

ที่

กระทรวง/หน่วยงาน ประเด็นเรื่อง

๑ ส านักงานต ารวจแห่งชาติ บ่อนการพนัน โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเบาะแสการลักลอบเปิดบ่อน และเล่นการพนันประเภทไพ่ ไฮโล ตู้ม้า ตู้สล็อต

ไก่ชน พนันทายผลฟุตบอล บาคาร่า หวยจับยี่กี และสลากกินรวบ

ยาเสพติด โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเบาะแสการลักลอบจ าหน่าย และเสพยาเสพติดประเภทยาบ้า ยาไอซ์ กัญชา ใบกระท่อม

และเฮโรอีน

เหตุเดือดร้อนร าคาญ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้แก้ไขปัญหาเหตุเดือดร้อนร าคาญจากมลภาวะทางเสียง จากสถานบันเทิง ร้านอาหาร สถานประกอบการ

บ้านเรือน วัยรุ่นมั่วสุม และรวมกลุ่มแข่งขันรถจักรยานยนต์ส่งเสียงดังรบกวน

- ขอให้จัดระเบียบและแก้ไขปัญหาการจอดรถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ รถบรรทุก รถยนต์รับจ้างสาธารณะ (แท็กซี่)

รถบัส รถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการกีดขวางการจราจร และการจ าหน่ายสินค้าและตั้ง/วางสิ่งของกีดขวางการจราจร

- ขอให้แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดและจัดระเบียบการจราจร

๒. กระทรวง...


- ๑๔ -

ล าดับ

ที่

กระทรวง/หน่วยงาน ประเด็นเรื่อง

๒ กระทรวงการคลัง การเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายและโครงการของรัฐ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้เร่งติดตั้งและเปิดใช้บริการอุปกรณ์รับช าระบัตรอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ (EDC) ส าหรับใช้รูดบัตรสวัสดิการ

แห่งรัฐบนรถโดยสารประจ าทางสาธารณะ และในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าชุมชนอื่น ๆ ในการช าระค่าเดินทาง

และซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน

- ขอให้ปรับเปลี่ยนสวัสดิการในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ รอบ ๒ จากท าบัตรลดราคาค่าสาธารณูปโภค

เป็นเงินสดแทน พร้อมทั้งขยายระยะเวลาการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ

- ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติและรายได้ของผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ

- ขอให้ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย

วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท

ภาษีอากร โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้ตรวจสอบการหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีของสถานประกอบการและร้านค้า

- ขอให้เร่งคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91) ปีภาษี ๒๕๕๙ ๒๕๖๐

- ขอให้ปรับปรุงระบบการให้บริการเกี่ยวกับการยื่นภาษีออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ตของส านักงานสรรพากร

www.rd.go.th ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

โทรศัพท์ โดยส่วนใหญ่ ขอให้ปรับปรุงระบบการให้บริการทางโทรศัพท์ของกระทรวงการคลัง กองทุนการออมแห่งชาติ

กรมบัญชีกลาง กรมธนารักษ์ กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร และหมายเลขสายด่วน 1๓๕๙ ของส านักงานเศรษฐกิจ

การคลัง

๓ กระทรวงคมนาคม การบริการรถสาธารณะ และการบริการขนส่งทางบก โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมและปรับปรุงการให้บริการของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ คนขับรถรับจ้างสาธารณะ

(แท็กซี่) พนักงานขับรถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการ พนักงานขับรถโดยสารประจ าทาง พนักงานเก็บค่าโดยสาร

รถประจ าทาง และพนักงานจ าหน่ายตั๋วโดยสาร เป็นต้น

- ขอให้ตรวจสอบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ รถยนต์รับจ้างสาธารณะ (แท็กซี่) และรถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการ

ที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

- ขอให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการเรียกเก็บค่าโดยสารเกินราคาของรถจักรยานยนต์รับจ้าง รถยนต์รับจ้างสาธารณะ

(แท็กซี่) และรถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการ

- ขอให้เพิ่มเที่ยว/รอบการเดินรถ ขยายเส้นทางการเดินรถ และเพิ่มจ านวนรถโดยสารประจ าทาง รถโดยสารสาธารณะ

และรถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการ

- ขอให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาคนขับรถรับจ้างสาธารณะ (แท็กซี่) น ารถแท็กซี่ที่หมดอายุการใช้งานแล้ว มาให้บริการ

ถนน โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ขอให้ปรับปรุงซ่อมแซม/ก่อสร้างถนน พื้นผิวถนน

สะพานกลับรถ สะพานลอยคนข้าม บาทวิถี ตีเส้นแบ่งช่องการจราจร ขยายช่องทางจราจร ไฟฟ้าส่องสว่างริมทาง

และติดตั้งป้ายสัญลักษณ์จราจร

๔ กระทรวงมหาดไทย การกล่าวโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐในท้องถิ่นทุจริต โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน นายกเทศมนตรี

นายกองค์การบริหารส่วนต าบล เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนต าบล และเจ้าหน้าที่เทศบาลทุจริต

- ขอให้ตรวจสอบการทุจริตในโครงการเงินกองทุนหมู่บ้าน SML โครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อน

เศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ และโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี “เพื่อการพัฒนาการ

เกษตรอย่างยั่งยืน”

- ขอให้ตรวจสอบการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนต าบล

ข้อพิพาทเรื่องสิทธิที่ดิน และขอหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี

ดังนี้

- ขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับข้อพิพาทสิทธิในที่ดิน

- ขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิที่ดิน และการรังวัดสอบเขตที่ดิน

- ขอให้ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิที่ดิน และการรังวัดสอบเขตที่ดิน

๕ กระทรวง...


- ๑๕ -

ล าดับ

ที่

กระทรวง/หน่วยงาน ประเด็นเรื่อง

๕ กระทรวงแรงงาน แรงงานต่างด้าว โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้ตรวจสอบและแจ้งเบาะแสแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาประกอบอาชีพ โดยไม่มีใบอนุญาตการท างาน

ที่ถูกต้องตามกฏหมาย

- ขอให้ตรวจสอบการจัดล าดับคิวการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวของศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว

แบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)

- ขอให้ปรับเพิ่มจ านวนคิวและขยายระยะเวลาในการรับขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว

การจัดหางาน โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์กรณี ขอความช่วยเหลือจัดหางานให้กับผู้ว่างงาน คนพิการ และผู้สูงอายุ

ร้องเรียนการให้บริการของเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดกระทรวง โดยส่วนใหญ่ ขอให้ปรับปรุงการให้บริการ

ของเจ้าหน้าที่ประจ าศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) และเจ้าหน้าที่

ประจ าส านักงานจัดหางานจังหวัด และส านักงานประกันสังคม

๗. ประเด็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับการประสานงานเรื่องร้องทุกข์/

เสนอความคิดเห็นมากที่สุด ๕ ล าดับแรก (แสดงเฉพาะประเด็นเรื่องที่มีการร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น

มากที่สุด)

ล าดับ

ที่

กระทรวง/หน่วยงาน ประเด็นเรื่อง

๑ ส านักงานสลาก สลากกินแบ่งรัฐบาล โดยส่วนใหญ่ ขอให้ตรวจสอบและควบคุมการจ าหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา กับขอให้

กินแบ่งรัฐบาล ตรวจสอบการจองโควตาจ าหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล

๒ องค์การขนส่งมวลชน

กรุงเทพ

การบริการขนส่งทางบก และการบริการรถสาธารณะ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้ปรับปรุงการให้บริการของพนักงานขับรถ พนักงานเก็บค่าโดยสาร และพนักงานขับรถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการ

- ขอให้เพิ่มเที่ยว/รอบการเดินรถ ขยายเส้นทางการเดินรถ และเพิ่มจ านวนรถโดยสารประจ าทาง

- ขอให้ปรับปรุงการให้บริการของรถโดยสารประจ าทาง รถโดยสารประจ าทางสาธารณะ รถโดยสารปรับอากาศประจ าทาง

และรถโดยสารปรับอากาศร่วมบริการ

การเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายและโครงการของรัฐ โดยส่วนใหญ่ ขอให้เร่งติดตั้งและเปิดใช้บริการอุปกรณ์

รับช าระบัตรอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ (EDC) ส าหรับใช้รูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อช าระค่าโดยสารของรถโดยสาร

ประจ าทางสาธารณะ ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ

๓ ธนาคารออมสิน หนี้สินนอกระบบ การขออนุมัติสินเชื่อ และหนี้สินในระบบ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอความช่วยเหลือน าหนี้สินนอกระบบเข้าสู่ระบบของธนาคารออมสิน

- ขอความช่วยเหลือจัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ าเพื่อน าไปช าระหนี้สินนอกระบบและเป็นทุนประกอบอาชีพ

- ขอความช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้และขยายระยะเวลาการช าระหนี้ที่มีอยู่กับธนาคารออมสิน

๔ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไฟฟ้า โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้แก้ไขปัญหากระแสไฟฟ้าขัดข้อง

- ขอให้ขยายเขตการให้บริการไฟฟ้า

- ขอให้ซ่อมแซมสายไฟฟ้า ไฟฟ้าส่องสว่างริมทาง เสาไฟฟ้า และหม้อแปลงไฟฟ้า

๕ การประปาส่วนภูมิภาค น้ าประปา โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้แก้ไขปัญหาน้ าประปาไม่ไหล ไหลอ่อน

- ขอให้แก้ไขปัญหาน้ าประปาไม่มีคุณภาพ มีลักษณะเป็นสีขุ่น

- ขอให้ขยายเขตการให้บริการน้ าประปา

- ขอให้ซ่อมแซมท่อน้ าประปา

๘. สถิติ ...


ล าดับ

ที่

- ๑๖ -

๘. สถิติเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นและผลการด าเนินการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

และจังหวัดเรียงตามเขตตรวจราชการของส านักนายกรัฐมนตรี จ านวน ๑๘ เขต (ข้อมูล ณ วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๑)

อปท./จังหวัด

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์ของการประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

เขตตรวจราชการส่วนกลาง 3,643 13.23 3,562 97.78 3,127 85.84 516 14.16

1 กรุงเทพมหานคร 3,643 13.23 3,562 97.78 3,127 85.84 516 14.16

เขตตรวจราชการที่ 1 3,623 13.16 3,289 90.78 3,025 83.49 598 16.51

2 จังหวัดนนทบุรี 1,350 4.90 1,170 86.67 1,135 84.07 215 15.93

3 จังหวัดปทุมธานี 1,146 4.16 1127 98.34 984 85.86 162 14.14

4 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 708 2.57 591 83.47 575 81.21 133 18.79

5 จังหวัดสระบุรี 419 1.52 401 95.70 331 79.00 88 21.00

เขตตรวจราชการที่ 2 749 2.72 657 87.72 547 73.03 202 26.97

6 จังหวัดลพบุรี 346 1.26 286 82.66 244 70.52 102 29.48

7 จังหวัดอ่างทอง 156 0.57 145 92.95 123 78.85 33 21.15

8 จังหวัดชัยนาท 135 0.49 120 88.89 97 71.85 38 28.15

9 จังหวัดสิงห์บุรี 112 0.41 106 94.64 83 74.11 29 25.89

เขตตรวจราชการที่ 3 2,361 8.57 2,128 90.13 1,954 82.76 407 17.24

๑๐ จังหวัดสมุทรปราการ 1,403 5.095 1,274 90.81 1,234 87.95 169 12.05

๑๑ จังหวัดฉะเชิงเทรา 380 1.38 327 86.05 308 81.05 72 18.95

๑๒ จังหวัดปราจีนบุรี 257 0.93 239 93.00 187 72.76 70 27.24

๑๓ จังหวัดสระแก้ว 171 0.62 155 90.64 110 64.33 61 35.67

๑๔ จังหวัดนครนายก 150 0.545 133 88.67 115 76.67 35 23.33

เขตตรวจราชการที่ 4 1,780 6.46 1,529 85.90 1,354 76.07 426 23.93

๑๕ จังหวัดนครปฐม 691 2.51 588 85.09 559 80.90 132 19.10

๑๖ จังหวัดราชบุรี 388 1.41 363 93.56 286 73.71 102 26.29

17 จังหวัดสุพรรณบุรี 360 1.31 335 93.06 276 76.67 84 23.33

18 จังหวัดกาญจนบุรี 341 1.24 243 71.26 233 68.33 108 31.67

เขตตรวจราชการที่ 5 1,153 4.19 1,050 91.07 890 77.19 263 22.81

19 จังหวัดสมุทรสาคร 518 1.88 479 92.47 432 83.40 86 16.60

20 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 296 1.075 261 88.18 209 70.61 87 29.39

21 จังหวัดเพชรบุรี 228 0.83 211 92.54 153 67.11 75 32.89

22 จังหวัดสมุทรสงคราม 111 0.403 99 89.19 96 86.49 15 13.51

เขตตรวจราชการที่ 6 1,677 6.09 1,442 85.99 1,135 67.68 542 32.32

23 จังหวัดนครศรีธรรมราช 677 2.459 614 90.69 431 63.66 246 36.34

24 จังหวัดสุราษฎร์ธานี 604 2.19 473 78.31 435 72.02 169 27.98

25 จังหวัดชุมพร 247 0.90 219 88.66 163 65.99 84 34.01

26 จังหวัดพัทลุง 149 0.54 136 91.28 106 71.14 43 28.86

เขตตรวจราชการที่ 7 1,081 3.93 914 84.55 808 74.75 273 25.25

27 จังหวัดภูเก็ต 319 1.16 257 80.56 253 79.31 66 20.69

28 จังหวัดตรัง 263 0.955 225 85.55 185 70.34 78 29.66

ร้อยละ

๒๙ จังหวัด...


- ๑๗ -

ล าดับ

ที่

อปท./จังหวัด

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์ของการประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

29 จังหวัดกระบี่ 253 0.92 221 87.35 187 73.91 66 26.09

30 จังหวัดพังงา 161 0.585 144 89.44 127 78.88 34 21.12

31 จังหวัดระนอง 85 0.31 67 78.82 56 65.88 29 34.12

เขตตรวจราชการที่ 8 940 3.41 791 84.15 628 66.81 312 33.19

32 จังหวัดสงขลา 565 2.05 471 83.36 401 70.97 164 29.03

33 จังหวัดปัตตานี 108 0.39 90 83.33 65 60.19 43 39.81

34 จังหวัดนราธิวาส 100 0.36 76 76.00 47 47.00 53 53.00

35 จังหวัดสตูล 90 0.327 84 93.33 62 68.89 28 31.11

36 จังหวัดยะลา 77 0.28 70 90.91 53 68.83 24 31.17

เขตตรวจราชการที่ 9 1,790 6.50 1,639 91.56 1,424 79.55 366 20.45

37 จังหวัดชลบุรี 1,085 3.94 1,005 92.63 886 81.66 199 18.34

38 จังหวัดระยอง 380 1.38 364 95.79 300 78.95 80 21.05

39 จังหวัดจันทบุรี 240 0.872 198 82.50 178 74.17 62 25.83

40 จังหวัดตราด 85 0.31 72 84.71 60 70.59 25 29.41

เขตตรวจราชการที่ 10 854 3.10 661 77.40 583 68.27 271 31.73

41 จังหวัดอุดรธานี 349 1.27 237 67.91 233 66.76 116 33.24

42 จังหวัดเลย 165 0.60 145 87.88 116 70.30 49 29.70

43 จังหวัดบึงกาฬ 128 0.465 107 83.59 94 73.44 34 26.56

44 จังหวัดหนองคาย 120 0.44 101 84.17 84 70.00 36 30.00

45 จังหวัดหนองบัวล าภู 92 0.33 71 77.17 56 60.87 36 39.13

เขตตรวจราชการที่ 11 433 1.57 311 71.82 241 55.66 192 44.34

46 จังหวัดสกลนคร 258 0.94 184 71.32 146 56.59 112 43.41

47 จังหวัดนครพนม 103 0.37 60 58.25 48 46.60 55 53.40

48 จังหวัดมุกดาหาร 72 0.26 67 93.06 47 65.28 25 34.72

เขตตรวจราชการที่ 12 1,425 5.18 1,129 79.23 904 63.44 521 36.56

49 จังหวัดขอนแก่น 582 2.11 499 85.74 397 68.21 185 31.79

50 จังหวัดร้อยเอ็ด 349 1.27 287 82.23 205 58.74 144 41.26

51 จังหวัดมหาสารคาม 253 0.92 180 71.15 161 63.64 92 36.36

52 จังหวัดกาฬสินธุ์ 241 0.88 163 67.63 141 58.51 100 41.49

เขตตรวจราชการที่ 13 947 3.44 661 69.80 571 60.30 376 39.70

53 จังหวัดอุบลราชธานี 429 1.558 299 69.70 265 61.77 164 38.23

54 จังหวัดศรีสะเกษ 320 1.162 203 63.44 197 61.56 123 38.44

55 จังหวัดอ านาจเจริญ 106 0.385 85 80.19 56 52.83 50 47.17

56 จังหวัดยโสธร 92 0.33 74 80.43 53 57.61 39 42.39

เขตตรวจราชการที่ 14 1,731 6.29 1,193 68.92 1,070 61.81 661 38.19

57 จังหวัดนครราชสีมา 752 2.73 562 74.73 544 72.34 208 27.66

58 จังหวัดสุรินทร์ 388 1.41 246 63.40 179 46.13 209 53.87

59 จังหวัดบุรีรัมย์ 340 1.235 212 62.35 190 55.88 150 44.12

60 จังหวัดชัยภูมิ 251 0.91 173 68.92 157 62.55 94 37.45

เขตตรวจ...


- ๑๘ -

ล าดับ

ที่

อปท./จังหวัด

จ านวน

(เรื่อง)

รวมทั้งสิ้น ด าเนินการจนได้ข้อยุติ

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

วัตถุประสงค์ของการประสานงาน

เพื่อทราบ เพื่อพิจารณา

ร้อยละ

จ านวน

(เรื่อง)

ร้อยละ

เขตตรวจราชการที่ 15 805 2.92 616 76.52 538 66.83 267 33.17

61 จังหวัดเชียงใหม่ 510 1.85 386 75.69 362 70.98 148 29.02

62 จังหวัดล าปาง 163 0.59 137 84.05 98 60.12 65 39.88

63 จังหวัดล าพูน 84 0.305 60 71.43 56 66.67 28 33.33

64 จังหวัดแม่ฮ่องสอน 48 0.17 33 68.75 22 45.83 26 54.17

เขตตรวจราชการที่ 16 511 1.86 451 88.26 327 63.99 184 36.01

65 จังหวัดเชียงราย 249 0.904 237 95.18 159 63.86 90 36.14

66 จังหวัดแพร่ 103 0.37 88 85.44 71 68.93 32 31.07

67 จังหวัดพะเยา 94 0.34 73 77.66 60 63.83 34 36.17

68 จังหวัดน่าน 65 0.24 53 81.54 37 56.92 28 43.08

เขตตรวจราชการที่ 17 990 3.60 853 86.16 653 65.96 337 34.04

69 จังหวัดเพชรบูรณ์ 311 1.13 283 91.00 200 64.31 111 35.69

70 จังหวัดพิษณุโลก 271 0.98 234 86.35 177 65.31 94 34.69

71 จังหวัดสุโขทัย 153 0.56 100 65.36 94 61.44 59 38.56

72 จังหวัดอุตรดิตถ์ 129 0.47 126 97.67 98 75.97 31 24.03

73 จังหวัดตาก 126 0.46 110 87.30 84 66.67 42 33.33

เขตตรวจราชการที่ 18 1,042 3.78 909 87.24 681 65.36 361 34.64

74 จังหวัดนครสวรรค์ 472 1.71 419 88.77 304 64.41 168 35.59

75 จังหวัดก าแพงเพชร 239 0.87 226 94.56 167 69.87 72 30.13

76 จังหวัดพิจิตร 222 0.81 174 78.38 143 64.41 79 35.59

77 จังหวัดอุทัยธานี 109 0.40 90 82.57 67 61.47 42 38.53

รวมทั้งสิ้น 27,535 100.00 23,785 86.38 20,460 74.31 7,075 25.69

แผนภาพแสดงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัดที่ได้รับการประสานงานเรื่องร้องทุกข์/

เสนอความคิดเห็นมากที่สุด (๕ ล าดับแรก)

จากตาราง...


- ๑๙ -

จากตารางแสดงสถิติเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นและแผนภาพข้างต้น พบว่า ในปีงบประมาณ

พ.ศ. 2561 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัดต่าง ๆ ได้รับการประสานงานเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น

รวมทั้งสิ้น 27,535 เรื่อง โดยเรียงตามล าดับจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัดที่ได้รับการประสานงาน

มากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร รองลงมา คือ จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดชลบุรี

ตามล าดับ

๙. ประเด็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัดที่ได้รับการ

ประสานงานมากที่สุด ๕ ล าดับแรก (แสดงเฉพาะประเด็นเรื่องที่มีการร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นมากที่สุด)

ล าดับ

ที่

อปท./จังหวัด ประเด็นเรื่อง

๑ กรุงเทพมหานคร เหตุเดือดร้อนร าคาญ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากมลภาวะทางเสียง กลิ่นเหม็น ฝุ่นละออง ควันไฟ สิ่งปฏิกูล

สถานประกอบการ การก่อสร้างอาคาร บ้านเรือน ร้านอาหาร รถบรรทุกดิน และสุนัขจรจัด

- ขอให้แก้ไขปัญหาการจอดรถ การขับขี่รถจักรยานยนต์กีดขวางการสัญจรบนบาทวิถี และถนน

ถนน โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณีขอให้ปรับปรุงซ่อมแซม/ก่อสร้างถนน บาทวิถี

ลูกระนาดชะลอความเร็ว สะพานลอยคนข้าม ทางม้าลาย และสัญญาณไฟจราจร

หาบเร่แผงลอย โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณีจัดระเบียบแผงลอยที่จ าหน่ายสินค้า

กีดขวางการสัญจรบนบาทวิถีและถนน

๒ จังหวัดสมุทรปราการ เหตุเดือดร้อนร าคาญ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากมลภาวะทางเสียง กลิ่นเหม็น ฝุ่นละออง ควันไฟ สถานประกอบการ

กลุ่มวัยรุ่นแข่งขันรถจักรยานยนต์ บ้านเรือน สถานบันเทิง รถบรรทุกดิน และสุนัขจรจัด

- ขอให้แก้ไขปัญหาการจอดรถ และการวางจ าหน่ายสินค้ากีดขวางการสัญจรบนบาทวิถีและถนน

- ขอให้ปรับปรุงซ่อมแซม/ก่อสร้างถนน บาทวิถี ลูกระนาดชะลอความเร็ว และไฟฟ้าส่องสว่างริมทาง

บ่อนการพนัน โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเบาะแสการลักลอบเปิดบ่อนและเล่นการพนันประเภทไพ่ ไฮโล

และการทายผลพนันฟุตบอล

ถนน โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณีขอให้ปรับปรุงซ่อมแซม/ก่อสร้างถนน ลูกระนาด

ชะลอความเร็ว สะพานลอยข้ามคลอง ไฟฟ้าส่องสว่างริมทาง และสัญญาณไฟจราจร

3 จังหวัดนนทบุรี เหตุเดือดร้อนร าคาญ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากมลภาวะทางเสียง ฝุ่นละออง กลิ่นเหม็น ควันไฟ สถานประกอบการ

บ้านเรือน ร้านอาหาร สถานบันเทิง กลุ่มวัยรุ่นมั่วสุม รถบรรทุกดิน และสุนัขจรจัด

- ขอให้แก้ไขปัญหาการจอดรถ การวางจ าหน่ายสินค้า และการติดตั้งป้ายโฆษณากีดขวางการสัญจรบนบาทวิถี และถนน

- ขอให้ขุดลอกท่อระบายน้ า/คลอง และก าจัดวัชพืช เพื่อแก้ไขปัญหาน้ าท่วมขังถนน

หนี้สินนอกระบบ โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการลักลอบปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยคิดอัตรา

ดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายก าหนด

ถนน โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณีขอให้ปรับปรุงซ่อมแซม/ก่อสร้างถนน บาทวิถี

สะพานลอยข้ามคลอง และการตีเส้นแบ่งช่องทางจราจร

4 จังหวัดปทุมธานี เหตุเดือดร้อนร าคาญ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากมลภาวะทางเสียง กลิ่นเหม็น ควันไฟ ฝุ่นละออง สถานประกอบการ สถานบันเทิง

บ้านเรือน การก่อสร้างอาคาร และกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุม

- ขอให้แก้ไขปัญหาการจอดรถ และการวางจ าหน่ายสินค้ากีดขวางการสัญจรบนบาทวิถีและถนน

ถนน โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้ปรับปรุงซ่อมแซม/ก่อสร้างถนน บาทวิถี ลูกระนาดชะลอความเร็ว สะพานลอยคนข้าม สะพานลอยข้ามคลอง

และการตีเส้นแบ่งช่องทางการจราจร

- ขอให้ขุดลอกท่อระบายน้ า/คลอง และก าจัดวัชพืช เพื่อแก้ไขปัญหาน้ าท่วมขังถนน

ยาเสพติด โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเบาะแสการลักลอบจ าหน่ายและเสพยาเสพติดประเภทยาบ้า ยาไอซ์ และใบกระท่อม

๕ จังหวัด...


- ๒๐ -

ล าดับ

ที่

อปท./จังหวัด ประเด็นเรื่อง

5 จังหวัดชลบุรี เหตุเดือดร้อนร าคาญ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นกรณี ดังนี้

- ขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากมลภาวะทางเสียง กลิ่นเหม็น ฝุ่นละออง น้ าเน่าเสีย สถานประกอบการ สถานบันเทิง

บ้านเรือน และการเผาถ่าน

- ขอให้แก้ไขปัญหาการจอดรถ และการวางจ าหน่ายสินค้ากีดขวางการสัญจรบนบาทวิถีและถนน

บ่อนการพนัน โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเบาะแสการลักลอบเปิดบ่อนและเล่นการพนันประเภทไพ่ และไฮโล

ถนน โดยส่ วนใหญ่ เป็ นเรื่องร้องทุ กข์ /เสนอความคิดเห็ นกรณี ขอให้ ปรับปรุงซ่อมแซม/ก่ อสร้างถนน

สัญญาณไฟจราจร และไฟฟ้าส่องสว่างริมทาง

......................................................................


การประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น

ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑


การประมวลผลและวิเคราะห์เรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น

ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑

๑. สถิติการใช้บริการจ าแนกตามช่องทางการร้องทุกข์ เปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง ๓ ปีงบประมาณ

ล าดับ

ที่

ช่องทางการติดต่อ

จ านวนการติดต่อ (ครั้ง)/ปีงบประมาณ สัดส่วน

255๘ 255๙ 25๖๐ 25๖๑ เพิ่ม/ลด

ร้อยละ

๑ สายด่วนของรัฐบาล ๑๑๑๑ 180,823 ๑๓๓,๒๕๘ ๑๓๕,๓๒๘ 124,062 - ๑๗.๑๘

๒ ตู้ ปณ. ๑๑๑๑/ไปรษณีย์/โทรสาร 17,874 ๑๓,๕๖๙ ๑๒,๔๒๙ 10,451 - ๒๘.๕๔

๓ เว็บไซต์ (www.1111.go.th) 20,548 ๖,๘๘๗ ๘,๘๑๔ 5,774 - 52.21

๔ จุดบริการประชาชน ๑๑๑๑ ๙,๒๓๔ ๖,๙๖๕ ๕,๑๘๗ 4,260 - 40.24

๕ โมบายแอพพลิเคชัน PSC 1111 - ๒,๐๒๓ ๓,๐๔๒ 1,664 - 34.29

๖ ตู้ ปณ. ๔๔๔ - - ๕๓๖ 1,489 177.80

7 สายตรงไทยนิยม - - - 531 N/A

8 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 977 ๒๐๓ ๑๐๓ 13 - ๙6.96

รวมทั้งสิ้น 229,๔๕๖ 162,905 165,439 148,244 - 20.27

ค่าเฉลี่ยรวม ปี 255๘ – 25๖๐ ๑๘๕,๙๓๓

ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ประชาชนยื่นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นผ่านช่องทางต่าง ๆ

รวมทั้งสิ้น ๑48,244 ครั้ง เปรียบเทียบกับสถิติการใช้บริการย้อนหลัง ๓ ปีงบประมาณ พบว่า ประชาชน

ยื่นเรื่องร้องทุกข์ลดลงร้อยละ 20.๒๗ แสดงให้เห็นว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

ของรัฐบาล การก าหนดและขับเคลื่อนนโยบาย มาตรการการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ อย่างจริงจัง

และปรากฏผลส าเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น นโยบายส าคัญ

ของรัฐบาลหลายประการส่งผลกระทบเชิงบวกกับประชาชนในการลดข้อขัดข้อง และหรือเป็นวิธีการช่วยเหลือ

บรรเทาเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นโยบายธงฟ้าประชารัฐ เป็นต้น

นอกจากนี้ การแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์/ปัญหาความเดือดร้อนได้รับการดูแลเอาใจใส่จากหน่วยงานภาครัฐ

และหรือรัฐบาลก าหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน รวมถึง

การลงพื้นที่พบปะประชาชน รับฟังปัญหา ท าให้ประชาชนมีความใกล้ชิดกับหน่วยงานที่รับผิดชอบได้รับการ

แนะน าปรึกษาโดยตรง ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้จ านวนเรื่องร้องทุกข์มีแนวโน้มลดลง

นอกจากนี้ ช่องทาง ตู้ ปณ. ๔๔๔ เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ประชาชนยื่นเรื่องร้องทุกข์เพิ่มขึ้นมากที่สุด

ร้อยละ 177.80 เนื่องจากเป็นช่องทางที่มีวัตถุประสงค์ในการแจ้งเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบเป็นการเฉพาะ

ซึ่งประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อการด าเนินการแก้ไขปัญหาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมถึงการ

ให้ความปลอดภัยให้กับผู้แจ้งเรื่องด้วย ส าหรับการด าเนินการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะให้ส านักงาน

ปลัดส านักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ด าเนินการเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

ส่วนเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ที่เกี่ยวกับการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการประพฤติ

มิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐส่วนกลางจะส่งเรื่องให้หน่วยงานซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ถูกกล่าวหาสังกัดพิจารณาโดยตรง

และกรณีเรื่องการทุจริตได้ส่งเรื่องให้ศูนย์อ านวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ส านักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

ส านักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พิจารณา เป็นต้น

ทั้งนี้ ...


- ๒ -

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าสถิติเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ในช่องทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ซึ่งเริ่มด าเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นมา มีจ านวนการใช้บริการลดลงอย่างมีนัยส าคัญ ซึ่งมีความสัมพันธ์

กับปริมาณเรื่องที่เพิ่มขึ้นของช่องทาง ตู้ ปณ. ๔๔๔ อาจเนื่องมาจากประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้บริการ

เป็นช่องทาง ตู้ ปณ. ๔๔๔ แทน รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ด ารงธรรมจังหวัดและอ าเภอเพื่อให้บริการให้ค าปรึกษา

รับเรื่องปัญหาความต้องการและข้อเสนอแนะของประชาชนในพื้นที่ ท าให้ประชาชนยื่นเรื่องต่อศูนย์ด ารงธรรมจังหวัด

โดยตรง ประกอบกับส่วนราชการมีการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว (One Stop Service) และเปลี่ยนองค์กร

เข้าสู่การเป็นศูนย์ราชการสะดวก (Government Easy Contact Center : GECC) ซึ่งประชาชนจะได้รับการบริการ

ที่เป็นมาตรฐานมากขึ้นเกิดความเสมอภาคในการเข้าถึงการให้บริการของภาครัฐ จึงเป็นผลให้ประชาชนมีแนวโน้ม

ที่จะยื่นเรื่องร้องทุกข์/ร้องเรียนลดลง

2. สถิติการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์ของหน่วยงานระดับกระทรวงที่มีผลการแก้ไขปัญหาได้ข้อยุติมากที่สุด

๕ ล าดับแรก

(จ านวนเรื่อง)

98.52 94.78 94.34 92.49 91.93

กระทรวง

พาณิชย์

กระทรวง

แรงงาน

กระทรวง

วัฒนธรรม

กระทรวง

ดิจิทัล

เพื่อเศรษฐกิจ

และสังคม

กระทรวง

คมนาคม

(หน่วยงาน)

จากผลการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์ในภาพรวมของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ พบว่า หน่วยงาน

สามารถด าเนินการแก้ไขปัญหาจนได้ข้อยุติ จ านวนทั้งสิ้น ๗๕,๗๖๓ เรื่อง จากทั้งหมด ๘๔,๒๗๐ เรื่อง

หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๙.๙๑ ซึ่งหน่วยงานระดับกระทรวงที่มีผลการแก้ไขปัญหาได้ข้อยุติมากที่สุด ๕ ล าดับแรก

ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

และกระทรวงคมนาคม อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการด าเนินการจะเห็นว่าหลายหน่วยงานหลักที่ได้รับการประสาน

ส่งเรื่องให้แก้ไขปัญหาแต่มีผลการแก้ไขปัญหาได้น้อยและมีเรื่องค้างการด าเนินการจ านวนมาก ซึ่งจะส่งผล

ต่อความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลในภาพรวม เนื่องจากประชาชนรอผลการแก้ไขปัญหาจึงควรที่ผู้บริหาร

ระดับสูงของหน่วยงานจะต้องให้ความส าคัญหรือมีกลไกในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน/ร้องทุกข์

ที่อยู่ในความรับผิดชอบเพื่อให้ได้ข้อยุติ หรือหากเรื่องใดอยู่ระหว่างด าเนินการควรแจ้งความคืบหน้าให้ผู้ร้อง

ได้รับทราบเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อลดความกดดันจากผู้ร้อง และลดความเสี่ยงในการรวมกลุ่ม

เป็นมวลชนเดินทางมาเรียกร้องหรือชุมนุมประท้วง

๓. สถิติ...


- ๓ -

๓. สถิติการใช้บริการเรื่องร้องทุกข์ ณ จุดบริการประชาชน ๑๑๑๑ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๗ ให้ทุกกระทรวงส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมให้บริการ

รับเรื่องร้องทุกข์ในลักษณะการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล

ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี สรุปผลการด าเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖1 ได้ดังนี้

๓.๑ ผลการรับเรื่องร้องทุกข์ ณ จุดบริการประชาชน ๑๑๑๑ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล

ประเภท จ านวน หมายเหตุ

กลุ่มองค์กรเครือข่ายภาคประชาชน ๒98 กลุ่ม

ประชาชนรายย่อย

- หน่วยงานรับไปด าเนินการโดยตรง

- ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

เป็นผู้ด าเนินการ

3,742 ราย

1,387 เรื่อง

2,355 เรื่อง - เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลาย

หน่วยงานหรือเป็นกรณีที่ผู้ร้อง

มีความประสงค์ให้ส านักงานปลัด

ส า นั ก น า ย ก รั ฐ ม น ต รี เป็ น

ผู้ด าเนินการหรือเรื่องร้องเรียน

ที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการ

ด าเนินการเพื่อให้ความคุ้มครอง

ผู้ร้อง โดยหากส่งให้หน่วยงาน

ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ผู้ร้องอาจได้รับ

ผลกระทบจากการร้องเรียน

๓.๒ สถิติการรับเรื่องร้องทุกข์ของหน่วยงานที่มาร่วมให้บริการ ณ จุดบริการประชาชน ๑๑๑๑ ศูนย์รับเรื่องราว

ร้องทุกข์ของรัฐบาล

ล าดับที่ หน่วยงาน จ านวน (เรื่อง)

๑ ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี ๒,355

๒ กระทรวงมหาดไทย 405

๓ กระทรวงยุติธรรม 154

๔ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 142

๕ ส านักงานต ารวจแห่งชาติ 137

๖ กระทรวงการคลัง 135

๗ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 84

๘ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 52

๙ กระทรวงคมนาคม 50

๑๐ กระทรวงศึกษาธิการ 44

๑๑ กระทรวงพลังงาน 39

๑๒ กรมบังคับคดี 31

๑๓ กระทรวงอุตสาหกรรม 24

14 กระทรวงแรงงาน 23

๑๕ กระทรวงสาธารณสุข 22

ล ำดับที่ ๑๖ ...


- ๔ -

ล าดับที่ หน่วยงาน จ านวน (เรื่อง)

16 ส านักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค 17

17 กระทรวงพาณิชย์ 12

18 กระทรวงกลาโหม 9

19 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 2

20 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 2

21 กระทรวงวัฒนธรรม 1

รวม ๓,๗๔๐

จากสถิติการรับเรื่องร้องทุกข์ พบว่า หน่วยงานที่ได้รับเรื่องร้องทุกข์มากที่สุด ๕ ล าดับแรก ได้แก่

ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

และส านักงานต ารวจแห่งชาติ ซึ่งจากการสอบถามความพึงพอใจของผู้รับบริการ พบว่า มีความพึงพอใจ

ต่อการให้บริการของจุดบริการประชาชน ๑๑๑๑ คิดเป็นร้อยละ ๖๗.๘๐ และได้รับความสะดวก รวดเร็ว

จากการประสานงานและได้รับค าปรึกษาแนะน าจากหน่วยงานโดยตรง ทั้งนี้ ปริมาณเรื่องที่ส านักงานปลัดส านัก

นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับด าเนินการมากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นกรณีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน หรือผู้ร้อง

มีความประสงค์ให้ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ด าเนินการเอง หรือเป็นเรื่องร้องเรียนกล่าวโทษ

ที่ต้องด าเนินการในทางลับด้วยความระมัดระวังเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ร้องและผู้เกี่ยวข้อง เป็นต้น

๔. ประเด็นเรื่องร้องทุกข์ที่ประชาชนยื่นเรื่องมากที่สุด ๑๐ ล าดับแรก เปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง

๓ ปีงบประมาณ

ล าดับ

ที่

ประเด็นเรื่อง

1 เหตุเดือดร้อนร าคาญ

โดยส่วนใหญ่เป็นกรณี ดังนี้

- ขอให้แก้ไขปัญหาเหตุเดือดร้อนร าคาญ

จากมลภาวะทางเสียง กลิ่นเหม็น จากสถาน

ประกอบการ สถานบันเทิง ร้านอาหาร

บ้านเรือน วัยรุ่นมั่วสุม รวมกลุ่มแข่งขัน

รถจักรยานยนต์ส่งเสียงดังรบกวน แรงงาน

ต่างด้าว และสุนัขจรจัด

- ขอให้จัดระเบียบและแก้ไขปัญหาการ

จอดรถยนต์ส่วนบุคคลรถจักรยานยนต์

รถบรรทุก รถยนต์รับจ้างสาธารณะ (แท็กซี่)

รถบัส รถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการ

กีดขวางการจราจร

- ขอให้แก้ไขปัญหาการจ าหน่ายสินค้าและ

ตั้ง/วางสิ่งของกีดขวางการจราจร

- ขอให้แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด

ปี ๒๕๕8 – ๒๕60 ปี ๒๕๖1 สัดส่วน

ล าดับที่ / ปี เฉลี่ยจ านวน ล าดับ จ านวน เพิ่ม/ลด

58 59 60 เรื่อง ๓ ปี ที่ เรื่อง ร้อยละ

1 1 1 16,409 1 12,438 - 24.20

๒. การเสนอ...


- ๕ -

ล าดับ

ที่

ประเด็นเรื่อง

2 การเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบาย

และโครงการของรัฐ

โดยส่วนใหญ่เป็นกรณี ดังนี้

- ขอให้เร่งติดตั้งและเปิดใช้บริการอุปกรณ์

รับช าระบัตรอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ

(EDC) ส าหรับใช้รูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบนรถ

โดยสารประจ าทางสาธารณะ และในร้านค้า

ธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าชุมชนอื่น ๆ ในการ

ช าระค่าเดินทาง และซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค

ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ

เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน

- ขอให้เร่งจ่ายเงินตามโครงการส่งเสริมการ

ปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง ปี 2560

ไร่ละ 2,000 บาท และโครงการช่วยเหลือ

ค่าเก็บเกี่ยว ประจ าปี 2561 ไร่ละ 1,500 บาท

- ขอให้ตรวจสอบการจ าหน่ายสินค้าเกินราคา

ของร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้าชุมชนอื่น ๆ

ที่เข้าร่วมในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการ

แห่งรัฐ ประจ าปี 2560

3 ไฟฟ้า

โดยส่วนใหญ่เป็นกรณี ดังนี้

- ขอให้แก้ไขปัญหากระแสไฟฟ้าขัดข้อง

- ขอให้ซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่างริมทาง

หม้อแปลงไฟฟ้า สายไฟฟ้า และเสาไฟฟ้า

- ขอให้ขยายเขตการให้บริการไฟฟ้า

- ขอให้ปรับปรุงการให้บริการของเจ้าหน้าที่

ประจ าส านักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

4 บ่อนการพนัน

โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเบาะแสการลักลอบ

เปิดบ่อน และเล่นการพนันประเภทไพ่ ไฮโล

ตู้ม้า ตู้สล็อต บาคาร่า ถั่ว ไก่ชน โต๊ะสนุ๊กเกอร์

พนันทายผลฟุตบอล หวยจับยี่กี และสลาก

กินรวบ

5 ยาเสพติด

โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเบาะแสการลักลอบ

จ าหน่าย และเสพยาเสพติด ประเภทยาบ้า

ยาไอซ์ กัญชา และใบกระท่อม

ปี ๒๕๕8 – ๒๕60 ปี ๒๕๖1 สัดส่วน

ล าดับที่ / ปี เฉลี่ยจ านวน ล าดับ จ านวน เพิ่ม/ลด

58 59 60 เรื่อง ๓ ปี ที่ เรื่อง ร้อยละ

5 4 2 5,๗๕๙ 2 5,374 - 6.69

6 5 4 4,296 3 3,927 - 8.59

4 2 5 4,831 4 3,285 - 32

3 3 3 5,190 5 3,096 - 40.35

๖ หนี้สิน...


- ๖ -

ล าดับ

ที่

ประเด็นเรื่อง

6 หนี้สินนอกระบบ

โดยส่วนใหญ่เป็นกรณี ดังนี้

- แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบ

โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายก าหนด

และถูกเจ้าหนี้ข่มขู่

- ขอความช่วยเหลือน าหนี้สินนอกระบบ

เข้าสู่ระบบของธนาคาร

- ขอความช่วยเหลือจัดหาแหล่งเงินกู้อัตรา

ดอกเบี้ยต่ าเพื่อน าไปช าระหนี้สินนอกระบบ

และเป็นทุนประกอบอาชีพ

7 ถนน

โดยส่วนใหญ่ ขอให้ปรับปรุงซ่อมแซม/ก่อสร้าง

ถนน พื้นผิวถนน สะพานกลับรถ บาทวิถี ตีเส้น

แบ่งช่องการจราจร ขยายช่องทางจราจร

ไฟฟ้าส่องสว่างริมทาง และติดตั้งป้าย

สัญลักษณ์จราจร

8 โทรศัพท์

โดยส่วนใหญ่เป็นกรณี ดังนี้

- ขอให้ปรับปรุงระบบการให้บริการทางโทรศัพท์

ของส านักงานสรรพากรพื้นที่ ส านักงานขนส่ง

จังหวัด ส านักงานที่ดินจังหวัด และหมายเลข

สายด่วน 1506 ของส านักงานประกันสังคม

- ขอชมเชยการให้บริการของพนักงานศูนย์บริการ

ข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน หมายเลขสายด่วน

1111 กด 2 และหมายเลขสายด่วน 1111

กด 0

- ขอให้ระบบการให้บริการสอบถาม

หมายเลขโทรศัพท์ของบริษัท ทีโอที จ ากัด

(มหาชน) หมายเลขสายด่วน 1133 เปิด

ให้บริการ เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างการ

ปิดปรับปรุง

9 น้ าประปา

โดยส่วนใหญ่เป็นกรณี ดังนี้

- ขอให้แก้ไขปัญหาน้ าประปาไม่ไหล ไหลอ่อน

- ขอให้แก้ไขปัญหาน้ าประปาไม่มีคุณภาพ

มีลักษณะเป็นสีขุ่น

- ขอให้ขยายเขตการให้บริการน้ าประปา

- ขอให้ซ่อมแซมท่อน้ าประปา

ปี ๒๕๕8 – ๒๕60 ปี ๒๕๖1 สัดส่วน

ล าดับที่ / ปี เฉลี่ยจ านวน ล าดับ จ านวน เพิ่ม/ลด

58 59 60 เรื่อง ๓ ปี ที่ เรื่อง ร้อยละ

2 6 6 4,860 6 2,819 - 42

8 8 8 2,730 7 2,480 - 9.16

18 13 9 1,707 8 2,286 33.92

9 9 11 2,176 9 2,148 - 1.29

10 การเสนอ...


- ๗ -

ล าดับ

ที่

ประเด็นเรื่อง

10 การเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการเสนอ

และตรากฎหมาย

โดยส่วนใหญ่ ขอคัดค้านเกี่ยวกับการจัดตั้ง

ศาลอิสลามในประเทศไทย โดยประชาชน

ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการจัดตั้งศาลดังกล่าว

เนื่องจากกฎหมายอิสลามไม่จ าเป็นต้อง

น ามาใช้ในประเทศไทย เพราะประเทศไทย

มีกฎหมายและมีศาลท าหน้าที่พิจารณา

พิพากษาคดีความอยู่แล้ว

ปี ๒๕๕8 – ๒๕60 ปี ๒๕๖1 สัดส่วน

ล าดับที่ / ปี เฉลี่ยจ านวน ล าดับ จ านวน เพิ่ม/ลด

58 59 60 เรื่อง ๓ ปี ที่ เรื่อง ร้อยละ

28 24 7 1,764 10 1,941 10.03

จากตารางแสดงสถิติเรื่องร้องทุกข์ที่ประชาชนยื่นเรื่องมากที่สุด ๑๐ อันดับแรก เปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง

๓ ปีงบประมาณ พบว่า ประเด็นที่ประชาชนยื่นเรื่องร้องทุกข์และเสนอความคิดเห็นเป็นจ านวนมาก ส่วนใหญ่

เป็นประเด็นเรื่องที่สอดคล้องกับนโยบาย และมาตรการที่รัฐบาล หรือ คสช. ก าหนด จึงเป็นประเด็นที่ประชาชน

ให้ความสนใจเกิดความตื่นตัวในการยื่นเรื่องร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็น/แจ้งเหตุแจ้งเบาะแส ทั้งนี้

เหตุเดือดร้อนร าคาญยังคงเป็นประเด็นเรื่องที่ประชาชนร้องทุกข์/เสนอความคิดเห็นมากที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่อง

ใกล้ตัวเกิดขึ้นได้ง่าย หากแต่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และมีวิถีชีวิตของประชาชนโดยตรง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประเด็นปัญหาเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นกรณีที่ภาครัฐสามารถด าเนินการแก้ไขปัญหา

ได้โดยไม่ยุ่งยาก โดยมีหน่วยงานที่มีอ านาจหน้าที่โดยตรงในการด าเนินการ รวมทั้งมีระเบียบ กฎเกณฑ์

ในเรื่องนั้น ๆ อยู่แล้ว หากแต่ยังคงมีประชาชนจ านวนมากมายื่นเรื่องร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากส านักงาน

ปลัดส านักนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลายกรณีมีสาเหตุจากไม่ได้รับการแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ หรือเมื่อมีการ

แจ้งเหตุแล้วผู้ที่รับผิดชอบไม่เข้ามาระงับเหตุในทันที รวมทั้งบางปัญหามีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน

หากแต่ไม่มีเจ้าภาพหลักในการด าเนินการ ท าให้ปัญหายังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่

อาจยังไม่ทราบข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับนโยบาย มาตรการ และแนวทางการให้ความช่วยเหลือ รวมถึงอ านาจหน้าที่

ในการให้บริการประชาชนของส่วนราชการที่รับผิดชอบโดยตรง จึงได้มายื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อส่วนกลาง

ในกรณีเช่นนี้จึงเห็นควรประชาสัมพันธ์การให้บริการและการให้ความช่วยเหลือของแต่ละหน่วยงานให้ประชาชนทราบ

อย่างทั่วถึง รวมทั้งจัดให้มีชุดเฉพาะกิจในการเข้าระงับเหตุหรือตรวจสอบพื้นที่เมื่อได้รับแจ้งจากประชาชน

เป็นต้น

ข้อเสนอแนะของส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี

๑. เห็นควรให้มีการประชาสัมพันธ์การให้บริการและการให้ความช่วยเหลือของแต่ละหน่วยงาน

ให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง รวมทั้งหน่วยงานในพื้นที่ควรมีแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนก่อนที่ปัญหา

จะขยายวงกว้าง และประชาชนเดินทางมาที่ส่วนกลางเพื่อขอความช่วยเหลือ

๒. ก าหนดให้ทุกส่วนราชการให้ความส าคัญแก่การแจ้งความคืบหน้าการด าเนินการเรื่องการร้องทุกข์

และเร่งรัดการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้มีผลเป็นที่ยุติด้วยความเป็นธรรมภายในระยะเวลา

ที่เหมาะสม

3. เห็นควรให้น าภารกิจการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์/ร้องเรียนก าหนดเป็นตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ

ของส่วนราชการ โดยให้น าเรื่องร้องทุกข์ที่ได้รับการประสานจากส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรีในฐานะ

เป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาลเป็นส่วนหนึ่งของการประเมิน

4. ขอให้...


- ๘ -

4. ขอให้ส่วนราชการใช้กลไกของผู้น าการขับเคลื่อนการด าเนินการเรื่องร้องทุกข์ประจ าหน่วยงาน

(Chief Complaints Executive Officer : CCEO) ท าหน้าที่ในการก ากับดูแลการด าเนินงานด้านการจัดการ

เรื่องราวร้องทุกข์ ประสานความร่วมมือ ติดตามและประเมินผลการด าเนินการเรื่องราวร้องทุกข์และแก้ไขปัญหา

ความเดือดร้อนของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

๕. ขอให้หน่วยงานที่มีระบบฐานข้อมูลเรื่องร้องทุกข์ให้ความร่วมมือในการเชื่อมโยงฐานข้อมูลเรื่องร้องทุกข์

กับศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อให้เป็นฐานข้อมูลเรื่องร้องทุกข์ในภาพรวมของประเทศอันจะส่งผลให้

การประมวลผลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนสะท้อนภาพรวมของประเทศ รวมถึงการน าข้อมูลไปประเมิน

สถานการณ์เพื่อก าหนดเป็นนโยบาย มาตรการ และแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

ที่มีประสิทธิภาพได้

.........................................................................

Hooray! Your file is uploaded and ready to be published.

Saved successfully!

Ooh no, something went wrong!